ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 25 ตอนที่ 25

#25บทที่ 25

ตอนที่ 25

เวินหนิงได้ยินเสียงร้องตะโกนที่คุ้นหู ไม่นานบ่อนพนันตกอยู่ในความโกลาหล พวกผีพนันที่ตอนแรกต้องการเดิมพันหน้าดำหน้าแดงรีบกวาดเงินบนโต๊ะใส่เข้าไปในเสื้อ โดยไม่สนใจว่าเงินเหล่านั้นใช่ของตนเองหรือไม่

“จับกุมให้หมด! จับแล้วนำไปสอบปากคำ!” เสียงตะโกนที่น่าเกรงขามดังขึ้นอีกครั้ง

ตอนนี้เวินหนิงมั่นใจแล้วว่า คือเสียงของเวินหลาน

นางรีบเอาเงินทั้งหมดให้หลิงหลาน “เร็วเข้า หนีตอนที่ทุกคนกำลังวิ่งวุ่น ข้าจะเป็นคนล่อพวกเขาเอง เจ้ากลับจวนเวินไปก่อน”

อยู่ที่นี่แล้วถูกเวินหลานจับได้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถึงอย่างไรเวินหลานก็รักและเอ็นดูนาง อย่างมากแค่ด่านางสองสามคำเท่านั้น ย่อมต้องช่วยนางอยู่แล้ว

แต่เขาย่อมต้องถามว่านางที่เป็นสตรีคนหนึ่ง เหตุใดจึงแต่งเป็นชายแล้วมาสถานที่วุ่นวายอย่างบ่อนการพนันเช่นนี้ เมื่อถึงเวลานั้นนางไม่อาจซ่อนตั๋วเงินของตนเองเอาไว้ได้

หลิงหลานไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ไม่เคยเจอทหารมากมายเช่นนี้ ยิ่งไม่เคยจับเงินห้าพันตำลึง หูของนางอื้อไปหมด เมื่อเวินหนิงผลักนาง นางรีบวิ่งหนี โดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น

เวินหนิงวิ่งตามหลัง

“มีคนหนี! ตามไปเร็ว!”

หลิงหลานแข็งแรงกว่าเวินหนิง วิ่งเร็วกว่าเวินหนิงด้วย เวินหนิงตั้งใจวิ่งตามหลังอยู่แล้ว นางวิ่งไม่นานก็หันไปหาทหารแล้วแลบลิ้นปลิ้นตา “ไล่ข้าให้ทันสิ!”

จากนั้นวิ่งไปที่ถนนฉังอัน

โชคดีที่นางคุ้นเคยกับเมืองหลวงเป็นอย่างดี นอกจากถนนสายหลักของถนนฉังอันแล้ว ตรอกซอยเล็กๆ นางวิ่งเข้าออกได้โดยไม่เปลืองแรง

อาจจะเพราะคุ้นเคยกับภาพเหตุการณ์นี้ ขณะเวินหนิงวิ่งและซ่อoตัว นางคิดถึงเรื่องในอดีตที่ไม่อยากจะหวนคิดถึง

ตอนนั้นนางอายุไม่ถึงสิบขวบ นางในตอนนั้นซุกซน ไม่รู้แม้แต่น้อยว่ากุลสตรีเป็นเช่นไร นางในตอนนั้นเหมือนลิงป่า เข้าออกโพรงสุนัขเป็นเรื่องปกติ วิ่งไปทั่วโดยไม่สนใจสิ่งใด

เวลานั้นเอง นางพบเจอกับเผยโย่วที่เพิ่งย้ายมาอยู่เมืองหลวง

ในความทรงจำของนางเขาเป็นเด็กหนุ่มที่อ่อนโยนและมีมารยาท ผิวขาว ผอมจนดูอ่อนแอ ไม่เข้ากับความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหลวงแม้แต่น้อย

ครั้งแรกที่นางเจอเขาคือหน้าร้านยา เขาถือยาสามสี่ห่อ ผิวของเขาที่ถูกแสงแดดส่องกระทบแทบจะโปร่งใส ยืนอยู่หน้าประตู มองซ้าย มองขวา คล้ายตื่นตกใจ

“พี่ชาย พี่หลงทางหรือ” นางเคี้ยวถังหูลู่พร้อมกับเอ่ยถาม “บ้านของพี่ชายอยู่ไหน ให้ข้าส่งกลับบ้านสิ”

ระหว่างทางนางรู้ว่าเขาเพิ่งมาถึงเมืองหลวง นางจึงบอกว่าตนพาเขาเที่ยวรอบเมืองหลวงได้

ขณะเดินเที่ยวเล่น ทั้งสองก็สนิทสนมกันมากขึ้น

นางรู้สึกว่าพี่ชายคนนี้ดีเหลือเกิน ทั้งอ่อนโยน เป็นคนเงียบๆ ทนฟังคำพูดของนางเสมอ ไม่เหมือนพี่ชายทั้งสองคนของนาง บ้างก็รังเกียจที่นางกวนใจ บ้างก็ล้อเรื่องแต่งงานระหว่างนางกับเสิ่นจิ้น

นางไม่ได้บอกเขาว่านางคือเวินหนิง ความเป็นจริงนางไม่ได้ตั้งใจปิดบัง แต่กลัวคนอื่นได้ยินแล้วเรื่องจะไปถึงบิดา ไม่เพียงตีนาง ทั้งยังต้องฝังปิดโพรงสุนัขแน่นอน ไม่ให้นางออกจากจวน

แต่นางไม่อาจบอกว่าตนเองเกิดจากกอไผ่ไม่ใช่หรือ ด้วยเหตุนี้นางจึงตั้งชื่อให้ตนเอง

ตอนนั้นนางยังไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือ ทุกครั้งที่เจอเขา คำว่า ‘อ่อนโยนและสง่าผ่าเผย’ หกคำนี้ฉายขึ้นในความคิด นางจึงบอกกับเขาว่านางชื่อ ‘เสี่ยวหย่า’

วันนั้นเวินฉีแกล้งนาง เวินหลานไม่พานางไปเที่ยวเล่นด้วย นางโมโห จึงเล่าเรื่องของพี่ชายให้เขาฟัง

“ข้ามีพี่ชายอีกสองคน ใจร้ายยิ่งนัก กลั่นแกล้งข้าทุกวัน!”

“นอกจากนี้ข้ามีคู่หมั้นแล้วด้วย รอข้าเข้าพิธีปักปิ่น พวกเขาก็ไล่ข้าออกจากจวน”

“หมั้นหมายบ้าอะไร ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ชอบ แต่งงานกับคนแก่ เป็นอนุภรรยา”

ความเป็นจริงนางไม่รู้ความหมายของคำว่า ‘แต่งงานกับคนแก่ เป็นอนุภรรยา’ แค่ว่าตอนดูละครในโรงน้ำชา ‘แต่งงานกับคนแก่ เป็นอนุภรรยา’ คือเรื่องไม่ดี

พี่ชายอ่อนโยนคนนั้นขมวดคิ้ว แต่ก็คลายลงอย่างรวดเร็ว เช็ดฝุ่นบนจมูกให้นาง “ยังมีเวลาอีกหกปี ไม่รีบร้อน”

นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงพูดเช่นนี้ แต่ไม่เป็นไร เขาเป็นปัญญาชน มักจะพูดสิ่งที่นางไม่เข้าใจเสมอ

แต่นี่ก็ไม่อาจหยุดนางชื่นชมเขา

ตอนเขาเช็ดหน้าให้นาง นางเอียงศีรษะมองดูเขา

มองแววตาที่ราวกับสายน้ำของเขา มองใบหน้าที่เปรียบดังหยกของเขา

นางอยากจะมองพี่ชายคนนี้นานๆ พี่ชายที่ทั้งหล่อและอ่อนโยน เทียบกับพี่ชายทั้งสองคนของนางแล้ว นางชอบเขามากกว่า

ทั้งที่เป็นการพบเจอที่ชวนรักชวนฝัน เวินหนิงไม่เข้าใจว่าเหตุใดตอนหลังจึงกลายเป็นเช่นนั้น

นางในตอนนั้นปิดผนึกความทรงจำ แยกพี่ชายผู้แสนใจดีในความทรงจำที่เป็นดั่งลมในฤดูวสันต์กับเผยโย่วออกจากกัน อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องคิดว่า ‘เพราะอะไร’

เวินหนิงวิ่งช้า แต่เพราะนางตัวเล็ก ทั้งยังชำนาญทาง วิ่งทะลุตรอกซอยต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่นานนางก็สลัดพวกทหารได้สำเร็จ นางเห็นตะกร้าไม้สานวางอยู่ในซอยเล็กๆ จึงกระโดดลงไปในตะกร้าโดยไม่ลังเล แล้วหยิบฝามาปิด

ไม่นาน นางเห็นทหารสองคนที่พกมีดติดตัววิ่งออกไป นางหลบอยู่ในตะกร้าอีกครู่หนึ่ง เมื่อมั่นใจว่าทหารสองคนนั้นไม่มีวันกลับมา อีกทั้งบริเวณโดยรอบไม่มีเสียงใด นางจึงค่อยเปิดฝาช้าๆ

ทว่าคิดไม่ถึงว่าฝาตะกร้าจะร่วงลง ไม่ทันได้หายใจ ก็ได้ยินเสียงบางอย่างสัมผัสพื้นเบาๆ นางหันไปมองตามเสียง

ทางด้านหวังโย่วเมื่อได้ยินหวังฉินเซิงบอกว่าตระกูลเวินหงหลูซื่อมา เขาก็รู้ทันทีว่าคือเวินหนิง เขาไม่แม้แต่จะเผชิญหน้า กระโดดหน้าต่าง วิ่งไปที่เรือนหลังแล้วปีนกำแพงออกไป

คนพวกนั้นหาเขาไม่เจอ ย่อมกลับไปเอง

ทว่าคิดไม่ถึงเท้าเพิ่งสัมผัสพื้น เห็นตะกร้าที่วางอยู่ในซอยขยับ จากนั้นหญิงที่แต่งตัวเป็นชายโผล่หน้าออกมา

เวลานี้เวินหนิงเปื้อนไปหมดทั้งตัว ผมของนางมีเศษฟางในตะกร้าติดอยู่ นางมองไปตามเสียง พบว่าตนซ่อนตัวอยู่ละแวกตระกูลหวัง และคนตรงหน้ากำลังปีนกำแพงออกมาเช่นนั้นหรือ? คือหวังโย่วที่สีหน้าไร้ความรู้สึก?

หวังโย่วจำนางได้ทันทีที่โผล่หน้าออกมาจากตะกร้า นางคือคนที่เขียนจดหมายรักนับสิบฉบับให้เขา ทั้งยังจะจับเขาแต่งงาน คือเวินหนิงที่ทำให้เขาต้องปีนกำแพงหนีออกมาจากเรือน

ขณะทั้งสองสบตากัน กาในตรอกซอยส่งเสียงร้อง

เวินหนิง “...”

หวังโย่ว “...”

ซวยแล้ว

เวินหนิงคิดไม่ถึงว่า ตนจะวิ่งมาระแวกตระกูลหวัง ทั้งยังบังเอิญเจอหวังโย่ว

ชั่วขณะหนึ่ง ความคิดของนางลอยล่องไปไกล

บทบาทของนางในตอนนี้คือหญิงสาวที่รักหวังโย่วทว่าไม่ได้ครอบครอง ถึงขั้นให้พี่ชายจับเขามาเป็นสามี ตามหลักแล้วนางควรรอเขาในจวน รอพี่ชายพาเขากลับมาแต่งงานกับนาง

แต่นางกลับแต่งตัวเป็นชาย ซ่อนตัวอยู่ในตะกร้าข้างเรือนเขาด้วยสภาพมอมแมมเนี่ยนะ

ขณะที่นางกำลังร้อนใจ เวินหนิงหยิกฝ่ามือตนเอง จนขอบตาแดงก่ำ “คุณชายหวังไม่อยากแต่งงานกับอาหนิงจริงๆ หรือเจ้าคะ”

ถูกต้อง นางหมกมุ่นกับหวังโย่ว กลัวว่าเขาจะหนี จึงแต่งเป็นชายแล้วรอเขาที่นี่!

“อาหนิง...อาหนิง...” เวินหนิงน้ำตารื้น คำว่า ‘มีใจให้ท่าน’ นางพูดไม่ออก

โชคดีที่หวังโย่วก็ไม่ได้อยากฟังคำพูดของนาง เขาถึงขั้นเมินเฉย แววตาสีนิลกวาดมองใบหน้าของนาง เขาโน้มหน้าทักทายเล็กน้อย หันหลังเดินจากไป

ขอบตาของเวินหนิงแดงก่ำ แต่นางกลับดีใจ

แผนของนางสำเร็จจริงๆ ด้วย!

เทียบกับเจอกันที่หออวิ๋นทิงเมื่อคราวก่อน หวังFย่วในตอนนี้ไม่ใช่แค่ ‘เย็นชา’ เท่านั้น

เขาถึงขั้นรำคาญนาง เขาเป็นคนทระนงตน จะยอมทนเห็นผู้อื่นคิดอยากจะลักพาตัวตนและจับแต่งงานได้อย่างไร!

เช่นนั้นหลังจากนี้...

หวังโย่วเดินหนีเพราะนาง เช่นนั้นนางควรตามเขาไป หรือไม่ตามไป

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 25 ตอนที่ 25