ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 20 ตอนที่ 20
ตอนที่ 20
เวินฉีให้ความร่วมมือกับเวินหนิง ทำให้นางอารมณ์ดียิ่งนัก แต่ตอนกลับจวนเวินท้องฟ้ามืดแล้ว ขณะนั่งอยู่บนรถม้านางกับหลิงหลานเตรียมคำพูดกันเรียบร้อยแล้ว จากนั้นทั้งสองค่อยเดินกลับเข้าจวน
เดิมทีคิดว่าจะเจอเวินถิงชุน ถูกเขาตำหนิ ทว่าคิดไม่ถึงเวลานี้แล้วเวินถิงชุนยังไม่เลิกงาน คนที่นางเจอคือเวินหลานพี่ชายคนโตที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน
แท้จริงแล้วเวินหลานตั้งใจรอเวินหนิงที่โถงทางเดินของเรือนเซียงถี
หลายวันมานี้เขางานรัดตัว กว่าจะกลับถึงจวนก็ยามไฮ่แล้ว จึงไม่สะดวกไปหาน้องสาว แต่เขามีหลายเรื่องต้องถามนาง
“พี่ใหญ่?” เวินหนิงแปลกใจ “พี่ใหญ่มารอข้าหรือ”
เวินหนิงจับกระโปรงเดินไปหา
เวินหลานมองเพียงปราดหนึ่ง ก็รู้ว่าวันนี้น้องสาวของตนอารมณ์ดี แววตาของนางเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ราวกับลมในฤดูวสันต์
เขายิ้มแล้วพูด “ใช่น่ะสิ วันนี้เจ้าไปไหน จึงกลับมาดึกเช่นนี้ โชคดีที่ช่วงนี้ท่านพ่องานยุ่ง เวลานี้ยังไม่เลิกงาน”
เวินหนิงไม่ปิดบัง พูดตามตรง “น้องไปดื่มน้ำชากับพี่รองมาเจ้าค่ะ แล้วก็ไปรับประทานอาหารกับพี่รองด้วย”
เวินหลานพยักหน้า เขามีเรื่องในใจ จึงไม่ได้ถามเรื่องระหว่างเวินหนิงกับเวินฉี
“พี่ใหญ่จะเข้าไปนั่งด้านในเรือนหรือไม่เจ้าคะ” แม้ฤดูเหมันต์จะผ่านไปแล้ว แต่อากาศยามค่ำของฤดูวสันต์ยังคงหนาวเย็น
เวินหลานส่ายหน้า “ไม่ล่ะ วันนี้พี่มีเรื่องอยากจะถามเจ้าเล็กน้อย ประเดี๋ยวพี่ยังมีงานด่วนต้องออกไป”
เวินหนิงเพียงกลอกตารู้ว่าเวินหลานจะถามสิ่งใด
วันนั้นหลังกลับจากหออวิ๋นทิง นางกับเวินหลานไม่เคยเจอกันอีก วันนั้นนางกลับมาก่อน ฝากบ่าวรับใช้บอกเขาเท่านั้นว่าไม่ต้องมารับนาง ทว่าไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง
เป็นจริงตามคาด เวินหลานมองรอบๆ ถามเสียงเบา “วันนั้นน้องกับซู่จือเจอกันแล้วเป็นอย่างไรบ้าง”
เวินหนิงคิดคำพูดเตรียมไว้ตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว นางพูดด้วยความเหนียมอาย “เขารับจดหมายที่น้องส่งไปให้แล้วเจ้าค่ะ”
ถ้อยคำนี้ไม่ได้โกหก วันนั้นหลิงหลานทำน้ำชาหกเลอะเผยโย่ว ตอนเขาออกไปไม่ลืมที่จะหยิบกระดาษบนโต๊ะไปด้วย ทั้งยังไม่เคยนำมาคืนนาง
สองสามวันนี้นางให้หลิงหลานส่งจดหมายส่งจดหมายให้เขาหลายฉบับ
แต่เมื่อเวินหลานได้ฟัง มีความหมายอื่นแฝงในคำพูด
เขาดีใจยิ่งนัก ทั้งยังรู้สึก...ปลื้มปริ่ม คิดไม่ถึงว่าชายอกสามศอกอย่างเขา ทำตัวเป็นพ่อสื่อ ทั้งยังประสบความสำเร็จอีกด้วย!
“เหตุใดได้ข่าวว่าวันนั้นเกิดเรื่องขึ้นที่หออวิ๋นทิงเล่า” เวินหลานถามต่อ เขาเองก็เพิ่งทราบข่าววันนี้ตอนได้ยินเพื่อนร่วมงานพูดถึง
เวินหนิงพยักหน้า “คุณชายตระกูลฉิน คล้ายชื่อว่าฉินอวี่ อยากจะหาเรื่องคุณชายหวังเจ้าค่ะ ประจวบเหมาะคุณชายรองเสิ่นกำลังดื่มสุราที่หออวิ๋นทิง พวกเขาเกือบลงไม้ลงมือกัน แต่น้องอาศัยยศขุนนางและอำนาจของพี่ใหญ่ เมื่อฉินอวี่รู้เข้าก็หนีไปทันที สุดท้ายจึงไม่ได้ลงไม้ลงมือกัน”
ประโยคแรกๆ เวินหลานฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่เมื่อเวินหนิงพูดถึงยศขุนนาง เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “อาหนิงฉลาดยิ่งนัก”
“อื้ม พี่เข้าใจแล้ว กลางคืนลมแรง เจ้ารีบเข้าไปพักเถอะ” เวินหลานยังมีเรื่องอื่นต้องทำ เขาไม่ได้ถามอะไรอีก จัดเสื้อคลุมของเวินหนิง หันหลังเดินจากไป
เวินหนิงเอียงศีรษะครุ่นคิด ไม่เข้าใจทั้งที่เวินหลานมีงานด่วนต้องทำ แต่เวลานี้กลับมาถึงจวนเพื่อถามนางเรื่องที่เกิดขึ้นที่หออวิ๋นทิง คิดอยู่นานก็ไม่ได้คำตอบนางจึงหยุดคิด แล้วเดินนำหลิงหลานกลับเรือน
ทางด้านเวินหลานรีบร้อนไปหาเวินหนิง เพราะคนที่เขาจะไปหาคืนนี้คือหวังโย่ว
ช่วงนี้จิงจ้าวฝู่มีคดีที่น่าปวดหัว
สตรีคนหนึ่งขึ้นเขากับแม่สามี ระหว่างทางกลับนางถูกโจรป่าจับตัวไป อุตส่าห์รอดจากโจรป่าแล้ว ทว่าเมื่อกลับมาถึงครอบครัวสามีรังเกียจนาง ต้องการหย่ากับนางโดยอ้างว่านางทำผิดเจ็บขับ[footnoteRef:1]ข้อ ‘คบชู้’ สตรีนางนั้นบอกว่าตนไม่ได้ถูกล่วงเกิน หากจะหย่าร้าง นางต้องเป็นคนขอหย่า ทั้งยังต้องคืนสินสมรสให้นางด้วย [1: เจ็ดขับ กฎเจ็ดข้อที่ทำให้สามีหย่าภรรยาได้ ได้แก่ อกตัญญู ไร้ทายาท มีชู้ ริษยา เป็นโรคร้าย ปากมาก ลักขโมย]
ตอนคดีนี้มาถึงจิงจ้าวฝู่ เขาก็อยากจะให้หวังโย่วช่วย
แม้นี่จะไม่ใช่ความรับผิดชอบของที่ปรึกษาอย่างเขา แต่เขาเห็นสตรีคนนั้นแล้วน่าสงสารยิ่งนัก ไม่มีแม้กระทั่งเงินจ้างวานให้ผู้อื่นเขียนคำฟ้อง อีกเรื่องหนึ่ง สาเหตุที่นางถูกโจรป่าจับตัวไป นั่นเพราะนางเอาตัวเข้าแลกกับความปลอดภัยของแม่สามี เป็นสตรีที่ยึดมั่นในคุณธรรม
หากนางแพ้คดี จะทำให้สตรีมากน้อยเพียงใดหดหู่ใจ
ทว่าการสอบหน้าพระที่นั่งของหวังโย่วใกล้มาถึงแล้ว เดิมทีเขาอยากจะรอให้ผ่านไปอีกสี่ห้าวันค่อยไปหาหวังโย่ว คิดไม่ถึงคดีตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เขาตั้งใจเลิกงานแต่เช้าเพื่อไปเจอหวังโย่ว ถามเขาว่าพอจะยื่นมือเข้ามาช่วยได้หรือไม่
ก่อนไปหาหวังโย่ว เขาต้องรู้สถานการณ์ระหว่างหวังโย่วกับเวินหนิงก่อน เพื่อเลี่ยงไม่ให้อีกฝ่ายอึดอัด
เมื่อได้ยินเวินหนิงบอกว่าเรื่องของทั้งสองราบรื่นดี เขาจึงวางใจ
ตอนเขาเคาะประตูตระกูลหวัง หวังโย่วตื่นจากความฝัน
ความฝัน?
เหตุใดจึงเหมือนจริงเช่นนี้
หวังโย่วสัมผัสได้ว่าเส้นเลือดที่ขมับกำลังเต้น เต้นแรงจนคล้ายกระทบสมอง ทำให้เขาปวดหัวมาก
ทว่าวันนั้นที่หออวิ๋นทิง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เหมือนในความฝันอย่างเห็นได้ชัด
เหตุใดจึงฝันประหลาดเช่นนี้
หรือเพราะเมื่อครู่เขาจัดการฉินอวี่
เขานั่งกุมขมับบนตั่งไม้ ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องเรียกของหวังฉินเซิง “คุณชายขอรับ ที่ปรึกษาเวินรออยู่ข้างนอก บอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากจะหารือกับคุณชาย อยากจะเข้ามาขอรับ”
หวังโย่วมองท้องฟ้า
ยามไห่[footnoteRef:2]แล้ว [2: ยามไห่ หมายถึง เวลาประมาณ๒๑.๐๐-๒๓.๐๐น]
พูดถึงเวินหลาน จู่ๆ เขาก็คิดถึงความฝันของเขาที่ฝันถึงวันที่สิบแปดเดือนสาม คนที่เขาเจอคือเวินหลานไม่ใช่เวินหนิง
เขากุมขมับแน่นกว่าเดิม พูดกับคนที่อยู่นอกประตู “บอกไปว่าข้าเข้านอนแล้ว ให้ที่ปรึกษาเวินมาวันพรุงนี้”
เวินหลานมาหาเขาจะมีธุระอะไรใด นอกจากจะเป็นพ่อสื่อให้ตนกับน้องสาวของเขา
หวังฉินเซิงเกาศีรษะ ปกติเวลานี้คุณชายเข้านอนแล้ว เขาเห็นไฟในห้องนายท่านดับลงแล้ว กลัวจะรบกวนหวังโย่ว จึงขัดคำสั่งนายท่านวิ่งไปเปิดประตู
หวังฉินเซิงปฏิเสธเวินหลานตามที่หวังโย่วสั่ง
เวินหลานคิดไม่ถึง เพราะหาก...หวังโย่วเข้านอนแล้วจริงๆ บ่าวรับใช้คนนี้คงไม่บอกให้ตนรอ
อาจจะเป็นเพราะเขามาดึกเกินไปกระมัง
เวินหลานไม่ได้คิดอะไรมาก ตั้งใจว่าวันพรุ่งนี้หลังจากเลิกงานจะตรงมาหาหวังโย่วทันที
หวังโย่วลุกขึ้นจากตั่งไม้ ดับไฟในห้องหนังสือ หลังจากเดินรับลมระหว่างกลับห้อง เขาค่อยรู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย เมื่อครู่เป็นเพียงความฝันที่เหมือนจริงเท่านั้น คงเป็นเพราะช่วงนี้เหนื่อยเกินไป
เขากลับเข้าห้องไปล้างหน้าแปรงฟัน รีบเข้านอน
แต่เมื่อล้มตัวนอนบนเตียง หลับตาลง เขาตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันอีกครั้ง
รัชศกเจียเหอปีที่สิบสี่ วันที่ยี่สิบห้าเดือนสาม อากาศดียิ่งนัก ดอกเหมยนอกกำแพงผลิบาน แตกกิ่งเข้ามาในเรือน ให้ความรู้สึกของฤดูวสันต์มากยิ่งขึ้น
เพราะเรื่องที่หออวิ๋นทิง หวังฝูยื่นคำขาดไม่ให้หวังโย่วออกจากจวนจนกว่าจะถึงวันสอบหน้าพระที่นั่ง หวังฉินเซิงพักรักษาตัวสองวันแล้ว เขาดีขึ้นมากแล้ว แค่ว่าเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่หออวิ๋นทิง อดเศร้าใจไม่ได้ ซ่อนตัวในมุมห้องแล้วแอบร้องไห้เป็นครั้งคราว
คุณชายของเขาสง่าผ่าเผย แต่กลับถูกหยามเกียรติต่อหน้าผู้คน เขาจะไม่ปวดใจได้อย่างไร
ทั้งหมดเป็นความผิดของเขา หากเขาไม่ตะกละ รอคุณชายนอกหออวิ๋นทิงก็คงจะดี
ผิดที่คุณชายคนนั้น ใช้อำนาจกดขี่ข่มเหง รังแกผู้อื่น!
หวังโย่วเดินออกมาจากห้องหนังสือ เห็นหวังฉินเซิงนั่งอยู่ มือหนึ่งเช็ดน้ำตา มือหนึ่งเด็ดหญ้าบนพื้น พร้อมกับบ่นไม่หยุด