ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 16 ตอนที่ 16
ตอนที่ 16
กลับถึงจวน เวินหนิงทายาให้หลิงหลานอีกครั้ง
หลิงหลานตกอยู่ในความงุนงง มีหลายสิ่งที่นางไม่เข้าใจ แต่นางไม่อาจถาม
คุณหนูสั่งให้นางทำสิ่งใด นางก็ทำสิ่งนั้น
“แต่ว่าคุณหนู สภาพของคุณชายเสิ่นในวันนี้ นี่ก็ใกล้จะถึงวันสอบหน้าพระที่นั่งแล้ว คุณหนู...จะไปเจอคุณชายเสิ่นอีกครั้งหรือเขียนจดหมายไหมเจ้าคะ”
หลิงหลานยังไม่ยอมแพ้กับเรื่องของเสิ่นจิ้น โดยเฉพาะหลังจากเห็นวิธีการพูดคุยแปลกๆ ระหว่างเวินหนิงและหวังโย่วในวันนี้...
หึ เมื่อก่อนตอนคุณหนูอยู่กับคุณชายเสิ่น ดูเป็นปกติมากกว่า...
เวินหนิงวางยาลง “ไม่จำเป็น”
สำหรับเวินหนิง เสิ่นจิ้นสอบหน้าพระที่นั่งได้คะแนนดีเหมือนชาติก่อนเป็นเรื่องที่ดี แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้นผลสอบของเขาต้องไม่เกี่ยวข้องกับนาง
ผลสอบดีเพียงใด อนาคตก้าวไกลเพียงใด หากตายไป ทุกอย่างจะมีประโยชน์อะไร
“จริงด้วย เรื่องวันนี้เจ้าห้ามบอกพี่ใหญ่เด็ดขาด พี่รองก็ด้วยเช่นกัน” เวินหนิงกำชับอีกครั้ง “หากพวกเขาถาม เจ้าก็บอกว่าข้าไล่เจ้าออกไป เจ้าไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง”
รอยฝ่ามือบนใบหน้า คืนนี้ทายาอีกสักครั้ง พรุ่งนี้เช้าก็น่าจะมองไม่เห็นแล้ว
หลิงหลานชื่อฟังนางมาก เวินหนิงพูดอะไรนางก็เชื่อทุกอย่าง แต่พี่ชายของนางไม่ใช่คนโง่ ไม่อาจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พวกเขาฟังเด็ดขาด
หลิงหลานพยักหน้า แสดงความเข้าใจ
“เรื่องที่จะทำในอีกสองสามวันข้างหน้า ก็ต้องปิดเป็นความลับ”
“เจ้าคะ?” หลิงหลานตกใจ “จะทำอะไรอีกหรือเจ้าคะ”
เวินหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
คนที่นางกำลังเผชิญหน้าคืออนาคตขุนนางอันดับหนึ่งในอีกสิบปีข้างหน้าของแคว้นต้าอิ้น เขาไม่ใช่คนที่จะหลอกลวงได้ง่ายๆ”
แรกเริ่มนางกังวลกับเรื่องในวันนี้มาก ตอนน้ำชาหกใส่แล้วเขาเดินออกไป เหงื่อบนฝ่ามือของนางทำให้ถุงหอมเปียกไปเกือบทั้งหมด
แต่ตอนที่เขาโมโหแล้วบอกลาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นทั้งที่ยืนอยู่ด้านหลังฉากกั้น ความกังวลแปรเปลี่ยนเป็นความสุข
ถูกต้อง สำหรับเรื่องที่ตบตาเขาได้สำเร็จ ทำให้นางมีความสุขมาก
แม้นางจะเคยมีชีวิตมาชาติหนึ่งแล้ว อาศัยประสบการณ์ในชาติก่อนทำให้เอาชนะได้ อันที่จริงไม่ควรลำพองใจ ทว่านางยังคงมีความสุข ใครให้เมื่อชาติก่อนเขาข่มเหงนางเล่า
“นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เจ้าช่วยข้าส่งจดหมายให้กับตระกูลหวัง” ขณะที่เวินหนิงพูด นางนั่งลงด้านหน้าโต๊ะ หยิบกระดาษและพู่กันที่เตรียมไว้ขึ้นมา
…
ความเป็นจริงหวังฉินเซิงไม่ได้บาดเจ็บสาหัส เขาที่เกิดในครอบครัวยากจน แม้จะไม่รังแกผู้ใด ทว่าเชี่ยวชาญในการหลบหลีกไม่ให้ถูกผู้อื่นรังแก
ตอนที่ชายฉกรรจ์ทำร้ายเขา เขาเลี่ยงไม่ให้โดนจุดสำคัญ ดังนั้นจึงแค่บาดเจ็บภายนอกเล็กน้อยเท่านั้น
แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้หวังฝูโมโหอย่างมาก ยื่นคำขาดก่อนจะถึงวันสอบหน้าพระที่นั่งไม่ให้หวังโย่วออกจากบ้าน ไม่ว่าผู้ใดจะเป็นคนเชื้อเชิญก็ตาม
คืนวันนั้น หวังฝูไปที่ห้องของหวังฉินเซิง ถามเขาว่าหวังโย่วไปพบใครกันแน่
เขาเคยถูกทำร้ายมาก่อน ยิ่งใกล้วันสอบก็ยิ่งนอนไม่หลับ แม้ตอนหลับฝันก็กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย กลัวหวังโย่วถูกทำลายแล้วพลาดการสอบ
หวังฉินเซิงตอบตามความจริง เขาไม่รู้อะไรทั้งนั้น ไม่ได้เห็นแม้กระทั่งชายเสื้อของอีกฝ่าย
หวังฝูถามอยู่นานเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหก ทางหวังโย่วก็ปิดปากเงียบ ไม่ว่าจะถามเช่นไรก็เอาแต่ตอบกลับว่า ‘ท่านพ่อวางใจขอรับ ข้าไม่ล้ำเส้น’ หวังฝูจึงทำได้เพียงยอมแพ้
เพียงแต่คิดไม่ถึง วันที่สองมีหญิงสาวมาที่เรือน บอกว่ามาส่งจดหมาย
หวังฝูไม่อนุญาตให้หวังโย่วออกจากเรือน ทางด้านหวังฉินเซิงที่เมื่อวานถูกทำร้าย ยังคงนอนอยู่บนเตียง ด้วยเหตุนี้เขาจึงไปเปิดประตูด้วยตนเอง ทั้งยังเป็นคนรับจดหมายไว้
กระดาษสีชมพูที่ไม่ค่อยได้พบเห็น รมกลิ่นกำยานที่มีเพียงสตรีใช้
หวังฝูถือจดหมายพร้อมกับเส้นเลือดขมับปูด
แม้จะไม่ควร แต่เมื่อคิดถึงการสอบหน้าพระที่นั่งในอีกสามสี่วันข้างหน้า สุดท้ายเขาก็เปิดจดหมายขึ้นมาอ่าน
อักษรบรรจงเล็ก เพียงมองก็รู้ว่าเป็นลายมือสตรี
“รุ่งสางเร่งสวมกระโปรงมิทันได้มัดผ้าผูกเอว แต่งแต้มขนงย่างกายไปที่ริมหน้าต่าง
อาภรณ์พริ้วไหวตามลมวสันต์ กระชับชายเสื้อ อดไม่ได้ที่จะตำหนิลมวสันต์”
พวงแก้มของหวังฝูปรากฏเลือดฝาดทันที
หวังฝูคิดไม่ถึงว่าเวลานี้สิ่งที่ทำให้หวังโย่วต้องสะดุดคือเรื่องรักใคร่ของหนุ่มสาว ทั้งยัง...
เพียงคิดถึงบทกลอนนั้น ทั้งไม่รักนวลสงวนตัว! ไม่รู้จักอับอาย!
ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งแดงก่ำ ครึ่งหนึ่งซีดขาว เดินเข้าไปในห้องด้วยความโมโห เดิมทีอยากตรงเข้าไปหาหวังโย่ว ถามเขาว่าที่ออกไปเมื่อวาน เพราะไปเจอสตรีนางนี้ใช่หรือไม่ ไม่เช่นนั้นเหตุใดกลับมาจึงปิดปากเงียบสนิท แล้วค่อยเกลี้ยกล่อมเขา ช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ไม่อาจคิดเรื่องรักใคร่ของหนุ่มสาวเด็ดขาด
แต่เดินไปเพียงครึ่งทาง หวังฝูก็หยุดลง
ปีนี้หวังโย่วอายุยี่สิบเอ็ดแล้ว ไม่เคยใกล้ชิดสนิทสนมกับสตรีใดมาก่อน เมื่อวานเขาออกไปตามลำพังเช่นนั้น หรือว่าจะมีใจให้สตรีคนนั้นจริงๆ
แม้กิริยาของสตรีนางนี้จะไม่อาจชื่นชมได้ แต่ว่า...
ใกล้สอบหน้าพระที่นั่งแล้ว หากหยิบยกเรื่องนี้มาพูด นำไปสู่ความขัดแย้ง รังแต่จะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเขา
ช่างเถอะ รอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน
หวังฝูจะเก็บจดหมาย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปกับเรื่องรักใคร่ก่อนสอบ
หวังฝูเก็บจดหมายเข้าไปในแขนเสื้อ ปรับสีหน้า เดินกลับห้องคล้ายไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
ตอนแรกคิดว่าปิดบังเรื่องนี้ระยะหนึ่ง เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป หลังจากสอบพระที่นั่งเสร็จ เขาค่อยหาโอกาสคืนจดหมายให้หวังโย่ว
แม้การกระทำของสตรีนางนี้จะเปิดเผยมากไปเล็กน้อย แต่เขาเข้าใจหวังโย่วเสมอ หากหวังโย่วชอบ เขาก็ไม่มีวันขัดขวาง
ทว่าคิดไม่ถึงว่าวันถัดมา หญิงสาวคนเดิมมาส่งจดหมายอีกครั้ง
ยังคงเป็นกระดาษสีชมพู หอมกลิ่นกำยาน
หวังฝูข่มความโมโห เคราสีขาวของเขาสั่นเทา ไม่อยากเสียเวลากับคนตรงหน้านาน กลัวผู้อื่นพบเจอ จึงรับจดหมายเอาไว้ แล้วมองหลิงหลาน
เห็นนางตรงไปตรงมา แต่งกายเรียบร้อย หวังฝูโล่งอกทันที
อย่างน้อยก็ไม่ใช่หญิงนางโลม
หลังจากหลิงหลานกลับไป หวังฝูเปิดจดหมาย กวาดสายตาอ่าน ยกมือขึ้นปิดตาด้วยความปวดหัว
นี่มัน...
ไม่ควรอ่าน ไม่ควรอ่าน
เขากระแอมไอ เก็บจดหมาย ไม่ได้เอ่ยเรื่องนี้กับหวังโย่ว
พลบค่ำ เขาคิดอยู่นาน สุดท้ายไปที่ห้องของหวังฉินเซิง บอกให้เขาพักอีกสองสาม
“นายท่าน ข้าหายตั้งนานแล้วขอรับ!” หวังฉินเซิงลูบศีรษะด้วยความงุนงง
“เจ้าพักอีกสองสามวัน ก่อนซู่จือเข้าร่วมการสอบหน้าพระที่นั่ง เจ้าเองก็ห้ามออกจากเรือน” หวังฝูลูบเครา
หวังฉินเซิงครุ่นคิด สองสามวันนี้หวังโย่วอยู่ในห้องหนังสือตลอดเวลา เขาไม่ควรรบกวน จึงรับปากหวังฝู
ทว่าหวังฝูกลับมีเรื่องที่เขาต้องพิจารณา
คาดว่าสตรีคนนั้นคงจะส่งจดหมายมาเรื่อยๆ ส่งถึงมือเขา เขาเพียงต้องเก็บรักษาเอาไว้ แต่หากส่งถึงมือหวังฉินเซิง แม้เขาจะอธิบายให้ฟัง แต่หวังฉินเซิงก็ไม่มีวันขัดคำสั่งหวังโย่ว ช่วยตนปิดบังเรื่องนี้แน่นอน
เวลานี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับการสอบหน้าพระที่นั่งของหวังโย่วแล้ว
ทางด้านเวินหนิง นางไม่รู้ว่าจดหมายส่งไม่ถึงหวังโย่ว แต่นางก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้
วันที่นางกลับมาจากหออวิ๋นทิง นางเขียน ‘จดหมายรัก’ ที่จะส่งให้เขาเสร็จหมดแล้ว
แน่นอน จดหมายนั้นนางไม่ได้เป็นคน ‘เขียน’ เอง โดยมากคัดลอกมาจากนิทานความรัก
นางให้หลิงหลานส่งจดหมายวันละหนึ่งฉบับ สำหรับเรื่องที่ว่าส่งถึงมือใครนั้น นางไม่ได้ถาม
สองวันนี้นางกำลังวางแผนการอื่น
ก่อนที่หวังโย่วจะกลับไปเป็นซื่อจื่อ นางต้องทำลายทุกความเป็นไปได้ไม่ให้เขารู้ว่านางเป็นใคร
ตอนนี้มีโอกาสดีๆ เข้ามาแล้ว
วันนี้หลังจากหลิงหลานส่งจดหมายกลับมา เห็นเวินหนิงเก็บสินติดตัวเจ้าสาว ไม่เพียงสินติดตัวเจ้าสาว แม้กระทั่งเครื่องหัวและเครื่องประดับก็เอาออกมาทั้งหมด
หรือว่าคุณหนูของนาง...
อยากจะแต่งงานถึงขั้นเก็บสินติดตัวเจ้าสาวเช่นนั้นหรือ
“คุณหนู!” หลิงหลานรีบเดินไปหา “คุณหนูทำอะไรเจ้าคะ วันหน้าย่อมมีคนช่วยคุณหนูจัดการเรื่องพวกนี้ คุณหนูไม่ต้องทำเองเจ้าค่ะ”
เวินหนิงเห็นหลิงหลานกลับมา เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก พูดด้วยรอยยิ้ม “โชคดีที่เจ้ากลับมา เร็วเข้า ไปหาห่อผ้าธรรมดาๆ มา”
หลิงหลานไม่เข้าใจ “ห่อผ้า?”
เวินหนิงพยักหน้า “พวกเราเลือกเครื่องประดับบางส่วนนำออกจากจวน แล้วเปลี่ยนเครื่องประดับเป็นเงิน”
หลิงหลาน “???”