ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 18 ตอนที่ 18

#18บทที่ 18

ตอนที่ 18

ขณะเดียวกัน ณ ตระกูลหวัง เงียบเป็นพิเศษ

เมื่อหวังฝูได้รับจดหมายจากหลิงหลาน เขาเก็บจดหมายดังเช่นที่ผ่านมา ไม่ได้บอกหวังโย่ว แต่เขารู้ดีว่าบุตรชายของตนฉลาดหลักแหลม รอบคอบ การที่เขาแอบเก็บจดหมายของบุตรชายเอาไว้เช่นนี้ จึงร้อนตัว ด้วยเหตุนี้สามสี่วันที่ผ่านมาจึงไม่ได้ไปหาบุตรชาย เพื่อเลี่ยงไม่ให้ความแตกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับบุตรชาย

ทางด้านหวังฉินเซิง หวังฝูทำตัวแปลกพิกลขอให้เขา ‘พักรักษาตัว’ หลายวันมานี้จึงไม่ได้ออกจากห้องเช่นเดียวกัน

กลับกลายเป็นฮูหยินหวังที่นอนซมอยู่บนเตียงมาโดยตลอด สามสี่วันนี้นางสดใสขึ้นมา ทำอาหารให้หวังโย่วด้วยตนเองหลายครั้ง

ฤดูวสันต์ เมื่อถึงยามโหย่ว ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ภายในตระกูลหวังจึงจุดตะเกียง เวลานี้จึงยิ่งเงียบ

ในมุมที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น เงาของร่างสูงใหญ่กระโดดข้ามกำแพง ตอนเท้าสัมผัสพื้นมีเสียงดังเพียงเล็กน้อย เพียงไม่นานฝุ่นก็ปกคลุม

“ให้รอนานแล้ว” หวังโย่วโน้มตัวทำความเคารพ เขายังคงสวมเสื้อธรรมดา พูดด้วยน้ำเสียงไพเราะ

ในมุมที่มืดสลัว ชายชุดดำซ่อนตัวไว้ เขาน้อมตัวคารวะ “คุณชายเกรงใจแล้ว”

“เป็นอย่างไรบ้าง” หวังโย่วถามเสียงเบา “ไม่มีสิ่งใดผิดปกติขอรับ แค่ว่าอีกสามวันก็จะถึงวันสอบหน้าพระที่นั่ง นายท่านกลัวจะมีคนทำร้ายคุณชาย จึงสั่งให้ถูไป๋มาดูแลความปลอดภัยขอรับ”

หวังโย่วทำความเคารพอีกครั้ง “ขอบคุณท่านอาจารย์แทนข้าด้วย”

“คุณชายไม่ต้องเกรงใจเช่นนี้ขอรับ” ถูไป๋เป็นชายหนุ่มวัยสิบเจ็ดสิบแปด เทียบกับหวังโย่วแล้ว เขาตัวเล็กกว่ามาก หน้าตาเย็นชา แขนที่ยื่นออกมามีรอยมีดชัดเจน

เขาพยุงแขนของหวังโย่ว พูดเสียงเบา “สามวันนี้ ถูไป๋มีเรื่องจะรายงานคุณชายขอรับ”

รูม่านตาของหวังโย่วหดลงเล็กน้อย “เชิญ”

ถูไป๋รายงาน ‘เรื่องผิดปกติ’ ที่เกิดขึ้นในสองสามวันนี้ให้หวังโย่วฟัง

ยกตัวอย่างเช่นในทุกวันจะมีสตรีคนหนึ่งส่งจดหมายมา แต่คล้ายหวังฝูไม่สบอารมณ์กับการมาของนางเท่าใดนัก ทุกครั้งที่เปิดประตูล้วนทำตัวลับๆ ล่อๆ คล้ายกลัวจะถูกจับได้ ทั้งยังรีบเก็บจดหมาย รีบเดินกลับเข้าห้องของตนเองราวกับเป็นขโมย

ยกตัวอย่างเช่นหลายวันมานี้มีคนโยนก้อนหินเข้ามาในลานบ้านเป็นประจำ ถึงขั้นคิดอยากจะปีนกำแพงเข้ามา แต่เขาหยุดอีกฝ่ายอย่างลับๆ อีกทั้งเขาก็สืบรู้แล้วว่าคนพวกนั้นเป็นใคร คนพวกนั้นฉินอวี่หลานชายของเสนาบดีฉิน

“คุณชาย หากมีสิ่งใดต้องการให้ถูไป๋ทำ สั่งมาได้เลยขอรับ” พูดจบ ถูไป๋ประสานมือ

เหตุการณ์วันนั้นที่หออวิ๋นทิง ฉินอวี่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ ถูกหวังฉินเซิงชกต่อยหลายหมัด ด้วยความไม่พอใจจึงมาหาเรื่อง ไม่แปลกแต่อย่างใด

แต่มีสตรีมาส่งจดหมาย?

หวังโย่วหรี่ตาลงเล็กน้อย ครุ่นคิด เขาพอจะเดาได้แล้วว่าเป็นใคร พูดเสียงเบา “ลำบากท่านพี่แล้ว เรื่องเล็กแค่นี้ไม่อาจรบกวนท่านพี่ได้ ปล่อยไปเถอะไม่ต้องสนใจ”

เพิ่งพูดจบ มีเสียง ‘ตึ้ง’ ดังขึ้น ตามด้วยเสียงโวยวาย “ให้ตายสิ! ไม่เชื่อหรอกว่าจะปีนข้ามไปไม่ได้!”

ถูไป๋เพียงได้ยินเสียงก็รู้ว่าเป็นใคร คิ้วเข้มทรงกระบี่ขมวดเป็นปมกำลังจะวิ่งออกไป แต่ถูกหวังโย่วห้ามไว้

“ให้ข้าจัดการเองเถอะ” เสียงของหวังโย่วอ่อนโยน แต่ตอนที่เขาเงยหน้าขึ้นหันไปมองตามต้นเสียงนั้น แววตาของเขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนปกติ แต่กลับเยือกเย็น เย็นยะเยือกราวกับกำลังมองสัตว์ที่ตายไปแล้ว

ฉินอวี่มาติดต่อกันหลายวัน แรกเริ่มเขาอยากจะล่อคนด้านในออกมา แต่ไม่ว่าเขาจะปาก้อนหินอย่างไรคนด้านในก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ตอนหลังเขาจึงคิดอยากจะปีนกำแพงเข้าไป

วันนั้นเขาไม่ได้แตะต้องแม้กระทั่งเส้นผมของหวังโย่ว กลับถูกต่อยจนหน้าฟกช้ำ มิหนำซ้ำกลับไปยังถูกบิดาด่าทอ เกือบจะถูกลงโทษด้วยกฎของตระกูล

หากแค้นนี้ไม่ชำระ ก็ไม่สมควรเป็นมนุษย์อีกต่อไป!

แต่พยายามปีนกำแพงอยู่สองวันติดต่อกัน เรือนนี้ไม่สูงมากนัก ทว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจปีนข้ามไปได้

วันนี้เขาจึงให้คนติดตามมาด้วย

คนที่มีฝีมืออย่างแท้จริงสี่คน บวกเขาอีกหนึ่งคน เขาไม่เชื่อว่าตนจะปีนข้ามกำแพงนี้ไม่ได้

แต่เขาเพิ่งปีนขึ้นกำแพง จู่ๆ ก็รู้สึกปวดรักแร้ ชาไปหมดทั้งแขน ตามด้วยแขนอีกข้างหนึ่ง หัวเข่าข้างซ้าย หัวเข่าข้างขวาก็เริ่มชาจนเขาล้มทับคนที่อยู่ด้านล่าง...

จากนั้นในตรอกที่มืดมิดก็มีเสียงร้องตะโกนดังขึ้น

“ตามมันไป!” ฉินอวี่ร้องตะโกนเสียงดัง

เขาคิดอยู่แล้ว แปลกประหลาดเช่นนี้ต้องมีคนกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน

รอให้เขาเจอตัวคนก่อเรื่องก่อน จะได้เห็นดีกัน!

ทว่าคิดไม่ถึงว่าหลังจากสิ้นเสียงของเขาไม่นาน วิ่งไล่ตามไปถึงตรอกซอยมืด องครักษ์สี่คนที่วิ่งอยู่ตรงหน้าเขาหายไป บริเวณโดยรอบเงียบสงัด

เขาสังหรณ์ใจไม่ดีจึงถอยหลัง ยังเดินไม่ถึงที่สว่าง ศีรษะของเขาก็รู้สึกปวดขึ้นมา

ก่อนจะหมดสติ เขาเห็นดวงตาคู่นั้น

เย็นชา เลือดเย็น ทอประกายท่ามกลางความมืด ราวกับสัตว์ประหลาดที่แฝงตัวมานาน

“ดูรายชื่อจับลูกเขย?” แม้จะรู้ว่าเรื่องที่เวินหนิงขอร้องเขาไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เมื่อเวินฉีได้ยินหกคำที่นางพูดออกมา เขาไม่อาจเก็บสีหน้าตกตะลึงของตนเองได้

“ใช่เจ้าค่ะ!” เวินหนิงไม่สนใจกาน้ำชาที่หลิงหลานทำแตก ขยับไปใกล้เวินฉีแล้วกอดแขนของเขา พูดเสียงหวาน “พี่ใหญ่เคยบอกว่าดูรายชื่อจับลูกเขยเป็นการแสดงออกที่โจ่งแจ้งไม่ใช่หรือเจ้าคะ เช่นนั้น...พวกเราเตรียมการให้พร้อม วันประกาศรายชื่อ ไม่ว่าเขาจะได้กี่คะแนน เราจับ...เขามาแต่งงานกับข้า!”

เวินฉีมองน้องสาวของตนเองอย่างไม่รู้จะพูดอะไร

นี่คือเวินหนิงน้องสาวที่อยู่ในกฎระเบียบของเขาจริงๆ หรือ หรือว่าถูกเสิ่นจิ้นถอนหมั้น สมองจึงกระทบกระเทือน

เขามองหลิงหลาน หลิงหลานมองมาทางเขาพร้อมกับแสดงสีหน้า ‘คุณหนูเป็นเช่นนี้ นางเองก็จนปัญญา’

“พี่รองเจ้าคะ ข้ารู้ว่าเรื่องนี้เกินงามไปเล็กน้อย” เวินหนิงกระตุกแขนเสื้อของเวินฉีแล้วพูด “แต่ตอนเด็กๆ อาหนิงก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่หรือเจ้าคะ”

เวินหนิงเอียงศีรษะ ดวงตาของนางทั้งดำสนิทและทอประกาย

เวินฉีชะงักเล็กน้อย

ถูกต้อง

เวินหนิงในวัยสิบห้ามีความเป็นกุลสตรี อ่อนโยนและโอบอ้อมอารี เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสตรีตระกูลชั้นสูง

แต่เขากับเวินหลานรู้ดี เดิมทีอาหนิงไม่ได้เป็นเช่นนี้

ตอนอาหนิงอายุไม่ถึงสิบขวบ นางเป็นเด็กที่ฉลาดและสดใส ไม่กลัวฟ้ากลัวดิน เที่ยวเล่นกับเขาและพี่ชาย ไม่รู้ว่าอะไรคือ ‘ตำราเตือนหญิง’ ‘ตำราสอนหญิง’

ทว่านับตั้งแต่ถูกเวินถิงชุนจับได้ เขาเชิญอาจารย์มาสอนนาง อาหนิงเด็กสาวจอมซนคนนั้นค่อยๆ หายไป บางครั้งตอนที่เขานั่งดื่มกับเวินหลาน อดไม่ได้ที่จะคร่ำครวญ ไม่รู้ว่าอาจารย์ที่ท่านพ่อเชิญมานั้นใช้วิธีการใด จึงทำให้เวินหนิงเปลี่ยนไปเช่นนี้

“พี่รอง” เวินหนิงเขย่าแขนของเขา “อาหนิงอุตส่าห์เจอผู้ชายที่ถูกใจ อยากจะทำตามหัวใจตนเองสักครั้ง ไม่ได้หรือเจ้าคะ”

เวินฉีใจอ่อนแล้ว

หากอาหนิงชื่นชอบบุรุษคนนั้นถึงขั้นนี้...แม้ต้องช่วงชิงก็จะช่วงชิง! เกียรติยศกินแทนข้าวแทนสุราได้หรือ มีเพียงท่านพ่อเท่านั้นที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องไร้สาระเหล่านี้

“พี่รอง พี่อยากจะทำการค้ามาโดยตลอดไม่ใช่หรือเจ้าคะ” เวินหนิงใช้ท่าไม้ตาย “พี่ดูสิเหล่านี่คืออะไร”

เวินหนิงหยิบตั๋วเงินที่ได้จากการขายเครื่องประดับออกมาจากแขนเสื้อ ยิ้มแล้วชูให้เวินฉีดู

เวินฉีมองตั๋วเงินเหล่านั้น ไม่ได้ตื่นเต้นดีใจ ในทางตรงกันข้ามเขาขมวดคิ้วเป็นปม “อาหนิง เจ้าเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากที่ใด”

ขณะพูดเขาหันไปมองหลิงหลาน

หลิงหลานอยากจะบอกความจริง นั่นล้วนเป็นเงินที่ได้มาจากการขายเครื่องประดับของคุณหนู แต่ขณะเดียวกันเวินหนิงก็มองมาที่นาง

นางกลืนคำพูดที่กำลังจะเปล่งออกไปลงคอ หลุบตาลง ยืนเงียบ

“พี่รองไม่ต้องสนใจว่าข้าเอาเงินมาจากที่ใด” เวินหนิงเก็บตั๋วเงิน “หากพี่ไม่ช่วยข้า ข้าจะใช้เงินนี้ว่าจ้างผู้อื่น”

เวินฉีถอนหายใจด้วยความจนปัญญา รู้ว่าน้องสาวคนนี้รับมือยาก พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “อาหนิง พี่รองเพียงอยากจะถามเจ้า เจ้าชื่นชอบบัณฑิตหวังโย่วถึงขั้นนั้นจริงๆ หรือ”

เวินหนิงบีบถุงหอมของตนเองแน่น พยักหน้า

“ได้! พี่รองจะช่วยเจ้าเอง”

“เช่นนั้น...เมื่อถึงเวลาท่านพ่อ...”

เวินฉีดีดหน้าผากของนาง หรี่ตาลง “เจ้ามาหาพี่รอง เพราะรู้ว่าพี่ไม่กลัวท่านพ่อไม่ใช่หรือ”

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 18 ตอนที่ 18