ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 23 ตอนที่ 23

#23บทที่ 23

ตอนที่ 23

เวินหนิงไม่เคยเห็นถนนฉังอันครึกครื้นเช่นนี้มาก่อน

วันนี้เมื่อชาติก่อนนางรักษากฎระเบียบ ไม่ออกนอกจวนตามอำเภอใจ ปล่อยให้ตนเองกังวล รอฟังข่าวที่จวน ดังนั้นนางจึงไม่เคยเห็นความครึกครื้นเช่นนี้

ตอนหลังนางเคยเห็นถนนฉังอันเต็มไปด้วยผู้คน แต่นั่นคือรัชศกเจียเหอปีที่สิบเก้า นั่นคือช่วงสงครามเซวียนผิงที่ทำให้แคว้นตกอยู่ในสภาวะสั่นคลอน บนท้องถนนเต็มไปด้วยชาวบ้านที่กำลังหนีออกนอกเมืองหลวง บรรยากาศไม่ได้ชื่นมื่นเช่นวันนี้

เวินหนิงบอกว่าจะมาดูผลการสอบ ทว่านางไม่ได้ไปดูประกาศจากทางทางการ

ที่นั่นเต็มไปด้วยผู้คนตั้งแต่เช้าแล้ว

นางไปยังโรงน้ำชาที่เลือกเอาไว้ตั้งแต่แรก สั่งน้ำชาที่ปกติไม่กล้าสั่ง จากนั้นรอฟังประกาศ

เมืองหลวงเล็กแค่นี้ ทั้งยังเป็นการสอบขุนนางที่ทุกคนให้ความสนใจ เมื่อผลสอบออกมา ไม่นานก็รู้กันถ้วนทั่ว นางคิดในใจ เมื่อผลสอบออกมา นางจะรีบไปรับเงินทันที

นางต้องจ้างบ่าวรับใช้ชั่วคราวอีกสองสามคน เพื่อเลี่ยงไม่ให้อีกฝ่ายผิดคำพูด

หลิงหลานที่นั่งอยู่ข้างๆ ร้อนใจจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ “คุณหนู พวกเราไม่กลับจวนหรือเจ้าคะ” “กลับไปทำไม อยู่ที่นี่รู้ข่าวเร็วที่สุดแล้ว” เวินหนิงมองผู้คนบนท้องถนน

“แต่ว่า...แต่ว่า...” พวงแก้มของหลิงหลานแดงระเรื่อเล็กน้อย โน้มตัวไปใกล้เวินหนิง “ดูรายชื่อจับลูกเขยไม่ใช่หรือเจ้าคะ คุณหนูในสภาพนี้...” จะแต่งงานอย่างไร

เอ่อ...

เวินหนิงกะพริบตาปริบๆ ตอนนี้นางคิดถึงแต่เรื่องเงินห้าพันตำลึง จนเกือบลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

แต่ว่านางไม่ได้จะแต่งงานเสียหน่อย

นางบอกให้เวินฉีพาคนนับสิบไป ‘จับลูกเขย’ แต่ความเป็นจริง นางไม่เคยคิดว่าจะทำสำเร็จ เผยโย่วฝีมือดีเช่นนั้น จะถูกจับเป็น ‘ลูกเขย’ ได้อย่างไร แม้จะถูกจับ เขาก็เป็นถึงจอหงวน พูดเก่งถึงขั้นโอรสแห่งสวรรค์ยอมฟัง จะถูกควบคุมง่ายๆ ได้อย่างไร

ที่นางทำเช่นนี้เพราะอยากให้เผยโย่วเกลียดนางมากขึ้น ให้คนทั้งเมืองหลวงรู้ว่า นางเวินซื่ออาหนิง มีใจให้จอหงวนก็เท่านั้น

“ไม่รีบร้อน ข้ามีแผนของข้า” เวินหนิงพูดอย่างเป็นธรรมชาติ

หลิงหลานจนปัญญา ทำได้เพียงดื่มน้ำชากับเวินหนิง

เพิ่งถึงยามซื่อ ถนนฉังอันที่ครึกครื้นจู่ๆ ก็แตกตื่นขึ้นมา ตามด้วยเสียงคนวิ่งไปพร้อมกับร้องตะโกน “ประกาศผลแล้ว ผลสอบคัดเลือกฤดูวสันต์ออกมาแล้ว!”

ผู้คนร้องลั่น วิ่งไปทางกรมธรรมการ

เวินหนิงยื่นหน้าออกไปมองผู้คนที่เดินกันขวักไขว่พลางขมวดคิ้ว

คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะวุ่นวายเช่นนี้ จากสถานการณ์แล้ว ง่ายที่จะเหยียบกันตาย

“ช่างเถอะ ไม่ต้องรีบร้อน” เมื่อถึงเวลา เวินหนิงกลับใจเย็น “พวกเราดื่มน้ำชาอีกสักหน่อย ดูการแสดงอีกสักครู่แล้วกัน”

ประเดี๋ยวต้องรอตั๋วเงินอีก

คนจำนวนมากทำให้เกิดเรื่องขึ้นง่าย

แม้พวกนางจะแต่งเป็นชาย แต่ถึงอย่างไรก็เป็นสตรี ทำอะไรก็ไม่ค่อยสะดวก

ทั้งสองรอไม่นาน ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงคนร้องตะโกนด้วยความดีใจ “ข้าว่าแล้ว คุณชายหวังมากความสามารถ รอบรู้ สอบได้ที่หนึ่งทุกครั้ง ครั้งนี้ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เขาคือจอหงวนคนใหม่ที่ฝ่าบาทแต่งตั้ง! ได้ยินว่าฝ่าบาทพระราชทานโล่เกียรติคุณ ทำให้พวกกั๋วจื่อเจียนชิดซ้าย สร้างหน้าสร้างตาให้บัณฑิตยากจนอย่างพวกเราจริงๆ”

เมื่อหลิงหลานได้ยิน นางแทบจะกระโดดลุกจากเก้าอี้

คุณชายหวังจริงๆ ด้วย คุณหนูของนางช่างสายตาเฉียบแหลมจริงๆ

เวินหนิงเพียงเบ้ปาก

มีคนเข้ามาอีกหลายคน ล้วนพูดถึงหวังโย่ว ชื่นชมยกยอเขากันใหญ่ ไม่มีใครพูดถึงอันดับอื่นๆ

“หลิงหลาน” เวินหนิงขยับไปใกล้หลิงหลาน “เจ้าไปชั้นล่างแล้วถามผู้อื่นดู หลิ่วเยี่ยสอบได้อันดับที่เท่าใด อีกเรื่องหนึ่ง...”

เวินหนิงเงียบ “เสิ่นจิ้นด้วย ผลการสอบของเขาเป็นอย่างไร”

หลิงหลานอ้าปากด้วยความตกตะลึง เวินหนิงโบกมือ สั่งให้นางรีบลงไป

นางรู้ว่าหลิงหลานจะพูดสิ่งใด

อยากจะพูดว่าคุณหนูยังให้ความสนใจคุณชายรองเสิ่นอยู่หรือ

เวินหนิงถอนหายใจ

เมื่อครั้นตอนที่นางยังสาว นางเคยมอบใจให้เขา เสียน้ำตาให้เขา เป็นหญิงหม้าย แล้วจะให้นางไม่สนใจเขาเลยได้อย่างไร

แต่ว่าความรู้สึกอันน้อยนิดของนางเทียบกับชีวิตของเขาแล้ว เทียบกับเดินตามรอยเดิมทั้งที่กลับมาเกิดใหม่ ความรู้สึกของนางไร้ค่ายิ่งนัก

ไม่นานหลิงหลานก็กลับมา สีหน้าของนางทั้งดีใจและกังวล สลับไปมา กระทั่งเดินไปตรงหน้าเวินหนิง ไม่รู้ว่าควรแสดงสีหน้าอย่างไร

สุดท้ายนางนั่งลงข้างๆ เวินหนิง “คุณหนู คุณหนูอยากฟังข่าวดีก่อนหรือข่าวร้ายก่อนเจ้าค่ะ”

อีกฝ่ายถามเช่นนี้ทำให้เวินหนิงพอจะคาดเดาได้แล้ว “ข่าวดี”

หลิงหลานยิ้มร่า พูดกระซิบข้างหู “บัณฑิตนามหลิ่วเยี่ย สอบได้อันดับสามจริงๆ เจ้าค่ะ!”

แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ดวงตาของเวินหนิงทอประกายขึ้นมาทันที นางอารมณ์ดีขึ้นมาก

แต่ก็ข่มความรู้สึกไว้ได้ นางถามต่อซ๋ษ “แล้วข่าวร้ายเล่า”

“ข่าวร้ายคือ...” หลิงหลานถอนหายใจ “ข่าวร้ายคือคุณชายรองเสิ่นไม่ติดอันดับเจ้าค่ะ”

เมื่อคราวก่อนตอนพวกนางเจอเสิ่นจิ้นดื่มเหล้าที่หออวิ๋นทิง หลังจากกลับจวนนางก็ให้คนไปสืบ รู้ว่าตั้งแต่ถอนหมั้น คุณชายรองเสิ่นดื่มเหล้าทุกวัน เหลียงซื่อส่งเทียบเชิญมาที่จวน ทว่านายท่านปฏิเสธ

นางเป็นห่วงไม่อยากให้เวินหนิงคิดมาก ดังนั้นจึงไม่เคยเล่าให้เวินหนิงฟัง

“แต่ว่าคุณชายรองเสิ่นอยู่ในกองทัพนานกว่าครึ่งปี ร่ำเรียนในกั๋วจื่อเจียนเพียงเดือนสองเดือน ไม่ติดอันดับก็ไม่ใช่เรื่องแปลก” หลิงหลานกลัวเวินหนิงคิดมาก จึงพูดเสริม

เวินหนิงจิบน้ำชา

สอบไม่ติดก็ดี

สอบไม่ติด แสดงว่าเส้นทางชีวิตของเขาในชาตินี้แตกต่างจากชาติที่แล้ว ไม่แน่อาจจะไม่ด่วนจากไปทั้งที่อายุยังน้อย

เวินหนิงเอาเงินให้หลิงหลาน “เจ้าไปจ้างมือดีชั่วคราวมาสามสี่คน ประเดี๋ยวพวกเราไปรับเงินที่บ่อนการพนันกัน!”

หลิงหลานอยากจะถาม แล้วพวกเราจะกลับไปแต่งงานเมื่อใด หลังครุ่นคิด นางเลือกที่จะเงียบ แล้วรับเงินพร้อมกับทำตามคำสั่งของเวินหนิง

เวินหนิงนั่งอยู่ในโรงน้ำชาด้วยความใจเย็น วางแผนสิ่งที่จะทำต่อจากนี้

เขากับเวินฉีตกลงกันแล้ว รอแห่จอหงวนจบ หวังโย่วกลับถึงจวนหวัง เขาจะนำคนไปจับตัวหวังโย่ว เมื่อจับได้แล้วจะพาเขาเข้าพิธีแต่งงานที่จวนเวิน

แน่นอน ในแผนการของนาง หวังโย่วไม่มีทางถูกจับ แม้ถูกจับไปที่จวนเวินจริงๆ เขาก็ไม่มีวันยอมแต่งงาน

ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใด นางต้องกลับไปรอที่จวนก่อนขบวนแห่ของหวังโย่วจะจบลง

โชคดีที่ขบวนแห่จอหงวนเป็นช่วงครึกครื้นที่สุด ทุกคนล้วนอยากเห็นจอหงวนผู้สอบได้อันดับหนึ่งทั้งหกสนามสอบคนนี้ เวลานั้นผู้ไปรับเงินจากบ่อนพนันน่าจะไม่มาก นางไปเวลานี้ดีที่สุดแล้ว

ขณะทีเวินหนิงกำลังวางแผน ได้ยินเสียงกลองดังขึ้น ครื้นเครงยิ่งนัก ผู้คนหลั่งไหลกันเข้ามา ทั้งยังส่งเสียงร้องแสดงความยินดี

ขบวนแห่จอหงวนเริ่มต้นแล้ว

เวินหนิงมองชั้นล่าง หลิงหลานยังไม่กลับมา

นางเอามือเกยคาง มองออกไปนอกหน้าต่าง

โรงน้ำชาที่นางอยู่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ไม่นาน เสียงกลองดังขึ้นเรื่อยๆ นางเห็นเผยโย่วในชุดสีเทา นั่งอยู่บนหลังมา ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ท่ามกลางผู้คนที่รายล้อม

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 23 ตอนที่ 23