ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 12 ตอนที่ 12
ตอนที่ 12
กลับมาจากตระกูลเวิน เวินหลานตรงไปหาเวินหนิงเพื่อเอาความดีความชอบทันที เล่าให้ฟังว่าตนใช้ไหวพริบและคำพูดชาญฉลาดอย่างไรบ้าง คล้ายว่าที่หวังโย่วตอบตกลงออกมาเจอเวินหนิงเป็นการส่วนตัว ทั้งหมดเพราะคำพูดของเขา
ก่อนกลับไม่ยังลืมที่จะกำชับเวินหนิง สองวันนี้ให้อ่านตำราสักสามสี่เล่ม เสาะหาคำถามเพื่อ ‘พูดคุย’ ทางทีดีที่สุดให้แต่งบทกลอนดีๆ สักบท จะได้ทำให้หวังโย่วประทับใจ
เวินหนิงถอนหายใจทันทีที่เวินหลานเดินออกไป
เหตุใดชาติก่อนจึงไม่รู้สึกว่าพี่ชายพึ่งไม่ได้เช่นนี้ ตอนถูกเวินถิงชุนด่านางอุตส่าห์สงสารเขาอยู่บ่อยครั้ง
อุปนิสัยของเผยโย่วเป็นเช่นไร ก่อนเรื่องที่เขาถูกเลี้ยงไว้นอกเรือนจะแดงขึ้นมา ครั้งหนึ่งเคยมีข่าวลือว่าเขาไม่ใกล้ชิดสนิทสนมกับสตรีคนใด เรื่องนี้ทำให้องค์หญิงใหญ่กังวลไม่น้อย ลำพังแค่คำพูดของเวินหลานทำให้เขาตอบตกลงเจอสตรีเป็นการส่วนตัวได้อย่างไร
ตอนนี้พิสูจน์สิ่งที่นางคิดก่อนหน้านี้ได้แล้ว เผยโย่วต้องคุ้นหน้านางอย่างแน่นอน จึงสงสัยเช่นนี้
เช่นนั้นการเจอกันครั้งนี้ของนางกับเขาสำคัญมาก ต้องระมัดระวังและวางแผนให้ดี
หลิงหลานมองเวินหนิงที่อุตส่าห์กลับมาเป็นปกติสองสามวัน กลับมาจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จมอยู่ในห้วงความคิดและขมวดคิ้วเป็นปม นางทำได้เพียงซื้อยาให้เวินหนิงเงียบๆ
ชั่วพริบตาก็วันที่สิบเจ็ดเดือนสามแล้ว
เทียบกับสามสี่วันก่อน อากาศไม่ค่อยหนาวมากแล้ว หลังจากอากาศกลับมาอบอุ่นก็ให้ความรู้สึกของฤดูใบไม้ผลิมากขึ้น นกน้อยร้องเจื้อยแจ้ว ทำให้สวนครึกครื้นขึ้นมาก
หลิงหลานเดินถือยาเข้าไป
พูดไปแล้วก็แปลกยิ่งนัก เมื่อก่อนคุณหนูของนางกลัวการกินยาที่สุด ในทุกวันต้องเกลี้ยกล่อมแล้วเกลี้ยกล่อมอีกจึงจะยอมกิน เดิมทีคิดว่าตนแอบไปซื้อยาเช่นนี้ ต้องเกลี้ยกล่อมคุณหนูอยู่นานกว่านางจะยอมดื่ม แต่สองสามวันนี้คุณหนูกลับดื่มยาราวกับดื่มน้ำ ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว
หลิงหลานไม่รู้เลยว่า ช่วงสองปีสุดท้ายของชีวิตชาติที่แล้ว เวินหนิงต้องดื่มยาทุกวัน ยาพวกนั้นขมกว่ายาที่ดื่มตอนนี้มาก สำหรับนางยาที่ดื่มในตอนนี้จึงไม่แตกต่างกับน้ำเปล่า
มากไปกว่านั้นยาตำรับนี้ช่วยให้นอนหลับสนิท ทำให้นางฝันน้อยลง นางจึงยินดีที่จะดื่ม
“คุณหนู” หลิงหลานวางยาไว้บนโต๊ะเช่นเดียวกับที่ผ่านมา
เวินหนิงยกยาขึ้นมาแล้วดื่มจนหมด
หลิงหลานเลื่อนผลไม้แช่อิ่มไปตรงหน้า
เวินหนิงยกมือขึ้นปฏิเสธ “ไม่จำเป็น”
หลิงหลานจิปาก พูด “คุณหนู ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ ข้าก็รู้สึกว่าคุณหนูโตขึ้นมา คล้ายว่าข้า...เป็นส่วนเกินอย่างไรอย่างนั้น”
เวินหนิงหัวเราะ “พี่อาหลานของข้ารู้สึกว่าหมู่นี้ข้าทำให้เจ้าวางใจเช่นนั้นหรือ”
ตอนเวินหนิงเล็กๆ นางมักจะเดินตามหลังหลิงหลานแล้วร้องเรียกนางว่า ‘พี่อาหลาน’ เสมอ
“ไม่ได้ทำให้วางใจเจ้าค่ะ คุณหนูเอาแต่ขมวดคิ้วทั้งวัน...” หลิงหลานส่ายหน้า ยกจานผลไม้แช่อิ่มขึ้นมากำลังจะเดินออกไป
“ช้าก่อน” เวินหนิงคว้ามือหลิงหลาน บอกให้นางนั่งลงข้างๆ ตน “หลิงหลาน มีเรื่องจะให้เจ้าช่วย”
หลิงหลานชะงัก “คุณหนูอย่าใช้คำว่าช่วยกับข้าเจ้าค่ะ มีเรื่องอะไรให้ข้ารับใช้เชิญสั่งมาได้เลย”
เวินหนิงเรียบเรียงคำพูด โน้มเข้าหาหลิงหลานแล้วกระซิบให้นางฟัง
หลิงหลานฟังคำพูดของเวินหนิง เบิกตากว้างทันที สีหน้าของนางฉายความตกตะลึงและไม่เข้าใจ
“คุณหนู เพราะอะไรเจ้าคะ...”
“อย่าถามข้าว่าเพราะอะไร ขอเพียงตอบข้า เจ้าทำได้หรือไม่” เวินหนิงจับจ้องไปที่สาวใช้
“แต่ว่า...”
“หลิงหลาน เจ้าเชื่อข้า” เวินหนิงจับมือหลิงหลาน ในความอ่อนโยนของนางแผ่ซ่านด้วยความหนักแน่น “ข้าทำเช่นนี้ย่อมมีเหตุผล”
หลิงหลานรู้ดีว่านับวันเวินหนิงก็ยิ่งมีความคิดเป็นของตนเอง ทั้งถอนหมั้นเสิ่นจิ้น ทั้งให้คุณชายใหญ่นัดเจอหวังโย่วเป็นการส่วนตัว สิ่งที่เวินหนิงจะให้ทำในวันพรุ่งนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างไรเวินหนิงก็เป็นคุณหนูของนาง แม้จะไม่เข้าใจ ก็ทำได้เพียงพยักหน้าเท่านั้น
วันถัดมา วันที่สิบแปดเดือนสาม
เวินหลานมาแต่เช้า กำชับแล้วกำชับอีก
หนึ่งเป็นเพราะที่ภัตตาคารมีคนมากมาย ปัจจุบันข้อบังคับของสตรีของแคว้นต้าอิ้นผ่อนคลายกว่าเมื่อก่อนมาก แต่หากมีคนรู้ว่าเวินหนิงที่เพิ่งถอนหมั้นก็นัดเจอบุรุษอื่นเป็นการส่วนตัว ไม่ว่าอย่างไรก็ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง เวินหลานจึงบอกให้นางระมัดระวังตัว
สองเป็นเพราะแม้มองดูแล้วหวังโย่วจะมีความเป็นสุภาพบุรุษ ทว่ามนุษย์รู้หน้าไม่รู้ใจ จึงกำชับเวินหนิงเรื่องการวางตัว อย่าให้ผู้อื่นรังแกได้
แน่นอนว่าเวินหนิงย่อมตอบตกลงทุกอย่าง
“เจ้าหนอ” เวินหลานจนปัญญากับน้องสาวคนนี้ “วันนี้ให้บ่าวรับใช้ติดตามเพิ่มอีกสองคน หากมีสิ่งใดไม่ชอบมาพากล รีบบอกเถ้าแก่เสีย พี่ฝากฝังไว้เรียบร้อยแล้ว คุยกันเสร็จแล้วอย่ารีบกลับ พี่จะไปรับเจ้าด้วยตนเอง”
“เจ้าค่ะๆ พี่ใหญ่ไปทำงานด้วยความสบายใจเถอะ”
หลังจากไล่เวินหลานออกไป เวินหนิงรอจนกระทั่งใกล้เที่ยงวัน ค่อยขึ้นเกี้ยว ตรงไปที่หออวิ๋นทิง
…
สถานการณ์บ้านเมืองในช่วงหลายปีมานี้มั่นคง ชายแดนเงียบสงบ ประชาชนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การค้าเจริญรุ่งเรือง เพียงสองปีนี้ ในเมืองหลวงมีภัตตาคารเปิดใหม่นับสิบร้าน ทุกร้านล้วนมีเอกลักษณ์และความพิเศษเฉพาะตัว
หออวิ๋นทิงตกแต่งโดยคงเอกลักษณ์ของเจียงหนาน เป็นอาหารเจียงหนานแท้ๆ ได้รับความนิยมจากเหล่าปัญญาชนอย่างมาก
เวินหนิงออกไปครั้งนี้ ทำตามคำสั่งของเวินหลาน ให้บ่าวรับใช้ติดตามเพิ่มสองคน ทั้งยังให้ชวนซิ่ง สาวใช้อีกคนหนึ่งติดตามไปด้วย
ชวนซิ่งไม่ค่อยได้ออกนอกจวน ทั้งยังไม่ใช่คนเรียบร้อยเหมือนหลิงหลาน เวลานี้นางเห็นรถราบนถนนฉังอัน อีกทั้งในหออวิ๋นทิงก็เต็มไปด้วยแขกเรื่อ นางเอาแต่พูดข้างหูเวินหนิงไม่หยุด
“คุณหนู บ่าวรู้ว่าเมืองหลวงเจริญรุ่งเรือง แต่คิดไม่ถึงว่าจะครึกครื้นเช่นนี้”
“คุณหนู คุณหนูดูเกี้ยวทางด้านนั้นสิเจ้าคะ คิดว่าน่าจะเป็นคุณหนูตระกูลชั้นสูงใดตระกูลหนึ่งออกมารับประทานอาหารเช่นเดียวกันเจ้าค่ะ!”
“คุณหนู...”
ชวนซิงยังอยากจะพูดต่อ แต่ถูกหลิงหลานปรามเอาไว้ “ชุนซิง”
เช้าวันนี้คุณชายใหญ่กำชับแล้วกำชับอีก วันนี้ต้องสงบเสงี่ยมให้มากที่สุด
ตั้งแต่วินาทีแรกที่เวินหนิงก้าวออกมาจากจวนเวิน นางก็เริ่มตื่นเต้น นางไม่ได้สนใจสิ่งที่ชวนซิงพูด
ทว่าเงยหน้าขึ้นมองถนนฉังอันที่แสนครึกครื้นเป็นครั้งคราว
รัชศกเจียเหอปีที่สิบสี่ คือปีที่แคว้นต้าอิ้นสงบที่สุด ทั้งยังเป็นปีที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด ไม่เพียงด้านการค้า บนท้องถนนยังเต็มไปด้วยสตรี เนื่องจากนับตั้งแต่ฮ่องเต้เจียเหอขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้มีนโยบายใหม่ ลดกฎระเบียบข้อบังคับที่มีต่อสตรี ทำให้สตรีใช้ชีวิตผ่อนคลายมากขึ้น
เพราะเวินหลานกำชับไว้ ตั้งแต่เวินหนิงเดินเข้าหออวิ๋นทิงนางก็ไม่ชำเลืองมองที่ใดแม้แต่น้อย หลังจากกล่าวทักทายเด็กรับใช้และเถ้าแก่ของร้านเสร็จ ก็มีเด็กรับใช้เดินเข้ามาหา พานางเข้าไปในห้องอาหาร
เผยโย่วยังมาไม่ถึง
เวินหนิงให้เพียงหลิงหลานอยู่ในห้องอาหารกับนาง
“คุณหนู ทำเช่นนี้...จะดีหรือเจ้าคะ” หลิงหลานมองไปรอบๆ
ภายในห้องหรูหรายิ่งนัก ตกแต่งงดงาม วัสดุในห้องทำจากไม้ที่ทนทาน คาดว่าน่าจะเก็บเสียงได้ค่อนข้างดี เพียงแต่เมื่อครู่คนพวกนั้นต่างรู้กันหมดแล้วว่าคุณหนูมาที่นี่ หน้าห้องยังมีบ่าวรับใช้ของจวนเวินเฝ้า ประเดี๋ยวหวังโย่วเข้ามา เปิดประตูเข้ามาท่ามกลางสายตาของผู้คน เช่นนั้นทุกคนก็รู้แล้วไม่ใช่หรือว่าเผยโย่วกับคุณหนูอยู่ในห้องอาหารเดียวกัน
“ไม่ต้องกังวล” ห้องอาหารอยู่ชั้นสอง เวินหนิงเปิดหน้าต่างด้านที่ติดกับถนน “พี่ใหญ่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”
ช่วงเวลาหลายปีที่นางติดตามเผยโย่ว นางก็พอจะได้เปิดหูเปิดตามาบ้าง
เมืองหลวง ยิ่งภายนอกต้อนรับแขกดีเพียงใด ภายในก็ยิ่งโสมม
เวินหนิงเอามือเท้าคางมองผู้คนบนท้องถนน เพียงครู่หนึ่ง นางเห็นบุรุษชุดเทาเดินมาช้าๆ
คนบางคน แม้จะเป็นเพียงปุถุชนทั่วไป แม้จะสวมเพียงผ้าเนื้อหยาบ แม้จะอยู่ในฝูงชน แต่ยังคงความโดดเด่น มีสง่าราศี ทำให้เพียงปราดตามองก็สะดุดสายตาแล้ว