ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 3 ตอนที่ 3

#3บทที่ 3

ตอนที่ 3

โถงใหญ่จวนเวิน เวินถิงชุนและเสิ่นเกาหลานนั่งอยู่บนเก้าอี้ซ้ายและขวา ทั้งสองจิบน้ำชา พร้อมกับพูดถึงการสอบคัดเลือกช่วงวสันต์ในครั้งนี้

แม้ผลการสอบยังไม่ออกมา แต่ได้ยินว่ามีบทความของหลายคนเขียนสื่อให้เห็นถึงความรอบรู้ทั้งเหตุการณ์สมัยโบราณและสมัยปัจจุบัน เขียนได้ดียิ่งนัก ทำให้จังปั๋วจ้งบัณฑิตในสำนักบัณฑิตฮั่นหลินถึงกับตบโต๊ะชม

“ได้ยินว่าจั๋วเซิงเข้าร่วมการสอบในครั้งนี้ด้วยหรือ” เวินถิงชุนดื่มน้ำชา แล้วพูดเข้าเรื่อง “จั๋วเซิงไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ เก่งทั้งบุ๋นและบู้ อนาคตไกลยิ่งนัก”

เสิ่นจิ้น ชื่อทางการจั๋วเซิง แม้จะเป็นคุณชายรองของตระกูลเสิ่น ทว่าถูกฝากความหวังเอาไว้ เห็นได้อย่างชัดเจนจากชื่อของเขา

ในอดีตเวินถิงชุนและเสิ่นเกาหลานถูกเรียกเข้าเมืองหลวงพร้อมกัน ประจวบเหมาะเหลียงซื่อกำลังตั้งครรภ์เสิ่นจิ้น ทั้งสองดื่มสุราไปพร้อมกับตั้งชื่อนี้ ซึ่งความหมายของชื่อคือ ‘พัฒนาก้าวหน้า’

“เขาถูกตามใจจนเสียคน!” พูดถึงเรื่องนี้เสียงของเสิ่นเกาหลานดังขึ้น “เขาดึงดันที่จะเข้าร่วมการสอบ หากสอบได้ตำแหน่งก็คงจะดี แต่หาก...”

เสิ่นเกาหลานถอนหายใจ “คนมากมายในเมืองหลวงต่างรอหัวเราะเยาะเขา”

“สมัยก่อนพี่เสิ่นสอบได้ลำดับที่สอง ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น เฮ่าเอ๋อร์อยู่ในสำนักฮั่นหลิน จั๋วเซิงคงไม่ต่างกัน”

เสิ่นเฮ่าเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลเสิ่น พี่ชายของเสิ่นจิ้น

“ครั้งนี้เสิ่นเอ๋อร์ทำให้ข้าคาดไม่ถึง เดิมทีข้าคิดว่า...”

“อะแฮ่ม...”

เหลียงซื่อนั่งถัดจากพวกเขา ฟังทั้งสองคุยกัน ไม่ง่ายเลยกว่าจะพูดถึงเสิ่นจิ้น เมื่อเห็นว่าจะพูดถึงเรื่องอื่น นางจึงกระแอมไอ

การมาในวันนี้ไม่ได้มาพูดคุยเล่น อย่าได้กลับมือเปล่าเหมือนสองครั้งที่ผ่านมาอีก

เสิ่นเกาหลานหยุดพูด

เขาย่อมรู้ว่าเสียงกระแอมไอนี้หมายความว่าอย่างไร ก่อนออกจากจวนเหลียงซื่อกำชับเขาแล้วกำชับอีก วันนี้ต้องพูดเรื่องหมั้นหมายของตระกูลเวินและตระกูลเสิ่นให้ชัดเจน

ตอนนั้นเสิ่นจิ้นอายุห้าขวบ เวินหนิงอยู่ในครรภ์มารดา ทุกครั้งที่สองตระกูลเจอกัน เสิ่นเจิ้นก็จะเดินวนรอบตัวฮูหยินเวิน สนใจเด็กในครรภ์อย่างมาก เขากับเวินถิงชุนจึงพูดว่า หากเด็กในครรภ์เป็นสตรี จะให้แต่งงานกับเสิ่นจิ้น

จริงตามที่เหลียงซื่อกล่าว เพียงแค่คำพูดล้อเล่นหลังดื่มสุรา ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษณ์ชัดเจน ทั้งยังไม่เคยแลกเปลี่ยนของแทนใจแต่อย่างใด

แต่เขากับเวินถิงชุนไม่ได้เป็นเพียงขุนนางในราชสำนักเดียวกัน ทั้งยังเป็นมิตรสหาย มิตรภาพของทั้งสองยาวนานกว่าสามสิบปี นี่ก็ผ่านมาหลายปี การแต่งงานของเด็กทั้งสองแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงตั้งนานแล้ว จะให้เขา ‘อธิบาย’ เรื่องนี้ได้อย่างไร

เวินถิงชุนหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาเงียบๆ

ความเป็นจริงเขาก็พอจะเข้าใจ

ตั้งแต่เวินหนิงเข้าพิธีปักปิ่น ตระกูลเสิ่นมาที่จวนสองครั้งแล้ว ทุกครั้งล้วนพูดอ้อมค้อม ไม่พูดเข้าประเด็น

แต่เขารู้ดีแก่ใจ เขาและเสิ่นเกาหลานล้วนเป็นบัณฑิต ไม่ได้มีเส้นสายในราชสำนักเท่าใดนัก สมัยที่พวกเขาคุยเล่นกันนั้นเป็นตอนที่ฮ่องเต้ให้ความสำคัญ หน้าที่การงานพร้อมที่จะดีขึ้นทุกเมื่อ นอกจากนี้ทั้งสองก็มีความสามารถเทียบเคียงกัน ทว่าผ่านไปสิบกว่าปี เสิ่นเกาหลานยังคงเป็นขุนนางที่ฮ่องเต้โปรดปราน เป็นถึงเสนาบดีกรมธรรมการขุนนางขั้นสอง แต่เขากลับเป็นเพียงขุนนางสังกัดหงหลูซื่อที่ไม่ได้มีอำนาจเท่าใดนัก แม้กระทั่งบุตรชายทั้งสองก็ไม่เก่งกาจเทียบคุณชายทั้งสองของตระกูลเสิ่น

เกรงว่าตระกูลเสิ่นคงเปลี่ยนความคิดแล้ว

แค่ว่าเขาเห็นเวินหนิงคล้ายจะมีใจให้เสิ่นจิ้น อีกทั้งการแต่งงานนี้รู้กันเกือบทั้งเมืองหลวง หากถูกถอนหมั้นโดยไม่มีเหตุผล อาหนิงจะทำเช่นไร

ด้วยเหตุนี้เขาจึงแสร้งโง่มาโดยตลอด หากเสิ่นเกาหลานไม่ยอมรับคำมั่นสัญญาจริงๆ เขาก็จะเป็นฝ่ายพูดเอง และจะเสนอความคิดเห็นที่ดีที่สุด หากอีกฝ่ายตกลง ก็ถือว่าตระกูลเสิ่นติดค้างตระกูลเวิน

เหลียงซื่อส่งสายตาให้เสิ่นเกาหลานไม่หยุด เสิ่นเกาหลานก้มหน้าลงจิบน้ำชา แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น

เวินถิงชุนจิบน้ำชาเช่นเดียวกัน แกล้งทำเป็นไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

เหลียงซื่อร้อนใจยิ่งนัก

คำพูดของบุรุษหรือ ล้วนโกหกทั้งเพ ทั้งที่ตอนอยู่ในจวนตกลงกันแล้ว วันนี้ต้องพูดเรื่องแต่งงานให้ชัดเจน มิเช่นนั้นอนาคตข้างหน้าจิ้นเอ๋อร์จะแต่งงานได้อย่างไร

เหลียงซื่อทำใจฮึกเหิม พูดด้วยรอยยิ้ม “พี่เวิน พวกข้ามาในวันนี้ แท้จริงแล้วอยากจะชี้แจงเรื่องเข้าใจผิดเมื่อหลายปีก่อนในอดีต”

เดิมทีในอดีตก็แค่ล้อเล่นเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะบุตรชายตระกูลเวินสองคนนั้นพูดไม่คิด เอาแต่พูดเรื่องนี้ แล้วจะแพร่สะพัดจนรู้ทั่วเมืองหลวงได้อย่างไร

“พี่เวิน อาหนิงเป็นสตรีที่ดี รูปโฉมงดงาม ทั้งยังมีความเป็นกุลสตรี...”

ถ้อยคำนี้เหลียงซื่อพูดจากใจจริง ครั้งหนึ่งนางก็เคยมองเวินหนิงเป็นลูกสะใภ้

แต่ว่าการแต่งงาน ทั้งสองฝ่ายควรจะเหมาะสมกันไม่ใช่หรือ เวลานี้ฐานะของตระกูลเสิ่นอยู่ระดับใดแล้ว

ทว่ากระทั่งตอนนี้ตระกูลเวินยังคงอยู่ในจวนหลังเดิมเมื่อหลายปีก่อน ได้แต่ยื่นหนังสือต่อเบื้องบนว่า ‘จวนเวิน’ แตกต่างจากตระกูลเสิ่น เมื่อสามปีก่อนก็ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในจวนหลังใหม่ซึ่งได้รับพระราชทาน หน้าประตูมีคำว่า ‘จวนเสนาบดี’ ที่เขียนโดยฝีพระหัตถ์ของฮ่องเต้

สามีของนางเป็นถึงขุนนางขั้นสองเสนาบดีกรมธรรมการ บุตรชายคนโตของนางทำงานในสำนักบัณฑิตฮั่นหลิน บุตรชายคนเล็กทำคุณงามความดีด้านการสู้รบตั้งแต่อายุไม่ถึงยี่สิบ เป็นแม่ทัพที่อายุน้อยที่สุดของราชวงศ์ อนาคตไกลยิ่งนัก

สะใภ้ของนาง เวินหนิงที่เกิดในตระกูลเช่นนี้คู่ควรหรือ

เวลานี้เวินหนิงยืนอยู่หลังฉากกั้นของห้องโถงใหญ่ นางรู้ว่าประโยคถัดไปเหลียงซื่อจะพูดอะไร

นางจะบอกว่าเป็นเพียงคำพูดล้อเล่นหลังดื่มสุราเท่านั้น ตอนนั้นเสิ่นจิ้นยังเด็ก เวินหนิงก็ยังไม่เกิด เรื่องแต่งงานย่อมไม่อาจคิดจริงจังได้ ตอนนี้พวกเด็กๆ โตแล้ว จำต้องชี้แจงกับคนนอก เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการแต่งงานของทั้งสองฝ่าย

เมื่อชาติก่อนนางได้ยินคำพูดนี้จากสาวใช้ หลังจากฟังนางถึงขั้นร้องไห้

ครั้งนี้เวินหนิงไม่รอให้เหลียงซื่อพูดถ้อยคำนี้ นางฉีกยิ้มใสซื่อ แล้วเดินออกมาจากด้านหลังของฉากกั้น “ท่านพ่อ ได้ยินว่าท่านลุงเสิ่นและท่านป้าเสิ่นมาหรือเจ้าคะ”

หลิงหลานช้ากว่านางหนึ่งก้าว ห้ามนางเอาไว้ไม่ทัน กระทืบเท้าสองครั้งด้วยความหงุดหงิด แล้วรีบเดินตามออกไป

คนทั้งสามในห้องโถงต่างตกใจกับการมาของเวินหนิง ทั้งสามมองไปที่นางพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

เวินหนิงทำความเคารพ “คารวะท่านลุงเสิ่น คารวะท่านป้าเสิ่น คารวะท่านพ่อเจ้าค่ะ”

“ไม่ต้องมากพิธีกับพ่อ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร” เวินถิงชุนพูดกับเวินหนิง ทว่าคล้ายกำลังพูดกับหลิงหลาน

หลิงหลานรู้สึกผิดที่ไม่อาจหยุดเวินหนิง นางย่อตัวลงไม่ได้ลุกขึ้น เวลานี้นางยิ่งไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา

“อาหนิงได้ยินว่าท่านลุงเสิ่นกับท่านป้าเสิ่นมา คิดว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าผู้ใหญ่ทั้งสามจะอยู่พร้อมหน้า เป็นโอกาสที่ดีในการชี้แจงเรื่องเข้าใจผิด จึงรีบมาเจ้าค่ะ”

เข้าใจผิดอีกแล้วหรือ

ทั้งสามมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย

เวินหนิงโน้มตัวลงอีกครั้ง หลุบตาลง พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ในอดีตท่านพ่อและท่านลุงเสิ่นพูดล้อเล่นหลังดื่มสุราเท่านั้น ตอนนั้นเสิ่นจิ้นยังเด็ก เวินหนิงก็ยังไม่เกิด เรื่องแต่งงานย่อมไม่อาจคิดจริงได้ ตอนนี้ข้าและคุณชายรองเสิ่นต่างก็โตแล้ว จะเป็นการดีหากท่านทั้งสามโปรดชี้แจงกับคนนอก จะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อการแต่งงานของทั้งสองฝ่ายเจ้าค่ะ”

ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 3 ตอนที่ 3