ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 36 ความพัวพันของคุณชายสาม ตอนที่ 36

#36บทที่ 36 ความพัวพันของคุณชายสาม

ตอนที่ 36 ความพัวพันของคุณชายสาม

ป้าเจียงอยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ เร็วกว่านี้ ข้ามไปถึงฤดูใบไม้ร่วงเลยยิ่งดี

แต่อิงเถากลับคิดว่า “แม่นางเจ้าคะ ต่อไปเราจะขายเครื่องปรุงรสด้วยหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่ขาย” อวี๋จือส่ายหน้าปฏิเสธ เห็นท่าทางเสียดายของอิงเถา นางจึงสอน “ผงกุ้งปริมาณน้อยเกินไป กุ้งแห้งหนึ่งกิโลกรัมบดได้เท่าไหร่ ราคาต่ำไปหาเงินได้น้อย ราคาสูงเกินชาวบ้านทั่วไปก็ไม่มีปัญญาซื้อ ต้องนำไปขายที่ร้านอาหารไม่ก็โรงน้ำชาเท่านั้น

ร้านอาหารและโรงน้ำชาไม่เพียงแต่อยากได้ผงกุ้ง แน่นอนว่ายังอยากได้สูตรอาหาร เราจะให้หรือไม่ให้ หากให้เราย่อมเสียดาย หากไม่ให้...เหอะ อิงเถา เจ้าคิดว่าเราจะเก็บสูตรอาหารไว้ได้หรือไม่”

อิงเถาพึมพํา “มีคุณชายสามอยู่ไม่ใช่หรือ เขาเป็นคุณชายตระกูลท่านโหว แล้วยังเป็นขุนนางในราชสํานัก ใครจะกล้าแย่งสูตรอาหารของเราเจ้าคะ”

“ไร้เดียงสานัก” อวี๋จือน้ำเสียงเย็นชา “อิงเถา เจ้าบอกว่าคุณชายสามเป็นคุณชายตระกูลท่านโหว มีอะไรที่เขาไม่เคยเห็น ที่เขายอมมาตรอกเล็กๆ แห่งนี้ ก็เพราะแม่นางของเจ้าไม่นอกลู่นอกทาง และไม่เคยก่อเรื่องให้เขา

คนที่สามารถเปิดร้านอาหารในเมืองหลวงล้วนแต่มีคนหนุนหลัง บางทีคนหนุนหลังพวกเขาอาจจะไม่ได้มีแค่คนเดียวด้วยซ้ำ ความสัมพันธ์ซับซ้อน หากเราก่อปัญหาให้คุณชายสาม ต่อไปคุณชายสามยังจะมาหาเราอยู่หรือ

ถึงแม้คนอื่นจะไว้หน้าคุณชายสาม ไม่ฝืนซื้อ แต่เขาจะส่งคนมาจับตามองเราทุกวัน สูตรอาหารของเราไม่ได้ยากอะไรอยู่แล้ว เก็บเป็นความลับไว้ไม่ได้แน่นอน

ดังนั้น เราจะไม่ขายผงกุ้งแห้ง เราจะเก็บไว้ใช้เอง”

“แม่นาง บ่าวคิดไม่รอบคอบเองเจ้าค่ะ” อิงเถาก้มหน้าลงอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม่นางฉลาดจริงๆ พิจารณาระยะยาว แต่นางกลับมองเพียงผลประโยชน์ที่อยู่ข้างหน้า เกือบจะทำให้แม่นางเดือดร้อน

“เด็กน้อย ตั้งใจเรียนหน่อย” อวี๋จือตบไหล่ให้กําลังใจนางเบาๆ

ป้าเจียงที่อยู่ข้างๆ เสนออย่างระมัดระวัง “แม่นาง อาหารที่ทำจากเครื่องปรุงรสใหม่อร่อยกว่าเดิม หรือเราจะเชิญคุณชายสามมาลองชิมดีเจ้าคะ” ครั้งก่อนตอนคุณชายสามออกไปดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยพอใจ แม่นางไม่พูด นางก็ไม่กล้าถาม แต่ในใจกลับคิดตลอดเวลา

อวี๋จือโอนอ่อน ครั้งก่อนคุณชายสามบอกว่าไม่ได้โกรธ อวี๋จือไม่รู้ว่าเขาโกรธหรือไม่โกรธกันแน่ นี่เป็นโอกาสหยั่งเชิงที่ดี

“อิงเถา ไม่ ป้าเจียงไปดีกว่า ไปหาชิงเฟิง ไปเงียบๆ นะ” ตอนแรกอวี๋จืออยากให้อิงเถาไป แต่กลัวว่านางยังเด็ก ทำอะไรไม่สุขุม จึงเปลี่ยนใจ

เหวินจิ่วเซียวก็กำลังคิดว่าจะไปตรอกดอกท้อดีหรือไม่อยู่

ครั้งก่อนที่เขากลับมาดูเหมือนว่านางจะตกใจ ภาพใบหน้าเล็กๆ ที่ราวกับกำลังจะร้องไห้โผล่ขึ้นมาในหัวของเหวินจิ่วเซียว ขนตายาวที่สั่นเทา ราวกับอีกเดี๋ยวก็จะมีน้ำตาไหลออกมา

นางใจกล้ามากไม่ใช่หรือ ทําไมถึงตกใจง่ายเช่นนี้ แต่ท่าทางโมโหของเขาน่ากลัวจริงๆ เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงอย่างนางจะตกใจ

ที่จริงเขาไม่ได้โกรธ แต่ตอนนั้น...เหวินจิ่วเซียวก็บอกไม่ถูกว่าตอนนั้นเขาเป็นอะไร

ช่วงนี้นางจะกระวนกระวายใจ หรือว่า? เมื่อนึกถึงดวงตาที่ยิ้มแย้มกำลังจะร้องไห้ เหวินจิ่วเซียวก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

หรือว่า จะไปหานางดีหรือไม่ แต่ในใจกลับอึดอัดราวกับว่าเขาก้มหัวให้นางก่อน

เหวินจิ่วเซียวตกใจกับความคิดนี้ ตลก ผู้ชายที่สง่าผ่าเผยอย่างเขาจะก้มหัวให้ผู้หญิงได้เช่นไร ไม่มีทาง!

แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าหากนางร้องไห้จริงๆ? ร้องไห้ทั้งวันทั้งคืน? ร้องไห้จนเจ็บตาจะทำอย่างไร งานเย็บปักถักร้อยก็ทำไม่เป็น หากดวงตาเป็นอะไรขึ้นมา มันคงแย่กว่าเดิมหรือไม่

นางอยากได้สัญญาขายตัวไม่ใช่หรือ ถ้าให้นาง นางคงจะดีใจ? นึกถึงท่าทางมีความสุขเมื่อได้สวมเสื้อผ้าชุดใหม่ของนาง หรือจะทําเสื้อผ้าง้อนางดี

ไม่ได้ ไม่ได้ ผู้ชายอย่างเขาจะง้อผู้หญิงได้เช่นไร ไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย

ในตอนนี้เองชิงเฟิงก็เข้ามารายงานเบาๆ “คุณชายสามขอรับ แม่นางอวี๋ทําสูตรอาหารใหม่ เชิญท่านไปชิมขอรับ”

เหวินจิ่วเซียวหันหลังเดินออกไปข้างนอกทันที เดินออกไปอย่างรวดเร็วจนทำให้ชิงเฟิงตกใจ

เห็นชิงเฟิงยังยืนอึ้งอยู่ที่เดิม เขาก็เอ่ยอย่างรำคาญ “ไม่ไปหรือ ต้องให้ข้าเชิญเจ้าหรือไม่”

ชิงเฟิงรีบเดินตามไป “ไปขอรับ ไปขอรับ”

ปากของคุณชายสาม มีแต่เขาที่ทนได้ หากเป็นคนอื่น คงต้องร้องไห้แปดครั้งต่อวัน

เหอะ คนอื่นเห็นแค่เขามีหน้ามีตา ใครเคยเห็นเขาร้องไห้บ้าง ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องถูกเฆี่ยนที่ก้น บอกได้คำเดียวว่าเจ็บ!

แต่เจ็บแค่ไหน ชิงเฟิงก็เป็นบ่าวคนสนิทของคุณชายสาม ใครหน้าไหนก็อย่าได้คิดแย่งตำแหน่งของเขา

“คุณชายสามเจ้าคะ!” เสียงที่คุ้นเคย ใบหน้ายิ้มแย้มที่คุ้นเคย ร่างกายที่ตึงเครียดของเหวินจิ่วเซียวก็ผ่อนคลายลงทันที เสียงหึ่งๆ ในหัวก็หายไปแล้ว เขามีชีวิตชีวา รอบตัวล้อมรอบไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ

จมูกของเหวินจิ่วเซียวว่องไวมาก กลิ่นนี้หอมอ่อนๆ เขาอดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามอง ลานเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์ เต็มไปด้วยดอกไม้ งามสะพรั่งไปหมด ผสมรวมอยู่ด้วยกันแต่สัดส่วนกลับพอดิบพอดี เพียงดูก็รู้ว่ามีคนตั้งใจดูแล

เหวินจิ่วเซียวมองไปที่อวี๋จือ นางสวมชุดกระโปรงยาวสีชมพูลายผีเสื้อสีขาวยืนอยู่ตรงนั้น เอวที่เพรียวบาง เมื่อเดินไปมากระโปรงขยับไหวเบาๆ ราวกับผีเสื้อนับไม่ถ้วนกำลังเต้นระบำ

เหวินจิ่วเซียวตกตะลึงไปชั่วขณะ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตระหนักได้ว่าหญิงสาวคนนี้งดงามจริงๆ งดงามมาก ทุกสัดส่วนล้วนแต่ถูกใจเขาทําให้เขาเห็นแล้วมีความสุข

“คุณชายสามเจ้าคะ ลองชิมอันนี้ดูสิเจ้าคะ” อวี๋จือใช้ตะเกียบคีบซี่โครงแกะชิ้นหนึ่งให้เหวินจิ่วเซียว

“คุณชายสามเจ้าคะ ลองชิมอันนี้ดูสิเจ้าคะ” อวี๋จือคีบหน่อไม้แห้งให้เขาอีกหนึ่งชิ้น

“ยังมีหัวไชเท้า ต้มด้วยน้ำซุป ท่านลองชิมดูสิเจ้าคะ” อวี๋จือเอาอกเอาใจ สาบานว่าจะทําให้หัวหน้ากินอิ่มอร่อย

ตอนกินไม่ควรพูด ประโยคนี้สลักอยู่ในกระดูกของเหวินจิ่วเซียว แต่ตอนนี้เขากลับไม่รำคาญเสียงของอวี๋จือเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขารู้สึกว่ามันไพเราะ น้ำเสียงที่นุ่มนวลนี้ทำให้เขากินข้าวอย่างมีความสุข

“เป็นเช่นไร คุณชายสามชอบหรือไม่เจ้าคะ” เมื่อเหวินจิ่วเซียววางตะเกียบ อวี๋จือก็อดถามไม่ได้

เหวินจิ่วเซียวพยักหน้า “ชอบ” หยุดชะงักไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยเสริมว่า “อร่อยมาก”

อวี๋จือยิ้ม “อยากให้คุณชายสามรู้ว่า ในอาหารใส่เครื่องปรุงรสใหม่เข้าไป หาง่ายมาก มันคือกุ้งแห้งบดเจ้าค่ะ...”

เรื่องดินฟ้าอากาศ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหวินจิ่วเซียวฟังไม่รู้เบื่อเลยแม้แต่น้อย เขาไม่รีบกลับจวน แต่กลับเข้าไปในห้องหนังสือของอวี๋จือ

ถึงจะบอกว่าเป็นห้องหนังสือแต่มันก็ไม่ใหญ่มาก มีชั้นวางหนังสืออยู่ข้างกําแพง ใต้หน้าต่างมีโต๊ะหนังสือวางอยู่ บนโต๊ะมีหนังสือวางอยู่กระจัดกระจาย

อ้อ ฝั่งตรงข้ามชั้นวางหนังสือยังมีเตียงยาวที่ดูนุ่มวางอยู่ตัวหนึ่ง อวี๋จือชอบนั่งเอนกายอ่านหนังสือบนเตียง

เหวินจิ่วเซียวหยิบหนังสือออกจากชั้นวาง “หยกลูกแพร์” หมายความว่าอะไรกัน หลังจากพลิกดูสองสามหน้า ที่แท้ก็เป็นนิยายของปัญญาชนที่มีความรู้ เขาจึงรีบวางกลับเข้าไป

ดึงออกมาอีกหนึ่งเล่ม ยังเป็นนิยายเหมือนเดิม... ชั้นวางหนังสือห้าชั้น เหวินจิ่วเซียวไม่เจอหนังสือดีๆ สักเล่ม

เหวินจิ่วเซียวพลิกหนังสืออย่างสง่างาม แต่อวี๋จือกลับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก อายแทนตัวเอง แล้วก็อายแทนเขา เธอจึงอธิบายว่า “ข้าไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ ปกติก็มักจะอ่านนิยายฆ่าเวลาเจ้าคะ”

เหวินจิ่วเซียวพยักหน้าแต่ไม่เอ่ยอะไร อวี๋จือถอนหายใจด้วยความโล่งอก นิยายพวกนี้คือเสบียงทางจิตใจของเธอ ทิ้งไม่ได้เด็ดขาด

เหวินจิ่วเซียวเดินไปยืนตรงหน้าต่าง ไม่รู้ว่ามองอะไร

อวี๋จือไม่ได้ถาม คนเป็นหัวหน้าตรวจสอบงานบางทีอาจจะมีไอเดียอะไรใหม่ๆ

ในฐานะลูกจ้าง อยู่เป็นเพื่อนเขาก็พอแล้ว

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 36 ความพัวพันของคุณชายสาม ตอนที่ 36