ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 40 คิดถึงคุณชายสามแล้วหรือ ตอนที่ 40

#40บทที่ 40 คิดถึงคุณชายสามแล้วหรือ

ตอนที่ 40 คิดถึงคุณชายสามแล้วหรือ

ทันใดนั้นอวี๋จือก็ลังเล คนที่จังซิ่วพูดถึงคือเธอเหรอ เธอสาบานได้ว่าเธอแค่แทงต้นขาของเขา จะมีบาดแผลทั้งตัวได้อย่างไร ตอนออกไปกลัวว่าเขาจะตาย ยังช่วยห้ามเลือดให้เขา จะเลือดไหลหมดตัวได้ยังไง

หรือว่ามีกวนซานเค่ออีกคน?

ชื่อเหมือนกันอาจจะเป็นไปได้ แต่แม้แต่เรื่องที่เคยทําก็ยังเหมือนกัน ไม่น่าเป็นไปได้

“กวนซานเค่อจับตัวนักโทษหลบหนี แล้วนำไปแขวนไว้หน้าประตูศาลต้าหลี่? แขวนยามดึก?” อวี๋จือถาม

“ใช่ ไม่มีใครรู้เลย หลังจากนั้นก็ไม่เคยโผล่หน้ามาอีก แม้แต่เงินรางวัลก็ไม่มารับ”

“เจ้าบอกได้หรือไม่ว่าวันคือวันไหน”

เมื่อจังซิ่วบอกวันที่ อวี๋จือจับหน้าอกตัวเอง เธอ เธอแน่นอน! กวนซานเค่อที่ทุกคนกำลังตามหาก็คือเธอ

เสียดาย!

ผู้หญิงที่สวยงามราวกับดอกไม้อย่างเธอ กลายเป็นคนวิกลจริตใจดำอำมหิตได้อย่างไร เธอรู้จักคําที่ว่า “กระจายข่าวที่ลือกันอยู่ให้กว้างออกไป” แต่ก็ไม่ควรบอกว่าเธอเป็นปีศาจแบบนี้สิ

ลือกันอีกสองสามวัน เธอคงกลายเป็นปีศาจที่ล้วงไส้คน กินสมองคนพอดี

ต้องปิดให้มิด อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด

เสียดายจังเลย!

เธอไม่รู้ว่าจับนักโทษหลบหนีได้จะมีเงินรางวัล “เท่าไหร่หรือ ข้าหมายถึงนักโทษหลบหนีที่กวนซานเค่อจับตัวได้มีเงินรางวัลเท่าไหร่”

จังซิ่วพูด “สองร้อย...”

“อะไรนะ” อวี๋จือไม่อยากเชื่อ แค่นักโทษหลบหนีมีค่ามากกว่ากวนซานเค่อซะอีก

“ตำลึงเงิน” ในที่สุดจังซิ่วก็เอ่ยต่อ

อวี๋จือเบิกตามองเขาอย่างหงุดหงิด “เจ้าพูดให้จบในคราวเดียวได้หรือไม่” เว้นช่องไฟแบบนี้หัวใจของเธอทนไม่ไหว

จังซิ่วไม่นึกโกรธ แต่กลับหัวเราะอย่างซื่อบื้อ

เสียดาย!

เธอยังไปรับเงินรางวัลได้อยู่ไหม เธอเป็นคนเอาไปส่งถึงหน้าประตูเลยนะ ไปรับเงินรางวัลของกวนซานเค่อได้ไหมนะ

น่าจะไม่ได้! เสี่ยเลี้ยงคือเส่าชิงแห่งศาลต้าหลี่ ตราบใดที่กวนซานเค่อปรากฎตัว เขาต้องรู้แน่นอน เธอไม่กล้าหรอก เธอจะกล้าไปหาเขาได้ไง

หนึ่งร้อยตำลึงทองบวกสองร้อยตำลึงเงินเท่ากับเท่าไหร่แล้ว อวี๋จือปวดใจจนหายใจไม่ออก เทพเจ้ามาช่วยนับหน่อย

หนึ่งพันสองร้อยตำลึงเงิน! บินออกไปจากกระเป๋าของอวี๋จือต่อหน้าต่อตา

ไม่ไหวแล้ว เธอเจ็บปวดที่สุด มีแค่การนอนขี้เกียจเท่านั้นที่จะเยียวยาหัวใจที่เจ็บปวดของเธอได้

อวี๋จือลอยตัวออกไปรวดเร็วราวกับผี ทิ้งให้จังซิ่วสับสนไม่เข้าใจต่อไป “เกิดอะไรขึ้น น้องสาวเป็นอะไรไป”

อวี๋จือไม่มีชีวิตชีวาตั้งสองสามวัน แม้แต่อิงเถาบอกว่าครอบครัวจ้าวที่อยู่บ้านข้างๆ ขายบ้านออกไปแล้ว เธอก็ไม่สนใจ

ป้าแม่เจียงกับอิงเถากลุ้มใจจนแทบจะควักหัวใจออกมาทําอาหารให้เธอกิน

“แม่นางเป็นอะไร ดูไม่มีชีวิตชีวาทั้งวัน” ป้าเจียงกับอิงเถาทํางานอยู่ในลาน พลางมองดูอวี๋จือที่หมอบอยู่บนโต๊ะหนังสืออย่างเกียจคร้าน

“แม่นางบอกว่าไม่เจริญอาหารยามฤดูร้อนเจ้าค่ะ” อิงเถาขมวดคิ้ว “แม่นางผอมลงมาก ใบหน้าแทบจะไม่มีน้ำมีนวลแล้ว”

ไม่เจริญอาหารยามฤดูร้อน? จะหมดฤดูร้อนอยู่แล้ว แม่นางไม่เห็นเป็นอะไร ตอนนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว แต่ทําไมจู่ๆ แม่นางถึงไม่เจริญอาหารขึ้นมาเล่า

ป้าเจียงรู้สึกแปลกๆ “หรือว่าคิดถึงคุณชายสาม”

อิงเถาครุ่นคิด “เป็นไปได้เจ้าค่ะ คุณชายสามไม่มาหลายวันแล้ว หรือไปเชิญคุณชายสามมาดีเจ้าคะ”

ป้าเจียงลําบากใจ “คุณชายสามไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง ชิงเฟิงส่งข่าวมาบอกว่า ประมาณห้าถึงเจ็ดวันจะกลับมา”

“ป้าเจียงว่าอะไรนะ คุณชายสามออกไปนอกเมืองหลวงหรือ” อวี๋จือที่หมอบโต๊ะอยู่นั่งตัวตรงทันที เธอมองป้าเจียงด้วยสายตาที่เป็นประกาย

“เจ้าค่ะ... คุณชายสาม...ออกไปนอกเมืองหลวงเจ้าค่ะ” ป้าเจียงกัดฟันพูด และยิ่งมั่นใจว่าแม่นางคิดถึงคุณชายสาม “ประเดี๋ยวคุณชายสามก็กลับมา แม่นางไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ”

ป้าเจียงพูดอะไรต่ออวี๋จือไม่ได้ยินแม้แต่น้อย เธอรู้แค่ว่าเสี่ยเลี้ยงออกไปทำงาน ไม่อยู่ในเมืองหลวง อย่างนั้นเธอก็ไปรับเงินรางวัลได้แล้วน่ะสิ

ทันใดนั้น อวี๋จือก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที

อวี๋จือเดินเข้าไปห้องด้านในเงียบๆ ถอดรองเท้าแตะปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างรวดเร็ว นอนกลิ้งบนเตียงไปมา ถ้าไม่ใช่เพราะเธอยังมีสติอยู่ เธอคงกรี๊ดไปนานแล้ว

ป้าเจียงกับอิงเถาหันมามองหน้ากัน แม่นางเป็นอะไรไป

“แม่นางร้องไห้หรือเจ้าคะ” อิงเถาสงสัย

แต่ป้าเจียงคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ สีหน้าของแม่นางไม่เหมือนคนเสียใจ แต่เหมือน...ดีใจ?

ป้าเจียงตกใจกับความคิดนี้ คุณชายสามออกไปนอกเมืองหลวง แม่นางจะดีใจได้เช่นไร นางมองผิดไปแน่นอน อิงเถาพูดถูก แม่นางคิดถึงคุณชายสามจนกินข้าวไม่ลง ต้องหลบไปร้องไห้ในห้องแน่นอน

พวกนางสองคนยิ่งกลุ้มใจมากกว่าเดิม

หากจะไปรับเงินรางวัลแน่นอนว่าไปรับด้วยโฉมหน้าที่แท้จริงไม่ได้ แล้วยังมีจังซิ่วที่เพิ่งรู้จักกัน อย่าทำให้เธอเสียการเสียงานก็พอ

อวี๋จือใช้เวลาสองวันในการเตรียมตัว คนที่โผล่ออกมาใต้กําแพงเงินรางวัลคือชายชราคนหนึ่ง สวมหน้ากากบนใบหน้า เผยให้เห็นแค่ดวงตา

อวี๋จือเคาะกำแพงสามครั้ง บนกำแพงมีหน้าต่างบานหนึ่งปรากฏขึ้นมาจริงๆ มันคือกลไกอะไร เจ๋งไปเลย อวี๋จือปลอมตัวตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว อิฐเขียวทุกก้อนบนกำแพงวางเรียงกันอย่างแน่นหนา มองไม่เห็นร่องรอยอะไรเลย

“มีเรื่องใดหรือ” ในหน้าต่างมีคนถาม

อวี๋จือมองเข้าไปข้างใน เธอดีใจ

ที่แท้เขาก็สวมหน้ากากเหมือนกัน โอเค ใครก็ไม่ต้องรังเกียจใคร

“มารับเงินรางวัล กวนซานเค่อ หนึ่งร้อยตำลึงทองบวกสองร้อยตำลึงเงิน ขอบพระคุณ!” เสียงชายชราออกมาจากปากของอวี๋จือ

“เจ้าคือกวนซานเค่อ”

อวี๋จือพยักหน้า “ข้าเอง”

“มีหลักฐานหรือไม่”

อวี๋จือถอนหายใจและหยอกล้อ “ข้าคิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งข้าจะต้องพิสูจน์ว่าข้าคือข้าเอง”

เรื่องแบบนี้เธอเคยทําเมื่อชาติก่อนก่อน เลขประจำตัวประชาชนจากสิบห้าหลักเพิ่มเป็นสิบแปดหลัก เธอมีหนังสือรับรองเล่มหนึ่งที่มีเลขประจำตัวประชาชนสิบห้าหลัก ต่อมาต้องใช้หลังสือรับรองเล่มนี้ เขาจึงให้เธอพิสูจน์ว่าเธอเป็นเธอเอง ทำเอาเธอกลุ้มใจมาก สุดท้ายต้องวิ่งไปออกใบรับรองที่สถานีตํารวจ

คิดไม่ถึงว่าทะลุมิติมาสองครั้งแล้ว ยังมาเจอเรื่องแบบนี้ สังคมเชื่อมโยงถึงกันจริงๆ

ปากเอ่ยแบบนี้ แต่อวี๋จือกลับยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งออกไป “ข้าแก่แล้ว เหนื่อยที่จะพูด เพื่อประหยัดแรง ข้าเขียนไว้หมดแล้ว”

คนที่อยู่ในกำแพงมุมปากกระตุก จากนั้นก็ตั้งใจอ่านเนื้อหาบนกระดาษ

อ่านเสร็จ ดวงตาคู่หนึ่งก็มองอวี๋จือตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง

อวี๋จือสบตาเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน ระหว่างนั้นยังไอสองที “ตรวจสอบเสร็จหรือยัง ข้าแก่แล้ว แข้งขาไม่ดี ยืนนานไม่ได้ หรือว่าพวกเจ้าจะเบี้ยว?”

ชายคนนั้นมุมปากกระตุกอีกครั้ง เขาพูดว่า “ตั๋วเงิน”

ข้างในมีคนยื่นตั๋วเงินออกมาให้เขาทันที

แต่อวี๋จือกลับไม่รับ “ไม่รับตั๋วเงิน ข้าจะรับทองและเงิน” เธอยิ้มหยัน “นกน้อยทำรังแต่พอตัว ข้าไม่เคยเห็นโลกกว้าง ท่านอย่าได้ถือสา” แล้วยังประสานมือให้อีกฝ่ายด้วย

ชายที่อยู่ข้างในจึงยื่นส่งทองคำแท่งและก้อนเงินออกมาด้วยมือทั้งสองข้าง

อวี๋จือที่ใส่หน้ากากยิ้มและขอร้องเขา “ใส่หีบให้หน่อยได้หรือไม่”

ที่จริงเธอแค่ถาม เธอคาดการณ์ไว้แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ และเตรียมถุงผ้าของตัวเองมาด้วย แต่ถ้าเขามีหีบให้ก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ

คนที่อยู่ในกําแพงเงินรางวัลก็ว่าง่าย มีหีบให้จริงๆ มองดูแท่งทองและเงินที่ใส่เข้าไป วางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อวี๋จือจิตใจเบิกบาน

“ขอบพระคุณ ไปแล้วนะ ลาก่อน”

เห็นชายชราที่ก่อนหน้านี้แม้แต่พูดยังคิดว่าเปลืองแรง แต่กลับแบกหีบหนักกว่าสิบจิน[footnoteRef:1]เดินออกไปราวกับบิน [1: จิน 1 จินเท่ากับ 500 กรัม]

บอกว่าแก่แล้วแข้งขาไม่ดีไม่ใช่หรือ

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 40 คิดถึงคุณชายสามแล้วหรือ ตอนที่ 40