ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 19 เรื่องในจวน ตอนที่ 19

#19บทที่ 19 เรื่องในจวน

ตอนที่ 19 เรื่องในจวน

เหวินจิ่วเซียวกลับมาที่จวน ทันทีที่เดินเข้าประตูใหญ่ ก็มีบ่าวรับใช้ในเรือนวิ่งเข้ามา “คุณชายสามกลับมาแล้ว ท่านซื่อจื่อมาหาท่าน รอท่านอยู่ครู่หนึ่งแล้วขอรับ”

พี่ใหญ่? ถึงแม้จะอยู่ในจวนเดียวกัน แต่เพราะเขายุ่ง พี่ใหญ่ก็ไม่ค่อยสบาย ดังนั้นโอกาสที่พวกเขาสองพี่น้องจะได้พบกันจึงไม่มากนัก

เหวินจิ่วเซียวเป็นคนพูดน้อย ถามอะไรเขา เขาล้วนแต่บอก “ได้” “ไม่เลว” “อืม” ทําท่าทีราวกับไม่สนใจ ดังนั้นถึงแม้จะเจอกัน พวกเขาสองคนก็แทบไม่ได้พูดอะไรกัน

ถึงแม้เหวินจิ่วเซียวจะไม่รู้ว่าพี่ใหญ่มาหาเขาทำไม แต่เขากลับเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น

“คุณชายสามกลับมาแล้วขอรับ”

เหวินเฉิงจง ท่านซื่อจื่อที่นั่งดื่มชาอยู่ในห้องโถงเกิดสําลัก เหวินจิ่วเซียวเดินเข้ามาตอนที่เขากำลังไออยู่ “น้อง...น้องสาม...กลับมา....แล้วหรือ”

เหวินจิ่วเซียวสายตาเย็นชา “รับใช้ท่านซื่อจื่อเช่นไรกัน”

บ่าวรับใช้ในห้องโถงต่างพากันคุกเข่าขอโทษ

ท่านซื่อจื่อหอบเล็กน้อย แล้วโบกมือไปมา “ข้าสําลักน้ำชาเอง ไม่เกี่ยวกับพวกเขา”

สีหน้าของเหวินจิ่วเซียวจึงผ่อนคลายลง เอ่ย “ลุกขึ้น”

บ่าวรับใช้จึงกล้าลุกขึ้น แม้แต่มั่วเยี่ยนที่อยู่ข้างๆ ท่านซื่อจื่อยังไม่กล้าหายใจ

ท่านซื่อจื่อเป็นคนมีน้ำใจ ใจดีต่อทุกคน แต่คุณชายสามไม่เหมือนกัน คนทั้งจวนรู้ดีว่าคุณชายสามเป็นคนเข้มงวด หากทำอะไรผิดพลาด เขาไม่มีทางไว้หน้า

ท่านซื่อจื่อเหลือบมองบ่าวรับใช้ตัวเอง แล้วหัวเราะเยาะตัวเอง “ล้วนแต่เป็นเพราะร่างกายที่อ่อนแอของข้า ทำให้น้องสามเป็นห่วงแล้ว” เขาถอนหายใจ “ข้ามันคนพิการ ไร้ประโยชน์จริงๆ โชคดีที่ในจวนมีน้องสาม หลายปีมานี้ลําบากน้องสามแล้ว”

เขามีท่าทีปลื้มใจ ภูมิใจในน้องชายตัวเอง

เหวินจิ่วเซียวยังคงสีหน้าเรียบเฉย “พี่ใหญ่เพียงร่างกายอ่อนแอ รักษาให้ดี ประเดี๋ยวก็หายขอรับ” ประโยคแห้งๆ สองสามประโยค

โชคดีที่ท่านซื่อจื่อรู้จักนิสัยน้องชายตัวเอง รู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะเอ่ยประโยคเหล่านี้จึงตบไหล่เขาเบาๆ แล้วเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้ารู้ว่าเจ้ายุ่งเรื่องที่ศาลาว่าการ แต่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย แล้วยังมีท่านแม่ ท่านเป็นห่วงเจ้าทุกวัน เจ้าหาเวลาไปเยี่ยมท่าน พูดคุยกับท่านบ้างเถิด”

“ขอรับ” เหวินจิ่วเซียวอดทนไม่ปัดมือบนไหล่ออก “พี่ใหญ่มาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือขอรับ”

“เรื่องเล็กน้อย...” ท่านซื่อจื่อสายตาสั่นไหว ราวกับไม่รู้จะเอ่ยเช่นไร “พูดแล้วก็ละอายใจ ข้าร่างกายอ่อนแอ เป็นหน้าเป็นตาให้ตระกูลไม่ได้ เหลือเพียงความสนุกในการอ่านหนังสือเพื่อฆ่าเวลา สำนักศึกษากั๋วจื่อเจียนมีอาจารย์คนใหม่มา ข้าเคยอ่านบทความของเขา เลื่อมใสศรัทธาในตัวเขามาก จึงอยากทำความรู้จักกับเขา

ข้าสืบมาแล้วว่าเขาชอบภาพวาดตัวอักษร จำได้ว่าน้องสามมีภาพวาดนางสนมของเจียงซวิน จิตรกรชื่อดังในสมัยราชวงศ์ก่อน ข้าอยากขอ...”

“ได้ขอรับ” ไม่รอให้เขาพูดจบ เหวินจิ่วเซียวก็ตอบตกลง “ชิงเฟิงไปนำมาให้พี่ใหญ่”

ท่านซื่อจื่อ...

“น้ำใจของเจ้า ข้าจะไม่ลืม” ท่านซื่อจื่อพูดอย่างซาบซึ้ง

แต่เหวินจิ่วเซียวยังคงสีหน้าเฉยเมย “พี่น้องกัน ไม่ต้องเกรงใจขอรับ”

ภาพสองพี่น้องที่รักและความเคารพซึ่งกันและกัน แม้แต่มั่วเยี่ยนยังประทับใจ ถึงแม้ท่านโหวจะลําเอียง แต่มีสองพี่น้องอย่างท่านซื่อจื่อกับคุณชายสาม คุณชายสามเคารพท่านซื่อจื่อมาตลอด และไม่เคยดูหมิ่นว่าทานซื่อจื่อร่างกายอ่อนแอ

ถึงแม้จะบอกว่าบ่าวไม่ควรสอดปากสอดคำเรื่องของเจ้านาย แต่มั่วเยี่ยนยังอยากพูด อย่าคิดว่าคนนอกชมว่าคุณชายรองอายุยังน้อยแต่กลับมีความสามารถ สามารถสืบทอดตำแหน่งของท่านโหว แต่ในสายตาของมั่วเยี่ยน คุณชายสามดีกว่าคุณชายรองพันเท่าหมื่นเท่า

ภาพวาดภาพเดียว เขาให้ได้ เหวินจิ่วเซียวไม่ได้สนใจ ถึงเช่นไรภาพวาดนั้นเขาได้มาเพราะชัยชนะ ไม่ได้เสียเงินซื้อ

แต่ชิงเฟิงกลับรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนเจ้านายตัวเอง “คุณชายสาม ภาพวาดนั้นมีมูลค่ามาก สามารถเป็นมรดกตกทอดของตระกูล หากท่านแต่งงานในอนาคต นำไปเป็นสินสอด คงมีหน้ามีตามากเลยขอรับ”

หากยกให้ท่านซื่อจื่อเช่นนี้?

ถึงแม้หลังจากนั้นท่านซื่อจื่อก็ส่งของมาให้ แต่ราคาจะสักเท่าใดกัน เทียบกับภาพวาดไม่ได้เลย

“พูดมากจริง” เหวินจิ่วเซียวเหลือบมองเขา และเดินไปเรือนโหวฮูหยินต่อ

ชิงเฟิงหุบปาก แต่ในใจยังคงไม่พอใจ

คุณชายสามซื่อเกินไปแล้ว ได้ของดีไม่ส่งไปให้โหวฮูหยินก็ส่งไปให้ท่านซื่อจื่อ ท่านซื่อจื่อรับของของคุณชายสามไปตั้งเท่าไหร่แล้ว เขาเป็นพี่ชาย ทำไมถึงทำเช่นนี้

เฮ้อ คุณชายสามดีไปหมดแต่ใจกว้างเกินไป นอกจากเรื่องงานก็ไม่สนใจเรื่องใด น่ากังวลยิ่งนัก หากคุณชายสามแต่งงานในอนาคตแล้วมอบเปลือกหอยที่ว่างเปล่าให้ฮูหยินน้อย ฮูหยินน้อยคงสงสัยว่าชิงเฟิงไม่มีความสามารถ

ท่ามกลางความไม่พอใจของชิงเฟิง เหวินจิ่วเซียวก็เดินมาถึงเรือนของโหวฮูหยิน

สาวใช้ทั้งตกใจและดีใจ “คุณชายสามมาแล้วเจ้าค่ะ”

โหวฮูหยินเองก็ตกใจ นางมองลูกชายคนเล็กด้วยสายตาที่รักและเมตตา “วันนี้ไม่ยุ่งแล้วหรือ”

เหวินจิ่วเซียวส่ายหน้า ศาลต้าหลี่ไม่เคยไม่ยุ่ง “มาพูดคุยเป็นเพื่อนท่านแม่ขอรับ”

ไอหยา พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแล้ว ลูกชายพูดน้อยคนนี้ของนางยังรู้จักพูดเช่นนี้?

“พี่ใหญ่บอกว่าท่านเป็นห่วงลูก”

อ๋อ เข้าใจแล้ว ที่แท้ลูกชายคนโตเป็นคนบอกให้เขามา แต่โหวฮูหยินก็ดีใจอยู่ดี จูงลูกชายคนเล็กมาพูดคุยอะไรตั้งมากมาย

เหวินจิ่วเซียวฟังอย่างเงียบๆ ไม่พยักหน้าก็ตอบรับอืม พูดไม่เกินสามคำ

หลังจากเขาออกไปโหวฮูหยินก็อดบ่นไม่ได้ “เด็กคนนี้บอกว่ามาพูดคุยเป็นเพื่อนข้า พวกเจ้าได้ยินเสียงเขาพูดบ้างหรือไม่”

ป้าหวังเอาอกเอาใจ “เรียนฮูหยินเจ้าค่ะ บ่าวได้ยินคุณชายสามตอบรับอืมตั้งหลายครั้งเจ้าค่ะ”

“ใช่!” โหวฮูหยินอดหัวเราะไม่ได้ ตอนเด็กๆ คุณชายสามน่ารัก ฉลาดและเป็นที่รักใคร่ของผู้คน ใครจะรู้ว่ายิ่งโตก็ยิ่งพูดน้อยราวกับคนแก่ นางกับท่านโหวไม่ใช่คนเช่นนี้ ไม่รู้ว่าคุณชายสามเหมือนใคร

เซียงหลันเดินเข้ามาเบาๆ เล่าเรื่องที่ท่านซื่อจื่อไปเรือนของคุณชายสาม โหวฮูหยินหัวเราะ “คุณชายสามเป็นคนใจกว้าง”

เซียงหลันเอ่ย “แต่ก็ต้องดูว่าเป็นใครเจ้าค่ะ คุณชายสามใจกว้างกับท่าน กับท่านซื่อจื่อ แต่ไม่ได้ใจกว้างกับคนอื่นเจ้าค่ะ”

จุดนี้โหวฮูหยินเห็นด้วย “คุณชายสามมีความคิดที่หนักแน่น ของของเขาใช่ว่าใครจะขอก็ได้” แม้แต่ท่านโหวก็ทําอะไรเขาไม่ได้ไม่ใช่หรือ

เซียงหลันยิ้ม “คุณชายสามของเรากตัญญูรู้คุณเจ้าค่ะ”

ลูกชายของตัวเองรักกัน โหวฮูหยินก็ปลื้มใจ “อย่าคิดว่าคุณชายสามเย็นชา แต่พวกเขาสองคนสนิทกันตั้งแต่เด็ก ตอนนี้โตแล้ว ก็ยังไม่ห่างเหิน”

คนเป็นแม่ ล้วนแต่หวังให้ลูกของตัวเองรักและสามัคคีกันไม่ใช่หรือ

ภาพวาดภาพนั้นของเหวินจิ่วเซียว เรือนคุณชายรองก็อยากได้เช่นกัน เป็นซูซื่อที่อยากได้ พี่น้องตระกูลเดิมของนางอยากไหว้ท่านอาจารย์ กําลังขาดแคลนของกำนัล จึงนึกถึงคุณชายสามขึ้นมา

“หยุดคิดเถิด ของของน้องสามเจ้าขอมาไม่ได้ดอก” เหวินเฉิงเย่านอนลงบนเตียง

ซูซื่อเดินตามไป “คุณชายรองคิดว่าข้าทำเพื่อพี่น้องตระกูลเดิมหรือเจ้าคะ ข้าทำเพื่อท่านต่างหาก ท่านคิดดูสิ ตอนนี้ท่านเข้าไปอยู่ในกองกำลังจินอู๋ สังคมของท่านพ่อข้ากับท่านโหวมีแต่เหล่าแม่ทัพ หากพี่น้องของข้าได้เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์เซวีย ท่านอาจารย์เซวียมีลูกศิษย์ตั้งกี่คน มีสหายตั้งกี่คน พี่น้องของข้าได้ผลประโยชน์ คุณชายรองก็ได้ผลประโยชน์ไม่ใช่หรือเจ้าคะ”

เหวินเฉิงเย่าใจอ่อน “ดีก็จริง แต่เจ้าก็รู้ว่าน้องสามนิสัยหนักแน่น ของของเขาไม่ได้ขอได้ง่ายๆ”

ซูซื่อคิดไว้อยู่แล้ว “เรามีท่านโหวไม่ใช่หรือเจ้าคะ คนเป็นพ่ออยากได้ของของบุตรชายนิดหน่อยไม่ได้หรือเจ้าคะ”

เหวินเฉิงเย่าครุ่นคิด จากนั้นก็หัวเราะ “เจ้าฉลาดจริงๆ” เขายกนิ้วให้ซูซื่อ

ซูซื่อมองเขา “ข้าทำเพื่อท่านไม่ใช่หรือ”

“ขอบพระคุณภรรยา ภรรยาของข้าเก่งที่สุด”

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 19 เรื่องในจวน ตอนที่ 19