ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 18 คุณชายสามคือคนโหด ตอนที่ 18
ตอนที่ 18 คุณชายสามคือคนโหด
ได้รับความช่วยเหลือจากร้านหนังสือชังหลง อวี๋จือก็เจอนายแบบสะดวกขึ้นมาก ไม่ว่าบ้านใครจัดงานเลี้ยง ร้านหนังสือชังหลงก็สามารถหาบัตรเชิญให้เธอได้
อวี๋จือไม่แปลกใจ ร้านหนังสือชังหลงมีคนหนุนหลังอยู่จริงๆ
นอกจากนี้ร้านหนังสือชังหลงหาได้แม้กระทั่งบัตรเชิญของจวนองค์ชายใหญ่ น่าสนใจ คนหนุนหลังคนนี้ต้องมีอํานาจมากแน่ๆ ไม่แปลกที่เป็นร้านหนังสืออันดับหนึ่งของเมืองหลวง
ตอนนี้อวี๋จือร่วมมือกับร้านหนังสือชังหลงแบบได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย คนหนุนหลังของร้านหนังสือมีอำนาจก็เป็นประโยชน์ต่อเธอมากเหมือนกัน
อวี๋จือแต่งตัวเป็นศิษย์ซื่อบื้อที่ตามเพื่อนมาเปิดหูเปิดตา แล้วยังกุมไม้กุมมือ ส่วนเป็นเพื่อนของใคร ใครจะสนใจเรื่องนี้เล่า
งานเลี้ยงของตระกูลผู้มีอํานาจล้วนแต่แสวงหาชื่อเสียงและผลประโยชน์ คนที่มาที่นี่ต่างพากันมาหาช่องทางตีสนิทกับผู้มีอำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว คนที่หน้าตาธรรมดา แต่งตัวธรรมดา และยังซื่อบื้ออย่างอวี๋จือ ใครจะอยากมองกัน
แต่ในจวนองค์ชายใหญ่ อวี๋จือเกือบซวยแล้ว ไม่ใช่แค่เธอได้เจอเหวินจิ่วเซียว แต่ยังได้พบเรื่องต้องห้ามอีกด้วย
คนอื่นกําลังแต่งบทกลอน อวี๋จือไม่มีอารมณ์จึงอยากไปหาที่สงบๆ อยู่
จากนั้นเธอก็หลงทาง บังเอิญมีภูเขาจำลองอยู่ข้างๆ ภูเขาจำลองสร้างอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ กิ่งก้านใบไม้เขียวชอุ่ม บดบังภูเขาจำลองไปครึ่งหนึ่ง อวี๋จือพิงภูเขาจำลองพักผ่อน ทั้งเย็นสบายและเป็นส่วนตัว
ต้องโทษที่ลมพัดเย็นสบายเกินไป สบายจนอวี๋จือเผลอหลับ และเมื่อเธอตกใจตื่นก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกระเสือกกระสนอยู่ในสระน้ำไม่ไกล
นางจะเล่นงานคนอื่นหรือถูกคนอื่นเล่นงานกันแน่?
ความอยากรู้อยากเห็นของเธอทำให้เข้าไปดูใกล้ๆ ก่อนที่เธอจะตัวแข็งทื่อไปทันที
คนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม...คือเสี่ยเลี้ยงของเธอไม่ใช่เหรอ
เขามองดูผู้หญิงที่ดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ใต้ฝ่าเท้าราวกับมีรากงอก ไม่คิดที่จะช่วยคนเลย สายตาของเขา...อวี๋จืออยู่ด้านหน้าเขาจึงเห็นอย่างชัดเจน
เย็นชา! สายตาของเขาเย็นชามาก มองคนที่อยู่ในน้ำราวกับมองคนตาย ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย ความเย็นชาแบบนี้ อากาศร้อนอบอ้าวยังต้องหนาวสั่น
เขามองผู้หญิงที่อยู่ในน้ำครู่หนึ่ง แล้วหันหลังเดินออกไป
ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกไปเองหรือเปล่า อวี๋จือรู้สึกว่าตอนที่เขาเดินออกไปเขาเหลือบมองมาตรงที่เธอแอบอยู่
ตกใจเเทบตาย!
อวี๋จือตบหน้าอกตัวเองเบาๆ จากนั้นก็รู้สึกว่าแผ่นหลังตัวเองเปียกโชกไปหมด
ไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะทำขึ้นเพื่อเสี่ยเลี้ยงของเธอ หรือเขาแค่บังเอิญเห็น อวี๋จือก็ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้อง
รีบหนีดีกว่า ส่วนผู้หญิงที่อยู่ในน้ำ ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากช่วย แต่เธอเห็นสาวใช้ที่แอบอยู่หลังต้นไม้แล้ว ดูเหมือนว่าต่อให้ไม่มีใครช่วยผู้หญิงคนนั้นนางก็คงไม่ตาย
อวี๋จือถามทางกับป้าคนหนึ่ง ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ออกไปจากจวนนี้ดีกว่า ใกล้ถึงประตูใหญ่ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันบอกว่าองค์หญิงอันเล่อตกน้ำ
องค์หญิงอันเล่อ!
อวี๋จือหยุดชะงัก แต่เธอกลับไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
เธอในตอนนี้ไม่ใช่เด็กน้อยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เหมือนตอนที่เพิ่งฟื้น องค์หญิงอันเล่อที่ฝ่าบาทโปรดปรานที่สุดชอบคุณชายสามแห่งจวนอู่อันโหว ไม่ใช่ความลับอะไรในเมืองหลวง
แต่น่าเสียดายที่บุปผาโปรยร่วงด้วยมีใจติดตามวารี สายนทีไหลผ่านไร้ไมตรีเมินรักบุษบา คุณชายสามอายุสิบเก้าปีแล้ว ถ้าเขาอยากแต่งงานกับองค์หญิงอันเล่อเขาคงแต่งไปนานแล้ว ในเมื่อเขายังไม่ได้แต่งงาน นั่นก็หมายความว่าเขาไม่อยากแต่งงานกับองค์หญิง
ก็จริง คุณชายสามยังมีอนาคตไกล ไม่คุ้มที่จะแต่งงานกับองค์หญิง ไม่ว่าจะมองจากผลประโยชน์ส่วนตัวหรือตระกูลล้วนแต่ไม่คุ้มค่า
องค์หญิงอันเล่อช่างโง่งม บ้าคลั่งไม่สนใจแม้แต่ชีวิตตัวเอง มีจิตใจเด็ดเดี่ยว ห้ามไปแหย่นางเด็ดขาด สงสารก็แต่ภรรยาเอกของคุณชายสาม ใครแต่งงานกับเขาคงต้องคอยแบกรับการกลั่นแกล้งจากราชวงศ์
ดังนั้น ความรักไม่ใช่สิ่งที่ดี มันทําให้คนเปลี่ยนไปจากเดิม
อยู่ให้ห่าง อยู่ให้ห่าง อยู่ให้ห่างดีกว่า
อวี๋จือใช้เวลาครึ่งเดือนในการวาดหนึ่งภาพ สองเดือนกว่าวาดได้ห้าภาพ ตอนนี้เมื่อถึงงานเลี้ยงเหล่าคุณหนูไม่ได้แข่งดอกไม้บนหัวกันแล้ว แต่กลายเป็น ‘เจ้ามีภาพชายหนุ่มรูปงามกี่ภาพ’ คนที่มีทั้งหมดห้าภาพก็จะสามารถเชิดหน้าขึ้นสูงได้
ร้านหนังสือชังหลงทําเงินได้มากมาย และแน่นอนว่าอวี๋จือก็ได้กําไรไม่น้อย ตอนนี้เธอใส่ผ้าไหมเยียนหลัวได้แล้ว แต่เพราะต้องถ่อมตัวจึงได้แต่ตัดใจอย่างเจ็บปวด
อวี๋จือไม่พอใจ แม้แต่ข้าวก็ไม่อยากกิน ฟุบอยู่บนโต๊ะอย่างคับแค้นใจ
เมื่อเหวินจิ่วเซียวมาเห็นก็แปลกใจ ผู้หญิงคนนี้ร่าเริงและยิ้มสดใสเสมอ ทําไมวันนี้ถึงกลายเป็นดอกไม้เหี่ยวเฉาเช่นนี้
เขาจึงถามว่าเธอเป็นอะไร อวี๋จือกำลังจะบอกว่าไม่เป็นไร อิงเถากลับเอ่ยขึ้นมาว่า “แม่นางอยากสวมผ้าไหมเยียนหลัวเจ้าค่ะ”
ทันใดนั้นก็เห็นสายตาที่มองมาของเหวินจิ่วเซียว อวี๋จือที่โอ้อวดว่าตัวเองหน้าด้านมาตลอดแทบจะเอาหน้ามุดดิน
อิงเถาคนนี้ เอาความจริงมาพูดเล่น มันคือการทำลายภาพลักษณ์ของเธอ เธอต้องรู้ความ เธอต้องเห็นอกเห็นใจคนอื่นสิ ยังแก้ตัวทันไหม
“ใฝ่ฝัน ใฝ่ฝันเจ้าค่ะ” อวี๋จือยิ้มและอธิบาย “ล้วนแต่บอกว่าผ้าไหมเยียนหลัวดี แม้ข้าไม่เคยเห็น แต่ยังไม่อนุญาตให้ข้าใฝ่ฝันถึงหรือเจ้าคะ”
“ได้”
หืม? หัวเราะเยาะเธอเหรอ แต่สีหน้าของเสี่ยเลี้ยงเคร่งขรึม อวี๋จือมองไม่ออกว่าเขาหัวเราะเยาะตัวเองหรือเปล่า
ช่างเถอะ อวี๋จือเบะปาก เขาคือคนใจร้ายที่แม้แต่ชีวิตขององค์หญิงยังไม่สนใจ เธออย่าหาเรื่องดีกว่า
“ครั้งนี้คุณชายสามยังดื่มชาเหมือนเดิมหรือไม่ มีเวลาอยู่กินข้าวหรือไม่เจ้าคะ ป้าเจียงทำอาหารอร่อยมาก คุณชายสามอยู่ชิมสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” อวี๋จืออยากให้เขาอยู่ต่อ
เลี้ยงข้าวหัวหน้า มีประโยชน์ในการสร้างความประทับใจให้หัวหน้า รอให้สนิทกันกว่านี้อีกสักหน่อย เธอก็จะพูดถึงเรื่องสัญญาขายตัว ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป
เหวินจิ่วเซียวครุ่นคิดและตอบตกลง “เอาสิ”
เขานึกถึงจุดประสงค์ที่มาที่นี่ แล้วเอ่ยอีกว่า “กระเป๋าเงิน...”
เพิ่งจะพูดว่ากระเป๋าเงิน อวี๋จือก็ขอโทษอย่างละอายใจ “ขอโทษคุณชายสามแล้ว ข้าทําเป็นแค่กระเป๋าเงิน ทำอย่างอื่นไม่เป็นแล้วเจ้าค่ะ”
อธิษฐานในใจ อย่าคาดหวังอะไรกับฉันเลยนะ
“คุณชายสามดีกับข้าเช่นนี้ ข้าจึงอยากแสดงน้ำใจ ทํากระเป๋าเงินให้คุณชายสามเจ้าค่ะ” ทำท่าทาง “ข้าทําได้ไม่ดี แต่ข้าจะพยายาม”
เหวินจิ่วเซียวนึกถึงกระเป๋าเงินหกใบที่ตัวเองได้มา นอกจากสีที่ไม่เหมือนกัน ทุกอย่างก็เหมือนกันหมด ลวดลายยังวาดเหมือนเดิม ช่างปักคนนี้ธรรมดาจริงๆ
ที่จริงบอกว่าธรรมดายังฝืนใจ งานเย็บปักถักร้อยของสาวใช้ระดับสามในจวนของเขายังดีกว่านางเสียอีก
แต่เมื่อดวงตาที่ราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วงคู่นั้นมองมา เขาก็เอ่ยว่า “ต่อไปไม่ต้องทำแล้ว” ไม่ออก
“เจ้าอยากทําก็ทําเถิด”
“ขอบพระคุณคุณชายสามเจ้าค่ะ คุณชายสามช่างดีเหลือเกิน” อวี๋จือกลับมายิ้มแย้ม ใบหน้าเล็กๆ ที่เนียนขาว สดใสราวกับแสงอาทิตย์อันอบอุ่น สดใสและสวยงาม
ความสดใสนี้ทำให้เหวินจิ่วเซียวขมวดคิ้วเบาๆ แต่ในใจกลับถอนหายใจด้วยความโล่งอก ผู้หญิงคนนี้ แค่ยิ้มก็ทำให้คนรู้สึกสบายใจ
ใช่แล้ว บ้านเล็กๆ แห่งนี้ รวมถึงอวี๋จือ ล้วนแต่ทําให้เหวินจิ่วเซียวรู้สึกสบายใจ
พอเขามานางก็ยิ้มต้อนรับ พอเขาไม่มานางก็ไม่นอกลู่นอกทาง ไม่เคยคิดอะไรเลยเถิด และไม่เคยสร้างปัญหาให้เขา