ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 17 ชายหนุ่มผู้น่าหลงใหล ตอนที่ 17
ตอนที่ 17 ชายหนุ่มผู้น่าหลงใหล
แน่นอนว่าผลลัพธ์สุดท้ายก็คืออวี๋จือกลับบ้านอย่างพึงพอใจ
หลังจากเธอออกไป ผู้ดูแลยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความเคารพ เขาไม่เข้าใจ “เถ้าแก่ทําไมถึงตอบตกลงขอรับ”
เถ้าแก่เป็นชายวัยกลางคน เขาถามกลับว่า “การค้านี้ไม่คุ้มหรือ”
“คุ้มขอรับ แต่เราสามารถซื้อภาพวาดนั้นได้...” ขายเองได้กําไรมากกว่าร่วมมือกับคนอื่น แล้วยังไม่ต้องแบ่งกําไรเยอะขนาดนั้น
แค่คิดว่าเงินหายไปตั้งมากมาย ผู้ดูแลก็เสียดาย
“ข้าเองก็อยากซื้อ แต่เขาไม่ยอมขายไม่ใช่หรือ” เขาเหลือบไปเห็นใบหน้าสับสนของผู้ดูแล จึงหัวเราะขึ้นมา “เม่าซาน เจ้านะเจ้า ขี้เหนียวอีกแล้ว”
หลังจากชะงักไปครู่หนึ่งก็เอ่ยต่อ “ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เจ้าคิดว่าภาพวาดนั้นคุ้มค่าหรือไม่”
“คุ้มค่าขอรับ แต่...” แต่ผู้ดูแลหลี่เม่าซานยังคิดว่าให้มากเกินไป
“เม่าซาน เราเปิดร้านทํากิจการ อัธยาศัยดีถึงจะมีเงินทอง เจ้ารู้หรือไม่ว่าประโยคไหนของเขาทําให้ข้าใจอ่อน เขาบอกว่าไม่ใช่แค่ภาพภาพนี้ ชายหนุ่มรูปงามอีกเก้าคนเขาก็วาดได้ แล้วยังเสนอให้ประมูล ขายให้คนที่เสนอราคาสูง
ภาพวาดเช่นนี้ หากใช้กระดาษแข็งอย่างดีคงขายได้สองร้อยตำลึง”
ผู้ดูแลสูดลมหายใจเข้า ภาพแค่ภาพเดียว กินก็ไม่ได้ สวมใส่ก็ไม่ได้ ขายได้ตั้งสองร้อยตำลึงเลยหรือ ภาพวาดที่ร้านหนังสือขายภาพละห้าสิบตำลึงก่อนหน้านี้เขายังไม่อยากจะเชื่อ
สีหน้าของเขาทําให้เถ้าแก่พอใจ เถ้าแก่ตบไหล่เขาเบาๆ และพูดอย่างเป็นนัย “ในเมืองหลวงมีหญิงสาวและคุณหนูที่ชอบคุณชายฟังตั้งมากมาย เราจะไม่พูดถึงเรื่องอื่นนอกจากหน้าตา คุณหนูที่ชอบย่อมซื้อกลับไปสะสม สําหรับคนทั่วไปเงินสองร้อยตำลึงไม่ใช่เงินจำนวนน้อย แต่สำหรับคุณหนูเหล่านั้น สองร้อยตำลึงยังไม่พอให้พวกนางซื้อเครื่องประดับ
คุณชายฟังยังไม่ใช่คนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด หลี่ทั่นฮวา คุณชายอี้เฉิน อ้อ แล้วยังมีชายหนุ่มที่น่าหลงใหลอย่างใต้เท้าเหวิน เม่าซาน เจ้าคิดว่าหากมีถาพวาดของใต้เท้าเหวิน องค์หญิงอันเล่อจะยอมจ่ายเงินซื้อภาพวาดของเขาเท่าไหร่”
คนทั้งเมืองหลวงมีใครไม่รู้บ้างว่าองค์หญิงอันเล่อชอบใต้เท้าเหวิน? รอจนตัวเองอายุตั้งสิบเจ็ดปีแล้วยังไม่แต่งงานเพราะใต้เท้าเหวิน ไม่ได้มีเพียงองค์หญิงอันเล่อคนเดียว ผู้หญิงที่แต่งงานออกเรือนไปแล้วสองสามปีล้วนแต่เคยชอบใต้เท้าเหวิน รอจนรอไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงยอมแต่งงาน เพื่อชดเชยให้กับความเสียใจ ถึงแม้ต้องเสียเงินก้อนใหญ่พวกนางก็ยินดีจะซื้อภาพวาดใต้เท้าเหวินไปสะสม
สิ่งที่พวกนางสะสมหาใช่ภาพวาดของใต้เท้าเหวิน หากแต่เป็นความฝันเมื่อวัยสาวต่างหาก
เมื่อเห็นผู้ดูแลสายตาเป็นประกาย เถ้าแก่ก็พอใจ “ข้าจะแบ่งเป็นสามระดับ ภาพที่คุณภาพดีที่สุดมีแค่สิบภาพ ให้พวกนางประมูล ประมูลจนหมด คุณภาพระดับกลางมีหนึ่งร้อยภาพ ขายราคาภาพละสองร้อยตำลึง คุณภาพระดับต่ำมีหนึ่งร้อยภาพ ขายภาพละหนึ่งร้อยตำลึง”
เหล่าคุณหนูจะซื้อแค่ภาพเดียวเช่นนั้นหรือ ใครบอกกันว่าคนที่พวกนางชอบมีได้แค่คนเดียว มีแค่ผู้ชายที่ชอบดูผู้หญิงสวยได้หรือ ผู้หญิงก็ชอบดูชายหนุ่มรูปงามไม่ด้อยไปกว่า ราชวงศ์นี้มีองค์หญิงสองสามองค์ บ่าวรับใช้คนสนิทล้วนเป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาทั้งนั้น
หากวางขายภาพวาด เกรงว่าพวกนางคงแย่งชิงกันสะสมภาพวาดสิบชายหนุ่มรูปงามแน่นอน!
ฮ่าๆ ลองคิดดู เพียงขายภาพวาดเขาจะได้เงินเท่าไร
“เถ้าแก่ฉลาดมากขอรับ” ผู้ดูแลยอมจำนน
ในตอนนี้เอง ก็มีคนเข้ามารายงาน “เถ้าแก่ขอรับ บ่าวไร้ความสามารถ ตามเขาไม่ทันขอรับ” หน้าตาธรรมดา แต่กลับเดินไร้สุ้มเสียง
“ข้ารู้แล้ว ออกไปเถิด” เถ้าแก่ไม่ได้ตําหนิเขาและหันไปหาผู้ดูแล “ดูสิ ในเมื่อคุณชายคนนั้นสามารถวาดภาพที่คนอื่นไม่เคยเห็น เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนมีความสามารถ เขาหนีอาชวนได้ยิ่งทำให้ข้ามั่นใจในการคาดเดาของตัวเอง โลกกว้างขวางเช่นนี้ย่อมมีคนแปลกประหลาดมากมาย แค่ในเมืองหลวงก็มีคนมีความสามารถแอบซ่อนตัวอยู่ไม่น้อย เราเป็นพ่อค้า อย่าสร้างศัตรูเลยดีกว่า เม่าซาน เจ้าใจแคบเกินไป”
ผู้ดูแลสีหน้าละอายใจ “บ่าวไม่รอบคอบเอง ขอบพระคุณคำสอนของเถ้าแก่ขอรับ”
สมแล้วที่เป็นเถ้าแก่ ไม่อย่างนั้นร้านหนังสือชังหลงจะเป็นร้านหนังสืออันดับหนึ่งของเมืองหลวงได้เช่นไร
อวี๋จือสมปรารถนาเลยทำให้รู้สึกมีความสุขมาก เลยไม่คิดเล็กคิดน้อยเรื่องที่ร้านหนังสือชังหลงส่งคนสะกดรอยตามเธอ ก็แค่สะบัดออกไปให้พ้นทางก็พอแล้ว
เงินจำนวนนับไม่ถ้วนกําลังกวักมือเรียกเธออยู่ สองสามวันนี้อวี๋จืออารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถึงแม้จะเจอคนที่น่ารำคาญ เธอก็ไม่โมโห
คนที่น่ารำคาญคนนั้นคือจ้าวโหย่วจื้อ ลูกชายของป้าหลี่ อวี๋จือเคยเจอในตรอกครั้งหนึ่ง บอกว่าเป็นปัญญาชน สวมชุดบัณฑิตวางท่าแต่ดวงตาคู่นั้นกลับอยู่ไม่นิ่ง ชอบมองร่างกายของเธอ น่ารังเกียจ
ร้านหนังสือชังหลงก็ดีใจ ภาพวาดของฟังจื่อเฉิงขายดีกว่าที่พวกเขาคาดไว้เสียอีก ภาพระดับสูงสิบภาพประมูลหมดในครึ่งชั่วยาม ขายได้ในราคาสามหมื่นตำลึง
ฟังจื่อเฉิงดูภาพวาดของตัวเอง ยิ่งดูยิ่งพอใจ “ข้าหล่อเหลาจริงๆ ร้านหนังสือชังหลงไปหาจิตรกรมาจากไหน มีความสามารถไม่น้อย วาดท่าทีมีเสน่ห์น่าพิสมัยของข้าออกมาได้ไม่เลว”
ยิ่งดูก็ยิ่งชอบ ในสายตาเต็มไปด้วยความหลงใหล “ต้าเชวียน ภาพหนึ่งแขวนในห้องหนังสือ อีกภาพแขวนในห้องนอน ดูแลให้ดี อย่าให้ฝุ่นเกาะ”
ใช่แล้ว ฟังจื่อเฉิงประมูลมาสองภาพ นอกจากนี้ฟังกั๋วกงสองสามีภรรยาก็ประมูลมาสามภาพ หมายความว่าภาพวาดสิบภาพนั้นตระกูลฟังกั๋วกงเหมามาแล้วครึ่งหนึ่ง แล้วยังประมูลมาในราคาภาพละห้าพันตำลึง ในจำนวนเงินสามหมื่นตำลึง ตระกูลเขาก็บริจาคให้ถึงสองหมื่นห้าพันตำลึง
ราคานี้ฟังจื่อเฉิงเป็นคนเสนอเอง “ข้าหล่อเหลาเช่นนี้ เงินถึงห้าพันตำลึงจึงจะคู่ควรกับใบหน้าของข้าไม่ใช่หรือ” ยัดเงินให้คนอื่น แปลกจริงๆ
ผู้ดูแลหลี่ ผู้ดูแลงานประมูลต่างกล่าวว่า เขาชอบคนแปลกๆ เช่นนี้
ฟังกั๋วกงฮูหยินก็กำลังดูภาพวาดลูกชายตัวเองอยู่ ทั้งดีใจและภูมิใจ ลูกชายข้าหล่อจริงๆ ทั้งเมืองหลวงไม่มีใครหล่อเหลาเท่าลูกชายของข้าแล้ว!
ท่านแม่ของเขาชื่นชมเขาที่สุด
แล้วยังมีฟังกั๋วกง เขายกมือขึ้นจับใบหน้าตัวเองอย่างดีอกดีใจ โชคดีที่ลูกชายหน้าไม่เหมือนตัวเอง
เขาหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีเพราะมีกองทัพทหารใต้บังคับบัญชาของตนเองตั้งอยู่นอกเมือง แน่นอนว่าต้องมีคนอิจฉาตาร้อนจึงมักจะดูถูกรูปร่างหน้าตาของเขาแทน เย้ยหยันว่าเขาอัปลักษณ์
เหอะ เป็นผู้ชาย หน้าตาไม่หล่อเหลาแล้วทำไม แต่ฮูหยินกับบุตรชายของเขาหน้าตาดี!
เด็กดี เป็นหน้าเป็นตาให้พ่อ ฟังกั๋วกงพอใจยิ่งนัก จากนั้นก็หันไปสั่งผู้ดูแล “นำภาพนี้ไปแขวนที่ห้องโถง” หากมีแขกมา เงยหน้าขึ้นก็จะเห็นพอดี
เยี่ยมไปเลย โอ้อวดเก่งกว่าลูกชายตัวเองเสียอีก
ส่วนอีกภาพหนึ่ง ฟังกั๋วกงหัวเราะอย่างมีเลศนัย เดือนก่อนบุตรชายของสหายซื้อพัดเล่มหนึ่งแต่กลับถูกโกงไปแปดพันตำลึง สหายจึงโมโหจนล้มป่วย เขาต้องไปเยี่ยมปลอบใจเสียหน่อย
สนิทกันขนาดนี้ไม่จำเป็นต้องมีของฝาก นำภาพวาดไปชมด้วยกันดีกว่า
สหาย : ทำอะไรน่ะ ตัดญาติขาดมิตรซะดีมั้ย!
ภาพวาดของฟังจื่อเฉิงขายหมดอย่างรวดเร็ว อวี๋จือจึงได้รับเงินส่วนแบ่ง ขณะนับตั๋วเงินเก็รู้สึกว่าเธอเก่งอีกแล้ว
หลี่ทั่นฮวา เขาคือเป้าหมายคนต่อไปของอวี๋จือ
ถ้าบอกว่าฟังจื่อเฉิงเจ้าชู้ อย่างนั้นหลี่ทั่นฮวาก็สุภาพเรียบร้อยและมีมารยาท