ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 3 วันนี้คุณชายสามยังไม่มา ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 วันนี้คุณชายสามยังไม่มา
ฤดูใบไม้ผลิเดือนสาม สายลมอันอบอุ่น ดอกไม้ผลิบาน นกยางบินว่อน
ไม่นานก็ผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว อวี๋จือหายดีแล้ว ใบหน้าที่ซีดเซียวอมชมพูระเรื่อ แต่อวี๋จือรู้ว่านี่เป็นแค่รูปลักษณ์ภายนอก ร่างกายนี้ตรากตรำมามากเกินไป ใช่ว่าจะชดเชยได้ในชั่วข้ามคืน
จะว่าไปแล้วเจ้าของร่างเดิมช่างลําบาก เกิดในครอบครัวชาวนา บิดาเป็นบัณฑิต ตอนเด็กมีชีวิตที่ดีอยู่สองสามปี แต่เมื่ออายุห้าหกขวบ บิดาก็ออกไปสอบและไม่กลับมาอีกเลย หลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวคราวอะไรอีก
มารดาของนางทนไม่ไหวจึงทิ้งนางไปแต่งงานใหม่ นางจึงมาอยู่กับท่านลุงท่านป้า
ชีวิตที่อยู่ใต้ชายคาคนอื่นจะดีสักแค่ไหนกัน ถึงแม้ท่านลุงท่านป้าจะไม่เคยด่าทอหรือตีนาง แต่กลับเรียกใช้นางทุกวัน นอกจากซักผ้าทําอาหารแล้วยังต้องไปทำไร่ ตากแดดตากฝนเป็นเรื่องปกติ แต่ลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่านางหนึ่งปีกลับไม่ต้องทำงานพวกนี้
สําหรับเรื่องอาหารการกิน ดูภายนอกก็เหมือนกับของลูกพี่ลูกน้อง แต่ท่านป้ากลับแอบทำอาหารอร่อยๆ ให้ลูกของตัวเองโดยไม่เคยเรียกนาง เจ้าของร่างเดิมเป็นคนอ่อนแอไม่กล้าก่อเรื่อง น้อยใจก็ไปแอบเช็ดน้ำตาเอง กลัวท่านลุงท่านป้าจะไล่ออกจากบ้าน
ต่อมาเมื่ออายุสิบสามสิบสี่ปี หน้าตานางสะสวยขึ้นเรื่อยๆ ท่านป้าก็ดีกับนางมากขึ้น ไม่ให้นางออกไปทำไร่ทุกวันแล้ว และบางครั้งยังตัดเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ด้วย
ไม่ใช่เพราะจิตใจดี แต่เห็นหลานสาวคนนี้หน้าตาดี คงจะได้เงินสินสอดทองหมั้นไม่น้อย
ต่อมาเมื่อลูกพี่ลูกน้องจะแต่งงาน ครอบครัวไม่มีเงิน มีคนถูกใจหน้าตานาง ท่านป้าจึงขายนางทันที
นางย้ายมาอยู่ที่จวนนายอำเภอ แม้จะบอกว่าเป็นสาวใช้แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกนางเป็นเพียงเครื่องมือให้นายอําเภอใช้ผูกสัมพันธ์กับผู้มีอํานาจ
อยู่ที่จวนนายอำเภอปีกว่า ผิวพรรณกลับมาขาวแล้วแต่รอยแผลเป็นที่มือยังอยู่
มือคือใบหน้าที่สองของหญิงสาว อวี๋จือมองมือตัวเองอย่างไม่พอใจ เธอจะรักษารอยแผลเป็นให้หายและดูแลอย่างดี
ป้าเจียงเดินเข้ามาพูดติดๆ ขัดๆ “แม่นางเจ้าคะ วันนี้ลองให้บ่าวไปดูอีกครั้ง บางทีคุณชายสามอาจจะกลับเมืองหลวงแล้วก็ได้เจ้าค่ะ”
หลังจากไปถามมาครั้งหนึ่ง แม่นางก็ไม่ให้ตนไปอีก บอกว่าคนที่จวนเห็นเข้าจะไม่ดี แต่ป้าเจียงก็กังวลเพราะตั้งแต่แม่นางย้ายมาอยู่ที่นี่ คุณชายสามก็ไม่เคยมาหา เขาลืมแม่นางไปแล้วหรือ หรือว่าถูกนางจิ้งจอกคนไหนขัดขาเอาไว้ แล้วแม่นางล่ะ แม่นางมีชีวิตที่ดีตนถึงจะมีชีวิตที่ดีได้
“ไม่จำเป็นหรอก” อวี๋จือไม่เป็นกังวลเลยแม้แต่น้อย
ช่วงนี้นางไปสืบมาแล้ว จึงเข้าใจสถานการณ์ของคุณชายสามอย่างชัดเจน
เสี่ยเลี้ยงของเธอคือคุณชายสามแห่งจวนอู่อันโหว แซ่เหวิน นามว่าจิ่วเซียว เป็นบุตรชายของภรรยาเอก ปีนี้อายุสิบเก้าปี และยังไม่ได้แต่งงาน
เขาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง สอบผ่านจอหงวนตั้งแต่อายุสิบห้า เป็นบัณฑิตเรียนดี ไม่สิ เขาเป็นอัจฉริยะต่างหาก อายุยังไม่ถึงยี่สิบก็ได้รับตำแหน่งเส่าชิงแห่งศาลต้าหลี่ ชีวิตของเขาราวกับเปิดโหมดสมบูรณ์แบบไว้
เมื่อเทียบกับเขาแล้ว อวี๋จือรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอมาก แม้ในยุคสมัยใหม่ที่เธอขยันขันแข็ง เธออายุตั้งเกือบสามสิบถึงได้นั่งตําแหน่งผู้บริหารระดับสูง คนอย่างคุณชายสามต่างหากที่เป็นนายใหญ่ เทียบกันไม่ได้! เทียบกันไม่ได้เลย!
“คุณชายสามมีตําแหน่ง ถึงแม้เขาจะกลับเมืองหลวงแล้ว เกรงว่าเขาก็คงยุ่ง ข้าหายดีแล้ว แล้วยังมีชาติกําเนิดเช่นนี้ ไม่มีอะไรให้เขาต้องนึกถึง อย่าไปรบกวนเขาเลยดีกว่า” อวี๋จือเสียใจ และหัวเราะเยาะตัวเองอย่างขมขื่น
“แม่นางอย่าเอ่ยเช่นนี้เจ้าค่ะ ท่านไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร” ป้าเจียงเห็นใจและเข้าใจ แต่นางก็ไม่ได้พูดไปอย่างนั้นเพื่อปลอบใจ
ในมุมมองของป้าเจียง อวี๋จือนิสัยดี หน้าตาดี แล้วยังรู้หนังสือ นอกจากภูมิหลังไม่ดีนักก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณหนูตระกูลขุนนางเหล่านั้น
นางอาบน้ำร้อนมาก่อน ย่อมรู้ดีว่าปากผู้ชายเอ่ยว่า“แต่งภรรยาต้องแต่งภรรยาดี” แต่ทุกคนก็มองที่หน้าตาไม่ใช่หรือ
“ป้าเจียงไม่ต้องปลอบใจข้า วันไหนที่คุณชายสามสูงส่ง แล้วข้าจะเป็นใครได้ ข้าเป็นไม่ได้แม้แต่ดินโคลนใต้เท้าของเขา บางทีคุณชายสามอาจจะลืมข้าไปนานแล้วก็ได้ ข้า ข้าอย่าหาความอับอายให้ตัวเองดีกว่า”
พูดจบอวี๋จือก็ขอบตาแดง หันหน้าหนีด้วยสีหน้าโศกเศร้าเสียใจ
ป้าเจียงตื่นตระหนกรีบเอ่ยว่า “ไม่มีทางเจ้าค่ะ คุณชายสามไม่มีทางลืมท่านแน่นอน เขาให้ท่านมาอยู่ที่นี่ เห็นได้ชัดว่าเขาห่วงใยท่าน ท่านก็บอกแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะว่าคุณชายสามยุ่ง รอให้เขามีเวลา เขาต้องมาหาท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”
“จริงหรือ” อวี๋จือถือผ้าเช็ดน้ำตา สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“จริงเจ้าค่ะ!” ป้าเจียงรับรอง “แม่นางดีเพียงนี้ ใครจะลืมลงเจ้าคะ”
หลังจากอวี๋จือได้รับคำปลอบใจอยู่นาน ก็กัดริมฝีปากเบาๆ “เช่นนั้น ข้าจะรอคุณชายสามอยู่ที่นี่”
ใบหน้าที่งดงามราวกับดอกบัว ช่างน่ารักน่าเอ็นดู
พอป้าเจียงหันไป สีหน้าของอวี๋จือก็เปลี่ยนไปทันที เศร้าอะไร เสียใจอะไรกัน เสแสร้ง! เธอเสแสร้งทั้งนั้นแหละ!
เธอมีชีวิตมาสามชาติแล้ว ยังจะเสียใจเพราะคนแปลกหน้าที่ไม่เคยเจอกันเหรอ เธอสังเกตเห็นว่าป้าเจียงพยายามยุให้เธอคว้าหัวใจคุณชายสามเอาไว้ และย้ายเข้าไปอยู่ในจวนให้เร็วที่สุด
เฮ้อ ชาติกําเนิดแบบนี้ ต่อให้ย้ายเข้าไปอยู่ในจวนก็เป็นได้เพียงอนุภรรยา
อนุภรรยา สตรีที่ต้องยืน คนอื่นนั่งเธอต้องยืน คนอื่นกินเธอทำได้แค่ดู ชีวิตอยู่ในมือของคนอื่น จะอยู่หรือตายขึ้นอยู่กับคนอื่น
ไม่สู้อยู่ข้างนอกแบบนี้ดีกว่า
ถึงแม้ป้าเจียงจะเห็นแก่ตัว แต่นอกจากเรื่องนี้อวี๋จือก็ประทับใจนาง แล้วอีกอย่างในฐานะที่เธอเป็นเจ้านาย แต่ไม่มีแม้แต่สัญญาซื้อขายตัวนาง ถึงแม้อยากแลกก็แลกไม่ได้ แก้ขัดไปก่อนก็แล้วกัน
คนอย่างเหวินจิ่วเซียว อวี๋จือแค่ไปสืบก็รู้ว่าเขาเป็นคนมีความคิด แล้วยังเป็นถึงเส่าชิงในศาลต้าหลี่ ผู้ชายคนนี้ต้องใจแข็งแน่นอน อายุสิบเก้าแล้วยังไม่แต่งภรรยาเอก ไม่มีการหมั้นหมาย บางทีเรื่องนี้อาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ หรือไม่เขาก็คงมีอำนาจในตระกูล
นึกไปถึงผู้สืบทอดอู่อันโหวที่ร่างกายอ่อนแอ แต่งงานมาหกปียังไร้ทายาท อวี๋จือทำได้เพียงครุ่นคิด
อายุยังน้อยก็ได้รับตำแหน่งสูง มีกลยุทธ์มีความคิดเป็นของตัวเอง แล้วยังไม่สนใจผู้หญิง ผู้ชายแบบนี้ในใจมีแต่อาชีพการงานและประเทศชาติ จะสนใจอนุนอกเรือนอย่างนั้นเหรอ
อวี๋จือราวกับลูกแมวลูกหมาที่เขาเก็บมาเลี้ยง เห็นอกเห็นใจชั่วคราว จากนั้นก็ทิ้งไว้ข้างหลัง
อวี๋จืออยากให้เหวินจิ่วเซียวลืมตัวเธอไปซะ และอย่าโผล่หน้ามาอีก
ถึงแม้แบบนี้จะไม่มีใครให้เงินเธอ แต่อวี๋จือยอมออกไปหาเงินเอง ดีกว่าต้องเป็นอนุนอกเรือนของใคร
ช่างมันเถอะ ช่างมันเถอะ ไม่คิดแล้ว หาเงินก่อนดีกว่า อวี๋จือไม่อยากมีชีวิตที่ยากลำบากอีกแม้แต่วันเดียว