ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 2 วันนี้คุณชายสามมาหรือยัง ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 วันนี้คุณชายสามมาหรือยัง
หลังจากอิงเถาออกไป อวี๋จือนึกถึงคำว่าอนุนอกเรือน เธอก็ไม่อยากนอนอีกแล้ว
ตั้งแต่เธอฟื้นขึ้นมาเมื่อวันก่อน อิงเถากับป้าเจียงก็ดูแลเธออย่างใกล้ชิด ไม่ยอมให้ลุกจากเตียงด้วยซ้ำ เพิ่งจะออกไปนั่งข้างนอกได้พักหนึ่ง ไม่นานก็ถูกอิงเถาประคองเข้ามาในห้อง ว่าไปแล้วเธอยังไม่ได้ดูบ้านที่ตัวเองอยู่อย่างละเอียดเลย
ตอนอยู่ข้างนอกเมื่อครู่ได้มองดูรอบๆ แล้ว บ้านเล็กแห่งนี้ไม่กว้างมากนักแต่ก็เป็นระเบียบ นอกจากเรือนหลัก ทางทิศตะวันออกมีเรือนรองสามห้อง ทางทิศตะวันตกมีต้นพุทราต้นหนึ่ง
ใต้ต้นพุทราถูกพรวนเป็นแปลงใหญ่ อิงเถาบอกว่าป้าเจียงเป็นคนพรวน เตรียมโรยเมล็ดผัก ผักกาดเขียวแพงเกินไป ปลูกเองดีกว่า ประหยัดเงินซื้อผักได้ไม่น้อย
เมื่ออวี๋จือได้ยินแบบนี้ เธอก็ยิ่งสงสารตัวเอง ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือนไม่พอ แล้วยังเป็นอนุนอกเรือนที่อาศัยอยู่ในบ้านเล็กๆ คนรับใช้ก็ดูเหมือนจะพึ่งพาไม่ได้
เหมือนกับตอนที่อยู่ในบริษัท ตอนนั้นเธอเป็นหัวหน้าทีม พนักงานที่ถูกส่งมาอยู่ในทีมเธอไม่แค่ทํางานข้ามสาขา แต่ยังไม่ผ่านการฝึกอบรมก่อนทํางานด้วย ทีมแบบนี้เธอจะดูแลได้ยังไง
ทำไมเธอถึงน่าสงสารอย่างนี้!
ในห้องค่อนข้างเรียบง่าย บอกได้ว่ามองเข้ามาก็เห็นทุกอย่างแล้ว
เธอเปิดกล่องดู มีเสื้อผ้าแค่สองสามตัว เนื้อผ้าธรรมดา ส่วนใหญ่ยังเป็นของเก่าแล้ว ของใหม่มีแค่สองตัว ลายดอกไม้ค่อนข้างเชย ไม่เหมือนเสื้อผ้าที่เอาไว้ให้เด็กผู้หญิงใส่เลย
อวี๋จือพยายามนึก เป็นเหมือนที่คิดไว้ไม่มีผิด นี่คือรางวัลที่ฮูหยินนายอำเภอ เจ้านายคนเก่ามอบให้เธอ
ใต้กล่องยังมีกล่องไม้เล็กๆ ที่ล็อกไว้ อวี๋จือคิดสักพักก็ถอดกุญแจที่ห้อยอยู่ที่คอออกมา เปิดได้จริงๆ ด้วย
ในกล่องมีเงินและเหรียญทองแดงกระจัดกระจายอยู่ นับดูแล้ว ทั้งหมดมียี่สิบสามตำลึงกับห้าร้อยสี่สิบเจ็ดอีแปะ คิดเป็นเงินหยวนก็ประมาณสองสามพันหยวน
น้อยจัง! อวี๋จือขมวดคิ้วและรื้อห้องอย่างไม่ยอมแพ้
รื้อไปทั่วทั้งห้องแล้วเธอไม่เจอเงินเพิ่มแม้แต่อีแปะเดียว ดูเหมือนว่าเงินยี่สิบกว่าตำลึงคงจะเป็นเงินทั้งหมดของร่างเดิมเธอแล้ว
จน! จนจริงๆ!
อวี๋จือล็อกกล่องไม้แล้วโยนกลับเข้าไปในกล่อง เปิดกล่องหวี มีปิ่นเงินสองด้าม และดอกไม้กํามะหยี่สีแดงหนึ่งดอก
โถ่ จนจริงๆ!
อวี๋จือสีหน้าไร้อารมณ์ เธอปิดกล่องหวีทันที
ตอนที่เธออยู่ในโลกฝึกตน เครื่องประดับล้วนแต่เป็นอัญมณีและหยกหายาก ทองเอยเงินเอยเธอยังดูถูกว่าไร้รสนิยม แม้แต่ในยุคสมัยใหม่ เธอเพิ่งจะคลอดได้หนึ่งร้อยวันก็ได้ใส่ทองใส่เงินแล้ว แค่กําไลทองกําไลเงินก็มีตั้งหลายวง
ตอนที่เธอยากจนที่สุดก็ไม่เคยตกอับแบบนี้
อวี๋จือกลับไปนอนบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก
เสี่ยเลี้ยงทิ้งเธอไว้ที่นี่แล้วไม่เคยโผล่หน้ามาอีกเลย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สนใจผู้หญิงคนนี้ ถ้าสนใจเขาจะให้เธอมาอยู่ในบ้านเล็กๆ แบบนี้เหรอ
หัวหน้าไม่ให้ความสำคัญ ลูกน้องไม่มีความสามารถ แม้แต่ทุนทำกิจกรรมยังไม่จัดสรร จะให้เธอทำยังไงเล่า
อวี๋จือคิดว่าครั้งนี้เธอจะปล่อยวางแล้วจริงๆ อีกไม่นานเธอก็จะกลายเป็นปลาแดดเดียว
ขณะที่เธอกำลังท้อ ก็ได้ยินเสียงอิงเถาดังมาจากข้างนอก “ป้าเจียง กลับมาแล้วหรือ เจอคุณชายสามหรือไม่เจ้าคะ”
อวี๋จือลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก เดินไปถึงขอบประตูก็เดินช้าลง เลียนแบบร่างเดิม หดไหล่และจับกรอบประตูอย่างอ่อนแอ สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง “เจอคุณชายสามหรือยัง”
หน้าตาที่งดงาม สีหน้าซีดเซียวเพราะอาการป่วยทำให้เธอดูน่าสงสาร สายตาที่มีความอาลัยอาวรณ์ หางตาที่แดงก่ำแบบที่ทำให้ผู้คนหลงใหล
หน้าตางดงามเช่นนี้ อย่าว่าแต่บุรุษเลย แม้แต่สตรีอย่างป้าเจียงเห็นแล้วยังเอ็นดู ในใจตะโกนว่า เกิดมางดงามเช่นนี้ ไม่แปลกที่คุณชายจะต้องตา
“แม่นางออกมาทำไมกัน ท่านยังไม่หายดี จะตากลมไม่ได้นะเจ้าคะ” ป้าเจียงยัดตะกร้าใส่มืออิงเถา และรีบเดินเข้าไปประคองอวี๋จือกลับเข้าไปในห้อง
“ถึงแม้บ่าวจะไม่เจอคุณชายสาม แต่บ่าวได้ข่าวแล้วเจ้าค่ะ บ่าวใช้เงินซื้อป้าที่เฝ้าประตู นางบอกบ่าวว่า คุณชายสามไม่ได้กลับจวนมาสองวันแล้ว บ่าวจึงถามว่า ศาลาว่าการงานยุ่งหรือ หรือว่าคุณชายสามออกไปทำงานนอกเมือง ตอนแรกป้าคนนั้นไม่ยอมเอ่ยอะไร ต่อมาบ่าวยัดเงินให้นางอีกห้าตำลึงนางจึงยอมเอ่ยปาก ที่แท้คุณชายสามออกไปทำธุระแทนท่านซื่อจื่อนอกเมืองหลวง แต่ไปที่ไหน กลับมาเมื่อไหร่ ป้าคนนั้นก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ”
นางกลัวอวี๋จือผิดหวังจึงรีบเอ่ยอีกว่า “แม่นางไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ อีกสองวันบ่าวจะไปดู ทันทีที่คุณชายสามกลับมา บ่าวจะเชิญเขามาหาแม่นางเจ้าค่ะ”
อวี๋จือพยักหน้าเบาๆ และกล่าวชมนาง “ป้าเจียงเก่งจริงๆ ลำบากป้าแล้ว แต่ว่า ป้าคนนั้นโลภมากเกินไปหรือไม่”
ประโยคนี้เอ่ยถูกใจป้าเจียง นางตบต้นขาอย่างไม่พอใจ “ใช่เจ้าค่ะ โลภมากจริงๆ”
เจ้านายคนก่อนของป้าเจียงเป็นขุนนางระดับหก เป็นตระกูลยากจน ถึงแม้จะมีคนรับใช้ แต่ก็ใช้ชีวิตอย่างประหยัด เงินห้าตำลึงสามารถซื้อผักได้เป็นเดือน
ต่อมาเจ้านายได้รับตำแหน่งนอกเมือง แน่นอนว่าไม่มีทางพาบ่าวทุกคนไปด้วย ป้าเจียงที่ไม่ใช่บ่าวคนสนิทจึงถูกตัดหางปล่อยวัด นางเคยรับใช้ตระกูลขุนนางมาก่อนจึงมีความรู้มากกว่าคนรับใช้ทั่วไป และถูกคุณชายสามเลือกให้มารับใช้อวี๋จือ
ป้าเจียงเสียสามีไปตั้งแต่ยังสาว เสียลูกไปตอนวัยกลางคน ชีวิตทั้งหมดขึ้นอยู่กับเจ้านาย นางจึงต้องคิดเผื่อตัวเองไว้บ้าง ที่นางทุ่มเทแบบนี้ก็เพื่อตัวนางเอง เห็นอวี๋จือยังเด็กและนิสัยดีจึงอยากได้รับความไว้วางใจจากเจ้านาย ต่อไปถ้าคุณชายสามรับเจ้านายเข้าไปอยู่ในจวน นางก็จะมีที่หลับที่นอน
ไม่อย่างนั้นนางคงไม่ยอมจ่ายเงินห้าตำลึงเงินเพื่อถามข่าว ตอนนี้หัวใจของนางยังเจ็บปวดอยู่เลย
อวี๋จือพยักหน้า “คงไม่มีทางอื่น ตระกูลผู้มีอํานาจ ถึงแม้จะเป็นบ่าวกวาดประตูก็มีความคิดอ่านกว้างขวาง เงินไม่มากพอพวกเขาก็ไม่สนใจ แต่หากตีสนิทกับพวกเขาได้ เสียเงินมากแค่ไหนก็คุ้มค่า ป้าเจียงทำถูกแล้ว”
เธอชื่นชมป้าเจียงอีกครั้ง
ลูกน้องที่ดีต้องได้รับคำชม ในฐานะหัวหน้าแล้ว ไม่มีความสามารถได้ แต่ต้องชื่นชมลูกน้องให้เป็น
ป้าเจียงรู้สึกโล่งใจขึ้นมา ถึงแม้จะบอกว่าถามข่าว แต่เสียเงินมากขนาดนั้นในครั้งเดียว นางเองก็ไม่สบายใจ กลัวเจ้านายจะตําหนิ
ตอนนี้อวี๋จือไม่เพียงแต่ไม่ตำหนินาง แล้วยังชมว่านางทำถูก ป้าเจียงโล่งใจทันที และตั้งหน้าตั้งตารอให้อวี๋จือหายดี
อวี๋จือไม่จำเป็นต้องเอ่ยถาม นางก็เอ่ยออกมาเองทั้งหมด “แม่นางเจ้าคะ ชิงเฟิง บ่าวคนสนิทของคุณชายสามให้เงินบ่าวไว้ห้าสิบตำลึงเงิน หักค่าใช้จ่ายช่วงนี้แล้ว ค่าใช้จ่ายที่มากที่สุดคือเชิญหมอมาดูท่านและค่ายา ทั้งหมดใช้เงินไปเกือบสิบสี่ตำลึง บวกกับเงินห้าตำลึงที่เสียไปวันนี้ เราเหลือเงินไม่ถึงสามสิบตำลึง บ่าวนำมาให้ท่านดีหรือไม่เจ้าคะ”
เป็นเหมือนที่อวี๋จือเดาไว้ไม่มีผิด
หลังจากเธอฟื้นมีหมอมาดูอาการเธอหนึ่งครั้ง เมื่อป้าเจียงไปซื้อยาก็ไม่ได้มาขอเงินที่เธอ เธอจึงเดาว่าป้าเจียงยังมีเงินอยู่ในมือ
ถึงแม้เงินห้าสิบตำลึงจะไม่มาก แต่ก็มากเป็นสองเท่าของเงินส่วนตัวเธอ เงินส่วนตัวอันน้อยนิดนั้นคงพอให้เธอป่วยได้อีกสักครั้งหนึ่ง ไอหยา น่ากลัวชะมัด!
“ไม่จำเป็น เจ้ายังต้องซื้อยาซื้อผักทุกวัน เจ้าถือเงินไว้เถิด จดบัญชีไว้ก็พอแล้ว”
อวี๋จือรู้ดีว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินส่วนกลาง มีไว้ใช้จ่าย แม้เธอจะเก็บไว้ก็ไม่มีทางกลายเป็นเงินของเธอ แล้วยังต้องควักออกทุกวัน เธอคงจะปวดใจมากกว่าเดิมแน่
“บ่าวไม่รู้หนังสือเจ้าค่ะ” ป้าเจียงสีหน้าแย่
“เช่นนั้น” อวี๋จือหยุดชะงักแล้วมองไปที่อิงเถา
อิงเถาสะบัดมือ “แม่นางอย่ามองบ่าวเลย บ่าวก็ไม่รู้หนังสือเจ้าค่ะ”
หรือเธอต้องเป็นคนทำบัญชี?
ไม่! ไม่! ในฐานะหัวหน้า จะทํางานเองได้อย่างไร ต้องฝึกฝนพนักงาน
อวี๋จือพูดอย่างเด็ดขาด “ค่าใช้จ่ายของเราไม่เยอะ ใช้สมองจำไว้ก่อน ข้าจะสอนหนังสืออิงเถา รอให้อิงเถารู้หนังสือแล้ว ค่อยให้นางทําบัญชี”
ไม่ได้ถามความยินยอมของอิงเถาสักนิด เธอตัดสินใจเรื่องนี้เอง
อิงเถากับป้าเจียง คนหนึ่งจัดการบัญชี อีกคนหนึ่งจัดการเงิน ดูแลซึ่งกันและกัน หัวหน้าอย่างอวี๋จือจะได้นอนหลับอย่างสบายใจได้
เพอร์เฟค!