ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 5 หาเงิน ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 หาเงิน
ออกไปเดินเล่น เอ๊ย ไม่ใช่ สํารวจมาทั้งวันแล้ว ในที่สุดอวี๋จือก็ตัดสินใจว่าจะหาเงินด้วยการขายขนมเซียงปิ่งราดซอส[footnoteRef:1] [1: ขนมเซียงปิ่งราดซอส ลักษณะคล้ายแป้งพิซซ่าบางกรอบแล้วราดซอส โรยต้นหอมซอย มีกลิ่นหอม]
ไม่ว่ายุคสมัยไหน ชีวิตของประชาชนขาดปัจจัยสี่ไม่ได้ อยากหาเงินก็ต้องไตร่ตรองเรื่องพวกนี้
อวี๋จือเห็นว่าของกินในสมัยต้าชิ่งค่อนข้างเรียบง่าย หมั่นโถว ขนมแป้ง และซาลาเปา ซาลาเปาก็มีแค่ไส้เนื้อและไส้ผัก รสชาติก็ธรรมดา เทียบไม่ได้กับซาลาเปาที่เธอเคยกินมาก่อน
อวี๋จือคิดว่าสามารถเริ่มจากการขายของกินได้
มีแม่ครัวอย่างป้าเจียง อวี๋จือมั่นใจว่าแค่สอนนาง นางต้องทำซาลาเปาอร่อยแน่นอน แต่ว่าทําซาลาเปาต้องทำไส้ ไม่มีเครื่องบดเนื้อ การสับไส้มันยุ่งยากเกินไป
ช่างเถอะ ช่างเถอะ เธอไม่ได้โลภขนาดนั้น ขายขนมเซียงปิ่งราดซอสดีกว่า หาเงินมาใช้ชีวิตให้ได้ก็พอแล้ว สําหรับร้านเหล้า ร้านอาหาร...ช่างมันก่อน
แน่นอนว่าต่อให้เธอจะอยากทำก็ทำไม่ได้หรอก มีพนักงานแค่สองคน มีเงินทุนสามตำลึงเงิน ยังอยากเปิดร้านอาหารอีก คิดอะไรอยู่
ป้าเจียงลังเล “ขนมเซียงปิ่งราดซอสหรือ บ่าวไม่เคยได้ยิน บ่าวทำไม่เป็นเจ้าค่ะ แล้วอีกอย่าง บ่าวไม่เคยขายของ” นางไม่เคยออกไปไหน กลัวขายไม่ได้ จะเสียเงินไปเปล่าๆ
“ข้าทำเป็น ข้าสอนเจ้าเอง ขนมเซียงปิ่งราดซอสเป็นของดี ข้ารับรองว่าทั้งเมืองหลวงมีแค่เรา ไม่เคยขายของก็ไม่เป็นไร นำขนมเซียงปิ่งของเราไปวางไว้ข้างนอก ต้องมีคนรู้จักของดีมาซื้อแน่นอน”
อวี๋จือทำแป้งสำหรับขนมเซียงปิ่งหนึ่งแผ่นเสร็จแล้ว เธอหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แบ่งให้ป้าเจียงและอิงเถาชิม
พวกนางสองคนได้ชิม สีหน้าของพวกนางก็เปลี่ยนไปทันที
อวี๋จือภูมิใจ “เป็นอย่างไร อร่อยหรือไม่ พอจะขายได้หรือไม่”
ซอสที่ใช้ในขนมเซียงปิ่งเป็นสูตรลับเฉพาะของคุณยายเธอ ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างคุณยายอาศัยขายสิ่งนี้เลี้ยงพวกเธอทั้งหมดสี่คน ตัวเธอ แม่ น้องชายและน้องสาวของเธอ อีกทั้งยังให้มาเรียนทำด้วย
อย่าดูถูกเซียงปิ่งแผ่นเล็กๆ นี้เชียว กําไรไม่น้อยเลยนะ
“อร่อย อร่อย อร่อยมากเจ้าค่ะ แม่นาง บ่าวไม่เคยกินขนมที่อร่อยเช่นนี้มาก่อน” อิงเถาเอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน
ป้าเจียงก็พยักหน้าตาม “เป็นของกินที่แปลกใหม่จริงๆ รสชาติก็ดีเจ้าค่ะ”
รสชาติดี แต่ถ้าจะขาย... นางอายุมากกว่าอิงเถาจึงกังวลมากกว่า
อวี๋จือเห็นท่าทางแบบนี้จึงขายฝันให้นาง “หากหาเงินได้แล้ว ข้าจะจ่ายค่าจ้างให้เจ้ากับอิงเถาเพิ่ม” เธอไม่เชื่อว่าจะมีคนที่ไม่ชอบเงิน
อิงเถาทั้งตกใจและดีใจ “แม่นาง ของบ่าวก็มีหรือเจ้าคะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว เจ้าช่วยป้าเจียงทํา ขายด้วยกัน ต้องมีส่วนของเจ้าอยู่แล้ว” ตอนนี้มีพนักงานแค่สองคน แน่นอนว่าต้องใช้งานทั้งสองคน
“เยี่ยมไปเลยเจ้าค่ะ” อิงเถายิ้มอย่างมีความสุข และรับปากซ้ำๆ “แม่นางเจ้าคะ บ่าวจะตั้งใจเรียน ตั้งใจช่วยป้าเจียงเจ้าค่ะ”
ป้าเจียงยังจะเอ่ยอะไรได้อีก “เช่นนั้นบ่าวจะลองดูเจ้าค่ะ”
อยากทำเซียงปิ่งให้อร่อย หนึ่งคือซอส และที่สําคัญอีกอย่างคือแป้ง ตอนทำแป้งต้องใช้น้ำร้อนลวกแป้งก่อน แบบนี้เซียงปิ่งราดซอสที่ทําออกมาถึงจะมีกลิ่นหอม กรอบ และไม่แข็ง
ป้าเจียงเป็นแม่ครัว ลองทำแค่สองครั้งก็รู้เคล็ดลับแล้ว และแน่นอนว่าอวี๋จือเป็นคนทำซอสเอง เธอจะทำเองแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อซอสหมดเธอก็จะสอนเคล็ดลับทำซอสให้ป้าเจียง
ส่วนเธอ เหมาะกับการนอนมากกว่า
ตั้งแผงลอยครั้งแรก กลัวทำเยอะเกินไปแล้วจะขายไม่ออก ป้าเจียงจึงนวดแป้งแค่หนึ่งจิน[footnoteRef:2] ก่อนออกไปขาย ถึงแม้นางจะไม่ได้พูดอะไรแต่ใบหน้าของป้าเจียงและอิงเถามีความกังวล [2: จิน หน่วยวัดน้ำหนักของจีน มีน้ำหนักประมาณ 500 กรัม]
แต่อวี๋จือกลับไม่รู้สึกอะไร นอนอ่านนิยายบนเก้าอี้ แค่โบกมือและไม่เงยหน้าขึ้นมองแม้แต่น้อย
เป็นเหมือนที่คิดไว้ไม่มีผิด ผ่านไปครึ่งชั่วยามพวกนางก็กลับมา ไม่มีความกังวลเหมือนตอนก่อนออกไป พวกนางสองคนทั้งตื่นเต้นและดีใจ ริ้วรอยที่หางตาของป้าเจียงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“แม่นาง แม่นางเจ้าคะ ขนม ขนมเซียงปิ่งราดซอสขายหมดแล้ว แย่งกันซื้อจนหมดแล้วเจ้าค่ะ” อิงเถารีบวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้น “แม่นาง วิธีที่ท่านสอนดีจริงๆ ท่านบอกให้หั่นชิ้นเล็กๆ ให้พวกเขาชิม ตอนแรกบ่าวยังกลัวขาดทุน แต่ท่านไม่ได้เห็น คนที่ได้ชิมต่างพากันควักเงินซื้อเจ้าค่ะ”
แล้วยังแย่งกันซื้อด้วย เกือบจะต่อยกันเพื่อแย่งชิ้นสุดท้าย นางถึงกับอึ้ง หากไม่ใช่เพราะป้าเจียงผลักนาง นางคงลืมเก็บเงินไปแล้ว
“ขายหมดแล้วก็ดี” อวี๋จือไม่แปลกใจ เธอมองไปที่ป้าเจียง “ราบรื่นดีหรือไม่”
ราบรื่น ราบรื่นมากเลย หากไม่ได้เห็นด้วยตัวเอง ป้าเจียงคงคิดว่ากำลังฝัน ถึงแม้นางจะไม่เคยขายของมาก่อน แต่นางเคยซื้อของ ของกินเช่นนี้ขายดีเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
แค่ไปยืนก็เข้ามาแย่งกันจนหมด แล้วยังมีคนที่ซื้อไม่ทันบ่นว่านางทำน้อยเกินไป
ขนมเซียงปิ่งราดซอสชิ้นเล็กๆ ขายในราคาสองอีแปะ ราคาเดียวกับซาลาเปาเนื้อ แต่ซาลาเปาไส้เนื้อมีเนื้อ ก่อนออกไปขายเธอยังรู้สึกผิดอยู่เลย และกลัวว่าตั้งราคาสูงเกินไปจะไม่มีใครซื้อ แต่ใครจะไปคิดว่าคนที่ได้ชิม ปากบอกว่าแพง แต่กลับซื้ออย่างรวดเร็วราวกับกลัวแย่งไม่ทัน
ราษฎรในเมืองหลวงไม่ขาดแคลนเงินทองกันแล้วหรือ ไม่จริง เมื่อวานนางไปซื้อผัก เจอป้าคนหนึ่ง ยืนต่อราคากับพ่อค้าตั้งครึ่งวันเพียงเพราะต้นหอมต้นเดียว
จะว่าไปแล้วก็เพราะขนมเซียงปิ่งราดซอสของพวกนางอร่อยต่างหาก
“แม่นาง ขายได้ทั้งหมดสองร้อยสิบสี่อีแปะเจ้าค่ะ” ป้าเจียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆ นางเทเงินทั้งหมดลงบนโต๊ะและมองบนโต๊ะด้วยสายตาเป็นประกาย
บุรุษคนหนึ่งหาเงินได้มากสุดวันละยี่สิบอีแปะ แล้วยังไม่ได้มีงานทุกวัน นางแค่ออกไปข้างนอกครู่เดียวก็หาเงินได้ตั้งสองร้อยกว่าอีแปะ นางไม่มีประสบการณ์เพิ่งทำเป็นครั้งแรกจึงทําแป้งขนมแค่สองจิน หากทําสี่จินล่ะ เช่นนั้นคงหาเงินได้สองร้อยกว่าอีแปะหรือ วันหนึ่งจะหาเงินได้เท่าไหร่ แล้วถ้าหนึ่งเดือนเล่า
ป้าเจียงจับหน้าอกตัวเอง รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรง
อวี๋จือคํานวณต้นทุน หักต้นทุนแล้วยังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง ธุรกิจนี้กำไรดี
เธอนับเงินยี่สิบอีแปะบนโต๊ะ ให้ป้าเจียงสิบอีแปะ ให้อิงเถาสิบอีแปะ “ก่อนหน้านี้บอกว่าจะจ่ายเงินเดือนให้พวกเจ้า ต่อไปไม่ว่าจะหาเงินได้เท่าไหร่ หักต้นทุนแล้วข้าจะเอาแค่แปดส่วน ที่เหลือสองส่วนเป็นของป้าเจียงกับอิงเถา”
หัวหน้าได้กินเนื้อ ต้องให้พนักงานได้กินซุปด้วย แบบนี้ถึงจะกระตุ้นความกระตือรือร้นของพวกเขา
“นี่?” ป้าเจียงและอิงเถามองอวี๋จืออย่างไม่อยากเชื่อ ต่างคิดว่าตัวเองฟังผิด
อวี๋จือพยักหน้าเบาๆ “ใช่แล้ว พวกเจ้าฟังไม่ผิด สิบอีแปะนี้เป็นเงินพิเศษของพวกเจ้า ไม่เพียงแค่วันนี้ ตราบใดที่ขายขนมเซียงปิ่งราดซอส พวกเจ้าก็จะได้เงินพิเศษอย่างต่อเนื่อง”
ป้าเจียงถือเงินสิบอีแปะด้วยมืออันสั่นเทา ริมฝีปากก็สั่น นางเกือบจะร้องไห้ออกมา
นางมีเจ้านายดี สอนกลวิธีอันล้ำค่าเช่นนั้นให้นาง แล้วยังให้เงินพิเศษ นาง... สวรรค์เมตตานางแล้ว ให้นางได้เจอเจ้านายดีๆ เช่นนี้
นางสาบานในใจว่าจะรับใช้แม่นางอย่างดี
อิงเถาแอบคํานวณในใจว่าตัวเองจะหาเงินได้เดือนละเท่าไหร่ สิบอีแปะ ยี่สิบอีแปะ ห้าสิบอีแปะ แปดสิบอีแปะ... ไอหยา ปวดหัว นับไม่ถ้วนแล้ว