ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 6 คุณชายสามคือใคร ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 คุณชายสามคือใคร
ป้าเจียงกับอิงเถากำลังการทําขนมเซียงปิ่งราดซอสอย่างบ้าคลั่ง ไม่สิ หาเงินอย่างบ้าคลั่งต่างหาก
ถ้าไม่ใช่เพราะอวี๋จือห้ามเอาไว้ พวกนางคงจะออกไปตั้งแผงลอยตั้งแต่เช้าจรดเย็น ป้าเจียงยังบอกอีกว่า “แม่นาง ท่านอย่าคิดว่าบ่าวแก่แล้ว แต่บ่าวยังมีแรง บ่าวไม่เหนื่อยเลยเจ้าค่ะ”
ถ้าไม่อยากหาเงินล่ะก็แสดงว่าสมองคงมีปัญหาแล้ว
อิงเถารีบเดินตาม “แม่นาง บ่าวก็ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ”
เรื่องหาเงิน จะเหนื่อยได้อย่างไร
อวี๋จือยิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจ!
ดูสิ เธอบอกแล้ว ใครจะไม่ชอบเงินบ้างล่ะ เสียงเงินกระทบกันมันช่างไพเราะเหลือเกิน! อวี๋จือฟังทั้งวันก็ไม่เบื่อ
เธอเป็นผู้หญิงทะเยอทะยานแบบนี้แหละ!
แต่เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง อวี๋จือกลับปฏิเสธคําขอของป้าเจียง ให้พวกนางออกไปตั้งแผงลอยตอนเช้ากับตอนเที่ยงก็พอแล้ว ตอนเย็นไม่จำเป็น
ถึงจะบอกว่าไม่เหนื่อย แต่ทุกวันต้องนวดแป้งเยอะขนาดนั้น จะไม่เหนื่อยได้ยังไงกัน
ป้าเจียงแก่แล้ว อิงเถาก็กำลังโต ถึงแม้ตอนนี้จะไม่เป็นอะไร แต่นานเข้าก็อาจจะเหนื่อยจนไม่สบายเอาได้ แบบนั้นคงได้ไม่คุ้มเสีย
แล้วอีกอย่างขนมเซียงปิ่งราดซอสของเธอขายดีแค่ไหนก็ต้องแบ่งเส้นทางทำมาหากินให้คนอื่นบ้าง ไม่อย่างนั้นคงถูกอิจฉา
ขายขนมเซียงปิ่งราดซอสมาสิบวัน ธุรกิจมั่นคงแล้ว มีรายได้อย่างน้อยวันละครึ่งตำลึง ถ้าเจอลูกค้ารายใหญ่ก็ได้เงินสองสามตำลึง แน่นอนว่าโอกาสแบบนี้มีไม่มากจนถึงตอนนี้ก็เพิ่งเจอหนึ่งครั้งถ้วน
นอกจากขายขนมเซียงปิ่งราดซอส ป้าเจียงกับอิงเถาก็ได้อาชีพเพิ่มมาอีกหนึ่งอาชีพ นั่นก็คือทําดอกไม้ผ้า
อวี๋จือบังเอิญนึกขึ้นมาได้จึงใช้เศษผ้าทำเป็นดอกไม้มาประดับบนผม อิงเถาเห็นแล้วบอกว่าสวยดีอยากเรียนทำบ้าง
อวี๋จือเลยนึกสนุกสอนเธอทำสองสามรูปแบบ และยังวาดภาพช่อดอกไม้ให้นางด้วย
คิดไม่ถึงว่าอิงเถาเย็บปักถักร้อยไม่เป็นแต่กลับทำดอกไม้ผ้าได้ไม่เลวเลยทีเดียว คืนเดียวทำได้สามสี่ดอก มีทั้งสีฉูดฉาดและเรียบหรู ล้วนแต่ดูมีชีวิตชีวา
อวี๋จือเอ่ยปากชมนาง “สวยกว่าที่ขายในร้านเย็บปักถักร้อยเสียอีก”
คนพูดไม่ได้คิดอะไรแต่คนฟังกลับคิดจริงจัง ป้าเจียงกับอิงเถาที่กำลังบ้าคลั่งหาเงินวิ่งไปถามที่ร้านเย็บปักถักร้อยจริงๆ ดอกไม้ผ้าสองสามดอกขายได้จริงๆ แล้วยังขายได้ราคาดอกละห้าอีแปะด้วย
การทําดอกไม้ผ้าใช้แค่เศษผ้า ไม่ได้ใช้ต้นทุนมากมาย ใช้เงินสิบยี่สิบอีแปะก็ซื้อเศษผ้าจากร้านขายเสื้อผ้าได้ถุงใหญ่ เอามาทำดอกไม้ผ้าได้ตั้งหลายสิบดอกหรืออาจจะเป็นร้อยดอก กําไรมากมายอย่างไม่ยากเย็นอะไร
เริ่มด้วยทำดอกไม้ผ้า ต่อมาก็ทําปิ่นดอกไม้ ปิ่นไม้ที่ซื้อมาในราคาสองสามอีแปะ เอาดอกไม้มาพันข้างบน ทําเป็นรูปร่าง ราคาก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า แล้วยังมีลูกปัด ขายได้ตั้งหลายร้อยอีแปะต่อด้าม
มีอวี๋จือคอยวาดลายและสอนเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ผ้าหรือปิ่นดอกไม้ ล้วนแต่มีรูปแบบแปลกใหม่ ดอกไม้ดูสวยสมจริงและเป็นเอกลักษณ์ จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ส่งไปให้ร้านเย็บปักถักร้อยไม่นานก็ขายหมด
ธุรกิจใหม่นี้อวี๋จือก็ยังให้เงินพิเศษกับป้าเจียงและอิงเถาเหมือนเดิม และยังแบ่งส่วนกําไรออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน
ป้าเจียงกับอิงเถาตั้งใจทำมาก ทุกวันนอกจากทําขนมเซียงปิ่งราดซอส ขายขนมเซียงปิ่งราดซอสแล้ว เวลาว่างยังทําดอกไม้ผ้าและปิ่นดอกไม้
มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของพวกนางอย่างชัดเจน สายตาเป็นประกาย เอวยืดตรง ท่าเดินสง่างาม ป้าเจียงไม่เอ่ยถึงคุณชายสามข้างหูอวี๋จืออีกแล้ว คุณชายสามหรือ คุณชายสามคือใครกัน นำไปขายแลกเงินได้หรือไม่
อิงเถาก็ไม่ถูกอวี๋จือบังคับให้เรียนหนังสืออีกแล้ว ขณะก่อไฟปากยังท่องสูตรคูณไปด้วย นางก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว!
เงินเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ ไม่มีใครต้านทานเสน่ห์ของมันได้
เนื่องจากป้าเจียงและอิงเถามีเงินส่วนตัวเพิ่มขึ้น ชีวิตของอวี๋จือจึงดีขึ้นเรื่อยๆ อาหารการกินและเสื้อผ้านั้นดีขึ้นหนึ่งระดับ อย่าคิดว่าป้าเจียงกับอิงเถาเอาแต่หาเงิน แต่พวกนางก็รับใช้เธออย่างดี ป้าเจียงทำอาหารอร่อยๆ ให้เธอกินทุกวัน ทำเสร็จแล้วยังเสิร์ฟถึงมือเธอ
อิงเถาหั่นผลไม้เป็นชิ้นเล็กๆ และใช้ไม้ไผ่เสียบ แทบจะป้อนเข้าปากให้เธออยู่รอมร่อ
แล้วอวี๋จือล่ะ เธอนอนหลับเต็มอิ่มทุกวัน นอกจากกินแล้วก็อ่านนิยายบนเก้าอี้ อ่านเหนื่อยแล้วก็ลุกไปรดน้ำดอกไม้
สวนดอกไม้เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ดอกไม้ที่ย้ายมายังไม่บาน หน้ากําแพงมีเถาวัลย์เกี่ยวเลื้อยเป็นแถว กําลังพยายามแตกกิ่งก้านปีนขึ้นไปบนกําแพง
อวี๋จือยกแขนขึ้น ยืดเส้นยืดสายพลางนับเงินในมือ
ยังน้อยเกินไป ไม่พอให้เธอซื้อสมุนไพร
แต่ไม่เป็นไร เธอมีวิธีอยู่แล้ว
ตอนไปซื้อนิยายในร้านหนังสืออวี๋จือก็เห็นว่าบัณฑิตของต้าชิ่งชอบภาพวาด ไม่ต้องเอ่ยถึงภาพวาดของอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ภาพปลอมที่เลียนแบบได้เหมือนยังขายได้ตั้งหลายร้อยตำลึงเงิน
เธอเห็นกับตาว่าภาพปลอมชิ้นหนึ่งขายได้ในราคาสูงถึงห้าร้อยตำลึงเงิน คนซื้อเป็นพ่อค้า ทั้งตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเศรษฐี
เพราะตกใจกับเงินห้าร้อยตำลึงเงิน อวี๋จือจึงตั้งใจมองอย่างละเอียด เธอสามารถลอกเลียนแบบภาพวาดนั้นได้ รับรองว่าไม่แย่ไปกว่าภาพปลอมนั้นแน่นอน ถึงแม้เธอจะไม่ใช่นักเรียนศิลปะ แต่เธอก็เรียนวาดภาพตั้งแต่อายุห้าขวบ คนที่วาดภาพมายี่สิบปีค่อนข้างมีพื้นฐานพอสมควร
บอกว่าจะทำก็ลงมือทำทันที อวี๋จือขังตัวเองอยู่ในห้องทั้งวัน วันต่อมาก็หิ้วภาพวาดออกมา ภาพวาดภาพนี้แลกเป็นเงินให้อวี๋จือได้ถึงหกร้อยตำลึงเงิน
เหตุผลที่ขายได้ราคาสูงขนาดนี้เพราะบังเอิญเจอเศรษฐีที่เจอครั้งก่อน เขากําลังหาภาพปลอมของศิลปินที่มีชื่อเสียงไปให้ลุงของเขา และถูกใจภาพวาดในมือของอวี๋จือจึงเสนอราคาสูงและซื้อไปทันที
ส่วนเรื่องที่ไม่ใช่ภาพจริง เฮ้อ พวกเขาไม่ใช่บัณฑิต ไม่สนใจภาพจริงภาพปลอมอยู่แล้ว ล้วนแต่เป็นภาพวาดเหมือนกัน แค่ดูได้ก็พอแล้ว
อีกอย่าง ภาพจริงราคาตั้งเท่าไหร่ เอามาซื้อที่ดินเปิดร้านไม่ดีกว่าเหรอ
เมื่อเธอถือตั๋วเงินกลับมา ป้าเจียงกับอิงเถาถึงกับอึ้ง
“แม่นาง เงินจากภาพวาดภาพนั้นหรือเจ้าคะ” อิงเถามองอวี๋จือด้วยสายตาเป็นประกาย
หกร้อยตำลึง เธออดข้าวอดน้ำเก็บเงินคงต้องเก็บเป็นสิบปี แต่แม่นางแค่วาดภาพภาพหนึ่งก็หาเงินได้มากขนาดนี้ สวรรค์ สวรรค์! แม่นางเป็นเทพแห่งความร่ำรวยหรือ
หลังจากตกใจป้าเจียงก็โพล่งออกมาว่าพระพุทธเจ้าเมตตาแล้ว ในใจยังคิดว่า แม่นางมีความสามารถเช่นนี้ ถึงแม้จะไม่ได้เข้าไปอยู่ในจวนแต่ก็คงได้แต่งงานกับคนดีๆ
อวี๋จือไม่สนใจว่าพวกนางคิดยังไง เธอเขียนใบสั่งยาให้ป้าเจียงไปซื้อสมุนไพร
เงินที่ยังไม่ทันได้ถือไว้ในมือจึงไหลผ่านออกไปราวกับสายน้ำ ป้าเจียงปวดใจ แต่เมื่อคิดว่าเอาไปซื้อสมุนไพรดูแลร่างกายให้แม่นาง นางก็ไม่ปวดใจแล้ว
แม่นางมีความสามารถ ในมือยังมีสูตรลับการหาเงิน วันนี้หาเงินได้หกร้อยตำลึง ต่อไปก็ต้องหาเงินได้มากกว่าหกร้อยตำลึงอยู่แล้ว
เฮ้อ หญิงสาวที่ดีเพียงนี้ หากไม่ใช่ครอบครัวล้มละลาย ก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หรอก
ช่างน่าสงสารเสียจริง!
หลังจากอาบน้ำสมุนไพรแล้ว อวี๋จือก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก รูขุมขนกระชับเลือดลมเดินดี ท่าทางฝึกดาบก็ไม่อืดอาดเหมือนก่อนหน้านี้ จุดตันเถียน[footnoteRef:1]รู้สึกถึงความอบอุ่น คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะรวบรวมพลังได้แล้ว [1: จุดตันเถียน จุดศูนย์กลางของพลังงานภายในร่างกาย มีอยู่ 3 แห่ง คือตรงกลางระหว่างคิ้ว (ตันเถียนบน) ตรงกลางหัวใจ (ตันเถียนกลาง) และตรงท้องน้อย (ตันเถียนล่าง)]
ขณะเคลื่อนที่ไปรอบๆ อวี๋จือเคลื่อนไหวง่ายๆ ตามใจนึก เป็นหนึ่งเดียวกับยามค่ำคืนอยู่กลางลานบ้าน ก่อนที่เธอจะขึ้นไปบนหลังคาและเหาะลงมาอย่างเงียบๆ
เมื่อปะทะกับลมเย็นๆ อวี๋จือก็อารมณ์ดีไม่น้อย
จนถึงตอนนี้ อวี๋จือที่อยู่ต่างชาติต่างภพก็พอจะวางใจลงได้บ้าง
เอาล่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเธอก็สามารถใช้ชีวิตขี้เกียจๆ ได้อย่างสบายใจแล้ว