ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 12 สตรีผู้นี้ ตอนที่ 12
ตอนที่ 12 สตรีผู้นี้
อวี๋จือตัดชุดกระโปรงสี่ตัวในหอจิ่นอี หนึ่งในนั้นมีชุดกระโปรงสีแดงทับทิม หอจิ่นอีมีผ้าไหมเยียนหลัวสีประกายแดงครึ่งผืนที่ทั้งสวยงามและระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้าก็ใส่สบาย อวี๋จือหักใจเพราะราคาแพงเกินไป เธอไม่มีปัญญาซื้อ ชีวิตลูกจ้างที่น่าสงสาร!
เธอถือโอกาสนี้ตัดให้ป้าเจียงกับอิงเถาด้วย ผู้หญิงนั้นชอบใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ อยู่แล้ว อิงเถาท่าทางดีใจมากจนพูดไม่หยุดตลอดทาง “แม่นางเจ้าคะ ไม่รู้ว่าวันนี้จะเล่านิทานเรื่องเดิมหรือไม่ แม่นางคิดว่าแม่นางจังจะตามหาสามีตัวเองเจอหรือไม่เจ้าคะ”
“ตามหาเจอแน่นอน แต่คงจะยากลำบาก ตอนจบก็คงไม่ค่อยดี”
“ทำไมถึงไม่ดีล่ะเจ้าคะ สามีของนางไปสอบบัณฑิตที่เมืองหลวงไม่ใช่หรือ เขามีความรู้ หรือว่าจะสอบตก? หรือป่วยจึงไม่ได้ไปสอบ?” อิงเถาถามต่อ
“สอบผ่านแล้ว แล้วยังได้อันดับต้นๆ ด้วย ไม่มีภัยอันตรายแล้วก็ไม่ได้ป่วย รวมถึงไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นหรอก” อวี๋จือยังอุบไว้ก่อน
“จริงหรือเจ้าคะ เยี่ยมไปเลย! เช่นนั้นแม่นางจังก็จะกลายเป็นฮูหยินขุนนาง สมกับความรักที่นางมีต่อเขา” อิงเถาปรบมือและยิ้มตาปิด
“ดีเดออะไรกัน เขาเปลี่ยนไป สอบผ่านแล้ว ไปแต่งงานกับผู้หญิงตระกูลสูงศักดิ์ ลืมภรรยาตัวเองไปนานแล้ว เขากลัวคนอื่นจะรู้เรื่องไร้ศีลธรรมที่ตัวเองทำจึงร่วมมือกับภรรยาใหม่ฆ่าแม่นางจัง”
พล็อตเรื่องเดิมๆ อวี๋จือคุ้นเคยอยู่แล้ว เธอแค่ฟังช่วงเริ่มเรื่องก็สามารถแต่งเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้
“ทําไมถึงเป็นเช่นนี้” อิงเถาไม่อยากจะเชื่อ
“ทําไมถึงจะไม่เป็นเช่นนี้เล่า” อวี๋จือคัดค้าน
นิยายที่เธอเคยอ่านเมื่อชาติก่อน สิบเล่มมีเก้าเล่มที่เป็นแบบนี้
“เป็นไปไม่ได้เจ้าค่ะ สามีของนางเป็นปัญญาชน ปัญญาชนไม่ชั่วร้ายเช่นนี้ แม่นางพูดเหลวไหล”
“ปัญญาชนแล้วทำไม ไม่เคยได้ยินว่าปัญญาชนไร้คุณธรรมหรือ อิงเถา เจ้าเชื่อใจปัญญาชนมากเกินไปแล้ว จะเสียเปรียบเอาได้ ระวังหน่อย” อวี๋จือบีบแก้มนาง
“แม่นาง ท่านบีบแก้มบ่าวอีกแล้ว!” อิงเถาทำหน้าบูดบึ้ง ลืมแม่นางจังที่นางชอบไปทันที
บนถนนปูด้วยแผ่นหิน มีร้านค้าเรียงรายเต็มสองข้างทาง มีพ่อค้าเร่ขายของ ผู้คนก็เดินผ่านไปมา เมื่อรวมกับเด็กสาวที่ส่งเสียงโหวกเหวกอยู่ด้านข้างแล้ว ทุกอย่างล้วนคึกคักและมีชีวิตชีวา
อวี๋จือที่เรียบง่ายอดยิ้มไม่ได้
เธอรักโลกใบนี้ เสื้อผ้า ของอร่อย แล้วยังมีแมลงปอไม้ไผ่ที่ขายบนแผงลอยข้างทาง เธอก็เป็นคนธรรมดาๆ ถึงแม้จะถูกกล่อมเกลาในโลกฝึกตนมาสิบห้าปี แต่เธอก็ไม่ได้มีไอเทพอะไร
บังเอิญจัง วันนี้ที่โรงน้ำชายังเล่านิทานเรื่องแม่นางจังตามหาสามี
อวี๋จือสั่งน้ำชามาหนึ่งกา ขนมสี่อย่าง กินดื่มไปพลางฟังนิทาน ทั้งยังมีอารมณ์สังเกตแขกคนอื่นในโรงน้ำชาด้วย
แต่อิงเถากลับฟังอย่างตั้งใจ จ้องนักเล่านิทานตาปริบๆ แทบจะไม่มองไปทางไหน
นางประสบการณ์น้อยเกินไป รอให้นางมีประสบการณ์มากกว่านี้ เห็นอะไรมากกว่านี้ก็คงไม่เป็นแบบนี้แล้ว
นิทานมาถึงตอนจบอย่างรวดเร็ว ปัญญาชนสอบผ่านทั่นฮวา ชอบพอกับบุตรีจากตระกูลที่มีชื่อเสียง นางอ่อนโยนและเพียบพร้อม หลังจากแม่นางจังตามหาเขาจนเจอ บุตรีจากตระกูลผู้ดีคนนั้นไม่อยากทำให้เขาลำบากใจจึงยอมรับแม่นางจังอย่างใจกว้าง และพวกเขาสามคนก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
“แม่นางเจ้าคะ ไม่เห็นเหมือนที่แม่นางพูดเลย แม่นางจังไม่ตาย ปัญญาชนคนนั้นไม่ใช่คนเนรคุณ” อิงเถาซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ และเริ่มคิดบัญชีกับอวี๋จือ
อวี๋จือมองบน “สู้ตายไปยังจะดีกว่า”
เป็นเมียหลวงอยู่ดีๆ กลับต้องลดระดับมาเป็นเมียน้อย ดูถูกกันเกินไปแล้ว
ในสังคมที่บุรุษเหนือกว่าสตรี บุรุษกอดซ้ายกอดขวา มีภรรยาสามสี่คน แต่สตรีกลับมีความคิดเป็นของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ
ดูเหมือนตอนจบที่มีความสุข แต่ความจริงกลับชั่วร้าย บอกว่าพวกเขาสามคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แล้วหลังจากนั้นเล่า แม่นางจังคนนั้นยังจะมีความสุขได้อีกนานเท่าใด
อิงเถายังพูดไม่หยุด อวี๋จือถอนหายใจ ทัศนคติแตกต่างกัน สำหรับเธอแล้วปัญญาชนคนนั้นคือคนเลว เลวที่สุด ไม่ใช่แค่เลว ยังเห็นแก่ตัว โลภมาก และจอมปลอม
ในตอนนี้เอง ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังสนั่น อวี๋จือเงยหน้าขึ้นเห็นชายร่างใหญ่ท่าทางดุร้ายคนหนึ่งวิ่งเข้ามากลางโรงน้ำชา ทุกที่ที่เขาวิ่งผ่านล้วนแต่มีลูกค้าได้รับบาดเจ็บ ดูเหมือนว่าเขาจะพุ่งออกมาจากหลังเวที
“แม่นางหนีเร็วเจ้าค่ะ!” อิงเถาตกใจจนหน้าซีด แต่ก็ยังไม่ลืมบังอยู่ข้างหน้าอวี๋จือ
อวี๋จือมุมปากกระตุกเบาๆ แล้วรีบลากนางไปหลบด้านข้าง
ภายในโรงน้ำชาเกิดความวุ่นวายขึ้น ทุกคนแย่งกันวิ่งออกไปข้างนอก เพื่อไม่ให้โดนเหยียบ เธอไม่ไปแย่งด้วยดีกว่า
“แม่...นาง” อิงเถาจับแขนอวี๋จือแน่น นางสั่นไปทั้งตัว ในดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
นางยังเด็ก อวี๋จือรู้สึกเห็นใจ จับนางไว้มือหนึ่งและใช้อีกมือปิดตานาง “ไม่ต้องกลัว!” ทั้งสองเข้าไปแอบที่มุมหนึ่ง มองดูรอบๆ อย่างระแวดระวัง
“อย่าวิ่ง อย่าวุ่นวาย เจ้าหน้าที่กำลังทําคดีจับกุมผู้หลบหนี” เจ้าหน้าที่ทางการมาถึงรวดเร็วมาก
ตอนนี้ทุกคนล้วนแต่คิดหนีเอาชีวิตรอด ใครจะได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ราชการ มีเสียงร้องไห้และเสียงกรีดร้องดังเข้ามาข้างหู โรงน้ำชาวุ่นวายมากกว่าเดิม
อวี๋จือมองเห็นเหวินจิ่วเซียวที่อยู่ในฝูงชน หัวใจของเธอเย็นวาบขึ้นมา
เหวินจิ่วเซียวเป็นเส่าชิงแห่งศาลต้าหลี่ แค่จับนักโทษต้องให้เขาที่เป็นหัวหน้ามาจับด้วยตัวเองเลยเหรอ หรือว่านักโทษคนนี้ไม่ธรรมดา หลบหนีมาคนเดียวงั้นเหรอ มีคนสมรู้ร่วมคิดหรือเปล่า หลบอยู่ดีๆ ทำไมถึงโผล่ออกมาได้ ไม่รีบหนีแต่กลับก่อความวุ่นวาย มีเจตนาอะไรกันแน่
อวี๋จือครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว แต่ในสายตาคนอื่น เห็นแค่เจ้านายกับสาวใช้กอดกันตัวสั่น พวกนางตกใจจนตัวแข็งทื่อไปแล้ว
คนผู้หนึ่งสายตาเป็นประกายขึ้นมา หญิงสาวคนนี้งดงามเพียงนี้ แต่งตัวก็ไม่เลว ต้องเป็นบุตรีจากตระกูลผู้มีอำนาจแน่นอน จับมาเป็นตัวประกันดีกว่า ถึงแม้จะสู้ไม่ได้แต่มีหญิงสาวงดงามเช่นนี้อยู่ด้วยบนถนนแห่งความตายก็ไม่เลว
แต่อวี๋จือจะปล่อยให้เขาจับตัวเธอไปได้ยังไง บนพื้นมีชามวางอยู่ข้างเท้าพอดี เธอกรีดร้องพลางเอี้ยวหลบ แต่เท้ากลับเตะชามใบนั้นปลิวออกไป
อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่คนที่จะกระโจนเข้ามาก็ยังไม่รู้ว่าชามใบนั้นบินออกมาจากไหน พุ่งเข้าไปโดนน่องเขาพอดี เจ็บมาก ก่อนจะล้มลงกับพื้นทันที
เสียงเอะอะย่อมดึงดูดความสนใจของเจ้าหน้าที่ราชการ เหวินจิ่วเซียวเองก็หันมามองด้วย เมื่อมองเห็นอวี๋จือ สายตาของเขาพลันตกใจขึ้นทันที
คนที่ล้มลงบนพื้นถูกเจ้าหน้าที่ราชการจับตัวเอาไว้แล้ว จากนั้นเหวินจิ่วเซียวเดินเข้ามาหาอวี๋จือ “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เช่นไร”
“มาดื่มชา ฟังนิทานเจ้าค่ะ” อวี๋จือพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เธอยันตัวขึ้นพิงผนัง พยายามยืนให้ตรง
เหวินจิ่วเซียวไม่ได้ถามอะไรต่อ เอ่ย “ข้าจะให้คนไปส่งเจ้า”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ!” อวี๋จือปฏิเสธอย่างรวดเร็ว รีบอธิบาย “งานของคุณชายสามสำคัญกว่า ถึงแม้จะจับคนร้ายได้แล้ว แต่ยังต้องดูแลราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บ ไม่ต้องให้คนไปส่งเราก็ได้เจ้าค่ะ พวกเรากลับได้”
ไม่รอให้เหวินจิ่วเซียวเอ่ยปาก อวี๋จือกับอิงเถาก็ประคองกันเดินไปที่ประตู พูดตามตรงคืออวี๋จือประคองอิงเถาฝ่ายเดียวมากกว่า เด็กคนนี้ตกใจจนแข้งขาอ่อนแรงเดินไม่ไหวแล้ว
เมื่อเดินผ่านคนร้ายที่ถูกจับตัวไว้ อวี๋จือก็จงใจเหยียบเท้าเขาแล้วบดขยี้อย่างแรง จากนั้นก็ยิ้มให้เจ้าหน้าที่ทางการ ทำความดีไม่คิดโอ้อวด ก่อนจะเดินออกไป
เหวินจิ่วเซียวหางตากระตุกเบาๆ แปลกจริง สตรีผู้นี้!
ดูเหมือนนางไม่ได้ตกใจ เขาจึงไม่ได้ให้คนไปส่งนาง
“ใต้เท้า จับมาได้สองคน หลูหมาจือหนีไปได้ขอรับ” คนที่มารายงานสีหน้าไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
พวกเขาจงใจปล่อยตัวหลูหมาจือเพื่อล่อคนที่อยู่เบื้องหลัง แต่คิดไม่ถึงว่ากลับจับได้แค่ปลาตัวเล็กสองตัว จับคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้ ทั้งหลูหมาจือยังหนีไปได้อีก
นึกถึงพี่น้องที่ตายด้วยเงื้อมมือของหลูหมาจือ เขาก็อดกําหมัดแน่นขึ้นมาไม่ได้
“สมทบกับกองกำลังจินอู๋ตามจับกุมต่อไป ส่งคนไปจวนเจ้าเมืองด้วย เชิญท่านเจ้าเมืองออกมาปลอบขวัญชาวบ้าน” เหวินจิ่วเซียวออกคําสั่งอย่างมีขั้นตอน ใบหน้าที่หล่อเหลายังคงเรียบเฉย