ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 14 คุณชายสามหล่อจังเลย ตอนที่ 14

#14บทที่ 14 คุณชายสามหล่อจังเลย

ตอนที่ 14 คุณชายสามหล่อจังเลย

“คุณชายสาม นี่คือกระเป๋าเงินที่แม่นางอวี๋บอกให้บ่าวนำมาให้ท่านขอรับ” รายงานเสร็จชิงเฟิงก็นำกระเป๋าเงินส่งให้

เหวินจิ่วเซียวไม่ได้รับมา เขาจึงวางไว้บนโต๊ะเบาๆ จากนั้นก็เดินออกไปอย่างรู้ความ แล้วปิดประตูห้องหนังสือให้

ถึงแม้คนเป็นบ่าวจะไม่กล้าคาดเดาความคิดของเจ้านายสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ชิงเฟิงโอ้อวดว่าตัวเองเป็นบ่าวคนสนิทของคุณชายสาม และถือเอาความชอบไม่ชอบของคุณชายสามมาเป็นความชอบไม่ชอบของตัวเอง

คุณชายสามที่ไม่เคยสนใจสตรีบอกให้ตนเองนำสิ่งของไปส่งให้ที่ตรอกดอกท้อ แล้วยังไม่ให้เอะอะ เห็นได้ชัดว่าเขาสนใจแม่นางอวี๋ ในฐานะคนสนิทของคุณชายสามแล้ว ชิงเฟิงจึงต้องเคารพอวี๋จือ

เหวินจิ่วเซียวมองกระเป๋าเงินในมือด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ความคิดแรกคือสตรีผู้นี้เย็บปักถักร้อยไม่เป็น ตะเข็บดูไม่เรียบร้อย ลวดลายกลับใช้การวาดเอาแทน

แต่ถึงแม้จะวาดก็ควรเลือกวาดอะไรที่มีความหมายดีๆ อย่างเช่นดอกเหมย ดอกกล้วยไม้ ไม้ไผ่หรือดอกเก๊กฮวย หรือไม่ก็วาดลวดลายก็ได้ ไยถึงวาดแผนผังแปดทิศ

หรือนางชอบแผนผังแปดทิศหรือ เหวินจิ่วเซียวนึกถึงลานบ้านที่แม้แต่ถนนก็ปูเป็นภาพแผนผังแปดทิศ อาจจะเป็นไปได้

ช่างเป็นความชอบแปลกๆ ไม่ต่างจากตัวของนาง นางไม่ใช่คนที่จะทำตามระเบียบแบบแผน ถึงแม้จะมีท่าทีรู้ความ แต่เหวินจิ่วเซียวก็มองธาตุแท้ของอวี๋จือออก

เมื่อพลิกดูด้านหลังกระเป๋าเงิน เขียนว่ายิ้มแย้มแจ่มใส เขียนบิดๆ เบี้ยวๆ ไม่สวยงามนัก เขาเผลอจับผิดโดยไม่รู้ตัว

ช่างเถิด นางไม่ได้เรียนหนังสือ จะมีความรู้มากแค่ไหนกัน อย่างน้อยนี่ก็เป็นน้ำใจของนาง ถึงเขาจะมีอยู่แล้ว แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้รับ แม้เขาจะพานางกลับมาโดยไม่หวังอะไรแต่ในเมื่อนางรู้จักตอบแทน เขาก็ย่อมรู้สึกพึงพอใจอยู่ลึกๆ

เหวินจิ่วเซียวเก็บกระเป๋าเงินและหาหนังสือจากชั้นหนังสือมาอ่าน แต่กลับไม่มีสมาธิเลย เขาขมวดคิ้วก่อนจะตะโกนเรียก “ชิงเฟิง เตรียมรถ”

ทันใดนั้นชิงเฟิงก็ผลักประตูเข้ามา “คุณชายสามจะออกไปข้างนอกหรือขอรับ ไปศาลาว่าการหรือไม่”

คุณชายสามเหลือบมองเขา ชิงเฟิงชะงักไป กำลังจะเอ่ยขอโทษก็ได้ยินเสียงคุณชายสาม “ไม่ใช่ ไปตรอกดอกท้อ”

ชิงเฟิงตกใจ “บ่าวจะไปเตรียมรถเดี๋ยวนี้ขอรับ”

ตรอกดอกท้อ...คุณชายสามปฏิบัติต่อแม่นางอวี๋ไม่เหมือนคนอื่นจริงๆ

บ่าวรับใช้คนอื่นมองดูแผ่นหลังตื่นเต้นของชิงเฟิง เขาเบะปากมองบน สุนัขรับใช้ เอาแต่ตัวติดกับคุณชายสาม ไม่เหลือพื้นที่ให้คนอื่นแม้แต่น้อย กินอยู่คนเดียวไม่รู้จักแบ่ง ขอให้ตกเขาขาหักสักวัน

เหวินจิ่วเซียวเพิ่งออกไปจากจวน โหวฮูหยินก็ส่งคนมาที่เรือนของเขา

“ออกไปข้างนอกหรือ” โหวฮูหยินที่กําลังถือกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ก็หุบยิ้ม และหมดอารมณ์ทันที

เซียงหลัน สาวใช้เคียงกายที่อยู่ด้านข้างรับผ้าเช็ดหน้าจากสาวใช้เล็กๆ มาไว้ในมือแล้วเช็ดมือโหวฮูหยินเบาๆ “อาจจะไปศาลาว่าการก็ได้เจ้าค่ะ คุณชายสามทุ่มเทให้กับการทํางานเสมอ”

“วันนี้หยุดไม่ใช่หรือ ศาลต้าหลี่มีคดีสําคัญอะไรกัน ข้าคิดว่าเขาย้ายไปอยู่ศาลาว่าการแล้วเสียอีก คนเป็นแม่อย่างข้าอยากเจอเขาสักครั้งยังยาก” โหวฮูหยินดึงมือกลับมา

“ใครก็รู้ว่าคุณชายสามเป็นลูกที่กตัญญูที่สุด ผ้าไหมล้ำค่าอย่างผ้าไหมเยียนหลัว ฝ่าบาทพระราชทานให้คุณชายหนึ่งผืน เขาก็ส่งมาให้ท่านทันที แล้วเมื่อวันก่อนยังมีผลไม้หายากจากขุนนางชั้นผู้น้อย คุณชายสามไม่ได้ทานสักคำ แต่กลับนำมาให้ท่านหมดเลยเจ้าค่ะ”

เซียงหลันรู้ว่าโหวฮูหยินไม่ได้โกรธคุณชายสามจริงๆ เพราะชายหนุ่มที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีก็ได้รับตำแหน่งเส่าชิงแห่งศาลต้าหลี่อย่างคุณชายสาม ทั้งเมืองหลวงคงมีเพียงเขาคนเดียว ช่วงชิงเกียรติยศให้จวนท่านโหว ทั้งยังเป็นหน้าเป็นตาให้โหวฮูหยิน

โหวฮูหยินแค่พาลโกรธคุณชายสามเท่านั้น ยามเช้าเช่นนี้ไม่รู้ว่าท่านซื่อจื่อกับซื่อจื่อฮูหยินทะเลาะกันเรื่องใด จนทำให้ซื่อจื่อฮูหยินถึงกับเอ่ยว่าจะกลับตระกูลเดิม

หลายปีที่ผ่านมา เพราะท่านซื่อจื่อร่างกายอ่อนแอ โหวฮูหยินเป็นกังวล ซื่อจื่อฮูหยินแต่งงานมาหกปีแล้วยังไม่มีทายาท หากเป็นจวนอื่น แม่สามีคงหาอนุภรรยาให้บุตรชายตัวเองไปแล้ว เจ้ามีไม่ได้ก็ให้คนอื่นมีแทนเจ้า จะหน่วงเหนี่ยวจนเสียงานเสียการไม่ได้

แต่เพราะท่านซื่อจื่อมีร่างกายอ่อนแอ ทำให้โหวฮูหยินรู้สึกผิดต่อลูกสะใภ้

โหวฮูหยินมีบุตรชายเพียงสองคน ท่านซื่อจื่อไร้ทายาท คุณชายสามก็แต่งงานลําบาก โหวฮูหยินช่างช่างน่าสงสาร

“ช่างเถิด ข้าก็แค่เป็นห่วงเขา” โหวฮูหยินยื่นมือให้เซียงหลันทายาหอม จากนั้นก็ลุกไปจัดการเรื่องในจวนที่ห้องโถงข้างนอก

ท่านโหวรักใคร่ลูกอนุภรรยา ส่วนบุตรชายของนาง คนหนึ่งไร้ทายาท อีกคนหนึ่งก็ยังไม่ได้แต่งาน หน้าที่นายหญิงดูแลการหุงหาอาหารในจวนนางต้องจับเอาไว้ให้แน่น

“คุณชายสาม!” อวี๋จือรีบม้วนภาพวาดยัดเข้าไป...ใต้หมอนอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ออกไปต้อนรับเขา

“คุณชายสามร้อนหรือไม่เจ้าคะ เร็วเข้า อิงเถาไปตักน้ำมาให้คุณชายสามล้างหน้าล้างตา” อวี๋จือกลายเป็นผึ้งน้อยที่วุ่นวาย ทั้งยกน้ำและยื่นผ้าเช็ดหน้า ยิ้มหน้าบานราวกับดอกทานตะวัน

นานๆ ทีหัวหน้าจะมาครั้งหนึ่ง เธอต้องต้อนรับเขาอย่างดี หัวหน้าพอใจเธอก็จะได้เลื่อนตําแหน่ง ได้ขึ้นเงินเดือน ความจริงเลื่อนตําแหน่งไม่ต้องก็ได้ เธอชอบขึ้นเงินเดือนมากกว่า

หัวหน้าล้วนแต่มีความเครียด ตัวเองยิ้มไม่ออก แต่เห็นคนอื่นยิ้มก็คลายเครียดได้ไม่ใช่เหรอ เธอยิ้มแย้มแจ่มใส คุณชายสามต้องอารมณ์ดีแน่นอน

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ ตั้งแต่เข้ามาในเรือนเล็กๆ แห่งนี้ เหวินจิ่วเซียวก็รู้สึกสบายใจ ทันทีที่เข้ามาในบ้าน ความหงุดหงิดของเขาก็หายไปทันที

เหวินจิ่วเซียวดื่มชา แต่มุมปากกลับยกยิ้มเล็กน้อย

อวี๋จือกวาดมองผ่านร่างของเขาเร็วๆ วันนี้เขาสวมเสื้อคลุมผ้าไหมแขนยาวสีฟ้า แขนเสื้อปักลายดอกเบญจมาศและต้นจือหลันด้วยด้ายสีเงิน

เขาก้มหน้าลง สันจมูกโด่งรับกับริมฝีปากสวยงามที่มีสีอ่อน ปากยกยิ้มเป็นเส้นโค้งเล็กน้อย หล่อราวกับไม่ใช่มนุษย์

ใบหน้าแบบนี้ในยุคสมัยใหม่เรียกว่าสีหน้าเบื่อหน่ายโลก สีหน้าแบบนี้เป็นขั้นสูงสุดของความเย็นชา อวี๋จือไม่เข้าใจหรอกว่าความเย็นชาขั้นสูงเป็นยังไง เธอรู้แค่ว่าตัวเองกำลังกลืนน้ำลาย เธอหิวแล้ว

ดูเหมือนเหวินจิ่วเซียวจะรู้สึกตัว เขาหันหน้าไป ดวงตาสีดําที่เฉียบแหลมและสวยงามคู่หนึ่งกวาดมองมา

เย็นชา เย็นชาจริงๆ

อวี๋จือขนลุกเลยลูบแขนตัวเอง ก่อนจะหัวเราะแหะๆ แล้วก็ฮึบพูดออกมาจนได้ “คุณชายสามหล่อจังเลยเจ้าค่ะ”

พอพูดประโยคนี้ออกมาได้ ประโยคต่อไปก็เริ่มง่ายขึ้น “คุณชายสามคือบุรุษที่หล่อที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็น เคยได้ยินว่าเมืองหลวงคัดเลือกสิบชายหนุ่มรูปงาม ข้าว่าคุณชายสามต้องอยู่อันดับต้นๆ แน่นอนเจ้าค่ะ”

สีหน้าของอวี๋จือจริงใจ รีบประจบสอพลอหัวหน้าคนปัจจุบันของตัวเอง

เหวินจิ่วเซียวสีหน้าไร้อารมณ์ “ก็แค่รูปลักษณ์ภายนอก บุรุษต้องมีศีลธรรม เจ้าอย่าได้มีความคิดตื้นเขิน”

อวี๋จือยังยิ้มเหมือนเดิม “เจ้าค่ะ ขอบคุณคําสั่งสอนของคุณชายสามเจ้าค่ะ” แต่ในใจกลับด่าว่า ผู้ชายคือสุนัข เขาพูดอะไรนะ ฮ่าๆ ไม่ได้ยิน

หัวหน้าจริงจังเกินไปก็ไม่ดี รับมือลำบาก

ใจเย็นๆ ไว้ ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่เขาไม่หักเงินเดือนก็พอ

อวี๋จือหันมองไปเล็กน้อย เห็นอิงเถาเดินไปเดินมาอยู่ข้างนอกก็รู้ได้ในทันทีจึงจงใจพูดขึ้นว่า “อิงเถา มีแมวป่าปีนกําแพงอีกแล้วหรือ เจ้าถือไม้แหย่มันลงไป เอ่อใช่ แหย่แรงหน่อยนะ ไม่เช่นนั้นมันจะกลับมาอีก”

จากนั้นก็ได้ยินเสียงร้อย “โอ๊ย” ดังมาจากนอกกําแพงทางทิศตะวันออก เสียงเหมือนมีของหนักตกลงบนพื้น

อวี๋จือราวกับไม่ได้ยิน ก่อนจะอธิบายให้เหวินจิ่วเซียวฟังด้วยท่าทางจริงจัง “ไม่รู้ว่าแมวป่าที่ไหน ข้ามกําแพงมาขโมยของกินทุกวัน น่ารําคาญมากเจ้าค่ะ”

เหวินจิ่วเซียวมองเธอ “เจ้าใจกล้าไม่น้อย”

หญิงสาวทั่วไปเมื่อเจอคนร้ายคงตกใจจนตัวแข็งไปหมด ถึงแม้นางจะกลัวแต่กลับยังคิดแก้แค้น ถึงแม้พฤติกรรมจะไร้เดียงสาไปสักหน่อย แต่ก็ทำให้เห็นถึงนิสัยเด็ดเดี่ยวหนักแน่นของนาง

เขามั่นใจว่าสิ่งที่ตกลงบนพื้นเมื่อครู่ต้องไม่ใช่แมวป่าแน่นอน สตรีผู้หนึ่ง ไม่กลัวเพื่อนบ้านที่อันธพาล พึ่งพาตัวเองได้ คงไม่ต้องห่วงว่านางจะถูกใครรังแกแล้ว

อวี๋จือแสร้งทําเป็นไม่เข้าใจ ยิ้มปลอมๆ ส่งให้ “ขอบพระคุณคำชมของคุณชายสามเจ้าค่ะ คนบ้านนอกอย่างพวกเราไม่ยอมให้ใครมารังแกเจ้าค่ะ”

เหวินจิ่วเซียวละสายตาจากไปไม่มองเธออีก อวี๋จือยังคงยิ้มแย้มอยู่เสมอไม่ได้มีท่าทีอะไร แต่ความจริงแล้วเธอไม่สนใจเขาตั้งนานแล้วต่างหาก!

ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 14 คุณชายสามหล่อจังเลย ตอนที่ 14