ภารกิจกู้โลกหลังเกิดใหม่ของเซียนจิ้งจอก ตอนที่ 42
ตอนที่ 41 พญาหมูอันธพาล
พอหูฮวนมองเด็กสาวผมทองหยิบไพ่ใบที่ตนเองเลือกเมื่อครู่ออกมาจากกองไพ่ในมือ ‘สำเร็จ’ ในใจมีแต่ความเบื่อหน่าย
ทักษะการเล่นไพ่ธรรมดาแบบนี้ เขาเล่นจนเก่งตั้งแต่เจ็ดแปดขวบแล้ว เขาถึงขั้นมองออกด้วยซ้ำว่าทักษะการโกงไพ่ของแม่สาวผมทองคนนี้ไม่เห็นจะเท่าไร มีพิรุธเต็มไปหมด วิธีซ่อนไพ่ยังสู้ลูกศิษย์ที่คอยเฝ้าประตูบ่อนของพ่อเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ
กองพลมังกรเร้นรับคนไม่เลือกเลยจริงๆ เอาเถอะ ฉันเองก็ไม่ใช่ทหารจริงๆ อะไรสักหน่อย ฉันยังเข้ามาได้ คนอื่นทำไมจะเข้าไม่ได้ล่ะ
หูฮวนปลอบตนเองสองสามประโยค ขณะเดียวกันเด็กสาวผมทองผู้ระริกระรี้หลังจากโชว์ทักษะการเล่นไพ่สำเร็จหนึ่งหนก็เก็บไพ่โปกเกอร์ จากนั้นจึงเดินไปห้องพักของตนเองตามที่หูฮวนบอก ก่อนที่จะเดินไปถึงลิฟต์ เธอก็เหลียวกลับมายิ้ม สะบัดมือร่อนการ์ดใบหนึ่งมาให้
หูฮวนเอื้อมมือออกไปรับ จากนั้นก็ได้ยินเด็กสาวผมทองบอกว่า “น้องชาย พี่สาวถูกใจนาย การ์ดใบนี้ให้นายก็แล้วกัน”
หูฮวนพลิกฝ่ามือมาดู พอเห็นการ์ดที่อยู่ในมือ เขาก็หันขวับไปมองเด็กสาวผมทองที่เดินขึ้นลิฟต์ไปแล้ว ทั้งร่างตกตะลึงนิ่งอึ้ง
ต่อให้อีกฝ่ายเสกไพ่โจกเกอร์ออกมาแปดใบ เขาก็คงไม่ตกตะลึงอะไร แต่ตอนนี้เขากลับไม่ตกตะลึงไม่ได้ เพราะการ์ดใบนี้ที่เด็กสาวผมทองสะบัดมือส่งมาให้คือ...
การ์ดเทววัตถุ!
“ที่แท้เจ้าของสิ่งนี้ก็ไม่มีราคาขนาดนี้เชียว ถึงเอามาเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้กันได้”
ตอนที่หลัวซื่อไห่รับการ์ดเถาวัลย์ดูดเลือดไป เขาบอกเพียงว่าของสิ่งนี้แลกกับตราเกียรติยศขั้นสามได้ แต่ไม่เคยบอกว่ารัฐบาลประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเคยเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเข้าร่วมประมูลการ์ดวัตถุเทพฤทธิ์มาแล้วหลายหน แต่ล้วนล้มเหลวเพราะเงินทุนไม่มากพอ
หูฮวนเองก็เป็นทหารหน้าใหม่แกะกล่อง แม้จะเคยได้ยินเรื่องตราเกียรติยศอะไรๆ มาจากสื่อช่องทางต่างๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่าตราเกียรติยศขั้นสามหมายถึงอะไร เขาจึงวิเคราะห์ไม่ออกว่าการ์ดเทววัตถุที่แท้แล้วล้ำค่ามากเพียงไร
การที่เด็กสาวผมทองแจกการ์ดเทววัตถุใบนี้ให้เปลี่ยน ‘ทัศนคติ’ ของหูฮวน ทำให้เขาประเมินมูลค่าของการ์ดเทววัตถุผิดจากความจริงอย่างสิ้นเชิง
หูฮวนเล่นการ์ดในมืออยู่ครู่หนึ่ง การ์ดเทววัตถุในมือใบนี้ ด้านหน้าของมันเป็นรูปหมูป่าเขี้ยวโง้งแหลมคมตัวหนึ่ง ส่วนด้านหลังการ์ดมีตัวอักษรอยู่หลายบรรทัด
[พญาหมูอันธพาล (ระดับนอร์มอล)]
พลังโจมตี (C)
พลังป้องกัน (B)
พลังชีวิต (C)
พละกำลัง (C)
ความเร็ว (C)
นอกจากพลังป้องกันที่อยู่ระดับ B ค่าพลังของการ์ดใบนี้ก็ไม่มีอะไรให้ชื่นชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันไม่มีพลังพิเศษสักอย่าง หูฮวนเบะปาก รู้แล้วว่าทำไมเด็กสาวผมทองถึงยกมันให้เขา
แม้คัมภีร์วิชาเทววัตถุในสมองจะมีส่วนที่ขาดหายทำให้ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ แต่มันก็เพียงพอทำให้หูฮวนเข้าใจเคล็ดวิชาฝึกบำเพ็ญของวิชานี้แล้ว
การผสานการ์ดเทววัตถุเข้ากับร่างกายเพื่อหยิบยืมพลังในการ์ดเหมือนที่เขาทำเป็นวิธีการใช้แบบขี้โกงอย่างยิ่ง ความจริงแล้วการกลืนพลังในการ์ดวัตถุเทพฤทธิ์เข้าไปในร่างกายตรงๆ อย่างเซียวเจี้ยนเซิงจึงจะเป็นวิธีการใช้ที่ถูกต้อง
การใช้วิธีลักกินขโมยกินอย่างหูฮวนแบบนี้ แม้จะเพิ่มสมรรถภาพให้ตัวเอง หยิบยืมพลังพิเศษของการ์ดเทววัตถุได้ แต่พลังเหล่านี้ก็ยังไม่ใช่พลังของตัวเอง แต่ในอีกทางหนึ่งก็ทำให้สับเปลี่ยนการ์ดได้ตลอดเวลา ไม่มีข้อห้ามแต่ประการใด
ส่วนเซียวเจี้ยนเซิง หลังจากกลืนการ์ดเถาวัลย์ดูดเลือดเข้าไปแล้ว การ์ดก็หายไป พลังประหลาดผสานเป็นหนึ่งเดียวกับผู้หมู่เจ็ดคนนี้จนกลายเป็นพลังของตัวเขาเอง แต่เมื่อกลืนเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ หากเซียวเจี้ยนเซิงได้การ์ดเทววัตถุใบใหม่มาอีก เขาก็จะกลืนการ์ดใบนั้นได้ก็ต่อเมื่อการ์ดใบนั้นเข้ากับพลังในร่างของเขาและไม่ขัดแย้งกันเท่านั้น
จากเศษชิ้นส่วนความทรงจำที่หูฮวนได้มา แนวทางการจับคู่การ์ดเทววัตถุมีอยู่หลายสิบแบบ จากระดับต่ำไปสูง หากจับคู่กันอย่างสมบูรณ์แบบ พลังที่ปะทะกันก็จะน้อยลง ดังนั้นของชนิดนี้จึงไม่ใช่สิ่งที่สมควรจะกลืนผสานกับร่างกายมั่วซั่ว
แต่สถานการณ์ตอนนี้ ผู้ปลุกพลังมีน้อยเกินไป ผู้ถือครองพลังหายากยิ่ง ส่วนการ์ดเทววัตถุก็แพงมหาศาล ขนาดที่ไปประมูลถึงเมืองนอกก็เอากลับมาไม่ได้ เซียวเจี้ยนเซิงจึงไม่มีทางเลือกอื่น
เด็กสาวผมทองคนนั้นไม่รู้ว่าเป็นผู้ปลุกพลังสายไหนในทั้งหมดสิบห้าสาย แต่เธอจะต้องมีทางเลือกที่ดีกว่าอย่างแน่นอน เธอถึงเลือกทิ้งการ์ดเทววัตถุพญาหมูอันธพาลใบนี้
“กลับไปแล้วยกให้พี่จางก็แล้วกัน!”
หูฮวนเก็บการ์ดเทววัตถุใบนี้ไป เขามองใบเซ็นชื่อของนักเรียนที่มารายงานตัวแวบหนึ่ง ตอนนี้มีนักเรียนมารายงานตัวห้าสิบห้าคนแล้ว ยังขาดอีกสองคนที่ยังมาไม่ถึง
เขาถอนหายใจ แต่ไม่อยากจะเล่นไพ่โปกเกอร์แล้ว ขณะที่กำลังคิดจะว่าฆ่าเวลาอย่างไรดีก็ได้ยินเสียงทะเลาะโวยวายดังขึ้น
หูฮวนเดินออกมาจากตึกเรียนก็เห็นคนสองคนกำลังยืนประจันหน้ากันอยู่คนละฟากของสระบัว คนหนึ่งเป็นนักพรตหนุ่มอายุน้อย คนหนึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่โกนผมรองทรงสั้นเกรียน ถอดเสื้อเปลือยอก สองเท้าเปลือยเปล่า กำลังตั้งท่าวิชาหมัดมวยพลางโต้คารมกันอย่างดุดัน
หูฮวนไม่เสียทีได้เซียวเจี้ยนเซิงกับจางจวี้หวาสั่งสอนวิชาหมัดมาหลายวัน เขามองออกว่าพื้นฐานวิชาหมัดของสองคนนี้ล้วนไม่แย่
นักพรตหนุ่มด่าอย่างอดรนทนไม่ไหว “นักพรตคนนี้จะปราบปีศาจขจัดมาร แต่แกดันจะปกป้องเจ้าสิ่งนั้น เกิดมันทำร้ายคนขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ”
เด็กหนุ่มหัวเกรียนไม่ยอมถอยสักนิด ตวาดด่ากลับไปว่า “แกเห็นมันฆ่าคนแล้วหรือไง เอาอะไรมาพูดลอยๆ บอกว่ามันจะทำร้ายคน แกมีสิทธิ์อะไรมาฆ่ามันตามใจ”
หูฮวนฟังต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงเปิดปากขัดทั้งคู่ “ทั้งสองคนมารายงานตัวหรือเปล่า”
นักพรตหนุ่มไม่หันมาสนใจเขาสักนิด ตวาดว่า “คนทะเลาะกันอยู่! นายหลบไปไกลๆ หน่อย จะได้ไม่ถูกลูกหลงเอา”
เด็กหนุ่มผมเกรียนเองก็ตอบอย่างไม่ลังเลสักนิด “เกี่ยวอะไรกับแกด้วย ไสหัวไปให้ไกลๆ”
หูฮวนลูบปลายคาง ย้อนถามคำหนึ่ง “นี่นาย...กำลังด่าฉันเหรอ”
เด็กหนุ่มผมเกรียนสวนทันที “ด่าแกแล้วจะทำไม”
หูฮวนดีดนิ้ว ปล่อยพลังของการ์ดฝูงแมลงกินปราณที่อยู่ในร่าง จากนั้นเท้าก็ส่งแรง คนกลายเป็นดั่งลมสลาตัน เคลื่อนผ่านระยะห่างหลายสิบเมตรภายในชั่วพริบตา
ความเร็วระดับ D เท่ากับความเร็วหกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความเร็วระดับ C เท่ากับความเร็วเก้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วยิ่งกว่าราชาแห่งความเร็วอย่างสปริงบ๊อกหรือพรองฮอร์น ด้อยกว่าเสือชีตาห์เพียงเล็กน้อย
ความเร็วของการ์ดฝูงแมลงกินปราณคือระดับ B หูฮวนเคยใช้มันมาหลายครั้งแล้ว มันสลัดวานรยักษ์จอมพลังทิ้งไม่เห็นฝุ่นได้อย่างง่ายดาย แม้เขาจะยังไม่เคยทดสอบความเร็วในโลกแห่งความเป็นจริงมาก่อน แต่ก็พอกะประมาณได้ว่าความเร็วระดับ B น่าจะเร็วสองถึงสามเท่าของความเร็วระดับ C
หูฮวนออกตัวเต็มกำลัง ชั่วเวลาสองวินาทีเขาเคลื่อนร่างกายมาได้หนึ่งร้อยเมตร เทียบเท่ากับหนึ่งในสิบของความเร็วกระสุนปืน
ด้วยความเร็วอันน่าหวาดหวั่นของเขา พอหูฮวนมาปรากฏตัวตรงหน้าเด็กหนุ่มหัวเกรียน ผมบนหัวของเขาก็ถูกสายลมพัดจนชี้โด่ชี้เด่...ถ้าเกิดว่ามันยาวกว่านี้อีกสักนิดล่ะก็นะ
เด็กหนุ่มหัวเกรียนตกใจแทบติดอ่างที่จู่ๆ หูฮวนก็โผล่มาตรงหน้า
“นาย...นายมาได้ยังไง”
“เดินมาสิ เมื่อกี้นายแน่ใจนะว่ากำลังด่าฉัน”
เด็กหนุ่มหัวเกรียนลังเลครู่หนึ่งก็ตอบอย่างฉับไว “พี่ใหญ่ ผมผิดไปแล้ว!”
นักพรตหนุ่มหัวเราะจนตัวโยกน คู่ต่อสู้หัวแข็งคนนี้หงอ เขาย่อมสาแก่ใจ อีกฝ่ายทำให้คนโมโหเกินไปแล้วจริงๆ
หูฮวนไม่คิดจะลงไม้ลงมือ อีกฝ่ายสำนึกผิดแล้ว เขาก็ไม่คิดจะลงมือทำเกินควร เขาบอกอย่างไม่เร่งร้อนว่า “พวกคุณมารายงานตัวใช่ไหม เชิญตามผมไปทำตามขั้นตอนด้วย”
นักพรตหนุ่มบอกทันที “ผมมารายงานตัว ชิงโยวแห่งสำนักหลิงเป่า มาเข้าร่วมการฝึกอบรมกำลังพลรบพิเศษรุ่นที่ยี่สิบห้าของกองทัพ นี่จดหมายแนะนำของผม แล้วก็จดหมายลายมือของอาจารย์”
หูฮวนรับจดหมายแนะนำของนักพรตหนุ่มมา ส่วนจดหมายลายมืออะไรนั่น เขาไม่รู้จริงๆ ว่าของสิ่งนี้มีประโยชน์อะไรจึงไม่ได้รับเอาไว้ บอกเพียงว่า “ผมรับผิดชอบดูแลการเช็คชื่อคนมาถึงเท่านั้น ไม่ต้องใช้เอกสารอย่างอื่น ต้องการแค่จดหมายแนะนำ”