หวนชะตารัก: Chapter 032 ตอนที่ 32

#32Chapter 032

บทที่ 32 การตัดสินใจของตระกูลฟาง

เมื่อสิ้นปีใกล้เข้ามา อากาศก็ยิ่งเย็นลงทุกที แต่ห้องนอนของเหล่าคุณหนูตระกูลหนิงยังคงอบอุ่นดุจฤดูใบไม้ผลิ น้ำบนเตาดินเผาใบน้อยเดือดพล่าน

เด็กสาวผู้นั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือดึงแขนเสื้อเผยข้อมือขาว เสียงกำไลทองสามวงบนข้อมือส่งเสียงเบาๆ ประกอบยามยกกาใบน้อยรินรดบนใบชา กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยฟุ้ง

“น้ำจากหิมะบนกิ่งเหมยชงชาหอมที่สุด” เด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามสูดลมหายใจเบาๆ เอ่ยขึ้น

ฝั่งนี้น้ำชาส่งกลิ่นหอม อีกฝั่งหนึ่งของฉากกั้นเสียงสูงแหลมดังลอยมา

ศรไม้ไผ่ร่วงลงไปในไหกระเบื้องอย่างแม่นยำ ทำเอาไหกระเบื้องโคลงเคลงอยู่พักหนึ่ง

“น้องสิบเจ็ดเก่งจริงๆ” เด็กสาวคนหนึ่งตบมือเอ่ยชม

หนิงอวิ๋นเยี่ยนดึงแขนเสื้อลงมา รับผ้าเช็ดหน้าที่สาวใช้ส่งให้เช็ดเหงื่อบางๆ บนหน้าผากเบาๆ

“ไม่เห็นมีอะไร ทุกวันอยู่ในบ้านเล่นเบื่อจนเอียนแล้ว” นางเอ่ยขึ้น ก้าวไม่กี่ก้าวไปตรงหน้าพี่สาวน้องสาวที่นั่งชงชาอยู่ รับน้ำชามาถ้วยหนึ่งดื่มคำเดียวหมด

“อวิ๋นเยี่ยน เจ้าดื่มช้าหน่อย นี่เป็นชาชั้นดีที่พี่สิบตั้งใจส่งมาจากเมืองหลวง” พี่สาวน้องสาวที่ชงชาอยู่ตำหนิ

พูดถึงคุณชายสิบ หนิงอวิ๋นเยี่ยนจิตใจก็คึกคักขึ้นมา

“ท่านพี่กำลังจะกลับมาจากเมืองหลวงแล้ว คิดว่าตอนนี้คงออกจากเมืองหลวงแล้ว” นางเอ่ยขึ้น

“พวกท่านลุงรองกลับมาด้วยหรือไม่?” พี่น้องอีกคนถามขึ้น

ปีใหม่ครอบครัวของหนิงเหยียนก็ต้องกลับบ้านเกิดมาไหว้บรรพชน ต่อให้ภารกิจหลวงของหนิงเหยียนยุ่งวุ่นวายปลีกตัวไม่ได้ ภรรยาบุตรชายบุตรสาวของเขาก็ต้องกลับมา

“ใช่แล้ว” หนิงอวิ๋นเยี่ยนหัวเราะตอบท่าทางแฝงความภูมิใจ

ครอบครัวของท่านลุงรองสนิทสนมกับพวกเขาที่สุด ที่ตระกูลมีลูกหลานมากมายถึงเพียงนั้น ก็มีแค่พี่สิบที่ได้ติดตามท่านลุงรอง

“ครั้งนี้พี่สิบกลับมาก็ข้ามปีได้อย่างสบายใจแล้ว” พี่น้องคนหนึ่งพูดขึ้น “ไม่เหมือนเมื่อครั้งเทศกาลไหว้พระจันทร์”

พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาหนิงอวิ๋นเยี่ยนก็หน้าบึ้ง

เทศกาลไหว้พระจันทร์ครั้งนั้นจวินเจินเจินวิ่งวุ่นก่อกวน ทำให้คนตระกูลหนิงจำต้องหลบหน้าคน ทั้งตระกูลโคมไฟสักดวงก็ไม่ได้ชมอย่างสำราญใจ

แต่ตอนนี้จบแล้ว การแต่งงานคลี่คลายแล้ว ทุกคนไม่ต้องระวังระไวอีกแล้ว

“คลี่คลายอะไร” หนิงอวิ๋นเยี่ยนแค่นเสียงทีหนึ่ง “พี่สิบเลี่ยงไม่ได้ต้องโดนคนอื่นพูดล้อลับหลัง ล้วนเป็นจวินเจินเจินคนนั้นก่อเรื่อง”

“เยี่ยนเยี่ยน ไม่ต้องกังวล ทุกวันนี้ในเมืองต่างพูดเรื่องจวินเจินเจินหลอกเอาเงินของตระกูลเราไป ไม่มีเรื่องการแต่งงานของพี่สิบ” พี่น้องคนหนึ่งเอ่ยปลอบ “นางก็แค่คนเจ้าเล่ห์คนหนึ่ง ถูกคนเจ้าเล่ห์มาเกาะติดพันไม่ใช่ความผิดของพวกเรา คนที่ควรถูกล้อก็ไม่ใช่พวกเรา”

“ใช่แล้ว น้องสิบเจ็ด เจ้าไม่รู้ หลายวันมานี้จวินเจินเจินล้วนไม่กล้าออกจากบ้าน” พี่น้องอีกคนพูดขึ้น

หนิงอวิ๋นเยี่ยนยังคงโกรธจัด

“แต่ช้าเร็วนางก็ต้องออกมาอยู่ดี” นางเอ่ยขึ้น ดวงตาบนใบหน้าวูบไหว

สาวใช้ที่อยู่ด้านข้างก้าวขึ้นมาก้าวหนึ่ง

“คุณหนู ไม่ต้องกังวล นายหญิงสามบอกว่าตระกูลฟางกำลังหาคู่ครองให้คุณหนูจวิน ก่อนสิ้นปีก็จะออกเรือนแล้ว แต่งงานไปอยู่ที่ไกล” นางพูดเสียงเบา

สาวใช้คนนี้เป็นคนที่นายหญิงใหญ่ส่งมา มีหน้าที่กึ่งเป็นพี่เลี้ยงอบรมสั่งสอน เพราะว่าอายุห่างกับหนิงอวิ๋นเยี่ยนไม่มากสักกี่ปี หนิงอวิ๋นเยี่ยนจึงยอมรับฟังได้ง่าย

คุณหนูเหล่านี้ถึงแม้จะถูกอบรมสั่งสอนให้รู้หนังสือรู้มารยาท แต่อย่างไรก็เป็นเด็ก ในเมื่อเป็นเด็กก็เลี่ยงนิสัยชอบแข่งขันเอาชนะอารมณ์ร้อนง่ายไม่ได้

สาวใช้อายุมากก็แค่ปลอบห้ามให้ถูกเวลา

เป็นดังคาดเมื่อได้ยินคำพูดนี้สีหน้าของหนิงอวิ๋นเยี่ยนก็ดีขึ้น จวินเจินเจินไม่เพียงเป็นฝ่ายผิดแบกรับชื่อเสีย ยังถูกตระกูลฟางทอดทิ้ง

“ตระกูลฟางควรทำเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว” นางแค่นเสียงทีหนึ่ง ถามขึ้น “คนพรรค์นี้ยังเก็บไว้ถึงปีใหม่หรือ?”

พี่น้องคนหนึ่งจับไหล่ของนางไว้

“พอเถอะ คนพรรค์นี้ไม่มีค่าให้พวกเราพูดถึงอีก ไปเล่นโยนศรต่อเถอะ” นางหัวเราะขึ้น “ฝึกมากเข้า รอช่วงปีใหม่ลงสนามที่หอจิ้นอวิ๋นพนันเอารางวัล”

หนิวอวิ๋นเยี่ยนหัวเราะดึงแขนของนางลุกขึ้นยืน สาวใช้อายุมากถอยกลับไปด้านข้างตามสถานการณ์ นิ่งเงียบไม่ส่งเสียงราวกับไร้ตัวตน

ทว่าขณะที่เด็กสาวเล่นกันอย่างสนุกสนานนี่เอง สาวใช้อายุน้อยคนหนึ่งก็ตะลีตะลานเดินเข้ามา เข้ามาใกล้สาวใช้อายุมากกระซิบเบาๆ ข้างหูหลายประโยค

“เป็นไปได้อย่างไร?” สาวใช้อายุมากตกใจหลุดปากอออกมา

หนิวอวิ๋นเยี่ยนที่โยนศรอยู่ได้ยินก็หันกลับมา จำได้ว่าสาวใช้อายุน้อยคนนั้นเป็นสาวใช้ข้างกายมารดา

“มีอะไร?” นางถามขึ้น

สาวใช้อายุมากสีหน้าลังเลอยู่เล็กน้อย

“คุณหนู คุณหนูจวินคนนั้นจะหมั้นหมายแล้ว” นางเอ่ยขึ้น

หนิงอวิ๋นเยี่ยนตอบรับคำหนึ่ง สื่อว่าก็พูดไปแล้วไม่ใช่หรือ มีอะไรน่าแปลกใจอีก?

“คู่หมายคือนายน้อยตระกูลฟาง” สาวใช้อายุมากพูดขึ้น

นายน้อยตระกูลฟาง?

บรรดาคุณหนูในห้องชะงักไปครู่หนึ่ง ชั่วขณะตอบสนองไม่ทัน

“นายน้อยตระกูลฟางเป็นใคร?”

ยังมีคนหลุดปากถามขึ้นมา

....................................................................................................

เทียบกับตระกูลหนิงที่เพิ่งได้รับข่าวยังตั้งสติไม่ทัน ตระกูลฟางในหยางเฉิง ตอนนี้เสียงดังเอะอะไปหมด

วันนี้ยามเช้านี่เองนายหญิงผู้เฒ่าฟางอยู่ดีๆ ก็ประกาศว่าจากญาติจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ฟางเฉิงอวี่กับจวินเจินเจินหมั้นหมาย ทั้งยังสั่งให้บรรดาผู้ดูแลร้านแลกเงินมาคุยเรื่องการแต่งงานทันที ดังนั้นข่าวนี้จึงแพร่กระจายดุจสายลมพัด ตระกูลฟางก็สับสนอลหม่าน

“ทำไม?”

ฟางจิ่นซิ่วถามขึ้น นี่เป็นประโยคเดียวที่นางถามออกมาได้เมื่อพรวดพราดเข้ามาในห้องของนายหญิงผู้เฒ่าฟาง โกรธจนดวงตาแดงก่ำ

ฟางอวี้ซิ่วกับฟางอวิ๋นซิ่วแม้จะไม่พูดจา แต่ก็มองนายหญิงผู้เฒ่าฟาง

“ควรพูดกับนายหญิงผู้เฒ่าอย่างไรหืม?” นายหญิงใหญ่ฟางตำหนิขึ้น

ฟางจิ่นซิ่วสูดหายใจลึก

“เจ้าค่ะ ข้าทราบแล้ว ข้าตั้งคำถามสงสัยท่านย่าเช่นนี้เป็นการไม่เคารพ แต่” นางเอ่ยขึ้น “ข้าก็คิดอยากถามประโยคเดียวกันนี้ ทำไม?”

นายหญิงผู้เฒ่าฟางสีหน้านิ่งสงบ

“เพราะว่าปีหน้าน้องชายของเจ้าจะอายุสิบสี่ปีแล้ว” นางเอ่ยขึ้น

หมอบอกว่าฟางเฉิงอวี่จะมีชีวิตอยู่ไม่เกินสิบห้าปี

“ดังนั้นข้าจะเสริมมงคลไล่เคราะห์ให้เขา” นายหญิงผู้เฒ่าเอ่ยขึ้น

เสริมมงคล?

ฟางจิ่นซิ่วกับพี่น้องตะลึงไป

“ท่านย่า ท่าน ท่านทำไมถึงเชื่อเรื่องนี้” ฟางจิ่นซิ่วถามขึ้น

“ก็ข้าจะเชื่อเรื่องนี้” นายหญิงผู้เฒ่าฟางตอบกลับทันที สีหน้าเกรี้ยวกราด

การทำให้ฟางเฉิงอวี่มีชีวิตรอดเป็นห่วงของนายหญิงผู้เฒ่าฟาง นายหญิงผู้เฒ่าจะฉลาดปานใดเมื่อมีห่วงนี่เป็นสิ่งตั้งต้น ก็ไม่มีสติปัญญาอันใดให้พูดถึงได้

ฟางอวี้ซิ่วดึงแขนเสื้อของฟางจิ่นซิ่ว

ครั้งนั้นนายหญิงใหญ่ฟางยังให้ฟางเฉิงอวี่ดื่มน้ำมนตร์จากวัดหนานทงเลยเถอะ

แต่นั่นมันนายหญิงใหญ่ฟาง นายหญิงผู้เฒ่าฟางไม่เคยทำเรื่องเช่นนี้ แม้กระทั่งหญิงผู้อื่นที่ชื่นชอบแม่ชีนักพรตหญิงพระนางล้วนไม่คบหา เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อสิ่งนอกรีตทั้งหลาย

ฟางจิ่นซิ่วกัดริมฝีปากล่าง

แต่ตอนนี้ยามที่มีดประหารเล่มนั้นใกล้ศีรษะเข้ามาทุกที นายหญิงผู้เฒ่าในที่สุดก็แตกสลายแล้วหรือ?

ครั้งนั้นท่านปู่กับท่านพ่อเสียก็ทำให้คนเจ็บปวด แต่นั่นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกะทันหัน ความโศกเศร้ากลับกันถูกพัดหายไป แต่ฟางเฉิงอวี่ ผู้อื่นต้องเบิ่งตามองมีดเล่มหนึ่งค่อยๆ ร่วงลงมาช้าๆ เด็ดเอาชีวิตของเขาไป ในขณะที่ทุกคนกลับทำอะไรไม่ได้ ความทรมานเช่นนี้ทำให้คนเป็นบ้าอย่างแท้จริง

“ในเมื่อจะเสริมมงคล ทำไมไม่หาผู้หญิงคนอื่น?” นางสูดหายใจลึกเงยหน้าขึ้นถามต่อ “ทำไมต้องเป็นนาง? นี่เป็นคำขอร้องของนางใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

จวินเจินเจินคนพรรค์นี้ ถ้าหากตัวนางเองไม่ยินยอม ใครก็ให้นางแต่งงานกับฟางเฉิงอวี่ไม่ได้

นี่เป็นหลักการที่คนในบ้านต่างก็รู้ นายหญิงผู้เฒ่าเงียบไปครู่หนึ่ง

“นางยินยอม”นางเอ่ยเพียงเท่านั้น

ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนเสนอ

ฟางจิ่นซิ่วโกรธจนกระทืบเท้า

“ท่านย่า นางยินยอม นางคิดจะยึดอำนาจตระกูลของพวกเรา รอให้เฉิงอวี่ไม่อยู่แล้ว นางก็จะได้ครองชื่อนายหญิงน้อยใช้อำนาจบาตรใหญ่” นางพูดแล้วก็พลันคิดอะไรขึ้นมาได้ชิงชัง “มิน่าครั้งก่อนนางถึงลากผู้ดูแลร้านแลกเงินไปถาม ที่แท้ก็เพื่อคิดวางแผนจะเข้าครอบครองร้านแลกเงินของตระกูลเราในอนาคต นางคิดจะรั้งอยู่ที่ตระกูลฟางของพวกเรา ฝันหวานเสียจริง”

เสียงของนางยังไม่จาง นายหญิงผู้เฒ่าฟางก็ก็โยนถ้วยชาใบหนึ่งในมือตกพื้นแตก น้ำชากับเศษกระเบื้องกระจัดกระจาย คนที่ยืนอยู่ข้างล่างผวาวุ่นวายขึ้นมาทันที

“ข้าก็ยินยอม” นางพูดขึ้นเสียงดังมองฟางจิ่นซิ่ว “เจ้าอยู่ที่ตระกูลฟางได้ก็เพราะในร่างมีเลือดตระกูลฟาง จวินเจินเจินในร่างของนางก็มีเลือดตระกูลฟางของข้า ทำไมนางจะอยู่ที่ตระกูลฟางไม่ได้? ท่านอาของเจ้าเหลือเด็กสาวคนนี้ไว้คนเดียว เจ้าทนอยู่ร่วมกันนางไม่ได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? เจ้าต้องไล่นางออกไปไม่ดูดำดูดีถึงจะมีความสุขใช่หรือไม่?”

นายหญิงผู้เฒ่าฟางแม้จะถูกบรรดาญาติพี่น้องด่าว่าเลือดเย็นไร้หัวใจ แต่ตลอดมาก็ยังไม่เคยโกรธลูกหลานในบ้านมาก่อน ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่ตวาดด่ารุนแรงขนาดนี้

คนในห้องต่างตกใจรีบคุกเข่าลง

ฟางจิ่นซิ่วยืนอยู่เพียงคนเดียว ราวกับตกใจจนงงไปแล้ว

“จิ่นซิ่ว” นายหญิงใหญ่ฟางรีบเรียกเสียงเบา “รีบขอโทษนายหญิงผู้เฒ่าเร็ว”

ฟางอวี้ซิ่วกับฟางอวิ๋นซิ่วก็รีบยื่นมือไปกระตุกเสื้อของนาง

ฟางจิ่นซิ่วตาแดงน้ำตาคลอ หน้าอกพองยุบอย่างแรง สะบัดฟางอวี้ซิ่วกับฟางอวิ๋นซิ่วออกหมุนตัววิ่งออกไป ไม่สนเสียงตะโกนเรียกข้างหลังของนายหญิงใหญ่ฟาง

ฟางจิ่นซิ่ววิ่งไปตลอดทาง ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา

บนโลกนี้คนจะเลวเพียงใดก็ยังมีคนรักคนห่วงใย ฟ้าช่างไม่ยุติธรรม

……………………………………….

หวนชะตารัก: Chapter 032 ตอนที่ 32