หวนชะตารัก

หวนชะตารัก: Chapter 031 ตอนที่ 31

#31Chapter 031

บทที่ 31 ข้อเสนอข้อหนึ่ง

ฟางเฉิงอวี่นั่งอยู่บนรถเข็น ข้างมือของเขาคือโต๊ะเตี้ย ด้านบนวางถ้วยชาอยู่

ตอนนี้เขาโกรธมาก

ถ้าหากเป็นผู้อื่นโกรธ คงยื่นมือตบลงบนโต๊ะหรือจับของทิ้งลงพื้นแสดงอารมณ์ของตนได้

แต่เขาทำไม่ได้ ร่างกายครึ่งบนของเขายิ่งไร้เรี่ยวแรงลงทุกที ขนาดปกติคว้าจับธรรมดายังลำบากอยู่บ้าง สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่ยกถ้วยน้ำชา หยิบช้อนกินดื่มด้วยตนเองเท่านั้น หรือพลิกหนังสือ ส่วนตบโต๊ะรวมไปถึงใช้แรงเขวี้ยงถ้วยชาแตก ประการที่หนึ่งต้องใช้แรง ประการที่สองเป็นการเสียแรงเปล่า

เรี่ยวแรงของเขาก็เป็นเช่นเดียวกับเวลาล้วนล้ำค่า ไม่อาจเสียเปล่า

ดังนั้นไม่ว่าในใจจะโกรธแค้นมากเพียงใด เขาก็ยังคงรักษาความนิ่งสงบไว้ได้

คนในบ้านล้วนชื่นชมและนับถือที่เขาอายุยังน้อยก็อดกลั้นเยือกเย็นได้ ที่จริงความเยือกเย็นอดกลั้นนี้ไม่ใช่เป็นมาตั้งแต่เกิด นับว่าขัดเกลามาทีละนิดๆ ท่ามกลางความสิ้นหวัง

“ทำไม?” เขาถามขึ้น

ทำไมถึงเชื่อนาง?

ต่อให้โรคร้อนพึ่งหมอส่งเดช อย่างน้อยก็ต้องเป็นหมอคนหนึ่ง จวินเจินเจินนางนับเป็นสิ่งใดได้

“นางบอกว่ารักษาข้าได้ คงต้องพูดเหตุผลที่ทำให้พวกท่านเชื่อออกมา” เฉิงอวี่มองนายหญิงผู้เฒ่าฟาง “ท่านย่า นางพูดอะไร?”

แน่นอนเพราะนางพูดว่าฟางเฉิงอวี่ไม่ได้ป่วย แต่ถูกพิษ

ริมฝีปากของนายหญิงใหญ่ฟางสั่น สีหน้าซีดขาวไปบ้าง

นอกจากนี้ยังเป็นพิษที่นางป้อนลงไปด้วยตนเอง ตอนนี้ทุกวันก็ยังให้เขากินพิษอยู่ทุกวัน

“ไม่มีเหตุผล”

ตอนที่นายหญิงใหญ่ฟางเกือบจะพูดออกมา นายหญิงผู้เฒ่าก็เปิดปากพูดขึ้นก่อน สีหน้าเด็ดขาด

“ถ้าหากจะให้พูดเหตุผลให้ได้ นั่นก็เพราะเจ้ากำลังจะอายุสิบสี่ปีเต็มแล้ว เหลือเวลาอีกเพียงปีเดียวแล้ว พวกเราหาหมอเทวดาจางไม่พบ ดังนั้น โอกาสใดๆ ก็ตามล้วนไม่อาจปล่อยผ่านไป ไม่ว่านางจะพูดส่งเดช หรือว่ามีเป้าหมายอื่นใด ขอเพียงนางพูด ข้าก็เชื่อ”

พูดจบก็ยื่นมือมาให้นายหญิงใหญ่ฟางประคอง

“อย่างไรพวกเราก็ไม่เสียอะไร เสี่ยงบ้างไม่แน่ว่าอาจมีความหวังสักเสี้ยวหนึ่ง ขอเพียงมีความหวังแม้เสี้ยวหนึ่ง ข้าก็ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด”

ไม่รอฟางเฉิงอวี่พูดอีก ก็ดึงนายหญิงใหญ่ฟางเดินออกไป

ฟางเฉิงอวี่นั่งเงียบงันอยู่ในห้อง สีหน้านิ่งสงบ

“อย่างไรก็ไม่เสียอะไรเช่นนั้นหรือ” เขาหัวเราะพูดขึ้น

ในห้องแสงโคมดุจดั่งเม็ดถั่ว ร่างเงาของเด็กหนุ่มที่อ่อนเปลี้ยอยู่บนรถเข็นนิ่งไม่ขยับ กลืนเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดมิดยามราตรี

.................................................................

“ท่านแม่ ทำไม...”

นายหญิงใหญ่ที่เดินอยู่ในความมืดยามค่ำคืนอดไม่ได้ถามขึ้น

นายหญิงผู้เฒ่าฟางมองนางทีหนึ่ง เสียงของนายหญิงใหญ่ฟางก็หยุดไป

แม้ว่าหญิงรับใช้ด้านหน้าด้านหลังจะยืนอยู่ห่าง แต่คำพูดนี้ที่สุดแล้วพูดต่อหน้าผู้คนได้หรือไม่

ความลับนี้ได้แต่ขังไว้ในใจของนาง ทรมานนางทุกวันทุกคืน

“มีบางเรื่อง รู้ว่าเป็นฟ้าลิขิต ดีกว่าเป็นคนทำร้ายอยู่บ้าง” นายหญิงผู้เฒ่าฟางพูดขึ้น กุมมือของนายหญิงใหญ่ฟาง “ข้ารู้เจ้าไม่กลัวเขาเกลียดเขาแค้นเจ้า และเจ้าก็รู้ เฉิงอวี่เด็กคนนี้เขาก็ไม่มีวันแค้นเจ้าหรือข้า แต่ไม่แค้นนี่สิ ถึงยิ่งทำให้คน...ทนไม่ได้”

นายหญิงใหญ่ฟางพยักหน้า กลั้นสะอื้นไว้

“ท่านแม่ จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่างไร ข้ามีอยู่วิธีหนึ่ง” นางสูดหายใจลึกเชิดหน้าพูดขึ้น

นายหญิงผู้เฒ่าฟางพยักหน้า

“เจ้าพูดมาสิ” นางเอ่ย

“ให้เจินเจินกับเฉิงอวี่แต่งงานกันหลอกๆ” นายหญิงใหญ่ฟางพูดขึ้น

นายหญิงผู้เฒ่าฟางสีหน้าแข็งค้างไป

“ตอนนี้พวกเรายังไม่รู้ว่าคนคนนั้นที่แท้เป็นใคร บางทีอาจอยู่แค่ในบ้านของพวกเรา” นายหญิงใหญ่ฟางพูดเสียงเบา “ก่อนนี้ข้าเตรียมการจะให้เจินเจินออกเรือนแล้ว อยู่ดีๆ จะไม่แต่งออกย่อมต้องมีเหตุผลที่สมควร”

นายหญิงผู้เฒ่าฟางไม่พูดจา เดินไปข้างหน้าช้าๆ

นายหญิงใหญ่ฟางตามมา

“ข้ออ้างคือเสริมมงคลไล่เคราะห์ให้เฉิงอวี่ มีฐานะนี้ นางก็อยู่ด้วยกันกับเฉิงอวี่ได้ รักษาโรคก็ย่อมไม่ดึงดูดให้คนอื่นสงสัยแล้ว” นางพูดเสียงเบาต่อ

“นอกจากนี้ยังทำให้ตระกูลหนิงวางใจได้หมดสิ้นด้วย” นายหญิงผู้เฒ่าฟางรับช่วงพูดต่อ

ฝีเท้าของพวกนางหยุดลง นายหญิงใหญ่ฟางมองนายหญิงผู้เฒ่าฟาง

“เจ้าค่ะ” นางเอ่ยขึ้น “จัดการงานแต่งงานของเจินเจินเช่นนี้ อย่างไรก็ฟังดูดีกว่าให้นางแต่งออกไปไกล”

ดีหรือ?

ถ้าหากรักษาเฉิงอวี่ไม่ได้ ชีวิตของจวินเจินเจินในตระกูลฟางจะดีได้หรือ?

คนล้วนต้องแบกรับผลจากสิ่งที่ตนเองกระทำ

ถ้าหากนางรักษาเฉิงอวี่ให้หายดีได้ นางอยากได้สิ่งใดข้าล้วนมอบให้นาง เช่นเดียวกันถ้าหากนางรักษาไม่ได้ เช่นนั้นนางก็ต้องชดใช้

นายหญิงใหญ่ฟางไม่หลบเลี่ยงสายตาของนายหญิงผู้เฒ่าฟาง

“แน่นอน เรื่องนี้ย่อมต้องให้ตัวนางเองตัดสินใจ” นางเอ่ยขึ้น

หนทางเป็นตนเองที่เดิน เป็นตนเองที่เลือก ย่อมไม่อาจโทษผู้อื่น

นายหญิงผู้เฒ่าฟางพยักหน้า

“ดี ถ้าอย่างนั้นก็ไปถามนางดู” นางเอ่ยขึ้น

กับแม่สามีลูกสะใภ้ตระกูลฟางที่มายามดึกดื่น หลิ่วเอ๋อร์ยิ่งไม่มีหน้ายิ้มให้

หรือว่าวันนั้นทะเลาะยังไม่รู้แพ้ชนะ ตอนนี้ต้องมาอีกแล้ว?

“คุณหนูของพวกเราจะนอนแล้ว” นางขวางประตูพูดขึ้น

“ไม่เป็นไร เชิญพวกนางเข้ามาเถอะ นอนแล้วก็ตื่นได้” คุณหนูจวินที่อยู่ด้านในพูดขึ้น

คุณหนูบอกแล้ว หลิ่วเอ๋อร์ก็ได้แต่เปิดประตู ครั้งนี้นางไม่รอให้คุณหนูจวินสั่ง เฝ้าอยู่หน้าประตูด้วยตัวเอง

คุณหนูจวินอาบน้ำแล้ว ปล่อยผมสวมเสื้อตัวน้อยลุกขึ้นมา

ไม่รู้ว่าเพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยอยู่ในห้อง หรือดวงตาสองข้างที่แวววาวราวกับน้ำของเด็กสาวใต้แสงโคม ทำให้คนรู้สึกผ่อนคลายมาก แตกต่างกับก่อนหน้าอย่างแท้จริง

นายหญิงผู้เฒ่าฟางชะงักไปครู่หนึ่ง ที่จริงก่อนหน้านางก็ไม่เคยมาสักกี่ครั้ง มาแล้วก็ไม่ได้มีแก่ใจสนใจสภาพในห้องนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมีความรู้สึกผ่อนคลายอะไรอยู่

นางไม่ชอบเปรียบเทียบเช่นนี้ จึงเปิดปากพูดเข้าประเด็นบอกการตัดสินใจออกมา

“แน่นอนว่าที่สำคัญยังเป็นการมาดูว่าเจ้าจะรักษาเขาอย่างไร” นางเอ่ยขึ้น “ถ้าหากไม่จำเป็นต้องสัมผัสมาก ก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”

“เจ้าคิดได้หรือยังว่าจะรักษาอย่างไร?” นายหญิงใหญ่ฟางรีบถามขึ้น

คุณหนูจวินยิ้มพยักหน้า

“ข้าคิดออกแล้ว” นางพูดขึ้น

หืม?

นายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่ฟางอดไม่ได้เคร่งเครียดขึ้นมา แม้กระทั่งประโยคนั้นที่ว่ารักษาอย่างไรก็พูดไม่ออก

“อาบยาสมุนไพรอุ่น แล้วข้าจะค่อยๆ ใช้เข็มทองเสริมเส้นลมปราณให้เขา ถึงแม้ยังไม่แน่ว่าจะทำให้เขากลับมาดีได้เหมือนเดิมในทันที อย่างน้อยหลังจากนี้หนึ่งปีก็ไม่ตายแล้ว” คุณหนูจวินพูดขึ้นมาเอง

อ้อ!

นายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่ฟางยังคงพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร

“ดังนั้นท่านย่าข้อเสนอของท่านดีมาก ข้ายังคิดอยู่เลยว่าจะทำเรื่องนี้อย่างไรถึงจะหลบหูหลบตาคนไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น” คุณหนูจวินพูดต่อ อมยิ้มพยักหน้า “แต่งงาน เหมาะมาก”

โอ้

นายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่ฟางนิ่งเงียบ

จวินเจินเจินที่เมื่อก่อนแม้กระทั่งมองพวกเขาสักทีก็รู้สึกว่าเสียเกียรติคนนี้ ถึงกับตกลงแต่งงานกับคนตระกูลพ่อค้าของพวกนาง ทั้งคนในตระกูลพ่อค้าคนนี้ยังเป็นคนง่อย

“เจินเจิน ลำบากเจ้าเกินไปแล้ว” นายหญิงใหญ่ฟางอดพูดขึ้นไม่ได้

คุณหนูจวินยิ้ม

“มีอะไรลำบาก?” นางเอ่ยขึ้น “ไม่ใช่หลอกหรือ?”

ใช่สิ เป็นเรื่องหลอก

นายหญิงผู้เฒ่าฟางกับนายหญิงใหญ่ฟางเองลืมไปแล้ว

“แต่ว่ามีพวกเราเท่านั้นที่รู้ว่าหลอก คนอื่นไม่รู้ ชื่อเสียงของเจ้าก็ย่อมเสียหายกับสิ่งนี้” นายหญิงใหญ่ฟางพูดเสียงละมุนขึ้น “ยังไงก็เปลี่ยนวิธีเถอะ”

ถ้าหากมีวิธีอื่น ทำไมพูดวิธีนี้ออกมาเล่า?

ชี้ทางมาแล้ว ค่อยให้คนอื่นเลือก ก็ไม่อาจเรียกว่าเป็นคนดีได้กระมัง

คุณหนูจวินยิ้มส่ายศีรษะ

“ไม่ต้อง คนที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่งยังสนใจชื่อเสียงอะไรอีก” นางเอ่ยขึ้น “ยังไงทำเรื่องที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงกับตัวเองสำคัญที่สุด”

เรื่องนี้ก็ตกลงง่ายๆ เช่นนี้

นายหญิงใหญ่ฟางมีความรู้สึกว่าเสียแรงเป่าฟองสบู่แล้วกลับถูกเด็กสาวคนนี้เอาเข็มมาทิ่มแตกอย่างสบายๆ อีกครั้ง นี่ทำให้นางรู้สึกว่าที่ตนเองเป็นฝ่ายยกข้อเสนอนี้ขึ้นมาเองโง่เง่าอยู่นิดหน่อย

“เจินเจิน” ทันใดนั้นนางก็ผุดลุกขึ้นยอบกายให้คุณหนูจวิน

คุณหนูจวินลุกขึ้น ไม่ได้หลบเลี่ยงคำนับของผู้อาวุโสคนนี้

“ถ้าหากรักษาชีวิตของเฉิงอวี่ได้จริง ข้ายินดียกทุกสิ่งที่เฉิงอวี่สมควรได้รับมอบให้” นายหญิงใหญ่ฟางพูดขึ้นมา

ฟางเฉิงอวี่เป็นทายาทชายและผู้สืบทอดของตระกูลฟาง ทุกสิ่งที่เขาควรได้ นั่นก็คือทุกสิ่งของตระกูลฟาง

คำสัญญานี้เป็นการมอบตระกูลฟางให้อย่างไม่ต้องสงสัย

นายหญิงผู้เฒ่าฟางสีหน้าตะลึงไปอยู่บ้าง แต่นางก็ไม่ได้พูดอะไร

คุณหนูจวินยิ้ม แต่ครั้งนี้นางกลับไม่ได้ทำเหมือนลูกหลานที่เคารพปกติยอบกายบอกปฏิเสธ

“ตกลง” นางเอ่ยขึ้น ราวกับเด็กน้อยที่จริงจังกับคำล้อเล่น “ท่านป้าอย่าได้ลืมสิ่งที่พูดล่ะ”

……………………………………….

หวนชะตารัก: Chapter 031 ตอนที่ 31