หวนชะตารัก: Chapter 038 ตอนที่ 38

#38Chapter 038

บทที่ 38 นางโง่หรือเปล่า

เรื่องไร้ประโยชน์?

นายหญิงผู้เฒ่าฟางมองนางด้วยสีหน้าพิกล

“จะไร้ประโยชน์ได้อย่างไร? ทำให้ตระกูลหนิงไม่มองเจ้าเป็นเข็มทิ่มตาอีกไม่ใช่เรื่องมีประโยชน์หรือ? ศัตรูน้อยลงไปคงไม่ใช่เรื่องมีประโยชน์หรือ?” นางขมวดคิ้วถามขึ้น

คุณหนูจวินยิ้ม

“ทำให้ตระกูลหนิงไม่มองข้าเป็นศัตรูอีกย่อมเป็นเรื่องมีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ข้าอ่อนข้อให้แล้วจะทำได้” นางพูดขึ้น “กับคนที่ในใจเกิดสงสัยริษยาและไม่ชอบข้าไปแล้ว อ่อนข้อให้ก็ไม่อาจเปลี่ยนเป้าหมายของพวกเขาได้ กลับกันจะทำให้พวกเขาคิดว่าข้ายังมีแผนอื่นยังมีเป้าหมายอื่น”

ที่สำคัญที่สุดก็คือ แค่ตระกูลหนิงเล็กๆ นายหญิงในเรือนปากร้ายไม่กี่คน เด็กสาวที่รู้แต่เรื่องโง่ๆ ไม่กี่คน ก็คิดจะให้นางยอมจำนน

ถ้ายอมจำนนต่อคนเหล่านี้ ในอนาคตเมื่อนางเผชิญกับคนพวกนั้น จะทำอย่างไร? คุกเข่ายอมแพ้ไปเลยหรือ?

คุณหนูจวินยกถ้วยชาของตนเองขึ้นมาอีกครั้ง ลูบเบาๆ

“รับมือกับคนเช่นนี้ ไม่อาจอ่อนให้ได้อย่างเด็ดขาด ต้องให้พวกเขารู้ว่าข้ารู้พวกเขาคิดอะไร รู้ว่าเขาไม่ชอบข้า แต่ข้าก็ไม่กลัวพวกเขาไม่ชอบ” นางพูดต่อ “และให้คนทั้งโลกรู้ว่า เขากับข้าเป็นศัตรูกัน ศัตรูที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทุกคนรับรู้ ทำสิ่งใดกลับจะถูกผูกมัดไว้ เกิดเรื่องขึ้นพวกเขาก็จะกลายเป็นผู้ต้องสงสัย”

ไม่เหมือนศัตรูของตระกูลฟางของพวกท่าน ขนาดเป็นใครก็ยังไม่รู้ ผลกลายเป็นว่าทำร้ายตระกูลของพวกท่านอยู่ชัดๆ ผู้คนกลับคิดเพียงว่าตระกูลของพวกท่านถูกสาป

พูดอย่างนี้ พอมีเหตุผลดีอยู่

นายหญิงผู้เฒ่าฟางสีหน้าสับสน

“พูดไปแล้วนี่ก็เป็นเพียงการทะเลาะไม่ยอมกันของเหล่าเด็กสาวเท่านั้น” คุณหนูจวินพูดเสียงละมุน “ไม่นับเป็นเรื่องใหญ่อะไร เด็กสาวใครไม่เคยมีเวลาที่โกรธบ้าง”

นายหญิงผู้เฒ่าฟางมองนางทีหนึ่ง

“แต่โกรธก็อย่าโกรธให้มันมากนัก” นางพูดขึ้น “โกรธมากเข้าจะเป็นเรื่องใหญ่เข้า”

คุณหนูจวินพยักหน้า

“ก็ใช่” นางเอ่ยตอบ

นางตอบว่าก็ใช่ ไม่ใช่ทราบแล้ว ฟังแล้วไม่เหมือนน้อมรับคำลั่ง แต่เหมือนเห็นด้วยมากกว่า

เห็นด้วยก็คือหมายความว่าตกลงรึเปล่า

นายหญิงผู้เฒ่าฟางขมวดคิ้ว

เด็กสาวคนนี้ตอนนี้ประหลาดนัก ในเมื่อในใจนางรู้ขอบเขต เช่นนั้นก็ดี

“ถ้าอย่างนั้น ยาหาได้หรือไม่” นายหญิงผู้เฒ่าฟางสะบัดความคิดนี้ทิ้ง ถามเรื่องที่ควรสนใจที่สุด

คุณหนูจวินบอกนางว่าหาพบแล้ว

“แต่เพราะทะเลาะกับจั่วเยี่ยนจือที่ร้านเครื่องประดับ เพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย วันนี้ข้าจึงไม่ได้ไปหาต่อให้ครบทั้งหมด” นางบอก “พรุ่งนี้ข้าจะออกไปอีกครั้ง”

ทะเลาะกับคนมายังจะเดินเลือกซื้อของอย่างระรื่นย่อมทำให้คนสงสัยจริงๆ

นายหญิงผู้เฒ่าฟางพยักหน้า

ดูแล้วคิดได้รอบคอบมากจริงๆ

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ก็ให้อวี้ซิ่วไปเป็นเพื่อนเจ้าแล้วกัน” นางเอ่ยขึ้น พูดถึงตรงนี้ถึงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ถามขึ้นว่า “อวี้ซิ่ว วันนี้เป็นยังไงบ้าง?”

คุณหนูจวินเข้ากับบรรดาพี่น้องในตระกูลไม่ได้อย่างที่สุด แม้ว่าฟางอวี้ซิ่วจะเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในหลานสามสามคน แต่ความฉลาดนี้กับคุณหนูจวินผู้แปลกประหลาดคนนี้ก็ไม่แน่ว่าจะมีประโยชน์ เมื่อครู่รีบร้อนก็ไม่ทันสนใจถามสาวใช้กับหญิงรับใช้ว่าวันนี้ทั้งสองคนทะเลาะกันหรือไม่

“เงียบดี ไม่หนวกหู ก็ดี” คุณหนูจวินเอ่ย

เงียบดี? ไม่หนวกหู?

คำวิจารณ์นี้...

นายหญิงผู้เฒ่าฟางไม่รู้ควรจะพูดอะไรดี เลยไม่พูดไปเสีย ให้คนไปบอกฟางอวี้ซิ่วพรุ่งนี้ออกไปเป็นเพื่อนคุณหนูจวินอีก คิดครู่หนึ่งก็ให้คนเอาคำวิจารณ์ของคุณหนูจวินที่มีต่อนางไปบอกด้วย

ตอนที่หญิงรับใช้มา ฟางอวี้ซิ่วก็กำลังถูกพี่น้องดึงมาถามเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ได้ฟังคำพูดของหญิงรับใช้ พี่น้องทั้งสามต่างก็ตะลึงงันไปเล็กน้อย

“นางถึงกับบอกว่าเจ้าเงียบดีไม่หนวกหูก็ดีหรือ?” ฟางจิ่นซิ่วเบิกตาพูดขึ้น “นางโง่หรือเปล่า?”

ฟางอวี้ซิ่วแรกสุดคือจงใจให้นางไปร้านเครื่องประดับที่คนมากมายคึกคัก แล้วตอนที่นางทะเลากับจั่วเยี่ยนจือก็ยืนเงียบๆ มองดูเรื่องสนุก ตอนนี้นางกลับไม่ฟ้องนายหญิงผู้เฒ่าฟาง กลับกันยังบอกว่าฟางอวี้ซิ่วดีมาก

“น้องรองเป็นคนเงียบมาก ในเมื่อนางต้องการซื้อของย่อมต้องไปที่ที่ดีที่สุด ส่วนที่นางโต้เถียงกับคุณหนูจั่ว น้องรองไหนเลยจะมีคุณสมบัติพูด” ฟางอวิ๋นซิ่วเอ่ย

ดังนั้นบางทีอาจมองไม่ออกจริงๆ

ฟางจิ่นซิ่วจิ๊ปาก

“พี่รอง ท่านพูดจาทำเรื่องกะล่อนเกินไปก็ไม่ดี คนโง่นั่นดูไม่ออก หมดสนุกไปเยอะ” นางเอ่ยขึ้น

ฟางอวี้ซิ่วยิ้ม แต่แล้วก็ขมวดคิ้วราวกับกำลังคิด

“เป็นอะไร?” ฟางจิ่นซิ่วถามขึ้น “ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ให้ข้าไปเถอะ พูดกับท่านย่าว่าข้าสำนึกผิดแล้ว ไปขอโทษนาง”

ฟางอวี้ซิ่วยิ้มส่ายหน้า

“ไม่ต้อง ในเมื่อนางชอบ ข้าก็จะไปเป็นเพื่อนนาง” นางเอ่ยขึ้น ลังเลไปนิดหนึ่ง “ข้าแค่รู้สึกว่านางไม่ใช่จะมองท่าทีของข้าไม่ออก”

มองออกแล้ว? ก็ใช่ จวินเจินเจินผู้หญิงคนนี้กับบรรดาคุณหนูข้างนอกพวกนั้นราวกับคนโง่ แยกคำพูดร้ายดีไม่ออก แต่ต่อหน้าเหล่าพี่น้องของนางเองราวกับมีปฎิพานไหวพริบงอกออกมา ในไข่ไก่เจอกระดูก ในสายลมยินเสียงฝน ในฝนมองเห็นลม

ท่าทีนี้ของฟางอวี้ซิ่วนางย่อมมองปัญหาออก ต่อให้ไม่มีปัญหา นางก็ต้องหาที่ไม่ถูกออกมาจนได้

ฟางจิ่นซิ่วส่งเสียงเห็นด้วยในคอ

“เพื่อเสแสร้งทำเป็นนายหญิงน้อยของตระกูลฟาง ทุ่มทุนจริงๆ” นางเอ่ยประชด

ฟางอวี้ซิ่วขมวดคิ้วน้อยๆ

“บางทีคงไม่สนใจละมั้ง” นางพูดกับตัวเอง

ฟางจิ่นซิ่วส่งเสียงหยัน

“ไม่สนใจสิถึงแปลก” นางเอ่ย “ไม่สนใจนางจะหลอกเงินหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงจากจั่วเยี่ยนจือ?”

พูดถึงตรงนี้ก็คิดถึงเรื่องที่ฟางอวี้ซิ่วเล่า ฟางจิ่นซิ่วส่งเสียงหัวเราะหยันออกมา ยิ่งหัวเราะยิ่งน่าขำ จนหัวเราะลั่นออกมา

ถึงแม้จวินเจินเจินช่างน่าเกลียดชังนัก แต่เรื่องนี้ทำได้ไม่เลว

ต้องแบบนี้สิ ทำให้พวกคุณหนูพวกนั้นได้ลองลิ้มรสชาติการถูกสุนัขที่กลั่นแกล้งมาตลอดกัดสักคำ

ฟางอวิ๋นซิ่วก็ขมวดคิ้ว

“ข้าก็รู้สึกเช่นนั้น” นางคิดๆ แล้วก็เอ่ยขึ้น “เพิ่งทะเลาะกับจั่วเยี่ยนจือยกหนึ่ง นิสัยอย่างจั่วเยี่ยนจือจะยอมเลิกราได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นยังมีพรรคพวกมากขนาดนั้น คนมากเท่าไรรอเล่นงานนาง นางไม่คิดหลบ กลับกันพรุ่งนี้ยังจะออกไปอีก”

พูดถึงตรงนี้ก็มองฟางอวี้ซิ่วทีหนึ่ง

“นางพาเจ้าไป บางทีอาจจะปล่อยเจ้าโดนรังแก”

ฟางอวี้ซิ่วยิ้ม

“นางยังไม่กลัว ข้าจะกลัวถูกรังแกอะไร” นางเอ่ยขึ้น

ก็เพราะอย่างนี้ ถึงยิ่งให้พี่ใหญ่กับน้องสามออกไปเป็นเพื่อนจวินเจินเจินไม่ได้ พี่ใหญ่คนซื่อไปแล้วก็โดนรังแกเสียเปล่า น้องสามหุนหันพลันแล่นไปแล้วก็หลงอุบายผู้คน

“วางใจเถิด นางเรียกชื่อให้ข้าไปแล้ว ถ้าข้าไม่ไป ไม่ใช่หักหน้านางหรือ” ฟางอวี้ซิ่วหัวเราะเอ่ย “ข้าไม่ให้โอกาสนี้กับนางหรอก ข้าไม่ได้โง่ถึงเพียงนั้น”

......................................................................................

วันที่สองคุณหนูจวินกับฟางอวี้ซิ่วก็ออกจากประตูจวนเหมือนเมื่อวาน ไม่มีใครพูดถึงเรื่องเมื่อวานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นนั้น

ฟางอวี้ซิ่วไม่มีหลบเลี่ยงสักนิดแนะนำร้านเครื่องประดับให้นางอีกครั้ง คุณหนูจวินก็ไม่มีกังวลทำตามไปทั้งอย่างนั้น

ครั้งนี้ก็มีคุณหนูมากมายรู้จักพวกนาง แต่ไม่มีคนมาท้าทายเหมือนกับจั่วเยี่ยนจือแบบนั้น แม้ว่าจะชี้มือชี้ไม้สีหน้าเหยียดหยันไม่มีดี คุณหนูจวินก็ยังเลือกเครื่องประดับเสร็จอย่างราบรื่นเดินออกจากร้านเครื่องประดับ

เรื่องเป็นไปอย่างราบรื่นถึงเพียงนี้ ฟางอวี้ซิ่วไม่รู้ว่าควรจะโล่งใจหรือยิ่งระวัง

“ถนนใหญ่ฝั่งตะวันตกยังมีร้านเครื่องประดับหนึ่งร้าน พวกเราไปดูกันอีกเถอะ” นางเอ่ยขึ้น กำลังจะขึ้นรถ แต่เห็นคุณหนูจวินที่อยู่ด้านหลังหยุดฝีเท้าลง

คุณหนูจวินมองไปทางหนึ่ง สีหน้าจดจ่อ

“อะไรหรือ?” ฟางอวี้ซิ่วถามขึ้น พร้อมกันนั้นก็เพิ่มความระวัง มองตามสายตาของคุณหนูจวินไป

ไม่มีกลุ่มเด็กสาวอย่างที่จินตนาการ ยิ่งไม่มีคนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลหนิง มีเพียงโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง กลางวันฤดูหนาวยามว่างผู้คนนั่งเต็ม นักเล่าเรื่องเริ่มเล่าแล้ว ยังไม่ถึงเวลาอาหาร เป็นช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดพอดี

“เจ้าอยากดื่มช้าพักเท้าหรือ?” ฟางอวี้ซิ่วเป็นฝ่ายถามขึ้น

เสียงพูดยังไม่ทันหายไปคุณหนูจวินก็เดินมุ่งไปทางโรงน้ำชาแล้ว

เห็นในนั้นมีใครหรือเปล่า? รู้อยู่แล้วเชียวว่านางไม่มีทางกลับไปง่ายๆ เช่นนี้

ฟางอวิ้ซิ่วไม่เปลี่ยนสีหน้าตามไป

คุณหนูจวินไม่ได้ก้าวเข้าไป แต่ยืนอยู่ที่ประตูมองด้านในโรงน้ำชา

นักเล่าเรื่องในโรงน้ำชากำลังยกพัดพูดเล่าน้ำลายกระเซ็นเป็นฟองฝอย

“....ไม่ผิด พวกเจ้าฟังไม่ผิด ที่ข้าจะเล่าก็คือข่าวใหญ่เรื่องหนึ่งในเมืองหลวง...หัวหน้ากองพันลู่แห่งหน่วยราชทัณฑ์กรมสืบสวนฝ่ายเหนือได้รับพระราชาทานองค์หญิงเป็นรางวัลอีกแล้ว...”

ฟางอวิ้ซิ่วที่เพิ่งเดินมายืนได้ยินกรมสืบสวนสามคำก็สั่นผวาขึ้นมา คนก็ยืนนิ่งไป

ส่วนโรงน้ำชาที่แต่เดิมคึกคักอยู่พริบตาก็ราวกับโดนราดด้วยน้ำแข็งชั้นหนึ่งนิ่งค้างไป

……………………………………….

หวนชะตารัก: Chapter 038 ตอนที่ 38