Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 058 ตอนที่ 58
บทที่ 58 ตายยกตี้แล้ว ตายยกตี้อีก
“เจ้าอ้วน ไป่ฟา รีบตีมวลอากาศขนาดเล็ก!”
จางหยางมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่หัวหน้า เมื่อมีสถานการณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น เขาจะรีบชี้แนะทันที
ส่วนสุ่ยเยียนเอ๋อร์นั้นตกใจกุมหัววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนราวกับหนูเวลาแตกตื่น ถ้าหากถูกตดเหม็นเน่าจากก้นบอสเข้าไปแม้แต่นิดล่ะก็ เธอต้องกินข้าวไม่ลงไปหลายวันแน่!
เมื่อไป่ฟาอีจงและเจ้าอ้วนหานสติคืนกลับมา คนทั้งคู่ก็เปลี่ยนเป้าหมายไปโจมตีมวลอากาศขนาดเล็กทันที
แต่ว่ามวลอากาศขนาดเล็กเหล่านี้บินเร็วสุดๆ อีกทั้งตอนเริ่มแรกไป่ฟาอีจงและเจ้าอ้วนหานเสียสมาธิไปเล็กน้อย ทำให้ตอบสนองไม่ทันท่วงที แม้ว่าจะตีจนเลือดของมวลอากาศขนาดเล็กเหล่านี้ลดลงไปกว่าครึ่งอย่างรวดเร็ว แต่มวลอากาศขนาดเล็กก็ยังคงไล่ตามสุ่ยเยียนเอ๋อร์ทันอยู่ดี
“ไม่ อย่านะ!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ร้องคร่ำครวญออกมาอย่างน่าอนาถ
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์’ ได้รับผลกระทบจากเอฟเฟกต์ ‘เหม็นไปถึงสวรรค์’ ของมวลอากาศขนาดเล็ก ติดสตัน 10 วินาที!’
ระเบิดแก๊สลูกหนึ่งค่อยๆ ลอยมาชนสุ่ยเยียนเอ๋อร์
‘-1,200!’
‘-1,200!’
‘-1,200!’
‘-1,200!’
‘-960!’
ตัวเลขค่าดาเมจห้าชุดลอยขึ้นมาเหนือร่างของพวกจางหยางพร้อมกันทันที นอกจากจางหยางแล้ว คนอื่นๆ เหลือเลือดเพียงริบหรี่เท่านั้น
ระเบิดแก๊สลอยมาอีกลูกหนึ่ง ชนซ้ำเข้าไปที่สุ่ยเยียนเอ๋อร์ที่ไม่สามารถหลบหลีกได้แม้แต่น้อย
‘-1,200!’
‘-1,200!’
‘-1,200!’
‘-1,200!’
‘-960!’
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์’ ตาย!’
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ไกวเสวี่ยเอ๋อร์’ ตาย!’
‘ติ๊ง..........’
ตายยกปาร์ตี้!
ณ สุสาน วิญญาณห้าดวงได้มาปรากฏขึ้น
“ถุยๆๆ! บอสเหม็นเน่า บอสต่ำช้า สารเลวๆๆๆ!” ใบหน้าของสุ่ยเยียนเอ๋อร์เต็มไปด้วยความห่อเหี่ยว ยื่นลิ้นออกมาถุยน้ำลายมั่วไปหมด
“ไม่ต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองใหญ่โตขนาดนั้น สาวน้อย นี่มันแค่เกมเสมือนจริงเฉยๆ!” จางหยางปลอบ
“แต่ว่ามันเหมือนจริงมากอะ! เหม็นจะตายอยู่แล้ว ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าตอนนี้ยังได้กลิ่นเหม็นเน่าบนตัวอยู่เลยเนี่ย” สุ่ยเยียนเอ๋อร์หน้ามุ่ย
เจ้าอ้วนหานหัวเราะชั่วร้ายพลางพูด “น้ำยาอนามัยยี่ห้อ xxx ใช้แล้วคุณจะสุขภาพดียิ่งขึ้น!”
“ไสหัวไป!”
อีกสี่คนที่เหลือชูนิ้วกลางให้เขาอย่างพร้อมเพรียง
‘เฟี้ยว!’ มีวิญญาณอีกห้าดวงมาปรากฏขึ้นที่สุสาน ในช่วงบุกเบิกดันเจี้ยนนั้น ปาร์ตี้ของกิลด์ใหญ่ๆ ทั้งหลายมักจะตายกันสารพัดรูปแบบ สุสานแห่งนี้จึงคึกคักมาก
ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นปาร์ตี้ของกิลด์อีนู่หงเหยียน!
“ที่แท้คือหัวหน้าจ้านอวี้ พวกนายตีกันไปถึงไหนแล้ว? ฆ่าบอสหมายเลขหนึ่งแล้วยัง?” เสวี่ยเชียนสุนถามลงในช่องทั่วไป
เมื่อเจอสาวสวย เจ้าอ้วนหานก็อยู่ในอาการ ‘เยิ้ม’ ขึ้นมาทันที เขาตอบ “เสวี่ยคนสวย ที่จริงฉันต่างหากที่เป็นคนสั่งการอยู่หลังม่าน หยางน้อยนี่ก็เป็นฉันที่ฝึกเขาขึ้นมาเอง!”
“เหอๆ หัวหน้ากิลด์เสวี่ย พวกคุณตีถึงไหนกันแล้วล่ะ?” จางหยางไม่ตอบแต่ถามกลับ
ผ่านไปสักครู่ เสวี่ยเชียนสุนจึงตอบในช่องทั่วไป “พวกเราตีตำหนักกลางก่อน ตอนนี้ฆ่าบอสหมายเลขหนึ่งไปแล้ว กำลังตีบอสหมายเลขสองอยู่”
ตีตำหนักกลางก่อน? จางหยางใช้ความคิดแล้วก็เข้าใจได้ในทันที กิลด์อีนู่หงเหยียนกำลังเลี่ยงจุดแข็งตีจุดอ่อน! ขณะที่คนอื่นๆ กำลังแย่งชิงกันทำเฟิร์สเคลียร์ตำหนักหน้า พวกเธอกลับมาบุกตำหนักกลางเงียบๆ ได้เปรียบเรื่องเวลาไปเยอะมาก!
จำเป็นต้องพูดว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดมาก แต่น่าเสียดายที่พวกเธอดันมาเจอเข้ากับจางหยางเสียนี่!
“บังเอิญจัง พวกเราก็กำลังตีบอสหมายเลขสองอยู่” ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามจริงใจมา จางหยางจึงตัดสินใจจริงใจตอบเช่นกัน
‘ซี๊ด!’
ผู้หญิงทั้งห้าคนของกิลด์อีนู่หงเหยียนยิงฟันสูดลมเข้าปากพร้อมกัน ทำไมมาถึงบอสหมายเลขสองเร็วขนาดนั้น?
“พี่เสวี่ย พวกเขาตั้งใจพูดเกินจริงกดดันพวกเรารึเปล่า?” ชื่อเซวี่ยเหมยกุ้ยมองจางหยางไม่ดีมาตลอด
เสวี่ยเชียนสุนคิดแล้วส่ายหัว “ไม่น่าจะใช่! ถ้าดูจากการที่เขาทำเฟิร์สเคลียร์ตำหนักหน้าได้อย่างรวดเร็ว ความคืบหน้านี้ไม่เกินจริงเลย!”
“งั้นพวกเรา......” ใบหน้าของไป๋หลานเต็มไปด้วยความกังวล
เสวี่ยเชียนสุนคิดเล็กน้อยแล้วพูด “ทุบหม้อข้าวจมเรือ! รอบนี้เราต้องผ่านบอสไปให้ได้!” เสวี่ยเชียนสุนมองสมาชิกปาร์ตี้ทั้งสี่คน “ชิงอู่ (เต้นเบาๆ) สุ่ยซิ่ว พวกเธอสองคนต้องตีมวลอากาศขนาดเล็กให้ไว เหมยกุ้ย อย่าเอาแต่ไล่ตีบอส ระวังระเบิดอากาศด้วย!”
“พี่เสวี่ย หน้าอกฉัน.....”
“อกใหญ่ไร้สมอง! ขอทีเถอะ เธออย่าเอาแต่ใช้เรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างได้มั้ย?” ไป๋หลานตัดบทชื่อเซวี่ยเหมยกุ้ย “ขอเตือนเธอไว้เลย ถ้าคราวหน้ายังทำพลาดอีก ฉันจะนั่งเครื่องบินไปโจวหังทันที จะไปแทงไขมันสองก้อนนั้นของเธอให้ระเบิด!”
“ชิ!” ชื่อเซวี่ยเหมยกุ้ยก้มหัวลงบ่นเบาๆ “อกเขาใหญ่มากจริงๆ นี่!”
“ที่จริงถ้าพูดเรื่องอกใหญ่ พี่เสวี่ยของพวกเราสิถึงจะเป็นพวกซ่อนรูป คริๆ 36 เลยนะ” สุ่ยซิ่วฮวาเซียง (น้ำใสดอกไม้หอม) อยู่ๆก็พูดแทรกขึ้นมา
“จริงหรือหลอก?”
“จริงแท้แน่นอน เพียงแต่พี่เสวี่ยชอบใส่เสื้อผ้าตัวโคร่งๆ ก็เลยดูธรรมดา! เหอๆ ฉันวัดมาเองกับมือ!” สุ่ยซิ่วฮวาเซียงพูด
“ทุเรศ! เธอมันยัยผู้หญิงลามก แม้กระทั่งพี่เสวี่ยก็ยังกล้าทำให้ด่างพร้อย! ฉันยังไม่เคยแตะของพี่เสวี่ยเลยนะ!”
“พี่เสวี่ยฉันก็อยากแตะดู!”
ผู้หญิงห้าคนเจี๊ยวจ๊าวขึ้นมาทั้งกลุ่มในพริบตา
……….
ปาร์ตี้ของจางหยางเข้าดันเจี้ยนฟื้นคืนชีพ
“แข่งขันกันดุเดือดมากอะ” คนทั้งห้าคุยกันระหว่างพุ่งตรงไปห้องของบอส
“หยางน้อย คนอื่นเขาเป็นสาวสวยหมดเลย! ถ้าไงพวกเรายอมให้เธอหน่อย ซื้อใจคน ไม่แน่พวกเธออาจรู้สึกขอบคุณ จะได้เล่นสนุกพร้อมกันทีละสองคน สามคน ไม่ก็ฟินด้วยกันหมดทุกคนเลย!” เจ้าอ้วนหานเริ่มฝันกลางวันอีกแล้ว
“ฉันกำลังพิจารณาอยู่ว่าลงดันเจี้ยนคราวหน้าควรจะต้องเปลี่ยนสมาชิกสักคนรึไม่” จางหยางถอนหายใจ
“ฝ่าบาททรงพระปรีชา กระหม่อมเห็นด้วยอย่างยิ่งพะย่ะค่ะ!”
“กระหม่อมก็เห็นด้วยเช่นกันพะย่ะค่ะ!”
“ยกสองมือเห็นด้วย!”
พวกของไกวเสวี่ยเอ๋อร์ได้จังหวะหยอกเย้า
“เชด! ทำไมพี่อ้วนกลายเป็นศัตรูของทุกคนไปแล้วล่ะ?” เจ้าอ้วนหานส่ายหัว ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ
คนทั้งห้านั่งลงที่ทางเดินด้านหน้าห้องบอส เริ่มกินของว่างฟื้นฟูสภาพ รอจนกระทั่งเลือดเต็มบลูเต็มจึงเข้าห้องไปพร้อมกัน
“เจ้าอ้วน ไป่ฟา มวลอากาศยกให้พวกนายแล้ว!”
“ได้!”
“เริ่มตี!”
‘ฉั่วะ!’ จางหยางปล่อย ‘จู่โจม’ เข้าไป
สุ่ยเยียนเอ๋อร์กินตดบอสเข้าไปทีหนึ่ง ความโกรธอัดแน่นเต็มท้อง ไม่ต้องรอให้ใครมาจุดก็เผาไหม้ด้วยตัวเอง พุ่งเข้าไปโจมตีบอสอย่างดุดัน ฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง ราวกับหญิงบ้าตัวเล็กๆ
“ฮ่าๆๆ มีหนอนเหม็นเน่ามามอบความตายถึงที่อีกแล้ว!” วิญญาณลมไอน์หัวเราะเสียงดัง ขยับหอกยาวโจมตีจางหยาง “ข้าจะส่งพวกเจ้าลงนรกด้วยตัวเอง!”
การต่อสู้ได้เปิดฉากแล้ว!
หนึ่งนาทีให้หลัง
“เจ้าอ้วน ไป่ฟา รีบตีมวลอากาศ!”
“เชดเข้! ฉันติดสตันแล้ว!”
“ระเบิดแล้วๆ!”
..........
คนทั้งห้าถูกส่งไปที่สุสานอีกครั้ง
“หยางน้อย ทำดาเมจสองคนไม่พออะ ให้น้องเยียนเอ๋อร์ช่วยพวกเราตีมวลอากาศเถอะ” เจ้าอ้วนหานเสนอความเห็น
“ถุยๆๆ! ฉันไม่ตีไอ้ตดเหม็นเน่านั่นหรอก!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ส่ายหัวไปมาราวกับกลองป๋องแป๋ง
จางหยางก็ส่ายหัวแล้วพูด “มวลอากาศระยะประชิดตีไม่ไหว แตะโดนนิดเดียวก็ติดสตันแล้ว เอาอย่างนี้แล้วกัน ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ต้องเติมเลือดแล้ว สามคนช่วยกันตีมวลอากาศ เวลาไม่กี่วิแค่นั้น ฉันรับมือไหว”
“อื้ม ไปต่อ!”
เข้าดันเจี้ยน ฟื้นคืนชีพ ฟื้นฟูสภาพ เปิดบอส
สองนาทีให้หลัง ตายยกตี้อีกรอบ
“ยังไหว สามคนทำดาเมจพอแล้ว ตีแบบนี้แหละ!” จางหยางปลอบใจคนทั้งสี่
“เจ้าอ้วน นายควรลดความอ้วนได้แล้ว เมื่อกี้ถ้าตัวนายไม่ใหญ่ขนาดนั้น มวลอากาศจะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีก 0.1 วินาทีถึงจะชนโดนนาย ผลก็คือมวลอากาศจะต้องถูกตีตายไปทันที ไม่ใช่ชนเข้ากับไขมันของนายแบบนี้!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์แหย่
“น้องเยียนเอ๋อร์ ไขมันพวกนี้เป็นชีวิตของพี่อ้วนเลยนะ” เจ้าอ้วนหานพูดพร้อมกับหัวเราะชอบใจ “ไขมันเยอะ มีข้อดี 3 อย่าง”
“พี่อ้วน นายกำลังจะลามกอีกแล้วใช่มั้ย?”
“ที่ไหนกัน ข้อดี 3 อย่างของการมีไขมันเยอะก็คือ ข้อแรก ไขมันของคนมีแรงลอยตัวสูงจมน้ำตายยาก ข้อสอง ไขมันเยอะกันชนใหญ่ เวลาทะเลาะวิวาทไม่เสียเปรียบ ข้อสาม ไขมันเยอะหล่อมาก!”
“เชี่ย!” สี่คนที่เหลือเปล่งเสียงแสดงความไม่พอใจอีกครั้ง
คนทั้งห้าเข้าดันเจี้ยนฟื้นคืนชีพ เริ่มตีใหม่อีกครั้ง
ตายยกตี้ วิ่งกลับมาฟื้นคืนชีพ
ตายยกตี้อีก วิ่งกลับมาฟื้นคืนชีพอีก
..........
“หยางน้อย บอสตัวนี้โหดจริงๆ อะ” เจ้าอ้วนหานส่ายหัว ขณะเดียวกันก็พูด “ไม่ไหวแล้ว อุปกรณ์สวมใส่ความทนทานลดลงจนแดงหมดแล้ว ต้องกลับไปซ่อมก่อน”
“ไม่ต้องกลับเมือง” จางหยางรีบพูด “NPC หน้าปากทางเข้าดันเจี้ยนตัวนั้นทำกิจการตีเหล็กด้วย รับซ่อมอุปกรณ์สวมใส่ พวกเราฟื้นคืนชีพแล้วออกไปซ่อมนอกดันเจี้ยน”
“ทำไมตายยกตี้ตลอดเลยล่ะ?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์คิดไม่ตก แนวทางการตีออกจะชัดเจน แต่พอตีจริงขึ้นมากลับมือเท้าพันกันวุ่นวายไปหมด เกิดความผิดพลาดที่ไม่สมควรจะเกิด หลักๆ เลยก็คือโจมตีมวลอากาศขนาดเล็กไม่เร็วพอ สุดท้ายก็นำไปสู่การระเบิดติดๆ กัน ตายยกปาร์ตี้ในพริบตา
“ตีกันมานาน ทุกคนคงเหนื่อยเกินไปแล้ว!” จางหยางคิดเล็กน้อยแล้วพูด “เดี๋ยวพอซ่อมอุปกรณ์สวมใส่เสร็จก็ออฟไลน์ไปพักผ่อนก่อนหนึ่งชั่วโมง อืม ตอนนี้บ่ายสามแล้ว ยังไม่มีใครได้กินข้าวกลางวัน สภาพแบบนี้ย่ำแย่เกินไป หาข้าวกินกันก่อน พักผ่อนสักหน่อย ห้าโมงตรงพวกเราค่อยกลับมาออนไลน์ แล้วบุกคว่ำบอสให้ลงไปนอนในครั้งเดียวเลย!”
“อื้ม!”
พวกของไกวเสวี่ยเอ๋อร์ทุกคนแสดงความเห็นด้วย ตอนแรกทุกคนอยากจะฆ่าบอสให้ตายคว้าเอาเฟิร์สเคลียร์มาให้ได้ในคราวเดียว จึงไม่รู้สึกว่าหิว แต่เมื่อเวลานานเข้าๆ แถมยังตายแล้วตายอีก ทำให้รักษาสภาพจิตใจเอาไว้ไม่ได้ หัวเสียหงุดหงิด จึงเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดความผิดพลาดไม่หยุด
หลังจากฟื้นคืนชีพแล้ว พวกของจางหยางทั้งห้าคนก็ออกจากดันเจี้ยนพร้อมกัน ไปซ่อมอุปกรณ์สวมใส่กับ NPC จากนั้นก็ออฟไลน์ไปกินข้าวพักผ่อน
‘ฮู!’
จางหยาวถอดหมวกแสดงผลแล้วถอนหายใจยาวๆ ออกมา ในใจอดคิดถึงเกมแคปซูลที่ตัวเองใช้ในอีกห้าปีข้างหน้าไม่ได้
อีกครึ่งปีให้หลังโดยประมาณ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ จะออกนวัตกรรมใหม่มาหนึ่งชุด
1. ปฏิรูปวิธีการเล่นเกม ทำให้ผู้เล่นสามารถเล่นเกมได้แม้แต่ตอนที่นอนหลับ! การปฏิรูปนี้ทำให้ผู้เล่นที่ต้องทำงานอย่างพวกพนักงานออฟฟิศสามารถเล่นเกมได้ง่ายขึ้น อีกทั้งเวลาในเกมกับเวลาในความเป็นจริงยังปรับให้เป็นอัตรา 3:1 ทำให้ทุกคนมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จใน ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ได้
2. เปิดตัวเกมแคปซูล!
การใช้หมวกแสดงผลและเกมแคปซูล ไม่มีผลต่อค่าสถานะใดๆ ของตัวละครในเกม แต่เกมแคปซูลนี้พัฒนามาจากแคปซูลวิตามินของบริษัทแอโรสเปซเทคโนโลยี มีประสิทธิภาพในการเติมสารอาหารให้กับผู้เล่นตามเวลาที่ตั้งไว้ หากผู้เล่นต้องการ สามารถเล่นเกมติดต่อกัน 15 วันตามเวลาในความเป็นจริง โดยไม่ทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติ!
แน่นอนว่าตอนที่เปิดตัวใหม่ๆ เกมแคปซูลได้กลายเป็นของที่พวกคนรวยเล่นกันโดยเฉพาะ! เกมแคปซูลแต่ละหลังราคาสูงแตะระดับสิบล้าน ราคาไม่ด้อยไปกว่าพวกรถหรูเลย! จนกระทั่งสองปีให้หลัง เมื่อสามารถแก้ปัญหาในการผลิตเกมแคปซูลได้ ราคาจึงค่อยลดลงมา และกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนส่วนใหญ่ในที่สุด
3. แน่นอนว่าต้องเป็นการเปิดตัวลีกอาชีพ
จางหยางกำหมัด ในใจเต็มไปด้วยความคาดหวัง! เขายังมีเวลาเตรียมตัวอีกหนึ่งปี ถึงตอนนั้นหลินอวี้ก็จะเข้ามาเล่นเกมแล้ว!
พอคิดถึงเธอ สายตาของจางหยางก็เปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอ่อนโยน ในชั่วพริบตาความคิดถึงก็ราวกับต้นไม้ใหญ่บนสวรรค์ เติบโตไปทั่วจิตใจของเขา
.....................................................................