Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 059 ตอนที่ 59
บทที่ 59 อีกครั้งหนึ่ง
ห้าโมง จางหยางออนไลน์ตรงเวลา พวกของไกวเสวี่ยเอ๋อร์สี่คนก็มาปรากฏตัวข้างกายเขาเกือบจะพร้อมๆ กัน
“ว้าว! กินอิ่มแปล้มามื้อหนึ่ง แล้วก็อาบน้ำมาอีกรอบ ร่างกายเบาสบายไปทั้งตัวเลยจริงๆ” สุ่ยเยียนเอ๋อร์พูดอย่างพออกพอใจ “ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าต่อให้มีเสือโผล่มาตัวหนึ่ง ฉันก็ต่อยมันตายได้ในหมัดเดียว!”
“ดีมาก ท่านผู้กล้าฆ่าเสือ เดี๋ยวจะรอดูผลงานของเธอ!” จางหยางหัวเราะ
สุ่ยเยียนเอ๋อร์ย่นจมูกใส่อย่างถือดีแล้วพูด “นักรบเลือดจาง นายรอดูให้ดีเถอะ!”
คนทั้งห้าจัดตั้งปาร์ตี้ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แล้วก็เข้าไปในดันเจี้ยน
เนื่องจากฆ่าบอสตัวแรกไปแล้ว ระบบจึงบันทึกความคืบหน้าของพวกเขาไว้ ด้านในดันเจี้ยนเงียบเหงาว่างเปล่า ก่อนที่ดันเจี้ยนจะรีเซ็ตตอนเที่ยงคืน ที่นี่ก็มีแค่บอสมอนสเตอร์เพียงตัวเดียวเท่านั้น
เมื่อมาถึงห้องของบอส จางหยางก็พูดเสียงขรึม “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ขอเพียงทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็จะผ่านได้แน่นอน! จำไว้ ฉันขอเจ๋งที่สุด!”
“อื้ม พวกเราเจ๋งที่สุด!”
“เริ่ม!”
ฉั่วะ! จางหยางและสุ่ยเยียนเอ๋อร์ ‘จู่โจม’ ออกไปพร้อมกัน หลังจากที่จางหยางปล่อย ‘ยั่วยุ’ ไป วิญญาณลมไอน์ก็เริ่มโจมตีจางหยางอย่างพึงพอใจ
“พวกผู้บุกรุกตัวกระจ้อย จงไปลงนรกเสียเถอะ!” บอสชอบพูดอารัมภบท เพื่อแสดงตำแหน่งและความแข็งแกร่งของมัน
การต่อสู้ได้เปิดม่านอย่างเป็นทางการแล้ว
90%, 80%, ทุกอย่างเป็นตามแผน ไม่วุ่นวาย
‘ติ๊ง! วิญญาณลมไอน์ได้ปล่อย ‘ซัมมอนมวลอากาศขนาดเล็ก’!’
“ระวังให้ดี ตดเหม็นโผล่มาแล้ว!” จางหยางตะโกนบอก
ไป่ฟาอีจง เจ้าอ้วนหาน และไกวเสวี่ยเอ๋อร์ล็อกเป้าหมายไปที่มวลอากาศ แล้วเริ่มถล่มยิง
‘-282!’
‘-381!’
‘-224!’
ตัวเลขค่าดาเมจลอยขึ้นมาจากมวลอากาศติดต่อกันเป็นชุด ปริมาณเลือด 5,000 คนทั้งสามตีแค่ไม่กี่ทีก็หมดแล้ว เพียงไม่นานก็สลายกลายเป็นควันจางๆ แล้วหายไป
“เยี่ยม แบบนี้แหละ เรื่องง่ายๆ!” จางหยางดึงบอสย้ายตำแหน่งหลบหลีก ‘ระเบิดอากาศ’ ที่ลอยมั่วไปทั่วทุกที่
คนทั้งห้าเคลื่อนย้ายตำแหน่งไปทั่วสมรภูมิ ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย ‘ระเบิดอากาศ’ นี้ไม่ได้มาเล่นๆ โดนเข้าไปทีก็หมายถึงชีวิต!
70%, 60%, 50%…
ทุกอย่างราบรื่นมาก เดิมทีพวกเขามีแผนการต่อสู้ที่ถูกต้องเหมาะสมอยู่แล้ว บวกกับกิมดื่มมาเต็มที่ ความเร็วในการตอบสนองจึงสูงขึ้นไม่น้อย ฆ่ามวลอากาศขนาดเล็กได้ทันท่วงที และก็ไม่มีใครที่เอาแต่ตีบอสแล้วลืมหลบ ‘ระเบิดอากาศ’ ทุกอย่างจึงเดินไปตามแผน ไม่โกลาหล
ดันเจี้ยนก็เป็นแบบนี้แหละ ทำดาเมจได้พอ ตัวแทงค์แกร่งพอ น้ำนมตัวฮีลมีพอ ที่เหลือก็แค่ต้องมีวิธีการตีที่ถูกต้อง การผ่านด่านก็เป็นเรื่องที่แน่นอนแล้ว! แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการตีที่ถูกต้องเวลาพูดฟังดูง่าย แต่เวลาเอาไปใช้จริง การรับประกันว่าจะไม่มีใครทำผิดพลาดกลับเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย!
ดังนั้น ดันเจี้ยนห้าคนจึงง่ายกว่าดันเจี้ยนสิบคน ดันเจี้ยนสิบคนจึงง่ายกว่าดันเจี้ยนยี่สิบคน ดันเจี้ยนยี่สิบคนจึงง่ายกว่าดันเจี้ยนห้าสิบคน! ไม่ใช่อะไร เพียงแต่การให้คนห้าคนไม่ทำผิดพลาดนั้นง่าย แต่ถ้าจะให้คนห้าสิบคนไม่ทำพลาดเลยนั้นยาก!
40%, 30%, 20%, 10%!
“สหายทุกท่าน สู้ๆ! ชัยชนะอยู่เบื้องหน้าแล้ว อย่าคลายความระมัดระวัง ความสำเร็จอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว อย่าทำพลาดกันเองจนตกม้าตายตอนจบ!” จางหยางเห็นคนทั้งสี่เก็บความตื่นเต้นไม่อยู่ จึงรีบเตือนเสียงดังออกมา
8%
5%
3%
2%
1%
0%
บอสล้มครืนลงไป!
‘ติ๊ง! ปาร์ตี้ของคุณได้ฆ่า ‘วิญญาณลมไอน์’ คุณได้รับค่าประสบการณ์ 28,850 แต้ม (รางวัลปาร์ตี้ 50 แต้ม)!’
‘ติ๊ง! ปาร์ตี้ของคุณประสบความสำเร็จในการผ่านด่านรังของมาจาเวย์: ตำหนักกลาง (โหมดความตาย) เป็นลำดับแรก, ผลงานอันยิ่งใหญ่นี้จะได้รับการบันทึกไว้ในทำเนียบผ่านด่านความตายเป็นลำดับแรก ในฐานะที่เป็นหัวหน้า กรุณาตั้งชื่อให้ปาร์ตี้ของพวกคุณ!’
จางหยางกรอกคำว่า ‘ต้าโม่กูเยียน’ ลงไปทันที จากนั้นเซิร์ฟเวอร์ก็เริ่มฟลัดประกาศสีแดง
‘ประกาศจากเซิร์ฟเวอร์: ปาร์ตี้ ‘ต้าโม่กูเยียน’ ได้ผ่านด่านรังของมาจาเวย์: ตำหนักกลาง (โหมดความตาย) เป็นลำดับแรกของเซิร์ฟเวอร์, ความสำเร็จนี้จะได้รับการบันทึกไว้ในทำเนียบผ่านด่านโหมดความตายเป็นลำดับแรก (ภูมิภาคจีน)!’
‘ประกาศจากเซิร์ฟเวอร์: ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ (หัวหน้า) ได้ผ่านด่านรังของมาจาเวย์: ตำหนักกลาง (โหมดความตาย) เป็นลำดับแรกของเซิร์ฟเวอร์, ได้รับรางวัล 10 เหรียญทองจากระบบ, คะแนนทักษะ 1 แต้ม, คะแนนความนิยมเหนือทุกเผ่าพันธุ์ภายในสหพันธ์ 500 แต้ม!’
‘ประกาศจากเซิร์ฟเวอร์: ผู้เล่น ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์’ (สมาชิก) ได้ผ่าน..........’
“ผ่านแล้ว!” เจ้าอ้วนหานและคนอื่นๆ พากันโห่ร้องดีใจเสียงดัง บอสตัวนี้สร้างความลำบากให้พวกเขามาสามสี่ชั่วโมงแล้ว ทุกคนอดทนกดเก็บเอาไว้ในใจมาตลอด ถึงตอนนี้ทุกคนเลยปลดปล่อยออกมากันสุดชีวิต
ช่องแชทของกิลด์ต้าโม่กูเยียนก็มีผู้คนท่วมท้น แต่ละคนตื่นเต้นดีใจกันแทบตาย ถ้ากิลด์มีชื่อเสียง พวกเขาก็จะได้ยืดไปด้วย!
ออกไปข้างนอกมีชื่อกิลด์แสดงอยู่ ดูสิๆ ‘ต้าโม่กูเยียน’! นั่นเป็นกิลด์ที่ทำเฟิร์สเคลียร์ดันเจี้ยนโหมดความตายสองครั้งติดเลยนะ อะไรนะไม่รู้จัก? เฮ้! เพื่อน นายตกยุคแล้ว!
“ฮ่าๆ!” เจ้าอ้วนหานดีใจจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาพูด “หยางน้อย ตอนค่ำพวกเราไปสอยตำหนักหลักกันต่อ!”
“พวกไม่มีการศึกษานี่น่ากลัวจริงๆ!” จางหยางส่ายหัว
“ทำไมอะ?” เจ้าอ้วนหานหันไปมองไป่ฟาอีจงด้วยความไม่เข้าใจ สองคนนี้เป็นฮันเตอร์เหมือนกัน ค่อนข้างจะมีความคิดอ่านคล้ายๆ กัน สนใจอะไรเหมือนๆ กัน กลายเป็นคู่หูกันไปแล้ว
“ตำหนักหลักเป็นดัน 20 คน พวกเราตีไม่ได้!” คู่หูรีบอธิบาย
“เชด! ทำไมอยู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นดัน 20 คนซะแล้วล่ะ!” เจ้าอ้วนหานโมโห
จางหยางหัวเราะแล้วพูด “ตำหนักหลักดรอปชุดเซ็ตอุปกรณ์สวมใส่ของแต่ละอาชีพเลยนะ”
“เซ็ตอุปกรณ์สวมใส่?” เจ้าอ้วนหานแสดงออกว่าไม่เข้าใจอีกแล้ว
“เซ็ตหนึ่งมีห้าชิ้น หัว อก ขา มือ เท้า สวมอันไหนก็ได้ครบสามชิ้น จะได้เอฟเฟกต์ชุดเซ็ตแรก ครบห้าชิ้น ได้เอฟเฟต์ชุดเซ็ตที่สอง! เอฟเฟกต์ชุดเซ็ตแข็งแกร่งมาก มีค่าเท่ากับสวมอุปกรณ์สวมใส่เพิ่มอีกชิ้น สองเอฟเฟกต์ก็มีค่าเท่ากับสวมอุปกรณ์สวมใส่เพิ่มสองชิ้น เจ๋งมาก!” จางหยางตบไหล่สุ่ยเยียนเอ๋อร์ ส่งสัญญาณให้เธอไปเปิดศพ
“เอฟเฟกต์ชุดเซ็ตของฮันเตอร์คืออะไร?” เจ้าอ้วนหานถามขึ้นมาอีก
จางหยางลืมไปแล้วจริงๆ อุปกรณ์สวมใส่เลเวล 20 นั้นเดิมก็เป็นแค่ของเปลี่ยนผ่าน ฮันเตอร์ก็ไม่ใช่อาชีพของเขา แถมยังผ่านมาแล้วตั้งหลายปี เขาส่ายหน้า “ลืมแล้ว! ฉันจำได้แค่ว่า เอฟเฟกต์ชุดเซ็ตสามชิ้นของนักรบคือ ทุกครั้งที่ได้รับดาเมจจะมีอัตราในการเพิ่มเกราะป้องกัน สามารถดูดซับค่าดาเมจได้ 500 แต้ม ส่วนของชุดเซ็ตห้าชิ้นก็คือเพิ่มค่าดาเมจ 10%”
พร้อมกันกับที่เขาพูดจบ สุ่ยเยียนเอ๋อร์ก็แตะศพเปิดอุปกรณ์สวมใส่แล้ว
[ดาบอากาศธาตุ] (เกรดทองแดงสีเขียว, ดาบถือมือเดียว)
ค่าพลังการโจมตี (Attack: ATK): 88-104
ระยะระหว่างการโจมตี: 2.4 วินาที
อัตราการสร้างความเสียหายต่อวินาที (DPS): 40
เลเวลที่ต้องการ: 20
เหมาะกับจางหยางคนเดียว แต่ว่าเขามีดาบเกล็ดเงินที่เป็นอาวุธเกรดเงินสีขาวแล้ว มีหรือจะสนอาวุธเกรดทองแดงสีเขียวเล่มนี้อีก
“เอาไปขายประมูลแล้วแบ่งเงินกัน!” จางหยางพูด
อีกสี่คนที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วย ดังนั้นอุปกรณ์สวมใส่จึงเข้าไปอยู่ในเป้สะพายหลังของไกวเสวี่ยเอ๋อร์ เธอกับสุ่ยเยียนเอ๋อร์เป็นพวกบ้าเงินทั้งคู่ เรื่องนี้ย่อมต้องถูกพวกเธอแย่งไปจัดการอยู่แล้ว นี่ถ้าพวกผู้เล่นอื่นที่ทำอาชีพจอมโจร นักรบป้องกัน หรืออัศวินป้องกันเห็นเข้าล่ะก็ ต้องอิจฉาตาร้อนจนร้องไห้แน่! นี่มันเรื่องอะไรกัน อุปกรณ์สวมใส่ชั้นยอดขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะตกอยู่ในสภาพไม่มีใครต้องการ!
“หยางน้อย เมื่อไหร่พวกเราจะไปตีตำหนักหลักล่ะ?” เจ้าอ้วนหานคิดไปถึงเซ็ตอุปกรณ์สวมใส่แล้ว
“อืม เอางี้ ค่ำนี้พวกเราห้าคนกระจายกันไปรวมคนในกิลด์ขึ้นมาเป็นสองปาร์ตี้แล้วไปตีหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตาย พยายามรวบรวมปาร์ตี้ 20 คนที่มีอุปกรณ์สวมใส่พื้นฐานดีขึ้นมากลุ่มหนึ่งให้ได้เร็วที่สุด” จางหยางใช้ความคิด
เขาจมเข้าไปอยู่ในบทบาทของหัวหน้ากิลด์อย่างรวดเร็ว เรื่องที่ต้องคิดพิจารณาจึงมีเยอะมากขึ้นเป็นธรรมดา พวกของไกวเสวี่ยเอ๋อร์เลเวล 20 ขึ้นไปทุกคนแล้ว อาศัยระดับเลเวลและอุปกรณ์สวมใส่ที่เหนือกว่าตัวดันเจี้ยน มีความหวังสูงมากที่จะตีโหมดความตายเลเวล 10 ผ่านได้
[พิมพ์เขียวงานช่าง: ระเบิดอากาศ] (พิมพ์เขียวงานช่าง)
วิธีใช้: สอนให้คุณสร้าง ‘ระเบิดอากาศ’
ต้องการ: ทักษะ ‘งานช่างระดับกลาง’
บอสขี้เหนียวมาก นอกจากดาบเล่มหนึ่งก็ทิ้งไว้แค่พิมพ์เขียวหนึ่งแผ่นและหนังสือทักษะอีกหนึ่งเล่มเท่านั้น
ในหมู่คนทั้งห้า มีเพียงไป่ฟาอีจงคนเดียวที่เรียนทักษะงานช่าง ดังนั้นพิมพ์เขียวจึงตกเป็นของเขาเช่นกัน
“ถ้างั้นต้องใช้เวลาอีกหลายวันเลยอะ หยางน้อย เกิดเฟิร์สเคลียร์ตำหนักหลักถูกคนอื่นคว้าไปก่อนจะทำยังไง?” เจ้าอ้วนหานเสพติดการทำเฟิร์สเคลียร์เสียแล้ว คิดเองเออเองว่าทุกเฟิร์สเคลียร์ต้องเป็นของพวกเขา
จางหยางหัวเราะพลางพูด “ถ้าถูกคนอื่นเอาไปจริงๆ ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี แต่ว่าดันเจี้ยน 20 คนยากมาก โหมดปกติยังพอไหว หลักๆ แล้วก็จัดอยู่ในจำพวกแจกอุปกรณ์สวมใส่ แต่โหมดยากและโหมดความตายไม่ได้ผ่านง่ายขนาดนั้น!”
มีประโยคหนึ่งที่เขาไม่ได้พูดออกไป นั่นก็คือหากคิดจะฆ่ามาจาเวย์โหมดความตายก่อนหน้าที่จะขึ้นเลเวล 30 จำเป็นต้องพึ่งยาต้านทานเวทเงาระดับต้น! และถ้าดูจากอัตราการดรอปพิมพ์เขียวนี้แล้วล่ะก็ จางหยางมั่นใจว่าทั้งภูมิภาคจีนมีไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสูตรยานี้!
ขอเพียงเขาไม่ปล่อยยาต้านทานเวทเงาออกไป ในระยะเวลาสั้นๆ นี้ก็จะไม่มีปาร์ตี้ไหนสามารถผ่านรังของมาจาเวย์ชั้นที่ห้าไปได้
[หนังสือทักษะ: เกราะศักดิ์สิทธิ์]
วิธีใช้: สอนให้คุณสามารถใช้ทักษะ ‘เกราะศักดิ์สิทธิ์’
อาชีพที่ต้องการ: นักบวช
“ฮ่าๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะดรอปหนังสือสกิล!” จางหยางอดดีใจยกใหญ่ไม่ได้ แบบนี้ความสามารถในการตอบสนองยามวิกฤติของไกวเสวี่ยเอ๋อร์ก็จะสูงขึ้นไปอีกระดับแล้ว!
หนังสือสกิล ‘เกราะศักดิ์สิทธิ์’ เล่มนี้จัดเป็นประเภทที่ดรอปทั่วโลก หรือก็คือ มอนตัวไหนก็มีโอกาสที่จะดรอป ไม่ได้ดรอปจากวิญญาณลมไอน์ตัวเดียวเท่านั้น
หลังจากแบ่งของเรียบร้อย คนทั้งห้าก็ออกไปส่งมอบเควสต์นอกดันเจี้ยน เป็นธรรมดาที่ NPC เอลฟ์ตัวนั้นต้องแสดงสีหน้าตกตะลึงสักหน่อย จากนั้นก็มอบค่าประสบการณ์ให้พวกเขากองใหญ่ และก็ยังให้สิทธิ์ในการเข้า ‘รังของมาจาเวย์: ตำหนักหลัก’ มาด้วย
“ทุกคนเหน็ดเหนื่อยกันมากแล้ว ตอนนี้ก็แยกย้ายกันก่อน ควรทำอะไรก็ไปทำกัน! จำไว้ว่าตอนค่ำต้องออนไลน์กันทุกคน พวกเราต้องรีบสร้างปาร์ตี้ 20 คนขึ้นมาให้เร็วที่สุด!” จางหยางพูดยิ้มๆ
“อื้ม!”
คนทั้งสี่รับปาก ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะพักผ่อนมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังเหนื่อยอยู่ดี จึงทยอยออฟไลน์ไปพักผ่อน
จางหยางเองก็เลือกที่จะออฟไลน์เช่นกัน
เขากลายเป็นหัวหน้ากิลด์ขึ้นมาอย่างกะทันหัน บทบาทเปลี่ยนไป ทำให้เขามีสิ่งใหม่ๆ ที่ต้องพิจารณาอีกเยอะ
ยังดีที่ชาติที่แล้วเขาเป็นรองหัวหน้ากิลด์ชิงสุ่ย เคยเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญอย่างแท้จริง ดังนั้นถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นหัวหน้ากิลด์ เป็นผู้สั่งการอันดับหนึ่งแล้ว ก็ไม่มีตรงไหนที่เขารู้สึกว่าปรับตัวไม่ได้
เกมนี้สนับสนุนให้ผู้เล่นเข้าร่วมกิลด์ ดังนั้นจึงให้ผลประโยชน์บางอย่างแก่ผู้เล่นที่เข้าร่วมกิลด์ ยกตัวอย่างเช่น ได้รับค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้น, สามารถมีพาหนะได้ตั้งแต่เลเวล 35, ส่วนลดในการซ่อมแซมอุปกรณ์สวมใส่ ส่วนลดในการซื้อไอเทม
ถึงแม้ว่าผลประโยชน์เหล่านี้จะไม่มีผลต่อความสามารถในการต่อสู้ของผู้เล่น แต่ก็ใช้ประโยชน์ได้จริง
‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ แบ่งกิลด์ออกเป็น 10 เลเวล หากจะเพิ่มเลเวลกิลด์จากเลเวล 1 ขึ้นไปเลเวล 10 ต้องทำให้ได้ตามที่ ‘ใบสั่งเพิ่มเลเวลกิลด์’ กำหนดไว้ ยิ่งกิลด์มีเลเวลสูงมากเท่าไหร่ ผลประโยชน์ที่ให้กับผู้เล่นในกิลด์นั้นๆ ก็จะยิ่งมากขึ้น
แต่แค่ใบสั่งเพิ่มเลเวลกิลด์ยังไม่พอ ค่าประสบการณ์ของกิลด์ยังต้องเพิ่มขึ้นไปถึงขีดสูงสุดของเลเวลนั้นๆ ด้วย!
จางหยางจำได้ชัดเจนว่า ใบสั่งเพิ่มเลเวลกิลด์ชิ้นแรกจะดรอปจากดันเจี้ยนเลเวล 30 ‘ปราสาทเงาพระจันทร์’ แต่เมื่อครู่เขาดูค่าประสบการณ์ของกิลด์ต้าโม่กูเยียนแล้วพบว่าเพิ่งจะมีแค่ 16% เท่านั้นเอง!
การเพิ่มค่าประสบการณ์ของกิลด์นั้น สมาชิกของกิลด์ต้องทำเควสต์กิลด์ให้สำเร็จไม่หยุดถึงจะเพิ่มขึ้นได้! จางหยางตัดสินใจแล้วว่าสิ่งที่จะต้องทำเป็นอย่างแรกหลังจากนี้ก็คือกระตุ้นให้ผู้เล่นทั้งหมดไปทำเควสต์กิลด์
.....................................................................