Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 052 ตอนที่ 52

#52Chapter 052

บทที่ 52 วิญญาณดิน ‘เอิร์ธ’

พวกของจางหยางห้าคนวิ่งไปเข้าดันเจี้ยนฟื้นคืนชีพอย่างรวดเร็ว

แต่ว่ามีบางครั้งยามที่คนเราซวย ดื่มน้ำเย็นก็ยังติดฟันได้! เมื่อเริ่มตีบอสเป็นครั้งที่สอง เพียงครั้งแรกที่ไป่ฟาอีจงปล่อยสกิล ‘ยิงไร้เสียง’ ออกไปก็ดันไม่เข้าเป้าอีก ปาร์ตี้ล่มสลายทันที ถูกส่งไปที่สุสานอีกครั้ง

“เชดเข้! ทั้งๆ ที่บอสนี่จัดการง่ายชัดๆ ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้?” เจ้าอ้วนหานโมโห บ่นขึ้นมาขณะวิ่งไปฟื้นคืนชีพ

“เจ้าอ้วน ฉันสงสัยอย่างหนักหน่วงว่าเป็นเพราะศีลธรรมของนายแหละ คงไม่ได้เป็นเพราะแอบมองน้องอาฮวาข้างบ้านเดินขึ้นบันได้เยอะเกินไปนะ?” จางหยางพูดพลางหัวเราะ

“เชี่ย! พี่อ้วนเป็นสุภาพชนมีคุณธรรมขนาดนี้ จะไปทำเรื่องแอบมองใต้กระโปรงผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไง?” เจ้าอ้วนหานพูดด้วยท่าทางจริงจังน่าเคารพ

“พี่อ้วน จ้านอวี้ยังไม่ทันพูดเลยว่าพี่แอบดูอะไร ทำไมหลุดเองซะแล้วล่ะ?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์พูดพลางหัวเราะชอบใจ

“ทำไมเจ้าอ้วนเป็นพี่ แล้วฉันต้องเป็นลุงด้วยอะ?” สีหน้าจางหยางเต็มไปด้วยความห่อเหี่ยว

“หยางน้อย นายมันแก่ก่อนวัย อย่ามาอิจฉาความหล่อเหลาเก่งกาจของพี่” เจ้าอ้วนแกล้งทำท่าจะไปโอบบ่าจางหยาง แต่อยู่ในสถานะวิญญาณกลับโอบได้แต่ความว่างเปล่า

“หน้าอย่างนายนี่นะหล่อเหลา!”

คนทั้งห้ากลับเข้าดันเจี้ยนฟื้นคืนชีพอีกครั้ง กลับมาอยู่เบื้องหน้าบอสหมายเลขหนึ่ง ‘วิญญาณน้ำวัตต์แลนด์’ ใหม่อีกรอบ

“วิธีการตีทุกคนฝึกจนคล่องแล้ว ตอนนี้ก็ได้แต่รอดูว่าเทพเจ้าเบื้องบนจะไว้หน้าเรารึเปล่าละ!” จางหยางโบกดาบเกล็ดเงินพลางพูด “ลุยล่ะ!”

คนทั้งห้ามุ่งหน้าไปพร้อมกัน เริ่มรุมถล่มบอส

90% วิญญาณน้ำวัตต์แลนด์ปล่อย ‘พายุน้ำแข็ง’ ครั้งที่หนึ่ง..... ถูกเจ้าอ้วนหานหยุดกลางคัน

80% วิญญาณน้ำวัตต์แลนด์ปล่อย ‘พายุน้ำแข็ง’ ครั้งที่สอง..... ถูกไป่ฟาอีจงหยุดกลางคัน

70%.......

60%.......

ปริมาณเลือดของบอสลดลงอย่างรวดเร็วราวกับบิน คราวนี้ไม่มีปรากฏการณ์ ‘ไม่เข้าเป้า’ มาขัดจังหวะ ในเวลาอันรวดเร็วปริมาณเลือดของวิญญาณน้ำวัตต์แลนด์ก็ลดลงจนจะเห็นก้นหลอดแล้ว

7%

“อย่าผ่อนคลายการระวัง ที่ควรหยุดกลางคันก็ต้องหยุด ที่ควรหลบก็ต้องหลบ อย่ามาตายยกตี้ตอน 1%!” จางหยางพูดอย่างเคร่งขรึม

“จะผ่านแล้วๆ! เหรียญทอง เหรียญทองจ๋า ฉันมาแล้ว!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ฮัมคีย์ไมเนอร์อย่างตื่นเต้น ขณะเดียวกันก็ฟันบอสดุดันยิ่งขึ้นไปอีก

3%!

2%!

1%!

0%!

บอสล้มครืนลงไป

‘ติ๊ง! ปาร์ตี้ของคุณได้ฆ่า ‘วิญญาณน้ำวัตต์แลนด์’ คุณได้รับค่าประสบการณ์ 25,250 แต้ม (รางวัลปาร์ตี้ 50 แต้ม)!’

“พวกเราเจ๋งสุด! เย้!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ดีใจกระโดดโลดเต้น คนอื่นๆ ก็มีสีหน้ายินดี

ปาร์ตี้กำลังรวมตัวกันเป็นรูปเป็นร่างแล้ว จางหยางเผยรอยยิ้มปลื้มใจออกมา

“เอาล่ะ ถึงเวลาแตะรางวัลอีกแล้ว!” จางหยางพูด

“ฉันแตะ!”

“ฉันแตะ!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์และไกวเสวี่ยเอ๋อร์พี่น้องสองคนนี้แย่งกันอีกแล้ว

เจ้าอ้วนหานมองดูจนกระดูกกระเดี้ยวจิตใจอ่อนระทวยไปหมด จึงร้องเสียงดังออกมา “ไม่ต้องแย่งกันแล้ว มาแตะพี่อ้วนนี่ พี่อ้วนเนื้อเยอะ รับรองว่าพวกเธอต้องแตะกันอย่างพึงพอใจแน่!”

“เชี่ย!” ผู้หญิงสองคนเปล่งเสียงแสดงความไม่พอใจพร้อมกัน

กฎเดิม เป่ายิ้งฉุบ ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ชนะอีกแล้ว

สุ่ยเยียนเอ๋อร์ใบหน้าเต็มไปด้วยความหดหู่ “ทำไมฉันเป่ายิ้งฉุบแพ้ทุกทีเลยอะ?”

“เธอมันเป็นยัยโง่!” จางหยางส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ

สุ่ยเยียนเอ๋อร์เดือดทันที เอามือเท้าเอวแล้วพูด “ฉันโง่ตรงไหนหา?”

“เป่ายิ้งฉุบใช้แค่มือเดียว มือที่จะใช้เป่ายิ้งฉุบเธอเอาซ่อนไว้ข้างหลัง แต่อีกมือหนึ่งเธอดันทำท่าแบบเดียวกัน ถ้าใครทายไม่ถูกว่าเธอจะออกอะไร คนนั้นก็ต้องโง่เหมือนเธอจริงๆ แล้วล่ะ” จางหยางขำจนจะตายอยู่แล้ว

“อ๋า!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เห็นแสงสว่างขึ้นมาในทันใด มิน่าล่ะตั้งแต่เล็กจนโตเป่ายิ้งฉุบกับไกวเสวี่ยเอ๋อร์ทีไร ช่วงเวลาสำคัญไม่เคยชนะสักที ที่แท้ต้นตอของโรคอยู่ตรงนี้นี่เอง!

“หานอิ๋งเสวี่ย ฉันจะเลิกคบกับเธอ” สุ่ยเยียนเอ๋อร์แผดเสียงดัง

“อืม นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะที่เธอจะเลิกคบกับฉัน?” ไกวเสวี่เอ๋อร์ตอบสบายๆ ขณะเดียวกันก็ยื่นมือไปแตะศพบอส ส่วนคนอื่นๆ รอจนทนไม่ไหวไปนานแล้ว

[มงกุฎน้ำแข็ง] (เกรดทองแดงสีเขียว, เกราะเหล็ก)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +6

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +24

ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +12

ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +4

เลเวลที่ต้องการ: 20

“สาวน้อย พวกเราไม่ทอยแต้ม เป่ายิ้งฉุบตัดสินแพ้ชนะกัน!” จางหยางพูดพร้อมกับหัวเราะ

“ใจร้ายกับเด็ก!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เหลือบตามองบนอย่างแรง กดทอยแต้มอย่างไม่ลังเลสักนิด

จางหยางหัวเราะไป กดทอยแต้มไป

ผลที่ได้ จางหยางได้ 84 แต้มจึงชนะไป

[มงกุฎว่องไว] (เกรดทองแดงสีเขียว, เกราะผ้า)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +4

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +20

ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +6

ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +14

เลเวลที่ต้องการ: 20

เจ้าอ้วนหานปฏิเสธอย่างสุภาพอีกครั้ง ยกอุปกรณ์สวมใส่ให้ไป่ฟาอีจง

‘ติ๊ง! คุณได้รับแบ่ง 10 เหรียญทอง!’

“อุปกรณ์สวมใส่แค่สองชิ้นเองหรอ?” เมื่อเห็นว่าศพของบอสค่อยๆ เลือนหายไป เจ้าอ้วนหานโมโหขึ้นมาแล้ว

“อืม ดันเจี้ยนห้าคน ดรอปอุปกรณ์สวมใส่สองชิ้นก็ไม่เลวแล้ว!” จางหยางพยักหน้าไปพลางพูดไปพลาง

“แถมยังเป็นหมวกหมดเลย ชิ! หรือว่าบอสตัวนี้จะมีพฤติกรรมประหลาดชอบสะสมหมวก?”

“บอสหมายเลขหนึ่งดรอปหมวกเกราะกับบูท พวกเรามาเจอหมวกเกราะพอดีน่ะ” จางหยางอธิบาย “เอาล่ะ ไปหาหมายเลขสองต่อ คว้าเฟิร์สเคลียร์มาให้ได้!”

“ออกเดินทาง!” ทุกคนตะโกนเสียงดังออกมาพร้อมกัน ความกระหายในชัยชนะได้กระตุ้นให้ทุกคนมีความมุ่งมั่นในการต่อสู้ขึ้นมา

หลังจากผ่านบอสหมายเลขหนึ่ง มอนสเตอร์ลูกสมุนตามทางก็ได้เปลี่ยนจากธาตุน้ำเป็นธาตุดิน โดยทุกกลุ่มจะมีธาตุดินขนาดใหญ่หนึ่งตัวนำทีมตัวเล็กเจ็ดแปดตัว

[ธาตุดินขยายใหญ่] (ชั้นสูง)

เลเวล: 21

ค่าพลังชีวิต: 50,000

[ธาตุดินขนาดจิ๋ว] (ทั่วไป)

เลเวล: 21

ค่าพลังชีวิต: 1,000

“พวกมอนตัวเล็กพวกนี้ก็ยุ่งยากเหมือนกัน” จางหยางขมวดคิ้ว คิดถึงพวกลูกสมุนในหลุมใต้ดินบังกาที่ไม่มีสกิลพวกนั้นจริงๆ เลย “ฆ่าตัวเล็กก่อนไม่มีประโยชน์ ถ้าตัวใหญ่ไม่ตายก็จะเรียกมอนตัวเล็กที่ตายไปแล้วกลับมา! แถมห้ามตียืดเยื้อ ไม่งั้นมอนตัวใหญ่จะสั่งให้มอนตัวเล็กระเบิดตัวเอง ระเบิดหนึ่งทีกินเลือด 200 ได้รื่นเริงกันสุดๆ แน่นอน!”

“ดังนั้น ต้องทำดาเมจแรงๆ ก่อนที่มอนตัวใหญ่จะทันสั่งให้ระเบิดตัวเองก็เก็บมันทิ้งก่อนเลย!”

“เข้าใจมั้ย?”

“อื้ม!”

“เริ่มตีได้!”

ฉั่วะ! จางหยางปล่อย ‘จู่โจม’ ลุยเข้าไปก่อนคนแรก สุ่ยเยียนเอ๋อร์ก็ปล่อย ‘จู่โจม’ กระแทกตามมาติดๆ

มีจางหยางดึงมอน ทำให้ทุกคนไม่ต้องคอยกังวลเรื่องความเกลียดชัง การทำดาเมจของคนทั้งกลุ่มจึงดีสุดๆ เพียงไม่นานก็จับมอนตัวใหญ่กดล้มลงไป แล้วก็เริ่มปล่อยสกิลโจมตีวงกว้างเก็บกวาดมอนตัวเล็ก

สกิล ‘กราดยิง’ ของฮันเตอร์ และสกิล ‘ฟาดฟันพายุหมุน’ ของนักรบโจมตีล้วนเป็นท่าไม้ตายในการโจมตีวงกว้าง เมื่อเทียบกันแล้ว สกิล ‘สายฟ้าฟาด’ ของนักรบป้องกันทำดาเมจได้น้อยกว่าเยอะเลย แต่ช่วยไม่ได้ที่จางหยางมีสกิล ‘กวาดตามแนวนอน’ ทำดาเมจระยะประชิด 200% บวกกับอาวุธเกรดเงินสีขาวเทพๆ และการเพิกเฉยค่าการป้องกัน 50% การทำดาเมจของเขานั้นทำให้คนพูดไม่ออกแน่นอน!

“จ้านอวี้ ฉันอยากได้กวาดตามแนวนอนของนาย!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์มองจนอิจฉาตาร้อนไปหมด

“ไม่ให้” จางหยางปฏิเสธเด็ดขาด

“ฉันจะให้ที่อยู่ของไกวเสวี่ยเอ๋อร์กับนาย!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เริ่มล่อลวง

หูเจ้าอ้วนหานตั้งขึ้นทันที ถึงแม้ว่าหน้าตาของไกวเสวี่ยเอ๋อร์จะธรรมดา แต่รูปร่างนั่นเย้ายวนระดับนางมารชัดๆ อีกอย่าง หน้าตาในเกมอาจไม่ใช่หน้าตาในความเป็นจริงก็ได้ ไม่แน่เธออาจจะหน้าตาสวยราวกับนางฟ้าบนสวรรค์ก็ได้นะ!

“เจ้าเด็กนี่ เธอมีชีวิตอยู่จนเบื่อแล้วใช่มั้ยหา?” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์นวดกำปั้นไปมาให้เห็นชัดๆ

“น้องเยียนเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว พี่อ้วนจะปกป้องเธอเอง!” เจ้าอ้วนหานแสดงสีหน้าแบบพร้อมจะตายแทนและเอาอกเอาใจไปในตัว “รีบบอกมาเร็ว เสวี่ยเอ๋อร์คนสวยอยู่ที่ไหน?”

“บอกนายจะมีประโยชน์อะไร ประเทศจีนใหญ่โตขนาดนี้ นายจะไปหาจริงๆ อะ?” จางหยางพูดไปหัวเราะไป

“ชิ! ไม่แน่อาจจะอยู่เมืองเดียวกันก็ได้นะ”

“พวกเราอยู่เมืองโจวซู พวกนายล่ะ?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์พูด

จางหยางและเจ้าอ้วนหานตะลึงงันพร้อมกัน จากนั้นพูด “บังเอิญมาก พวกเราก็อยู่เมืองโจวซู” ก่อนหน้านี้จางหยางก็เคยสงสัยว่าผู้หญิงสองคนนี้อาจจะอยู่เมืองเดียวกับเขา

“บุพเพอะ บุพเพ!” เจ้าอ้วนหานตื่นเต้นสุดขีด

สุ่ยเยียนเอ๋อร์หัวเราะคริๆ ตาโตที่เห็นตาขาวตาดำชัดเจนกะพริบแล้วกะพริบอีก เธอพูด “ไกวเสวี่ยเอ๋อร์อยู่บ้านเลขที่ 105 ถนนสือจื่อ จำได้ยัง?”

เจ้าอ้วนหานรีบท่องงึมงำ กลัวว่าแค่กะพริบตาก็จะลืม

จางหยางกลับส่ายหัว ถ้าจำไม่ผิด บ้านเลขที่ 105 ถนนสือจื่อ เป็นสถานีตำรวจ! พอคิดถึงสถานีตำรวจ เขาก็อดคิดถึงตำรวจหญิงที่เจอเมื่อเช้าคนนั้นไม่ได้ ความรู้สึกอ่อนนุ่มนั้น ขนาดใหญ่โตนั้น ในบรรดาผู้หญิงที่เขาเคย ‘สัมผัส’ มาในชาติที่แล้ว เธอเป็นที่หนึ่งแน่นอน!

ขี้เกียจจะเตือนเจ้าอ้วน ปล่อยให้เขาดีใจเก้อสักครั้งก็สนุกดีเหมือนกัน! จางหยางยิ้มชั่วร้ายเล็กน้อย

ปาร์ตี้เดินหน้าต่อ ตีไปเกือบยี่สิบนาที ในที่สุดก็เก็บกวาดจนมาถึงหน้าตำหนักของบอสตัวที่สอง

[วิญญาณดินเอิร์ธ] (บอสระดับเหล็กสีเขียว)

เลเวล: 22

ค่าพลังชีวิต: 132,000

นี่คือธาตุดินที่มีรูปร่างใหญ่โต กายเป็นสีน้ำตาล แข็งแรงและสูงใหญ่ สูงราว 15 เมตรได้ ยืนอยู่เฉยๆ อย่างนั้น บนร่างไม่มีอาวุธอะไรทั้งสิ้น ทว่าแค่ร่างกายที่ใหญ่โตขนาดนั้นก็ให้ความรู้สึกบีบคั้นมหาศาลแล้ว

“ตียังไง?” พวกของไกวเสวี่ยเอ๋อร์สี่คนล้วนมองไปที่จางหยาง พวกเขาทุกคน ‘รู้’ ว่าจางหยางเป็นผู้เล่นที่เคยร่วมทดสอบช่วงโคลสเบต้า!

ก่อนหน้านี้หลายวันจางหยางได้เค้นหัวสมองทั้งหมดคิดพิจารณาทบทวนความจำเกี่ยวกับบอสแต่ละตัวในรังของมาจาเวย์ รวมถึงคิดวิธีการตีมาเรียบร้อย ตอนนี้ย่อมต้องมีแผนการอย่างดีแน่นอน เขาพูดขึ้น “บอสตัวนี้เป็นสายโจมตีกายภาพ การโจมตีเหี้ยมโหดราวกับรถบดถนนเดินเครื่องบดขยี้ ไกวเสวี่ยเอ๋อร์คงต้องลำบากอีกแล้ว!”

ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ส่งสายตาเย้ายวนให้จางหยางแล้วพูด “ถ้างั้นฉันต้องได้ค่าทำงานล่วงเวลาแล้ว”

“เจ๊ ถ้าไม่อ่อยจะตายรึไง?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์โมโห

“เหอๆๆ มันชินน่ะ” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ส่งสายตาเย้ายวนให้สุ่ยเยียนเอ๋อร์อีกหนึ่งที ทำเอาสุ่ยเยียนเอ๋อร์ครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด

“สกิลแรกของบอส ‘ฉีกแผล’ ใช้กับคนที่มีค่าความเกลียดชังอันดับแรก ซึ่งก็คือฉัน หากปล่อยใส่พวกนาย ก็หมายความว่าฉันได้ตายไปแล้ว! นี่เป็นสกิล DoT ทุกวินาทีเลือดจะลด 100 แต้ม ไม่รับผลกระทบจากค่าการป้องกัน ทุเรศจริงๆ!” ด้วยการที่เขาเป็นนักรบป้องกัน จางหยางจึงเกลียดสกิลที่ไม่รับการลดความเสียหายจากค่าการป้องกันที่สุด

“สกิลที่สองของบอส ‘ฟาดรุนแรง’ ใช้กับคนที่มีค่าความเกลียดชังอันดับแรกเหมือนกัน ซึ่งยังคงเป็นฉัน ‘ฟาดรุนแรง’ ไม่มีดาเมจ แต่มีเอฟเฟกต์ทำให้เป้าหมายติดสตัน 2 วินาที และทำให้อัตราการโจมตีของบอสเพิ่มขึ้น 100% ส

กิลนี้ไม่สามารถป้องกันและหลบหลีกได้ ดังนั้นฉันต้องโดนสกิลนี้แน่นอน ทันทีที่โดนสกิลนี้ นั่นคือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด ภายในสองวินาที ฉันจะไม่สามารถลดดาเมจได้ บวกกับการทำดาเมจของบอสเดิมทีก็โหดอยู่แล้ว ดังนั้นฉันอาจถูกฆ่าตายในวิเดียวได้ทุกเวลา!”

ไกวเสวี่ยเอ๋อร์เหลือบตามองอย่างยั่วยวนแล้วพูด “ถ้างั้นฉันต้องได้ค่าล่วงเวลาจริงๆ แล้วล่ะ”

“เจ๊ ขอเหอะ ช่วยเป็นกุลสตรีหน่อยจะได้มั้ย?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์แพ้แล้ว

“แล้วฉันไม่เป็นกุลสตรีตรงไหน?” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ส่งสายตาเย้ายวนอีกที เสน่ห์และความงามหลากรูปแบบที่เธอแสดงออกมานั้นทำให้อีกสี่คนที่เหลือสติอารมณ์สั่นไหวขึ้นมาพร้อมกัน

.....................................................................

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 052 ตอนที่ 52