Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 053 ตอนที่ 53

#53Chapter 053

บทที่ 53 ล้มเหลวช่วงสุดท้าย

จางหยางวิญญาณกลับเข้าร่าง แอบพูดในใจว่า ‘นางมาร’ ออกมาคำหนึ่ง จากนั้นก็อธิบายสกิลของบอสต่อ “สกิลที่สาม ‘หนามหิน’ จะสุ่มโยนไว้ที่ใต้เท้าเป้าหมายสามคน เป็นบ่อโคลนสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดสองตารางเมตร หากอยู่ในโคลน ความเร็วในการเคลื่อนที่จะลดลง 50% และยังได้รับดาเมจ 150 แต้มทุกวินาที ดังนั้นต้องรีบหลบทันที! ตอนที่บ่อโคลนเริ่มปรากฏจะยังไม่ทำดาเมจและก็ยังไม่ลดความเร็ว จะล่าช้าออกไปครึ่งวินาทีถึงจะเริ่มแสดงผล เพราะฉะนั้นปฏิกิริยาตอบสนองต้องฉับไว!

“สุดท้าย ทุกๆ 15 วินาที บอสจะเพิ่มค่าดาเมจ 5% ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้จะต้องทำดาเมจสุดชีวิต หากปล่อยเวลานานไป ถึงพลังเวทของตัวฮีลจะยันไว้ได้ในช่วงแรก แต่เมื่อค่าดาเมจของบอสเพิ่มจาก 150% เป็น 200% ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะถูกฆ่าตายยกตี้ในวิเดียวแน่นอน!”

จางหยางสรุปความ “ดังนั้น สิ่งที่พวกนายต้องทำก็คือ หลบหนามหินและกระหน่ำทำดาเมจ!”

“เชด! หยางน้อยนายพล่ามมาครึ่งค่อนวัน ที่แท้ก็ประโยคเดียวง่ายๆ แค่นี้เอง!” เจ้าอ้วนหานส่ายหัวไม่หยุด “ทำให้พี่อ้วนต้องใช้เซลส์สมองไปจำเยอะขนาดนั้น เหนื่อยจริงๆ เลย!”

จางหยางหัวเราะไปพูดไป “ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เริ่มตีได้ สหายทุกท่าน เฟิร์สเคลียร์อยู่ข้างหน้านี้แล้ว!”

“โจมตี!”

คนทั้งห้าหัวเราะเบิกบานใจ ตามกันเข้าไปในห้องของบอส หลังการ ‘จู่โจม’ ของจางหยางการต่อสู้ก็ได้เริ่มเปิดฉากอย่างเป็นทางการ

เพื่อให้การทำดาเมจรุนแรงมากขึ้น จางหยางจึงใช้สกิล ‘ทลายเกราะ’ เป็นหลัก เขาซ้อน ‘ทลายเกราะ’ บนร่างบอสจนครบห้าชั้นเป็นลำดับแรก ลดการป้องกันของบอสลงได้ 50% บอสเป็นมอนสายกายภาพ หนังเลยหนามาก เมื่อลดการป้องกันลง 50% มีค่าเท่ากับลดค่าการป้องกันลงไป 30 แต้ม สำหรับไป่ฟาอีจงและเจ้าอ้วนหานที่ทำอาชีพซึ่งมีค่าสถานะหลักเป็นความเร็วแล้วนั้น การที่ค่าการป้องกันลดลงไป 30 แต้มช่วยเหลือพวกเขาได้เยอะมาก!

ตัวของจางหยางเองมีสกิล ‘ตาเหยี่ยว’ หลังจากซ้อน ‘ทลายเกราะ’ ได้ห้าชั้นแล้ว เมื่อบอสมาอยู่เบื้องหน้าเขาก็เท่ากับอยู่ในสภาพแก้ผ้าเปลือยกาย ค่าการป้องกันเป็นศูนย์ การโจมตีที่ปล่อยออกไปนั้นเรียกได้ว่าฟินจนวิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง!

เมื่อเลเวลสูงขึ้น สกิลก็มีมากขึ้นตามไปด้วย จึงมีปัญหาเรื่องการจะใช้สกิลใดก่อนหลัง สำหรับการใช้สกิลอย่างถูกต้องเหมาะสมนั้น เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างยอดฝีมือและผู้เล่นทั่วไป อุปกรณ์สวมใส่เหมือนกัน เลเวลเดียวกัน บางคนสามารถทำดาเมจได้สูง แต่บางคนกลับทำไม่ได้ นี่ก็คือความต่างของการนำสกิลไปใช้นั่นเอง

ภายใต้การชี้แนะของจางหยาง ทำให้เห็นความก้าวหน้าของเจ้าอ้วนหานได้ชัดเจนมาก เขามีชุดความคิดในการทำดาเมจเป็นของตัวเองแล้ว ถึงแม้ว่าจางหยางจะพกประสบการณ์ห้าปีมาเกิดใหม่ แต่ว่าชาติที่แล้วเขาเล่นนักรบป้องกัน ไม่คุ้นเคยกับอาชีพฮันเตอร์ จึงบอกได้แค่วิธีการหมุนเวียนใช้สกิลที่ค่อนข้างได้รับความนิยมในชาติที่แล้วเท่านั้น

แต่สุ่ยเยียนเอ๋อร์นี่สิถึงกับทำให้จางหยางตาลุกวาว สาวน้อยคนนี้ชอบต่อสู้ ชอบแข่งทำดาเมจกับคนอื่น จึงยอมเสียเวลาศึกษาการหมุนเวียนใช้สกิลทำดาเมจอย่างจริงจัง ทำให้มีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด!

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ ได้รับผลกระทบจากเอฟเฟกต์ ‘ฉีกแผล’, ได้รับความเสียหายกายภาพ 100% ทุกวินาที ค้างไว้เป็นระยะเวลา 20 วินาที!’

ใต้ศีรษะของจางหยางมีสัญลักษณ์แสดงการติดดีบัฟปรากฏขึ้นมาทันที เลือดเริ่มลดลง 80 แต้มทุกวินาทีอย่างต่อเนื่อง

ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ก่อนหน้านี้ยังว่างๆ สบายๆ แต่ทันทีที่สกิล ‘ฉีกแผล’ ของบอสออกโรง เธอก็ยุ่งขึ้นมาทันที ร่ายเวทรักษาโยนใส่ร่างของจางหยางไม่หยุด

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ ได้รับผลกระทบจากเอฟเฟกต์ ‘ฟาดรุนแรง’, ติดสตัน 2 วินาที!’

เหนือศีรษะของจางหยางมีดาวหมุนวนไปมา เพียงชั่วเสี้ยวขณะก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายได้แล้ว ร่างกายท่อนบนลู่ลง คอตกลงมา

‘-304!’

‘-312!’

‘-80!’

‘-309!’

‘-318!’

‘-80!’

วิญญาณดินเอิร์ธราวกับไปกินยาชูกำลังมา เวลาสั้นๆ แค่สองวินาทีกลับโจมตีออกมาถึงสี่ครั้ง เมื่อบวกเข้ากับค่าดาเมจจาก ‘ฉีกแผล’ อีกสองครั้ง ค่าพลังชีวิตของจางหยางจึงถูกเอาไป 1,403 แต้มในชั่วพริบตา! ยังดีที่จางหยางมีเลือดเยอะ หลังจากเปลี่ยนหมวกเกราะ ค่าพลังชีวิตสูงขึ้นมาเป็น 1,840 แต้ม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงถูกตีอย่างน่าอนาถ!

เวลานี้ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ร่าย ‘เวทรักษาทรงพลัง’ เสร็จแล้ว เหนือศีรษะของจางหยางมีตัวเลขสีเขียว ‘+395’ ลอยขึ้นมา ครึ่งวินาทีให้หลัง สกิล ‘ฟื้นฟู’ ก็ทำให้มีตัวเลข ‘+120!’ เด้งขึ้นมา ในที่สุดก็ดึงค่าเลือดของจางหยางขึ้นมาได้ครึ่งหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าการโจมตีของบอสมาถึงอีกครั้ง จางหยางรีบฉากหลบออกด้านข้าง แต่การโจมตีของบอสรวดเร็วมาก หมัดซ้ายต่อยโดนอากาศ หมัดขวาก็อัดโครมตามมาทันที! จางหยางสุดปัญญาจะหลบ รีบกดสกิล ‘ป้องกัน’

บอสตัวนี้ยังเป็นมอนสเตอร์กายภาพที่ควบสองสายอีกด้วย ราวกับจอมโจรสายความเร็ว ทุกครั้งที่หมัดซ้ายและขวาต่อยออกมาพร้อมกัน จางหยางสามารถหลบได้หมัดหนึ่ง แต่หลบอีกหมัดหนึ่งไม่พ้น จำเป็นต้องพึ่งสกิล ‘ป้องกัน’ มาลดความเสียหาย!

ไกวเสวี่ยเอ๋อร์รีบร่าย ‘เวทรักษาทรงพลัง’ อีกครั้ง ตัวเลขสีเขียว ‘+387’ กระโดดขึ้นมา ปริมาณเลือดของจางหยางจึงพ้นขีดอันตราย!

“เจ๊ไม่เอาแล้ว เหนื่อยจะตายชัก!” ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ไม่กี่วินาทีได้ทำให้ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ร้อนใจแทบตาย หัวใจราวกับจะกระโดดออกมา!

“คริๆ ใครให้เธอเลือกเป็นนักบวชล่ะ” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เริ่มพูดเยาะเย้ย

“เฮ่อ! ก็มีแต่อาชีพแม่นมนี้อย่างเดียว ที่แสดงจุดเด่นของเจ๊ออกมาได้อะ ไข่ดาว!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ยืดส่วนนูนสูงบริเวณหน้าอก แล้วส่งสายตายั่วยวนให้สุ่ยเยียนเอ๋อร์

“หานอิ๋งเสวี่ย ห้ามพูดเรื่องหน้าอกของฉัน!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์หัวร้อนอีกแล้ว

‘ติ๊ง! วิญญาณดินเอิร์ธได้รับเอฟเฟกต์ ‘เติบโต’ (ชั้นที่ 1), เพิ่มค่าการโจมตีทุกชนิด 5%!’

“พูดเล่นก็ส่วนพูดเล่น อย่าฉุดการทำดาเมจกับฮีลล่ะ! บอสเริ่ม ‘เติบโต’ แล้ว คิดดูสิเมื่อกี้ฉันเกือบจะโดนฆ่าตายในวิเดียวอยู่แล้ว ขืนให้บอสซ้อน ‘เติบโต’ เข้าไปหลายๆ ชั้น พี่ก็ได้แต่รอไปพบเทวดาเบื้องบนอย่างเดียวแล้วล่ะ!” จางหยางพูดในช่องปาร์ตี้

‘ติ๊ง! วิญญาณดินเอิร์ธใช้ทักษะ ‘หนามหิน’!’

จางหยางรีบตรวจสอบดูใต้ร่าง เมื่อเห็นว่าอยู่ๆ ก็มีบ่อโคลนขนาดประมาณสองตารางเมตรปรากฏขึ้นมา เขาจึงรีบเคลื่อนย้ายตำแหน่งตัวเองออกจากขอบเขตของบ่อโคลนทันที ขณะเดียวกันก็พูด “ทุกคนดูใต้เท้า ระวังให้ดี!”

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

มีแท่งหินแหลมคมเจ็ดแปดแท่งพุ่งออกมาจากกลางบ่อโคลน จากนั้นก็หลบหายลงไป เวลาสั้นๆ หลังจากนั้นอีกหนึ่งวินาทีก็พุ่งออกมาอีกครั้ง

เจ้าอ้วนหานอดขมิบก้นไม่ได้ หัวเราะชั่วร้ายพร้อมกับพูด “ถ้าถูกของเล่นนี่แทง นับว่าโดนอัดถั่วดำมั้ย?”

“เชี่ย! ไปตายซะ!”

“พี่อ้วน พี่มันโคตรต่ำเลย!”

“เชี่ยอ้วน ไอ้เลว!”

ขณะที่ทุกคนด่ากันขำๆ วิญญาณดินเอิร์ธก็ ‘เติบโต’ อีกรอบ ความสามารถในการทำดาเมจสูงขึ้นเป็น 110%

80%!

70%!

60%

และในเวลาเดียวกันนั้น ปริมาณเลือดของบอสก็ลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ใช่แค่ตัวทำดาเมจทั้งสามแข็งแกร่งอย่างเดียวเท่านั้น การทำดาเมจของจางหยางยังน่ากลัวกว่าพวกเขาเสียอีก!

40%

‘ติ๊ง! วิญญาณดินเอิร์ธได้รับเอฟเฟกต์ ‘เติบโต’ (ชั้นที่ 8), เพิ่มค่าการโจมตีทุกชนิด 40%!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ ได้รับผลกระทบจากเอฟเฟกต์ ‘ฟาดรุนแรง’, ติดสตัน 2 วินาที!’

เหนือศีรษะของจางหยางมีดาวหมุนวาบขึ้นมาอีกครั้ง คอตกอีกรอบแล้ว

‘-423!’

‘-112!’

‘+120!’

‘-432!’

‘-427!’

‘+398!’

‘-112!’

‘-431!’

ตื่นตระหนกยันวิญญาณ ปริมาณเลือดของจางหยางราวกับนั่งรถไฟเหาะตีลังกา ยังดีที่ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ปล่อย ‘เวทรักษาทรงพลัง’ แทรกเข้าไปได้หนึ่งครั้ง อีกทั้งสกิล ‘ฟื้นฟู’ ก็กระโดดขึ้นมาถูกเวลา จางหยางจึงรอดจากการโดนฆ่าในวิเดียว!

“ฮู!” จางหยางผ่อนลมหายใจ ขณะที่ปล่อยสกิล ‘ป้องกัน’ ให้ออกไปทำงาน เขาก็คอยหลบการโจมตีจากบอสไปด้วย ให้เวลาไกวเสวี่ยเอ๋อร์ได้ร่ายเวทต่อ เขาพูด “ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ เธอต้องหาหนังสือทักษะ ‘เกราะศักดิ์สิทธิ์’ มาให้ได้ถึงจะดี ไม่งั้นตีกับบอสนี่มันทดสอบความแข็งแกร่งของหัวใจกันเกินไป!”

[เกราะศักดิ์สิทธิ์]: สร้างเกราะให้เป้าหมายหนึ่งชั้น ดูดซับความเสียหาย 200% จากค่าพลังเวท ค้างไว้เป็นระยะเวลา 15 วินาที ปล่อยได้ในฉับพลัน

ปล่อยได้ในฉับพลัน นี่คือจุดเด่นของ ‘เกราะศักดิ์สิทธิ์’ เป็นสกิลช่วยชีวิตระดับไพ่คิง!

“เจ๊ไม่มีเงิน นายซื้อให้สิ!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์เริ่มส่งสายตายั่วยวนมั่วซั่วอีกแล้ว

“เจ๊ ขอร้องอย่าทำอย่างนี้ได้รึเปล่า ฉันขายหน้าคนอื่นเขา!” ใบหน้าเล็กๆ ของสุ่ยเยียนเอ๋อร์ยับยู่พร่ำบ่นออกมา

“เชด! พวกนายออกแรงทำดาเมจกันหน่อยสิ ขืนปล่อยให้บอสได้ ‘เติบโต’ อีกชั้น ‘ฟาดรุนแรง’ ครั้งหน้ามีแววว่าจะปลิดชีวิตฉันแล้ว!” จางหยางตะโกนเสียงดัง

30%!

20%!

10%!

7%!

‘ติ๊ง! วิญญาณดินเอิร์ธได้รับเอฟเฟกต์ ‘เติบโต’ (ชั้นที่ 12), เพิ่มค่าการโจมตีทุกชนิด 60%!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ ได้รับผลกระทบจากเอฟเฟกต์ ‘ฟาดรุนแรง’, ติดสตัน 2 วินาที!’

‘-492!’

‘+120!’

‘-487!’

‘-128!’

‘-489!’

‘-481!’

‘-128!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ ตาย!’

ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ร่ายเวทฮีลให้ไม่ทัน จางหยางล้มลงไปนอนทันที!

“อย่ายอมแพ้ ตีต่อไป! บอสเหลือเลือดแค่ 6% เท่านั้น สู้สุดชีวิต!” จางหยางตะโกนเสียงดังในช่องปาร์ตี้

5%!

ทันทีที่จางหยางตาย สุ่ยเยียนเอ๋อร์ก็กลายเป็นเป้าหมายแรกของบอส วิญญาณดินเอิร์ธหมุนตัวมาหาสุ่ยเยียนเอ๋อร์แล้วอัดเข้าใส่อย่างหนักหน่วงทันควัน

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์’ ตาย!’

4%

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน’ ตาย!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ไป่ฟาอีจง’ ตาย!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ไกวเสวี่ยเอ๋อร์’ ตาย!’

ตายยกปาร์ตี้

“เฮ้อ!” ณ จุดฟื้นคืนชีพ วิญญาณห้าดวงถอนหายใจออกมาพร้อมกัน ตายยกปาร์ตี้ตอนเหลือ 4% น่าเสียดายจริงๆ!

“ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ เดี๋ยวถ้าฉันโดนฟาดรุนแรงอีก เธออย่าใช้เวทรักษาทรงพลัง เปลี่ยนไปใช้บทสวดศักดิ์สิทธิ์แทน!”

จางหยางเริ่มสรุปบทเรียนที่ล้มเหลว “เวทรักษาทรงพลังต้องร่าย 2 วิ แต่บทสวดศักดิ์สิทธิ์ต้องการแค่ 1.5 วิ ถึงเลือดที่บทสวดศักดิ์สิทธิ์เติมจะน้อย แต่มีดีที่ความเร็ว สามารถแทรกเข้าไปในสองวินาทีของฟาดฟันรุนแรงได้ แต่ถ้าใช้เวทรักษาทรงพลังไม่แน่ว่าจะปล่อยออกมาได้ทัน รอหลังจากหายติดสตัน ฉันจะปล่อย ‘ป้องกัน’ ทันที ให้เวลาเธอได้ร่ายเวทรักษาทรงพลัง!”

“อื้ม!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์พยักหน้า ถึงแม้ความผิดพลาดของเธอจะไม่นับว่าเป็นสาเหตุให้ล้มเหลวช่วงสุดท้าย แต่เธอก็ยังคงตำหนิตัวเอง น้อยครั้งจะจริงจังขึ้นมา ไม่ส่งสายตายั่วยวนมั่วซั่วอีก

‘เฟี้ยว!’ วิญญาณอีกห้าดวงมาปรากฏที่สุสาน มองดูชื่อเหนือศีรษะของพวกเขา กิลด์ป้าเจ่อนั่นเอง แต่ว่าไม่เห็นเชียนเชียนจวินจื่อ ถ้าอย่างนั้นคงเป็นสมาชิกปาร์ตี้หมายเลขสอง

“เฮ้! พวกนายตีถึงไหนกันแล้วล่ะ?” มีคนของกิลด์ป้าเจ่อถามในช่องทั่วไป

จางหยางส่งสายตาให้เจ้าอ้วนหาน เจ้าอ้วนเข้าใจทันที จึงตอบในช่องทั่วไป “บอสหมายเลขหนึ่ง”

“เชด! ไม่น่าเชื่อว่าจะเหมือนพวกเราเลย” คนของกิลด์ป้าเจ่อคนนั้นพิมพ์ต่อ

“ตีถึงบอสหมายเลขหนึ่งแปลกตรงไหน ลูกสมุนดุยังไงก็เป็นแค่ลูกสมุน ยังไงก็ต้องได้เจอบอส ที่สำคัญคือตีจนเหลือเลือดเท่าไหร่แล้ว?” คนของกิลด์ป้าเจ่ออีกคนถาม

“เพื่อนบ้าน พวกเราตายตอนตีเหลือ 60% พวกนายล่ะ?”

เจ้าอ้วนหานมองจางหยางเล็กน้อย ยิ้มออกมาแล้วตอบ “เจ๋งกว่าพวกนาย 40%”

คนของกิลด์ป้าเจ่อห้าคนมองหน้ากันไปมา มีรอยยิ้มทุกคน จากนั้นก็เปลี่ยนไปพูดกันในช่องปาร์ตี้ “เพิ่งจะ 40%! ปาร์ตี้ของพี่ใหญ่ตีบอสจนเหลือ 20% แล้ว ตีอีกไม่กี่ครั้งก็ต้องผ่านชัวร์ พวกเราชนะแน่ๆ!”

.....................................................................

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 053 ตอนที่ 53