Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 051 ตอนที่ 51

#51Chapter 051

บทที่ 51 วิญญาณน้ำ ‘วัตต์แลนด์’

“ว้าว! สกิลนี้สุดยอดไปเลย แต่ทำไม ‘ฟาดฟันพายุหมุน’ ของนักรบโจมตีถึงได้จืดชืดขนาดนั้นล่ะ!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์พูดด้วยความตื่นเต้นและเสียดายไปพร้อมๆ กัน

“พอแล้วๆ เดี๋ยวเธอค่อยไปคร่ำครวญทีหลัง รีบๆ ออกแรงทำดาเมจเข้า ไม่งั้นเดี๋ยวมอนปล่อย ‘ระบำดาบพายุหมุน’ รอบใหม่มาก็จะต้องมีคนตายอีก! จางหยางพูดอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่

“ชิ! นายนี่ไม่มีอารมณ์ขันสักนิด อีกหน่อยใครเป็นแฟนนายจะต้องห่อเหี่ยวตายแน่นอน!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์พูดด้วยความดูแคลน

ระหว่างที่กำลังต่อปากต่อคำ ผู้อารักขาธาตุน้ำตัวหนึ่งซึ่งเดิมทีก็มีปริมาณเลือดไม่เยอะอยู่แล้วร้องครวญครางออกมา แล้วร่างก็กลายเป็นแสงขาวล้มลงไปกองกับพื้น

ทุกคนเปลี่ยนเป้าหมายไปกระหน่ำอัดระเบิดตูมตามใส่ผู้อารักขาธาตุน้ำอีกตัวทันที

เวลาผ่านไปไม่นาน ผู้อารักขาธาตุน้ำตัวนั้นพลันหันตัวไปอีกทาง เล็งเป้าไปที่ไกวเสวี่ยเอ๋อร์แล้ว ‘จู่โจม’ เข้าใส่ทันที จากนั้นก็ปล่อยสกิล ‘ระบำดาบพายุหมุน’ ตามมาติดๆ

ไกวเสวี่ยเอ๋อร์รีบกดขวดเลือดทันทีทันใด จากนั้นก็เติมเลือดฮีลตัวเอง โชคยังดีที่มีมอนสเตอร์เหลือแค่ตัวเดียว ด้วยความสามารถในการฮีลของเธอจึงรักษาชีวิตรอดไว้ได้!

เวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ผู้อารักขาธาตุน้ำตัวนี้ก็ล้มลงไปนอน

“ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ช่วยคน ฉันขออาศัยเวลานี้พูดแผนการตีบอสซักหน่อย!” จางหยางผลักประตูใหญ่ของตำหนักให้เปิดออก ที่กลางตำหนักมีธาตุน้ำขนาดยักษ์ตัวหนึ่งยืนอยู่ ตัวของมันสูงราวๆ สิบกว่าเมตร ซึ่งเป็นขนาดราวครึ่งหนึ่งของตำหนักชั้นนี้แล้ว

[วิญญาณน้ำวัตต์แลนด์] (บอสระดับทองแดงสีเขียว)

เลเวล: 21

ค่าพลังชีวิต: 126,000

จางหยางพูด “บอสตัวนี้เป็นบอสสายเวท การโจมตีหลักคือ ‘ธนูน้ำ’ จะยิงใส่คนที่ค่าความเกลียดชังสูงที่สุด ทำค่าดาเมจน้ำแข็ง 800 แต้ม ระยะเวลาร่ายเวท 3 วิ ไม่สามารถทำลายกลางคันได้! นี่ยังไงก็คงปล่อยใส่ฉัน เมื่อลดความเสียหาย 20% แล้ว บอสตีฉันหนึ่งครั้งก็จะทำดาเมจได้ 640 แต้ม เจ็บปวดมาก ไกวเสวี่ยเอ๋อร์เธอต้องเติมเลือดให้ฉันไม่หยุด!”

“อื้ม!” ในช่วงเวลาจริงจังอย่างนี้ แน่นอนว่าไกวเสวี่ยเอ๋อร์ไม่มีทางล้อจางหยางเล่น เธอพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

“สกิลที่สองของบอสเรียกว่า ‘วงแหวนน้ำแข็ง’ ซึ่งเป็นสกิลฉับพลัน จะมีชั้นน้ำแข็งสุ่มปรากฏขึ้นรอบๆ คนใดคนหนึ่งทีละก้อนๆ หลังจากนั้นสามวินาทีจะกลายเป็นวงแหวนน้ำแข็ง ถ้าใครเห็นว่าข้างตัวเองมีชั้นน้ำแข็งปรากฏขึ้น ให้รีบออกจากขอบเขตวงแหวนน้ำแข็งทันที ไม่งั้นเมื่อสร้างสำเร็จเป็นวงแหวนจะทำดาเมจน้ำแข็ง 1000 แต้ม ห่างจากความตายไม่ไกลแล้ว!” จางหยางพูดต่อ

พวกของไป่ฟาอีจงสี่คน แต่ละคนจัดสรรค่าสถานะอิสระแตกต่างกัน ท่ามกลางพวกเขาเจ้าอ้วนหานสุดโต่งที่สุด ก่อนเลเวล 10 ไม่เคยเอาแต้มไปเพิ่มที่ค่ากำลังกายเลยแม้แต่แต้มเดียว หลังจากเลเวล 10 กลับกดเพิ่มไปที่ค่ากำลังกาย 2 แต้ม ค่าความแข็งแกร่ง 1 แต้ม ค่าความเร็ว 2 แต้ม ดังนั้นเขาจึงมีปริมาณเลือดน้อยที่สุด มีแค่พันต้นๆ เท่านั้น ไกวเสวี่ยเอ๋อร์และสุ่ยเยียนเอ๋อร์ทุกครั้งที่อัพหนึ่งเลเวลจะเพิ่มค่ากำลังกาย 2 แต้มทั้งคู่ ค่าพลังชีวิตจึงสูงขึ้นมาเป็น 1200 แต้ม ส่วนไป่ฟาอีจงมีปริมาณเลือดมากที่สุด ทุกครั้งที่อัพเลเวลจะเพิ่มค่ากำลังกาย 3 แต้ม ค่าพลังชีวิตจึงขึ้นไปถึง 1400 แต้ม

“หยางน้อย นายทำร้ายพี่อะ ก่อนหน้าอัพเวลไม่บอกให้เพิ่มค่ากำลังกาย นี่จะโดนฆ่าในวิเดียวแล้ว!” เจ้าอ้วนหานพูดยิ้มๆ

“เชี่ย! ใครโดนวงแหวนน้ำแข็ง คนนั้นโง่เหมือนหมู!” จางหยางพูดเหยียด “สกิลที่สาม.....”

“เชด! บอสตัวนี้ทำไมสกิลเยอะเบอร์นั้น?” เจ้าอ้วนหานโมโห

จางหยางส่ายหัวแล้วพูด “สามสกิลนี่นับว่าเยอะแล้วหรอ? รอตอนนายไปตีมาจาเวย์สิ แล้วจะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เรียกว่าสกิลเยอะ เขาใช้สกิลทุกอย่างของลูกสมุนทั้งสี่เป็นหมด แถมยังมีสกิลของตัวเองอีก รับประกันเลยว่านายได้ตายอย่างสุขใจแน่!”

เจ้าอ้วนหานเหี่ยวไปเลย

“สกิลที่สามเรียกว่า ‘พายุน้ำแข็ง’ สกิลนี้ใช้เวลาร่าย 3 วินาที ทันทีที่ร่ายเสร็จ จะทำดาเมจ 200 แต้มต่อเป้าหมายทั้งหมดทุกๆ หนึ่งวินาที ค้างไว้ 10 วิ สกิลนี่สามารถทำลายกลางคันได้ เจ้าอ้วนหาน ไป่ฟา พวกนายสองคนเรียนสกิล ‘ยิงไร้เสียง’ กันยัง?” จางหยางหันหน้าไปถามไป่ฟาอีจงกับเจ้าอ้วนหาน

“อื้ม!” ไป่ฟาอีจงพยักหน้า เจ้าอ้วนหานก็พยักหน้าเช่นกัน

“สกิล ‘พายุน้ำแข็ง’ ของบอสคูลดาวน์ประมาณ 20 วิ ส่วน ‘ยิงไร้เสียง’ คูลดาวน์ 30 วิ ดังนั้นแค่คนเดียวหยุด ‘พายุน้ำแข็ง’ ไม่ได้ พวกนายสองคนจำให้ดี ‘พายุน้ำแข็ง’ ครั้งแรกให้เจ้าอ้วนหานเป็นคนทำลายจังหวะ จากนั้นไป่ฟาก็ทำลายครั้งที่สอง หลังจากนั้นเมื่อไหร่ที่เห็นบอสใช้ท่านี้ ถ้าสกิลไม่ได้คูลดาวน์อยู่ให้ใช้ทันที ไม่ยากใช่มั้ย?” จางหยางมองไป่ฟาอีจงและเจ้าอ้วนหานแล้วพูดต่อ “สิ่งสำคัญที่จะทำให้ผ่านบอสตัวนี้ไปได้ก็คือ ต้องทำลายการปล่อย ‘พายุน้ำแข็ง’ ให้ได้ ถ้าปล่อยให้บอสปล่อยออกมาได้ถึงจะแค่ครั้งเดียวก็ตาม พวกเราก็ตายยกตี้ได้แล้ว!”

“เดิมทีไม่ยาก แต่พอนายพูดแบบนี้ ฉันเลยประหม่าขึ้นมาหน่อยแล้ว” เจ้าอ้วนหานพูดด้วยความประหม่า

“ไสหัวไป!” จางหยางชูนิ้วกลางให้เขา “ยังมีตรงไหนไม่เข้าใจ รีบถามออกมาตอนนี้เลย”

“ดูเหมือนจะไม่มี”

“ลองตีดูก่อนครั้งหนึ่ง”

“ตกลง” จางหยางพยักหน้า “ลองตีดูก่อนรอบหนึ่ง บอสตัวนี้ไม่ยาก หลบให้ดี ทำลายจังหวะปล่อยสกิลให้ดีก็ผ่านแล้ว”

“เชด! พูดง่ายนี่” เจ้าอ้วนหานมองบน

“ลุยล่ะนะ!” จางหยางกำดาบแน่น “เข้าไปในห้องพร้อมกัน เดี๋ยวพอเริ่มตีประตูจะปิดลง อยู่ข้างนอกก็ได้แต่ทำตาโตมองดูอย่างเดียวแล้ว”

คนทั้งห้าเข้าไปในห้องของบอสทีละคนๆ จากนั้นจางหยางก็พูด “ฉันลุยล่ะ!”

จู่โจม!

‘-327!’ โจมตีทั่วไป

วิญญาณน้ำวัตต์แลนด์เป็นบอสเลเวล 20 ขึ้นไป มีพลังต้านทานการติดสตันจาก ‘จู่โจม’ สูงมาก แค่หนึ่งวินาทีให้หลังเขาก็ฟื้นคืนสติแล้วร้องเสียงประหลาดออกมา “ฮ่าๆๆ มีคนมามอบความตายถึงที่อีกกลุ่มหนึ่งแล้ว วัตต์แลนด์จะทำให้พวกเจ้าทุกคนกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง!”

จางหยางถูกเลือกเป็นเป้าหมาย วัตต์แลนด์เริ่มร่าย ‘ธนูน้ำ’ ใต้ศีรษะปรากฏแถบร่ายเวทขึ้นมาทันที

‘-640!’

‘+392!’

เหนือศีรษะของจางหยางมีตัวเลขค่าดาเมจสีแดงลอยขึ้นมา และเกือบจะพร้อมกันนั้น ก็มีตัวเลขค่าฮีลสีเขียวกระโดดขึ้นมา ซึ่งก็คือ ‘เวทรักษาทรงพลัง’ ของไกวเสวี่ยเอ๋อร์นั่นเอง

มาตรฐานการรักษาของเจ๊คนนี้ค่อนข้างสูง เมื่อเห็นว่าบอสร่าย ‘ธนูน้ำ’ ได้หนึ่งส่วนสาม เธอก็เริ่มร่าย ‘เวทรักษาทรงพลัง’ หลังจากนั้นสองวินาทีให้หลัง เวททั้งสองก็แทบจะปล่อยออกมาพร้อมกัน

จากนั้นไกวเสวี่ยเอ๋อร์ก็ปล่อยสกิล ‘ฟื้นฟู’ ให้จางหยางตามมาติดๆ ทันที ถึงแม้ค่าการฟื้นฟูที่เด้งขึ้นมาแต่ละครั้งจะดูเหมือนไม่สูง แต่ภายใน 15 วินาที ฟื้นฟูค่าพลังชีวิตจากค่าการโจมตีเวท 200% ไม่มีทางไม่จำเป็นอย่างแน่นอน!

หากเปลี่ยนเป็นตัวฮีลอื่น ถึงแม้ว่าทั้งร่างจะเป็นอุปกรณ์สวมใส่เกรดทองแดงสีเขียวเลเวล 10 ก็ทำค่าพลังเวทได้แค่ประมาณ 200 แต้ม แต่ว่าไกวเสวี่ยเอ๋อร์นั้น แค่ไม้เท้าเวทเกรดทองแดงสีเขียวเลเวล 20 อย่างเดียวก็เพิ่มค่าการโจมตีเวทประมาณ 180 แต้มแล้ว แถมยังมีอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ที่เป็นเกรดทองแดงสีเขียวเลเวล 20 อีกหลายชิ้น ทำให้ค่าการโจมตีเวทสูงถึง 300 แต้ม จึงเป็นธรรมดาที่พลังน้ำนมจะต่างกันราวฟ้ากับดิน!

แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น เธอก็ยังต้องใช้กำลังออกมาทั้งหมดถึงจะเติมเลือดให้จางหยางไหว เห็นได้ว่าบอสโหมดความตายนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน เดิมทีโหมดนี้ก็ไม่ใช่โหมดที่จะให้ผ่านกันได้ง่ายๆ อยู่แล้ว! ถ้าอยากเล่นง่ายๆ ก็ไปเล่นกับบอสโหมดปกติเถอะ แค่ทั้งร่างเป็นอุปกรณ์สวมใส่เกรดเหล็กสีดำและไม่ทำความผิดพลาดใหญ่หลวง รับรองผ่านชัวร์!

‘ติ๊ง! วิญญาณน้ำวัตต์แลนด์ใช้ทักษะ ‘วงแหวนน้ำแข็ง’!’

เสียงเตือนจากระบบดังขึ้น จางหยางรีบพูดทันที “ทุกคนดูใต้เท้า ถ้ามั่นใจว่าไม่มีวงแหวนน้ำแข็งค่อยโจมตีต่อ อย่าติดกับล่ะ! นักบวชจะงานหนัก อย่าเพิ่มความลำบากให้เธอโดยไม่จำเป็น!”

คนที่บอสเรียกชื่อคือไป่ฟาอีจง ถึงแม้ว่าพี่ชายคนนี้วันข้างหน้าจะอาศัยมังกรแดงทำให้มีชื่อเสียงขึ้นมา แต่ว่าการรับรู้ของเขาเองก็ยังมีดีอยู่ ไม่อย่างนั้นคงไม่ผจญภัยจนมีชื่อเสียงโด่งดังได้ขนาดนั้น! หลังจากเล่นโหมดความตายกับจางหยางมาหลายครั้ง ไป่ฟาอีจงก็แสดงความสามารถออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอบสนองได้ในฉับพลัน รีบวิ่งออกจากขอบเขตของวงแหวนน้ำแข็งทันที

พลังการโจมตีของบอสนั้นรุนแรงมาก ถึงแม้ว่าไกวเสวี่ยเอ๋อร์จะเติมเลือดให้จางหยางไหว แต่แถบบลูกลับไหลออกรวดเร็วราวกับบิน

โชคยังดี บอสหยุดการโจมตีกะทันหัน แล้วเริ่มร่ายเวทอื่นแทน

‘ติ๊ง! วิญญาณน้ำวัตต์แลนด์เริ่มใช้ทักษะ ‘พายุน้ำแข็ง’!’

ใต้ศีรษะบอสมีแถบร่ายเวทปรากฏขึ้นมา

“เจ้าอ้วน ใช้สกิลยิงไร้เสียง!” จางหยางรีบพูด

เจ้าอ้วนหานรีบง้างคันธนูอย่างอาจหาญทรงพลังยิงลูกธนูสีเขียวเข้มออกไป หลังจากลูกธนูเข้าเป้า แถบร่ายเวทของบอสก็หยุดลงกลางคัน ขณะเดียวกันก็มีตัวเลขค่าดาเมจ ‘-224’ ลอยขึ้นมา

“เยี่ยม! ทุกคนพยายามอีกหน่อย เพิ่มพลังการโจมตีขึ้นไปอีก!” จางหยางพูดกระตุ้นให้ฮึกเหิม

เวลาเคลื่อนไปข้างหน้าเรื่อยๆ บอสก็ปล่อยสกิลมั่วไปหมด โชคยังดีที่ทุกคนปฏิกิริยาตอบสนองไวมาก จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครติดกับ ‘วงแหวนน้ำแข็ง’ เลย อีกทั้งการหยุดสกิล ‘พายุน้ำแข็ง’ ก็ประสบความสำเร็จ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ 90%, 80%,……. 20% ปริมาณเลือดของบอสลดลงอย่างรวดเร็ว

‘ติ๊ง! วิญญาณน้ำวัตต์แลนด์เริ่มใช้ทักษะ ‘พายุน้ำแข็ง’!’

“เจ้าอ้วน!” จางหยางตะโกนเรียก

เจ้าอ้วนหานกับจางหยางร่วมต่อยตีด้วยกันมาสิบกว่าปี ระดับความเข้าขารู้ใจกันไม่ใช่ของปลอมแน่นอน เขาปล่อย ‘ยิงไร้เสียง’ ออกไปทันที

‘ไม่เข้าเป้า!’

ตัวอักษรจีนสามตัวลอยขึ้นมา!

“เชี่ยละ!” จางหยางร้องออกมาเบาๆ คนอื่นๆ ก็สีหน้าเปลี่ยนไปทันทีเช่นกัน

สามวินาทีผ่านไป ธนูน้ำแข็งนับไม่ถ้วนตกลงมาจากฟ้า แน่นขนัดเต็มพื้นที่ไปหมด ไม่มีทางหลบได้เลย

‘-200!’

‘-200!’

‘-200!’

ตัวเลขค่าดาเมจลอยขึ้นมาจากร่างของพวกจางหยางไม่หยุด ถึงแม้ว่าไกวเสวี่ยเอ๋อร์จะเติมเลือดสุดชีวิต แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน’ ตาย!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ไกวเสวี่ยเอ๋อร์’ ตาย!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์’ ตาย!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ไป่ฟาอีจง’ ตาย!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ ตาย!’

ตายยกปาร์ตี้อีกครั้ง

ณ จุดฟื้นคืนชีพ คนทั้งห้ายืนอยู่ครบไม่ขาดไปแม้แต่คนเดียว

“เชด! โคตรซวยเลย ไม่น่าเชื่อว่าจะยิงไม่เข้าเป้า” การโจมตีของตัวละครจะมีอัตราในการโจมตีไม่เข้าเป้า 1% นี่เป็นสิ่งที่อุปกรณ์สวมใส่และเลเวลไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ สกิล ‘ยิงไร้เสียง’ ที่ 30 วินาทีถึงจะปล่อยหนึ่งครั้ง วนมาเจอการยิงไม่เข้าเป้าได้ก็เหลือแค่คำว่า ‘ซวย’ เท่านั้นที่สามารถนำมาใช้อธิบายได้

มีบางครั้ง นอกจากความสามารถแล้วก็ยังต้องมีโชคอีกด้วย!

“ไม่เป็นไร อย่างน้อยทุกคนก็รู้แล้วว่าจะตียังไง รอบหน้าต้องคว่ำบอสได้แน่นอน!” จางหยางพูดด้วยรอยยิ้ม

“อื้ม!” คนอื่นๆ อีกสี่คนพยักหน้าพร้อมกัน

‘เฟี้ยว!’

มีวิญญาณอีกห้าดวงทยอยปรากฏขึ้นที่สุสาน

“ฮ่าๆ จ้านอวี้พวกนายตายยกตี้อีกแล้ว!” อูเทียนพิมพ์ข้อความลงในช่องทั่วไป

วิญญาณที่เพิ่งมาใหม่ก็คือปาร์ตี้ของกิลด์หลิงเทียน โดยมีอูเทียนนำทีมชั้นยอดนี้เอง

“เช่นกันๆ วิ่งไปฟื้นคืนชีพด้วยกันเถอะ!” จางหยางก็พิมพ์ข้อความลงช่องทั่วไป

“พวกนายตายกันที่ไหนอะ?” อูเทียนแกล้งถามไม่จริงจัง

“ทวารบาลสองตัว โหดเกิ๊น เฉือนมาทีเดียวตายเรียบยกแผง!” ความคิดของจางหยางหมุนอย่างรวดเร็วแล้วตอบออกไปทันที

ใจของอูเทียนพลันผ่อนคลายลง คิดว่าพวกเขาตายที่เดียวกัน ความคืบหน้ายังพอๆ กันอยู่!

“ฮ่า พวกเรายังไปไม่ถึงนั่นเลยอะ พวกนายร้ายกาจมาก” อูเทียนพาสมาชิกปาร์ตี้รีบร้อนจากไป

“ไอ้หมอนี่!” จางหยางส่ายหัว คิดในใจ ‘นายแกล้งทำเป็นอ่อนให้พวกเราตายใจ คิดว่าพวกเราทำไม่เป็นรึไง’

“จ้านอวี้ ยังไม่รีบวิ่งไปฟื้นคืนชีพอีก คุณหนูคนนี้รอแตะศพบอสอยู่นะ!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เร่งไม่หยุด เปิดศพแตะเหรียญทอง นั่นคือสิ่งที่เธอรักที่สุดเลยนะ!

.....................................................................

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 051 ตอนที่ 51