Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 050 ตอนที่ 50

#50Chapter 050

บทที่ 50 มอนสเตอร์ลูกสมุนทรงพลัง

NPC ที่ต้องไปส่งมอบเควสต์เป็นจอมโจรเผ่าพันธุ์เอลฟ์ หลบซ่อนตัวอยู่ที่ปากทางเข้าดันเจี้ยน ถ้าไม่ไปยืนข้างๆ อย่างไรก็ไม่มีทางเห็นเธอ

หลังจากคนทั้งห้าส่งมอบเควสต์แล้ว NPC ตัวนี้ก็พูดขึ้น “ท่านผู้กล้าของสหพันธ์ ดูทุกสิ่งที่เจ้านักเวทที่ถูกปีศาจล่อลวงให้ตกต่ำนั่นทำขึ้นมาสิ เมืองสโนว์โซลเคยเป็นเมืองที่สวยงามปานนั้น กลับถูกเจ้านักเวทฝ่ายมืดนั่นทำลายจนหมดสิ้น! ขณะนี้เขานั่งอยู่กลางตำหนักหลัก พวกท่านต้องไปฆ่าเขาทิ้งเสีย ถึงจะสามารถกอบกู้เมืองแห่งนี้คืนมาได้!”

“ทว่าหากคิดจะเข้าไปตำหนักหลักเพื่อปราบมาจาเวย์ จำเป็นต้องทำให้ลูกสมุนทั้งสี่ของเขาปราชัยเสียก่อน ถึงจะผ่านตำหนักหน้าและตำหนักกลางไปได้! ลูกสมุนทั้งสี่นั่นล้วนเป็นมอนสเตอร์ที่มาจาเวย์สร้างขึ้นมาโดยนำเวทสายมืดรวมเข้ากับวิญญาณธาตุ นักผจญภัย จงระวังให้ดี วิญญาณธาตุเหล่านี้ไม่ได้รับมือง่ายดายขนาดนั้น!”

‘ติ๊ง! เรนเจอร์สโนว์วี่มอบภารกิจให้คุณ: ‘กำจัดลูกสมุน’ ตอบรับหรือไม่?’

ตอบรับ

[กำจัดลูกสมุน] (ระดับความยากของภารกิจ: ระดับ A)

คำอธิบายภารกิจ: เพื่อสหพันธ์ นักผจญภัยผู้กล้าหาญ จงเปิดทางมุ่งหน้าสู่ตำหนักหลักให้โล่ง แล้วไปฆ่ามาจาเวย์ กอบกู้เมืองสโนว์โซล!

ความคืบหน้า: ฆ่าวิญญาณน้ำวัตต์แลนด์ 0/1, วิญญาณดินเอิร์ธ 0/1, วิญญาณไฟฟาร์ 0/1, วิญญาณลมไอน์ 0/1

รางวัลภารกิจ: คุณสมบัติในการเข้าตำหนักหลัก ‘รังของมาจาเวย์’

จางหยางตั้งระดับความยากของดันเจี้ยนเป็นโหมดความตายแล้วพูด “เข้าดัน!”

คนทั้งห้าเข้าดันเจี้ยนไปทีละคนๆ พวกเขามาปรากฏตัวขึ้นที่ปากทางเข้าวังซึ่งมีเพียงซากเสาลานที่ถูกทำลาย บรรยากาศรอบด้านอ้างว้างวังเวง ไม่ไกลนักมีธาตุน้ำสองตัวกำลังเดินลาดตระเวน ร่างโปร่งแสงมีของเหลวกำลังไหลเวียนอยู่ มือซ้ายถือโล่ มือขวาถือหอก

“หยางน้อย ทำไมพวกเราไม่เริ่มเล่นจากโหมดปกติล่ะ?” เจ้าอ้วนหานถาม

“โหมดปกติดรอปอุปกรณ์เกรดเหล็กสีดำเวล 10 โหมดยากดรอปเกรดเหล็กสีดำเวล 20 บนตัวของพวกเราเกือบจะเป็นเกรดทองแดงสีเขียวเวล 10 กันหมดแล้ว อีกอย่างค่าสถานะของเกรดเหล็กสีดำเวล 20 กับเกรดทองแดงเวล 10 ไม่ต่างกัน ดังนั้นเล่นโหมดยากไม่มีประโยชน์อะไรเลย!” จางหยางวิเคราะห์ให้เข้าใจง่ายๆ

“เริ่ม!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ตรงตามมาตรฐานของพวกที่ชอบการต่อสู้ทุกอย่าง เธอคว้าหอกออกมาด้วยความกระหายอยากลองแล้ว

“รอก่อน ไม่งั้นพวกเราต้องตายยกตี้ทันทีแน่!” จางหยางรีบพูด กลัวจริงๆ ว่าสาวน้อยมุทะลุคนนี้จะบุ่มบ่ามบุกเข้าไป “มอนตัวนี้ตอนฆ่าไม่มีอะไร แต่หลังจากที่มันตายแล้ว จะทำให้ทุกคนที่อยู่ในระยะประชิดติดบัฟ หากสองคนที่ติดบัฟยืนด้วยกันจะระเบิดขึ้น ทำให้ทุกคนที่อยู่ในระยะ 30 เมตร ได้รับดาเมจ 2500 แต้ม”

“ดังนั้น เมื่อเห็นว่ามอนจะตาย เธอต้องรีบถอย” จางหยางเตือนสุ่ยเยียนเอ๋อร์เป็นพิเศษ “ฮันเตอร์สองคนก็อย่าปล่อยสัตว์เลี้ยงออกมาล่ะ”

“โอเคๆ รู้แล้ว พูดมากจริงๆ อายุก็ยังไม่เยอะสักหน่อย บ่นโน่นบ่นนี่อยู่ได้” ใบหน้าของสุ่ยเยียนเอ๋อร์หมดความอดทน

“เอาล่ะ ถ้างั้นเริ่มได้!” จางหยางรีบโบกมือส่งสัญญาณ จากนั้นก็เล็งเป้าไปที่มอนสเตอร์ธาตุตัวหนึ่งแล้ว ‘จู่โจม’ เข้าไป “ตีตัวที่ฉันมาร์กไว้” เขาทำสัญลักษณ์รูป ‘ดาว’ ที่มอนสเตอร์ตัวหนึ่ง

[ธาตุน้ำกลายเป็นปีศาจ] (ชั้นสูง)

เลเวล: 20

ค่าพลังชีวิต: 10000

สุ่ยเยียนเอ๋อร์ร้องเสียงสูงด้วยความตื่นเต้น แล้วก็ปล่อย ‘จู่โจม’ พุ่งเข้าไปเหมือนกัน กวัดแกว่งหอกยาวในมือ ทำค่าดาเมจได้น่าดูชม

ส่วนไป่ฟาอีจงและเจ้าอ้วนหานก็ทยอยง้างธนูยิงออกไป

90%, 80%.......... อุปกรณ์สวมใส่ของทุกคนไม่เลว ปริมาณเลือดของ ‘มอนสเตอร์ดาว’ ไหลดิ่งลงเรื่อยๆ ในเวลาอันรวดเร็วก็ลดลงมาเหลือก้นหลอด

“สาวน้อย รีบถอย!” เมื่อเห็นว่ามอนสเตอร์ใกล้จะตายเต็มที แต่สุ่ยเยียนเอ๋อร์ยังคงฟาดฟันอย่างดุดันอยู่ จางหยางจึงรีบตะโกนออกมา

‘ติ๊ง! ขณะที่ธาตุน้ำกลายเป็นปีศาจกำลังจะตายได้ปล่อย ‘ตราประทับแห่งความตาย’!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ ได้รับผลกระทบของ ‘ตราประทับแห่งความตาย’!’

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์’ ได้รับผลกระทบของ ‘ตราประทับแห่งความตาย’!’

หลังจาก ‘มอนสเตอร์ดาว’ ตาย ร่างของจางหยางและสุ่ยเยียนเอ๋อร์พลันมีแสงสีดำวาบผ่านขึ้นมาพร้อมกัน จากนั้น....

‘-2500!’

‘-2500!’

‘-2500!’

‘-2500!’

‘-2000!’

ตัวเลขค่าดาเมจห้าชุดลอยขึ้นมาเหนือศีรษะของพวกจางหยางในเวลาเดียวกัน ตายยกปาร์ตี้ในพริบตา

“สาวน้อย ก่อนหน้านี้ฉันพูดกับเธอว่าไง?” ณ สุสาน พี่นางฟ้ากำลังลอยอยู่กลางอากาศ พึมพำร่ายมนต์ด้วยภาษาที่มนุษย์ยากจะเข้าใจ เปี่ยมไปด้วยกลิ่นไอเทพ แต่จางหยางกลับจ้องสุ่ยเยียนเอ๋อร์อย่างดุร้าย ใบหน้าถมึงทึงราวมารปีศาจ

“นายพูดอะไรเหรอ ฉันไม่เห็นรู้เลยอะ” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง ทำสีหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสา

“หืม?” จางหยางหรี่ตา รังสีอันตรายแผ่ซ่านออกมา

“ก็ได้ๆ คนเขาตีเมามันไปหน่อย เลยลืมอะ” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ยักไหล่

“คราวหน้าระวังให้ดี!” จางหยางถอนหายใจ สาวน้อยนี่ออกจะน่ารัก ทำให้ลงโทษหนักไม่ลง

‘เฟี้ยว!’

วิญญาณห้าดวงปรากฏขึ้นที่สุสานอย่างกะทันหัน มองชื่อเหนือศีรษะของพวกเขา นี่ไม่ใช่กิลด์ป้าเจ่อหรือ?

เมื่อเชียนเชียนจวินจื่อเห็นพวกของจางหยางก็ตะลึงไปเล็กน้อย แล้วส่งข้อความลงช่องทั่วไป “เหอๆ พวกนายก็ตายเรียบเหมือนกันเลยนี่!”

สถานะวิญญาณไม่สามารถใช้การ ‘พูด’ ได้ ดังนั้นคนรอบด้านจะไม่ได้ยินสิ่งที่พูด ได้แค่พิมพ์ตัวหนังสือลงในช่องปาร์ตี้ ช่องกิลด์ และช่องทั่วไปเท่านั้น

จางหยางยังไม่ทันจะพูดอะไร รอบด้านก็ ‘เฟี้ยวๆๆๆ!’ อีกห้าครั้ง วิญญาณห้าดวงพลันปรากฏขึ้นมา เป็นอีกปาร์ตี้หนึ่งของกิลด์ป้าเจ่อ จากนั้นสองปาร์ตี้ของกิลด์หลิงเทียนก็มาปรากฏตัวที่สุสานเช่นกัน

“ฮ่าๆ ตายที่ลูกสมุนหมายเลขหนึ่งกันหมดเลย!” เจ้าอ้วนหานพิม์ลงช่องทั่วไป

“ยังมีอีกเจ้าหนึ่งที่ยังไม่ตาย!” อูเทียนเพ่งสายตามอง

“อีนู่หงเหยียน!”

“หรือว่าพวกเธอจะเล่นโหมดยากจริงๆ?” เชียนเชียนจวินจื่อขมวดคิ้วพูดพึมพำ

เป็นธรรมดาที่ลูกสมุนโหมดยากจะไม่โรคจิตเท่าโหมดความตายที่ระเบิดแค่ครั้งเดียวก็ทำเอาตายยกปาร์ตี้แล้ว

“ไป ไปตีต่อ!” จางหยางพูดในช่องปาร์ตี้แล้วก็เริ่มวิ่งไปฟื้นคืนชีพ

หลังจากเข้าดันเจี้ยน คนทั้งห้าก็นั่งลงกินของว่างฟื้นฟูสภาพ ส่วนลูกสมุนสองตัวที่เดินลาดตระเวนทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ได้ตายไปแล้วตัวหนึ่ง แต่เนื่องจากอีกตัวไม่ตาย ดังนั้นหลังจากการต่อสู้หยุดลง มอนสเตอร์ที่ตายไปแล้วตัวนั้นก็ปรากฏขึ้นมาใหม่อีกครั้งทันที ทำให้มีมอนสเตอร์ลูกสมุนสองตัวเดินลาดตระเวนข้างกันเหมือนเดิม

“สาวน้อย จำให้ดีล่ะ ถ้าทำให้ตายยกตี้อีก ระวังฉันจะตีก้นเธอ!” จางหยางขบฟันพูด

“ฮึ!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์หันหน้าหนีอย่างถือดี บุ้ยปากเล็กๆ ยื่นออกมา

“เริ่มตี!” จางหยางหยิบดาบเกล็ดเงินขึ้นมาแล้วปล่อย ‘จู่โจม’ ออกไป

หลังจากฟาดฟันอย่างเหี้ยมหาญดุดันไปหนึ่งชุด มอนสเตอร์ลูกสมุนสองตัวนั้นก็ล้มลงทีละตัวๆ ถึงแม้ว่าสุ่ยเยียนเอ๋อร์จะดูซุกซน แต่ในเวลาสำคัญก็รู้จักหยุด ไม่ทำให้เสียงาน

“ไปต่อ!” ทุกคนก้าวข้ามศพลูกสมุนแล้วเดินหน้าต่อ

ต่อสู้แลกหมัดกันมาตลอดทาง เก็บกวาดมอนสเตอร์ตัวเล็กตัวน้อยไปทีละระลอกๆ จนมาถึงหน้าห้องแห่งหนึ่งที่ด้านในมีธาตุน้ำอยู่สามตัว

“ตีมอนกลุ่มนี้ทำไมอะ ต้องไปทางนั้นนี่!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ชี้ไปที่ทางเดินด้านซ้าย

“มีกล่องสมบัติ ยัยโง่!” จางหยางพูดไปหัวเราะไป

“กล่องสมบัติ!” ดวงตาของไกวเสวี่ยเอ๋อร์และสุ่ยเยียนเอ๋อร์วาววาบขึ้นมาพร้อมกัน

จางหยาง ‘จู่โจม’ กระแทกใส่ธาตุน้ำตัวหนึ่ง ดาบเกล็ดเงินตวัดขึ้นวาดออกไปหนึ่งดาบ ตามด้วย ‘กวาดตามแนวนอน’ ไปติดๆ

ตอนนี้เขามีสกิล ‘สายฟ้าฟาด’ ซึ่งเป็นสกิลโจมตีวงกว้างเพิ่มมาอีกหนึ่ง ความสามารถในการดึงมอนจึงสูงขึ้นไปอีกระดับ ท่ามกลางประกายดาบวูบวาบ ความเกลียดชังของมอนสเตอร์ลูกสมุนทั้งสามได้ยึดแน่นอยู่ที่ตัวจางหยางแล้ว

ภายใต้แสนยานุภาพอันแข็งแกร่งของคนทั้งห้า ลูกสมุนทั้งสามค่อยๆ ร่วงลงไปทีละตัวๆ จนหมด ทันใดนั้นไกวเสวี่ยเอ๋อร์และสุ่ยเยียนเอ๋อร์ก็แย่งกันโผเข้าใส่กล่องสมบัติที่กำลังกะพริบประกายโลหะสีเขียวอ่อนวาววาม ยึดกล่องไว้คนละมุม

“ความรู้สึกนี้ ทำให้คนเมามายหลงใหลจริงๆ!”

“สวยตาค้างไปเลย!”

หญิงสาวสองคนเคลิบเคลิ้มเมามาย คลั่งไคล้เงินตรา

“เอาล่ะๆ รีบๆ เปิดกล่องสมบัติ อย่าลืมล่ะว่าพวกเรายังต้องชิงทำเฟิร์สเคลียร์ดันเจี้ยนอีกนะ!” จางหยางรับท่าทางโง่ๆ พร้อมจะตายเพื่อเงินของผู้หญิงสองคนนี้ไม่ได้แล้ว

เร่งอยู่นานครึ่งค่อนวัน ผู้หญิงสองคนนี้ถึงยอมเป่ายิ้งฉุบอย่างไม่เต็มใจ ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ที่เป่าชนะได้เป็นคนเปิดกล่อง

เมื่อกล่องเปิดออก ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ก็ยื่นมือเข้าไปแตะ ไอเทมชิ้นแรกกระโดดออกมาทันที

[แจ็คเก็ตรัดแน่น] (เกรดทองแดงสีเขียว, เกราะผ้า)

ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +4

ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +24

ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +4

ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +12

เลเวลที่ต้องการ: 20

“ให้ไป่ฟา ตอนนี้ทั้งตัวฉันเป็นเกรดทองแดงสีเขียวหมดแล้ว ติดอาวุธให้เขาก่อน!” เจ้าอ้วนหานปฏิเสธอย่างสุภาพ ไป่ฟาอีจงลงหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายแค่สองครั้งเท่านั้น อุปกรณ์สวมใส่สู้ของเจ้าอ้วนหานไม่ได้

ไป่ฟาอีจงก็ไม่เกรงใจ คำพูดขอบคุณอะไรพวกนั้นเป็นของปลอม การกระทำต่างหากถึงจะพิสูจน์ได้ชัดเจนที่สุด

ไกวเสวี่ยเอ๋อร์แตะอีกครั้ง อุปกรณ์สวมใส่ชิ้นที่สองก็กระโดดออกมาเหมือนกัน

[พิมพ์เขียวงานหล่อ: หินลับมีดเลเวล 2] (พิมพ์เขียวงานหล่อ)

วิธีใช้: สอนให้คุณสามารถหล่อ ‘หินลับมีดเลเวล 2’

ต้องการ: ทักษะงานหล่อระดับกลาง

“มือไม่เลวเลย แป๊ปเดียวก็เปิดได้แล้ว” จางหยางพูดไปยิ้มไป นี่คือพิมพ์เขียวที่มีประโยชน์ที่สุดในการอัพสกิลงานหล่อจากระดับกลางขึ้นไประดับสูง แน่นอนว่าเป็นพิมพ์เขียวที่ดรอปเยอะที่สุดด้วย

จางหยางทอยได้ 35 แต้ม

สุ่ยเยียนเอ๋อร์ทอยได้ 87 แต้ม

“ฮ่าๆ เป็นของฉัน” สุ่ยเยียนเอ๋อร์หัวเราะชอบใจ มองจางหยางแล้วพูด “คุณลุงนิสัยไม่ดี ถ้านายสัญญาว่าอีกหน่อยจะไม่ดุฉันอีก ฉันจะยกพิมพ์เขียวให้นาย”

“ชิ! ใครจะอยากได้” จางหยางส่ายหัวอย่างเด็ดเดี่ยว พิมพ์เขียวอันนี้อัตราการดรอปสูงสุดๆ อีกหน่อยที่ร้านประมูลอยากได้เท่าไหร่ก็มีเท่านั้น แถมยังถูกมากอีกด้วย ไม่เห็นจำเป็นต้องรับการบีบบังคับของสาวน้อยคนนี้!

“ฮึ่ม!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์โกรธจนควันขึ้น ด้วยความไม่ยอม เธอเลยเอาพิมพ์เขียวตีลงไปที่ตัวเรียนรู้ทันที

“เดินหน้าต่อ!”

เมื่อจางหยางสั่งการ ทุกคนจึงรุกคืบหน้าต่อไป จนมาถึงหน้าประตูตำหนักแห่งหนึ่ง ด้านนอกมีธาตุน้ำสองตัวเฝ้าประตูอยู่ รูปร่างสูงใหญ่ว่าตัวอื่นมาก มือถือดาบยักษ์ยาวหนา ร่างกายโปร่งแสงวูบๆ วาบๆ

[ผู้อารักขาธาตุน้ำ] (ชั้นสูง)

เลเวล: 20

ค่าพลังชีวิต: 10000

“ลูกสมุนสองตัวนี้ทำดาเมจสูงมาก แถมยังสามารถล้างความเกลียดชังชั่วคราว แล้วปล่อย ‘จู่โจม’ ใส่กลุ่มผู้เล่นระยะไกล จากนั้นก็ปล่อยสกิลที่ประมาณเดียวกันกับสกิล ‘ฟาดฟันพายุหมุน’ เข้าใส่ แต่ว่าค่าดาเมจสูงกว่าสกิลของพวกผู้เล่นหลายเท่า!” จางหยางยังไม่เปิดมอนทันที แต่อธิบายสกิลของมอนสเตอร์สองตัวนี้แทน “หลังจากเริ่มโจมตี แต่ละคนอยู่ให้ห่างกันหน่อย อย่าไปอยู่ชิดกันมาก ไม่งั้นพอ ‘ฟาดฟันพายุหมุน’ พัดมาก็ได้แต่รอความตายอย่างเดียวแล้ว!”

“ฉันลุยล่ะนะ!” จางหยางปล่อย ‘จู่โจม’ แล้วพุ่งเข้าไป ทำให้มอนสเตอร์ตัวหนึ่งติดสตันก่อน จากนั้นก็หันมาโจมตีมอนสเตอร์อีกตัวหนึ่ง

‘-352!’

มอนสเตอร์ตัวหนึ่งติดสตัน แต่อีกตัวกลับขยับดาบหนักในมือฟันเข้าใส่จางหยางอย่างเหี้ยมโหด

‘ป้องกัน!’

‘-91!’ ป้องกันแล้วโจมตีกลับ

‘-197!’ โจมตีด้วยโล่

‘-675!’

‘-701!’ กวาดตามแนวนอน

เมื่อมอนสเตอร์อีกตัวสติกลับคืนก็ลงมือตีจางหยางอย่างหนักหน่วงทันที

‘-91!’

‘-91!’ สายฟ้าฟาด

‘ติ๊ง! ผู้อารักขาธาตุน้ำใช้ทักษะ ‘จู่โจม’!’

ขณะที่เสียงเตือนจากระบบดังขึ้น ผู้อารักขาธาตุน้ำตัวหนึ่งก็ปล่อย ‘จู่โจม’ ใส่ไป่ฟาอีจงทำให้ติดสตัน จากนั้นดาบหนักก็ขยับหมุน ปล่อยเงาดาบหลายวงออกมา

‘ติ๊ง! ผู้อารักขาธาตุน้ำใช้ทักษะ ‘ระบำดาบพายุหมุน’, สร้างความเสียหาย 300 แต้มต่อเป้าหมายที่อยู่รอบด้าน ค้างไว้เป็นระยะเวลา 5 วินาที!’

“ทุกคนออกห่างจากมอนตัวนั้นไกลๆ!” จางหยางรีบตะโกนเสียงดัง ขณะนั้นเองผู้อารักขาธาตุน้ำอีกตัวก็จู่โจมเข้ามา เป้าหมายเป็นไป่ฟาอีจงเช่นกัน

‘ติ๊ง! ผู้อารักขาธาตุน้ำใช้ทักษะ ‘ระบำดาบพายุหมุน’, สร้างความเสียหาย 300 แต้มต่อเป้าหมายที่อยู่รอบด้าน ค้างไว้เป็นระยะเวลา 5 วินาที!’

มอนสเตอร์ทั้งสองตัวใช้ ‘ระบำดาบพายุหมุน’ พร้อมกัน อานุภาพแก่กล้า ไป่ฟาอีจงยังไม่ทันจะวิ่งหนี เหนือศีรษะก็มีตัวเลขค่าดาเมจ ‘-285!’ และ ‘-285!’ ปรากฏขึ้นมาติดๆ กัน ปริมาณเลือดลดลงอย่างรุนแรง ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ไม่มีทางเติมเลือดได้ทัน

‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘ไป่ฟาอีจง’ ตาย!’

จางหยางก็เองไม่กล้าบุกเข้าใส่ เมื่อปล่อยสกิลนี้ออกมาแล้ว ทุกเป้าหมายที่อยู่ในขอบเขตจะได้รับการโจมตีที่ไม่แตกต่างกัน สกิล ‘ป้องกัน’ ต้านการโจมตีได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ที่เหลือต้องอาศัยค่าการป้องกันทนรับการโจมตี ถึงแม้ว่าเขาจะมีค่าพลังชีวิต 1720 แต้ม แต่ก็ทนรับการโจมตีของมอนสเตอร์สองตัวพร้อมกันไม่ได้อยู่ดี!

รอจนกระทั่งสกิล ‘ระบำดาบพายุหมุน’ ของมอนสเตอร์สองตัวนี้สิ้นสุดลง ค่าความเกลียดชังกลับมาเป็นปกติ มอนสเตอร์สองตัวนี้ก็วิ่งกลับมาโจมตีจางหยางโดยอัตโนมัติ

.....................................................................

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 050 ตอนที่ 50