Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 054 ตอนที่ 54
บทที่ 54 เฟิร์สเคลียร์ที่สอง
“เจ้าอ้วน นายเลวมากอะ!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์กุมปากหัวเราะ
“สาวน้อย นี่เขาเรียกว่ากลยุทธ์หลอกศัตรูให้ตายใจ เธอน่ะไม่เข้าใจ!” เจ้าอ้วนหานได้ใจสุดๆ ทำท่าทางราวกับตัวเองเป็นผู้ชาญฉลาดเทียบได้กับขงเบ้ง
“เยียนเอ๋อร์ นี่เขาเรียกว่าให้มองคนจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เจ้าอ้วนคนนี้ขนาดเล่นเกมยังหลอกคน แสดงว่าในชีวิตจริงก็ต้องเป็นจอมหลอกลวงเหมือนกัน นี่เป็นตัวอย่างด้านลบที่ดีที่สุดให้ได้ศึกษา อีกหน่อยเจอคนประเภทนี้ จะต้องพยายามรักษาระยะห่างจากเขาไว้ล่ะ!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์พูดด้วยท่าทางจริงจัง
สุ่ยเยียนเอ๋อร์รีบยืนตรง ทำท่าตะเบ๊ะแบบไม่ค่อยจะเหมือนแล้วพูด “ครับ หัวหน้า!”
ทุกคนอดหัวเราะเสียงดังไม่ได้ ส่วนเจ้าอ้วนหานกลับส่ายหัวไม่หยุดพลางพูด “พี่อ้วนน่ะเป็นวัยรุ่นที่มีครบสี่ประการที่ทุกวันนี้ไม่ค่อยจะมีให้เห็นแล้วเชียวนะ พวกนายน่ะไม่รู้จักของดี!”
“สี่ประการอะไรบ้าง?” ไป่ฟาอีจงที่ตลอดมาค่อนข้างเงียบ นานๆ จะเข้าร่วมวงคึกคักกับเขาสักที
“มีความโลภเล็กน้อย!”
“มีความลามกเล็กน้อย!”
“มีความเลวเล็กน้อย!”
“มีความอ้วนเล็กน้อย!”
“เชี่ย!” หลังจากคนทั้งสี่ฟังจบก็พร้อมใจกันชูนิ้วกลางให้เจ้าอ้วนอย่างแสดงความดูถูก
จากนั้นก็พากันเข้าดันเจี้ยนฟื้นคืนชีพ แล้วพุ่งปรี่ไปหาบอสหมายเลขสอง เมื่อเข้ามาในห้องของบอสคนทั้งห้าก็นั่งลงกินของว่างเพื่อฟื้นฟูสภาพ
“ลุยล่ะ!”
จางหยางกับสุ่ยเยียนเอ๋อร์ปล่อย ‘จู่โจม’ ออกมาแทบจะพร้อมกัน เสียง ‘ฉั่วะ!’ ดังขึ้นก็พุ่งเข้าไปถึงร่างของบอสทันที
‘ยั่วยุ!’
จางหยางดึงความเกลียดชังของบอสได้ทันใด แล้วปล่อยสกิล ‘ป้องกัน’ ตามออกไปติดๆ ขณะเดียวกันดาบเกล็ดเงินก็ขยับวูบ ร่างของบอสพลันมีตัวเลขค่าดาเมจ ‘-335!’ ลอยขึ้นมา ค่าความโกรธเพิ่มสูงขึ้นเป็น 34 แต้ม จางหยางปล่อย ‘ทลายเกราะ’ ซ้ำลงไปเพื่อดึงความเกลียดชังให้นิ่ง ขณะเดียวกันก็ตี ‘กวาดตามแนวนอน’ ออกไปด้วย
จนกระทั่งเวลาสองวินาทีที่บังคับให้บอสโจมตี จาก ‘ยั่วยุ’ สิ้นสุดลง จางหยางก็ดึงความเกลียดชังได้นิ่งเรียบร้อย และยังปล่อย ‘ทลายเกราะ’ ชั้นที่สองออกไปอีกด้วย
วิญญาณดินเอิร์ธพูดด้วยเสียงแหบพร่า “ผู้บุกรุก ข้าไม่มีทางยอมให้พวกเจ้าทำลายแผนการของท่านลอร์ดมาจาเวย์เด็ดขาด เผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดจะต้องตาย!” พูดอารัมภบทเรียบร้อย มันก็ไล่โจมตีจางหยางอย่างเหี้ยมโหด
“หวาย! จะทำลายมนุษย์ทั้งหมด ไม่ผิดไปจากที่คิด สารเลวทุกตัวมีฝันอันยิ่งใหญ่แบบนี้กันทั้งนั้น” สุ่ยเยียนเอ๋อร์พูดไปหัวเราะไป
“ที่จริงมาจาเวย์ก็เป็นคนน่าสงสารนะ” จางหยางพูดขึ้นมา ขณะเดียวกันก็ทำดาเมจไปด้วย
“หือ?”
“พวกนายไม่ได้ดูการแนะนำของทางการเหรอ ทุกดันเจี้ยนมีเรื่องราวภูมิหลังทั้งนั้น” จางหยางพูด
“พี่อ้วนดูแค่ว่าจะดรอปอุปกรณ์สวมใส่อะไรบ้าง!”
“เจ๊ก็สนแค่ว่ามันจะดรอปเงินเท่าไหร่”
“ตื้นเขินกันจัง เขาอุตส่าห์ทำออกมามีชีวิตชีวา ละเอียดลออ พอมาอยู่ต่อหน้าพวกนายกลับกลายเป็นการสีซอให้ควายฟัง พวกไม่รู้จักคุณค่าสิ่งของ!” จางหยางส่ายหัวไม่หยุด
“ชิ! ทำมาเป็นลึกซึ้ง แก่เร็วแน่!” ใบหน้าของสุ่ยเยียนเอ๋อร์เต็มไปด้วยความดูถูก
“คิดซะว่าฟังเรื่องเล่า เล่าให้ฟังหน่อย!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์กลับคืนสภาพเดิมเรียบร้อย เริ่มส่งสายตาปิ๊งๆ ยั่วยวนอีกครั้ง
“ในเรื่องเล่าไว้ว่า เดิมทีมาจาเวย์เป็นนักเวทที่พอมีชื่อเสียงเล็กน้อย อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของคณะนักเวทหลวง หลายปีก่อนหน้านั้น ขณะที่เขาติดตามกองทัพไปรับมือกับกองทัพของเผ่าอันเดดที่เข้ามารุกราน ภรรยาที่เป็นรักแท้ของเขากลับถูกคนชั้นสูงข่มขืนจนฆ่าตัวตาย เมื่อมาจาเวย์กลับมาแล้วได้รับรู้เรื่องราว จึงไปหาคนชั้นสูงนั่นเพื่อแก้แค้น แต่เขากลับถูกใส่ความว่าเป็นโจรกบฏแทน ทำให้ประชาชนทุกคนในเมืองมองเขาด้วยสายตาเคียดแค้น ซ้ำยังถูกนำไปขังคุกตายรอวันประหารชีวิต”
“มาจาเวย์ที่สิ้นหวังได้มอบวิญญาณให้กับปีศาจ ทำให้เขาได้รับพลังอันไม่มีที่สิ้นสุด เขาหนีออกจากคุกแล้วสังหารผู้คนทั่วเมืองสโนว์โซลจนหมดสิ้น! จากนั้นเขาก็ยึดครองเมืองสโนว์โซล เรียกธาตุจำนวนนับไม่ถ้วนมาป้องกันเมืองแทนเขา ตีกองทัพของอาณาจักรถอยร่นไปครั้งแล้วครั้งเล่า”
จางหยางเล่าเรื่องอย่างไหลลื่นมีชีวิตชีวา แต่ทันใดนั้นเขาก็ร้องเสียงดังผิดปกติออกมา “เชด! ใจลอยอะไรกัน ตีต่อสิ!”
คนทั้งสี่ราวกับตื่นขึ้นมาจากความฝัน สุ่ยเยียนเอ๋อร์เบะปาก “มาจาเวย์น่าสงสารจัง”
“เฮ่อ! ถ้าอีกหน่อยได้แต่งงานกับผู้ชายที่รักและซื่อสัตว์แบบมาจาเวย์ก็ดีสิ!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์พูดด้วยความใฝ่ฝันเต็มเปี่ยม
“เจ๊ แค่รักและซื่อสัตว์จะไปพออะไร ยังต้องเป็นคนจริงใจตรงไปตรงมา กล้าหาญ หล่อเหลา ไม่เสแสร้งด้วย! เกิดเจอแบบเดียวกับพี่อ้วน ต่อให้รักและซื่อสัตว์ยังไงก็ไม่ไหวอะ!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์กวาดสายตาไปมองเจ้าอ้วนหาน หัวเราะชอบอกชอบใจ
เจ้าอ้วนหานหงอยไปเลย แค่พูดล้อเล่นไปไม่กี่ประโยคเอง ทำไมถึงได้กลายเป็นศัตรูสาธารณะไปแล้วล่ะ?
“ผู้บุกรุกโง่เง่า พวกเจ้าทำให้ข้าโกรธแล้ว!” ร่างของวิญญาณดินเอิร์ธมีแสงสีแดงวาบขึ้นมา เพียงพริบตาพลังการโจมตีก็สูงขึ้นไปอีกระดับ
‘ติ๊ง! วิญญาณดินเอิร์ธได้รับเอฟเฟกต์ ‘เติบโต’ (ชั้นที่ 1), เพิ่มค่าการโจมตีทุกชนิด 5%!’
“เอาล่ะ ไม่เล่าเรื่องแล้ว อัดบอสเต็มพลัง!” จางหยางฟาดฟันบอสสุดกำลังอย่างดุดัน
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ ได้รับผลกระทบจากเอฟเฟกต์ ‘ฟาดรุนแรง’, ติดสตัน 2 วินาที!’
‘-305!’
‘-316!’
‘-84!’
‘+120!’
‘-312!’
‘+297!’
‘-301!’
‘-84!’
คราวนี้ไกวเสวี่ยเอ๋อร์เปลี่ยนไปใช้สกิล ‘บทสวดศักดิ์สิทธิ์’ ซึ่งใช้เวลาร่ายเวท 1.5 วินาที ปล่อยแทรกเข้าไประหว่างการโจมตีต่อเนื่องของบอสได้ง่ายมาก ถึงแม้ว่าการโจมตีชุดนี้จะโหด แต่ก็ยังคงรักษาปริมาณเลือดของจางหยางไว้ได้ที่ประมาณ 900 แต้ม
เขาหลบการโจมตีครั้งหนึ่ง แล้วปล่อย ‘ป้องกัน’ ออกไป ให้เวลาไกวเสวี่ยเอ๋อร์ได้ร่ายเวท ‘เฟี้ยว!’ ‘+398’ ‘เวทรักษาทรงพลัง’ วาบขึ้นมา ปริมาณเลือดของจางหยางสูงเกิน 70% ทันที
90%, 80%, ………. เลือดของบอสลดลงไม่หยุด แต่ในขณะเดียวกันบอสก็ไม่หยุด ‘เติบโต’ ค่าดาเมจโหดขึ้นเรื่อยๆ 5%, 10%, 15%,
“ดีมาก รักษาฟอร์มการเล่นแบบนี้ไว้ รอบนี้พวกเราต้องผ่านแน่!” จางหยางพูดเสียงดัง
“ผู้บุกรุกที่น่าหัวเราะ ข้าจะบดขยี้พวกเจ้าทั้งหมดให้กลายเป็นผุยผง!” วิญญาณดินเอิร์ธตะคอกออกมาอย่างเกรี้ยวกราด บนร่างมีแสงสีแดงวูบขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งตอนที่ปริมาณเลือดลดลงเหลือ 10% เขาก็ซ้อนสกิล ‘เติบโต’ ได้ 12 ชั้นแล้ว!
“เวลาที่อันตรายที่สุดมาถึงแล้ว!” จางหยางตะโกนขึ้นมา
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ ได้รับผลกระทบจากเอฟเฟกต์ ‘ฟาดรุนแรง’, ติดสตัน 2 วินาที!’
‘-487!’
‘-128!’
‘+120!’
‘-482!’
‘-489!’
‘+302!’
‘-128!’
‘-491!’
หลอดเลือดของจางหยางได้ผ่านพ้นช่วงกระเด้งรัวๆ อย่างบ้าคลั่งอกสั่นขวัญแขวน มาหยุดลงตอนที่เลือดเหลือริบหรี่เพียง 57 แต้มเท่านั้น!
แต่ขณะนี้การโจมตีระลอกใหม่ของบอสมาถึงอีกครั้งแล้ว!
‘หลบ!’
‘ป้องกัน!’
จางหยางรีบกดขวดเลือด ยื้อเวลาไว้จนกระทั่งไกวเสวี่ยเอ๋อร์ร่าย ‘เวทรักษาทรงพลัง’ เสร็จ
‘+399!’
ในที่สุดก็รอดพ้นจากอันตราย!
9%, 8%, 7%… บอสหลีกหนีความตายไม่พ้นแล้ว!
4%!
3%!
2%!
1%!
0%!
“ท่านลอร์ดมาจาเวย์จะต้องชุบชีวิตข้าแน่นอน! คราวหน้าข้าจะบด......ขยี้......พวก......เจ้า!” หลังจากพูดคำสั่งเสียประโยคหนึ่ง วิญญาณดินเอิร์ธก็ล้มครืนลงไป!
“ผ่านแล้ว!”
จิตใจทุกคนผ่อนคลายลง จากนั้นก็โห่ร้องดีใจเสียงดังออกมาทันที
‘ติ๊ง! ปาร์ตี้ของคุณได้ฆ่า ‘วิญญาณดินเอิร์ธ’ คุณได้รับค่าประสบการณ์ 26,450 แต้ม (รางวัลปาร์ตี้ 50 แต้ม)!’
‘ติ๊ง! ปาร์ตี้ของคุณประสบความสำเร็จในการผ่านด่านรังของมาจาเวย์: ตำหนักหน้า (โหมดความตาย) เป็นลำดับแรก, ผลงานอันยิ่งใหญ่นี้จะได้รับการบันทึกไว้ในทำเนียบผ่านด่านความตายเป็นลำดับแรก ในฐานะที่เป็นหัวหน้า กรุณาตั้งชื่อให้ปาร์ตี้ของพวกคุณ!’
จางหยางคิดเล็กน้อยแล้วพูด “สาวน้อย เอามา 1,000 เหรียญทอง แล้วจะเขียนชื่อปาร์ตี้ที่ทำเฟิร์สเคลียร์เป็นชื่อกิลด์ของพวกเธอ!”
“ว๊าก! ไอ้คุณลุงนิสัยไม่ดี พวกเราคุ้นเคยกันขนาดนี้แล้ว นายยังจะเก็บเงินพวกเราอีก ไม่ได้เรื่องเลย!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ตะโกนโวยวายเสียงดัง คิดจะเอาเงินจากเธอ ระดับความยากนั้นพอๆ กับทะลึ่งไปขโมยเงินจากธนาคาร!
“คุ้นเคยก็ส่วนคุ้นเคย ธุรกิจก็ส่วนธุรกิจนะ” จางหยางตั้งใจแกล้งเธอ
“อย่าน่า” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เริ่มเลียนแบบวิธีการส่งสายตาวิ๊งๆ ของไกวเสวี่ยเอ๋อร์ แต่สายตายั่วยวนแบบนั้นเธอพยายามอยู่นานก็ยังส่งออกไปไม่ได้สักครั้ง ทำเอาเธอเหนื่อยแทบตาย! สาวน้อยจึงกระทืบเท้าแล้วพูด “อย่างมากฉันก็ให้นายได้แค่รูปนู้ดของไกวเสวี่ยเอ๋อร์เท่านั้น! รูปนู้ดเลยนะ!”
“ยัยเด็กแสบ พูดซี้ซั้วอะไรน่ะ!” คิ้วเรียวของไกวเสวี่ยเอ๋อร์เลิกสูงขึ้น สายตาเจ้าเสน่ห์กระแทกใจคนโปรยออกมาเองตามธรรมชาติ
“มีจริงๆ หรอ?” เจ้าอ้วนหานเข้าร่วมวงคึกคักด้วยอีกคน
“แน่นอนอยู่แล้ว!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ยืดอกขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะแบนก็ตาม
ตอนแรกไกวเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้เห็นเป็นจริงเป็นจังอะไร แต่พอมองเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายที่ปรากฏอยู่เต็มใบหน้าของสาวน้อย ก็อดรู้สึกสงสัยขึ้นมาไม่ได้ “เธอคงไม่ได้มีจริงๆ....”
“คริๆ!”
“ยัยเด็กเหม็นเน่า ถ่ายไปตั้งแต่เมื่อไหร่หา?”
“ก็เธอชอบไม่ปิดประตูตอนอาบน้ำนี่ มีหลายครั้งที่คนเขาบังเอิญถือมือถือเดินผ่านไปพอดี ไม่ทันระวังก็ถ่ายติดมาเองน่ะ!”
“ยัยเด็กนี่ เธอตายแน่!” เสียงของไกวเสวี่ยเอ๋อร์ดังขึ้นกว่าเดิมทันที
เจ้าอ้วนหานที่ตาเป็นประกายสีแดงเมามายไปแล้วพูดขึ้น “น้องเยียนเอ๋อร์ พวกเราคุ้นเคยกันขนาดนั้น....”
“ไปไกลๆ เลย ไม่รู้จักนาย!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เบะปากเล็กๆ ของเธอ
จางหยางหัวเราะพลางพูด “เฟิร์สเคลียร์ดันเจี้ยนนี้เขียนชื่อกิลด์ของพวกเธอ ดันเจี้ยนหน้าต้องเขียนชื่อกิลด์ของพวกเรา!”
“เอ๋! นายเข้ากิลด์ตั้งแต่เมื่อไหร่?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ถามด้วยความแปลกใจ
“ยังไม่เข้า แต่ว่าพอเล่นสองดันเจี้ยนนี้จบ ฉัน เจ้าอ้วนหาน และไป่ฟาอีจงจะออกไปตั้งกิลด์ขึ้นมา! ว่าไง พวกเธอสนใจจะเข้ากิลด์เรามั้ย?” จางหยางมองไปที่ผู้หญิงสองคน พวกเธอเป็นเมล็ดพันธุ์ชั้นดี ควรค่าแก่การบ่มเพาะ!
“ทำไมจะต้องยุ่งยากขนาดนั้นด้วย?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เบะปากแล้วพูด “พวกนายมาอยู่กิลด์เรา ฉันเอาตำแหน่งหัวหน้ากิลด์ให้นายก็จบแล้ว”
“เอ๋! เธอตัดใจได้?” จางหยางตกตะลึง
“ก็ไม่เห็นจะมีอะไร ที่ฉันกับเจ๊ตั้งกิลด์ก็แค่นึกสนุกขึ้นมาเฉยๆ เป็นหัวหน้ากิลด์เหนื่อยจะตาย ต้องคอยจัดการนั่นจัดการนี่ทั้งวัน ฉันไม่อยากเป็นตั้งนานแล้ว ถ้านายยอมรับไปทำฉันจะยินดีเป็นอย่างยิ่งเลย!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์พูดอย่างไม่ใส่ใจ
จางหยางกลับคิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะดำเนินมาอย่างนี้ เขาพูด “พวกเธอต้องคิดดูให้ดีๆ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ไม่เหมือนกับเกมอื่นๆ อีกหน่อยจะมีคนเข้ามาเล่นเกมเยอะมาก เยอะมากจริงๆ จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นโลกใบที่สอง ถ้าหากกิลด์นี้ดำเนินการได้ดี นั่นจะทำเงินได้มากมายเลยนะ!”
“พอแล้วๆ นายเป็นผู้ชายชัดๆ ทำไมพล่ามขนาดนี้ ไม่ฉับไวตรงไปตรงมาเอาซะเลย! เห็นด้วยมั้ยเจ๊?”
“อืม อีกเดือนกว่าๆ ก็จะเปิดเทอม เยียนเอ๋อร์ก็จะไม่ค่อยมีเวลาเล่นเกมแล้ว ถ้านายยอมรับกิลด์ไปจัดการต่อจะดีมากจริงๆ!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์พยักหน้า
จางหยางอดรู้สึกได้รับความไม่เป็นธรรมแทนคนของกิลด์ต้าโม่กูเยียนไม่ได้ ดันไปอยู่กับหัวหน้าที่ไม่มีความรับผิดชอบอย่างสองคนนี้เสียนี่ เขาคิดๆ ดูแล้วพูด “งั้นตกลง เธอเพิ่มพวกเราเข้าไปในกิลด์! เจ้าอ้วน ถอนตัวออกจากกิลด์เดิมก่อนเลย!”
เจ้าอ้วนหานใบหน้าเต็มไปด้วยความเสียดาย “เฮ่อ! พี่อ้วนออกจะหล่อเหลานิสัยดีไม่เสแสร้งขนาดนี้ หลังจากไปแล้ว สาวสวยกลุ่มนั้นต้องคิดถึงจนคลั่งแน่นอน!”
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์’ เชิญคุณเข้าร่วมกิลด์ต้าโม่กูเยียน ตอบรับหรือไม่?’
จางหยางกดตอบรับ เพียงไม่นานก็เห็นช่องกิลด์มีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมา
----- ผู้เล่น ‘เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน’ ได้เข้าร่วมกิลด์
----- ผู้เล่น ‘ไป่ฟาอีจง’ ได้เข้าร่วมกิลด์
จากนั้นจางหยางก็กรอกชื่อ ‘ต้าโม่กูเยียน’ ลงไปทันที หลังจากกดยืนยัน เซิร์ฟเวอร์ก็เริ่มฟลัดประกาศอย่างบ้าคลั่งจนแดงเถือกไปหมด
‘ประกาศจากเซิร์ฟเวอร์: ปาร์ตี้ ‘ต้าโม่กูเยียน’ ได้ผ่านด่านรังของมาจาเวย์: ตำหนักหน้า (โหมดความตาย) เป็นลำดับแรกของเซิร์ฟเวอร์, ความสำเร็จนี้จะได้รับการบันทึกไว้ในทำเนียบผ่านด่านโหมดความตายเป็นลำดับแรก (ภูมิภาคจีน)!’
‘ประกาศจากเซิร์ฟเวอร์: ผู้เล่น ‘จ้านอวี้’ (หัวหน้า) ได้ผ่านด่านรังของมาจาเวย์: ตำหนักหน้า (โหมดความตาย) เป็นลำดับแรกของเซิร์ฟเวอร์, ได้รับรางวัล 10 เหรียญทองจากระบบ, คะแนนทักษะ 1 แต้ม, คะแนนความนิยมเหนือทุกเผ่าพันธุ์ภายในสหพันธ์ 500 แต้ม!’
‘ประกาศจากเซิร์ฟเวอร์: ผู้เล่น ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์……….’
.....................................................................