Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 055 ตอนที่ 55
บทที่ 55 ย้ายสมรภูมิสู่ตำหนักกลาง
หลังจากเซิร์ฟเวอร์แดงเถือกไปหมด สมาชิกทั้งยี่สิบคนจากสี่ปาร์ตี้ของกิลด์ป้าเจ่อและกิลด์หลิงเทียนก็อยู่ในสภาพเอ๋อรับประทานอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกที่ไม่ได้กำลังต่อสู้อยู่ก็ยังดี แต่พวกที่กำลังตีบอสอยู่ ต้องตายยกปาร์ตี้เพราะเรื่องนี้ในพริบตา ‘เฟี้ยวๆๆ!’ ใน 20 คนมี 15 คนไปโผล่ที่สุสาน
ผลงานนี้น่าตื่นตะลึงเกินไปแล้ว! พวกเขายังทุ่มเทสุดกำลังลำบากลำบนอยู่ที่บอสหมายเลขหนึ่งอยู่เลย แต่คนอื่นกลับ ‘ฉั่วะๆๆ’ กำจัดบอสเฝ้าด่านตัวสุดท้ายทิ้งไปเสียแล้ว แม่มันเถอะ นี่ยังจะให้แข่งอะไรอีก!
ตัดมาที่กิลด์อีนู่หงเหยียน
“พี่เสวี่ย พี่ฉลาดจริงๆ เลย!’ ชื่อเซวี่ยเหมยกุ้ยที่กำลังมองดูศพของวิญญาณไฟฟาร์ล้มครืนลงไปกองกับพื้นพูดขึ้นมาด้วยความนับถือ “ไม่ผิดไปจากที่พี่พูดเลยว่าพวกของจ้านอวี้ต้องเป็นตี้แรกที่คว้าตำหนักหน้าไปได้ ถ้าพวกเราเลือกดันเจี้ยนเดียวกับพวกเขา ตอนนี้คงต้องร้องไห้แล้ว!”
ที่นี่คือรังของมาจาเวย์: ตำหนักกลาง
ถึงแม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองปาร์ตี้ของกิลด์อีนู่หงเหยียนจะเข้าไปที่ตำหนักหน้า แต่เพียงแค่สองนาทีให้หลังพวกเธอก็ออกมาทันที ย้ายสมรภูมิมาที่ตำหนักกลางแทน
ตามข้อมูลที่ทางการแสดงไว้ บอสสองตัวของตำหนักกลางมีเลเวลไม่เท่ากันคือ เลเวล 23 และ 24 สูงกว่าตำหนักหน้าที่เป็นบอสเลเวล 21 และ 22 เล็กน้อย ตามความคิดของคนทั่วไป จะต้องเล่นจากง่ายแล้วค่อยไปยาก แต่หัวหน้ากิลด์อีนู่หงเหยียนกลับตัดสินใจทำตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
เสวี่ยเชียนสุนเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา หลังจากนั้นคิ้วเรียวก็ขมวดเล็กน้อย เธอพูด “ถึงแม้ว่าฉันจะเดาถูกว่าพวกของจ้านอวี้ต้องผ่านตำหนักหน้าแน่ แต่ความเร็วระดับนี้เกินกว่าที่ฉันคาดการณ์ไว้! ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเราจะผ่านบอสตัวแรกได้แล้ว แต่ถ้าพวกของจ้านอวี้ย้ายมาตีตำหนักกลางทันที สุดท้ายใครจะเป็นผู้ชนะก็ยังไม่รู้เลยจริงๆ”
“จะเป็นไปได้ยังไง?” ใบหน้าของชื่อเซวี่ยเหมยกุ้ยเขียนคำว่าไม่เชื่ออยู่เต็มไปหมด “ขนาดพวกเรารู้สกิลของบอสตัวนี้มาก่อนหน้า ศึกษาตั้งหลายวันกว่าจะคิดแผนการต่อสู้ออกมาได้ ยังตายตั้งสี่ห้าครั้งถึงจะผ่าน หรือว่าพวกเขาก็มีญาติเป็นคนร่วมออกแบบดันเจี้ยนนี้เหมือนกัน!”
เสวี่ยเชียนสุนคิดเล็กน้อย จากนั้นส่ายหัวพลางพูด “ตามที่พี่ชายฉันบอก ตอนที่ออกแบบสกิลของบอส แต่ละคนรับผิดชอบส่วนของตัวเองเท่านั้น ห้ามแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน แถมคนออกแบบตอนแรกสุดกับคนที่ทดสอบและแก้ไขระบบในตอนหลังยังไม่รู้จักกันอีก ไม่มีทางที่จะมีใครรู้สกิลของบอสทั้งดันเจี้ยนได้! พวกเราก็รู้แค่สกิลของบอสตัวแรก แต่บอสตัวที่สองก็ต้องคลำตั้งแต่ต้นเหมือนกัน อย่าโลกสวยขนาดนั้น! ฉันกลับหวังว่าเป็นเพราะพวกของจ้านอวี้รู้ข้อมูลภายในถึงผ่านตำหนักหน้ามาได้เร็วขนาดนี้ ไม่อย่างนั้น.....”
เธอหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “ทุกคนพยายามอีกหน่อย ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเราจะนำหน้าพวกของจ้านอวี้ไปก้าวหนึ่ง แต่ก็ห้ามประมาทผ่อนคลายลงเพราะเหตุนี้เด็ดขาด! ความสามารถของพวกเขา..... แข็งแกร่งมาก!”
“สู้ๆ!”
..........
ส่วนทางด้านคนของกิลด์ต้าโม่กูเยียน พวกเขาเพิ่งจะตื่นเต้นดีใจที่ ‘คนมีชื่อเสียง’ อย่างพวกของจางหยางสามคนมาเข้ากิลด์ได้ไม่นาน ฉับพลันนั้นก็ถูกการฟลัดประกาศของเซิร์ฟเวอร์ทำให้ตกตะลึงซ้ำเข้าไปอีก! ผ่านไปครู่ใหญ่ ช่องกิลด์ถึงพลุกพล่านจ้อกแจ้กจอแจขึ้นมา ถึงแม้ว่าคนที่ทำเฟิร์สเคลียร์ได้จะไม่ใช่พวกเขา แต่ว่าอยู่กิลด์เดียวกัน อย่างไรก็ยังรู้สึกมีเกียรติสูงสุดอยู่ดี!
เสียงชื่นชมบ้าง เสียงแสดงความยินดีบ้าง ขอให้พาไปเล่นด้วยบ้าง คึกคักสุดๆ ในพริบตา
‘ติ๊ง! ผู้เล่น ‘สุ่ยเยียนเอ๋อร์’ มอบตำแหน่งหัวหน้ากิลด์ให้ ‘จ้านอวี้’ ขณะนี้ ‘จ้านอวี้’ ได้เป็นหัวหน้ากิลด์คนใหม่!’
มีข่าวใหญ่อีกแล้ว!
ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น คนของกิลด์ต้าโม่กูเยียนกลับไม่มีการต่อต้านใดๆ ขึ้นมา ซ้ำยังดีใจกันยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!พวกเขาได้ยินชื่อเสียงอันโด่งดังของ ‘จ้านอวี้’ มานานแล้ว ทุกคนรู้ดีว่าเขาร้ายกาจมาก มียอดฝีมือขนาดนี้มาเป็นผู้นำกิลด์ ยังต้องกลัวว่ากิลด์จะไม่เติบโตยิ่งใหญ่ขึ้นอีกหรือ?
“พวกเราจะพักกันซักแป๊บ หรือว่าไปตีตำหนักกลางต่อเลย?” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ถามจางหยาง
“แน่นอนว่าพวกเราต้องอาศัยจังหวะที่กำลังฮึกเหิมเต็มที่ลุยให้หนักกว่าเดิม!” จางหยางพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่ว่าก่อนหน้านั้น พวกเราต้องแบ่งอุปกรณ์สวมใส่กันก่อน!” เขาชี้ไปที่ศพของวิญญาณดินเอิร์ธ
“ฉันเปิด! ให้ฉันเปิด!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์กระโดดอย่างตื่นเต้น รีบพุ่งไปแย่งเปิดทันที
[บูธหินหนัก] (เกรดทองแดงสีเขียว, เกราะเหล็ก)
ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +6
ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +12
ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +6
ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +2
เลเวลที่ต้องการ: 20
“ตัวแทงค์เลือดจาง อุปกรณ์สวมใส่อันนี้ยกให้นายก่อนเลย!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์กดปล่อยวางเป็นคนแรก “นายจะได้ไม่ต้องถูกฆ่าตายในวิเดียวอีก!”
การโจมตีรุนแรงของบอสก่อนหน้านี้ ได้ทำให้ความกลัวโหมกระพืออยู่ในใจของทุกคน ดังนั้นทุกคนจึงเกิดความรู้สึกร่วมกันว่าต้องติดอาวุธให้ตัวแทงค์ก่อนแล้ว
จางหยางจึงรับไปตามมารยาท บอสโหมดความตายนั้นโหดจริงๆ ถ้าไม่เพิ่มปริมาณเลือดให้มากสักหน่อยจะอันตรายเกินไป เขาเปลี่ยนอุปกรณ์สวมใส่ ขณะเดียวกันก็นำแต้มสกิลที่เพิ่งได้มาใหม่เติมเข้าไปที่สกิล ‘ป้องกัน’ ระยะเวลาคูลดาวน์ของสกิล ‘ป้องกัน’ ลดลงมาเป็น 5 วินาทีแล้ว
“สหายจากกิลด์ต้าโม่กูเยียน ยินดีด้วยนะ คว้าเฟิร์สเคลียร์ดันเจี้ยนได้เร็วขนาดนี้” เชียนเชียนจวินจื่อส่งข้อความลงช่องทั่วไป “ฉันขอเป็นตัวแทนของกิลด์ป้าเจ่อร่วมแสดงความยินดีกับพวกนาย!”
“ไอ้กะล่อน ปากกับใจไม่ตรงกัน!” อูเทียนพูดเย้ยหยันทันที
“หมาจรจัดมาจากไหนเนี่ย เห่าไปทั่ว!” ฝั่งกิลด์ป้าเจ่อเองก็มีคนเริ่มเปิดฉากด่าออกมาทันควัน
คนของกิลด์หลิงเทียนก็ไม่ยอมแพ้ พูดคำหยาบสวนกลับในฉับพลัน เพียงชั่วเสี้ยวขณะช่องทั่วไปก็เต็มไปด้วยเสียงด่า
พวกของจางหยางดูจนรำคาญ รีบปิดช่องทั่วไปทิ้ง ในที่สุดโลกทั้งใบก็กลับมาเงียบสงบ
[กระโปรงยาวระบาย] (เกรดทองแดงสีเขียว, เกราะผ้า)
ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +2
ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +10
ค่าสติปัญญา (Wisdom: WIS): +16
ค่าพลังวิญญาณ (Spirit: SPR): +6
เลเวลที่ต้องการ: 20
ไม่มีอะไรต้องสงสัย เป็นของไกวเสวี่ยเอ๋อร์อยู่แล้ว
[เสื้อคลุมลายวิญญาณ] (เกรดทองแดงสีเขียว, เสื้อคลุม)
ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +6
ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +4
อุปกรณ์สวมใส่: เพิ่มอัตราการโจมตีติดคริติคอล 1%
เลเวลที่ต้องการ: 20
เพิ่มความเร็วอย่างเดียวไม่เพิ่มความแข็งแกร่ง ปกติแล้วต้องยกให้จอมโจรกับฮันเตอร์ก่อน
เจ้าอ้วนหานยังคิดจะปฏิเสธอย่างสุภาพอีกสักรอบ แต่ไป่ฟาอีจงกลับกดปล่อยวางไปก่อนแล้วพูด “เจ้าอ้วน ตอนนี้อุปกรณ์สวมใส่ของฉันไม่เลวแล้ว นายไม่ต้องยกให้ฉันอีก! ทีหลังถ้ามีอุปกรณ์สวมใส่ออกมา พวกเราทอยแต้มด้วยกัน!
“ตกลง” เจ้าอ้วนหานพยักหน้า รับเสื้อคลุมตัวนี้ไป
“เออ! หยางน้อย ที่นี่ยังมีบอสลับอีกมั้ย?” ขณะที่คนทั้งห้าเริ่มวิ่งออกไปนอกดันเจี้ยน อยู่ๆ เจ้าอ้วนหานก็หันมาถามจางหยาง
จางหยางส่ายหัวแล้วพูด “ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าทุกดันเจี้ยนจะมีบอสลับ อย่างทั้งสามดันเจี้ยนในรังของมาจาเวย์นี้ก็ไม่มีบอสลับเลย”
เวลาผ่านไปไม่นาน คนทั้งห้าก็ออกมาจากดันเจี้ยน แล้วก็หายลับเข้าไปในปากทางเข้าดันเจี้ยนอีกแห่งหนึ่งทางซ้ายมือ
‘ติ๊ง! คุณได้เข้าสู่รังของมาจาเวย์: ตำหนักกลาง (โหมดความตาย)!’
เนื่องจากทั้งสามดันเจี้ยนมีภูมิหลังเหมือนกัน ทิวทัศน์ของตำหนักกลางจึงไม่ต่างอะไรกับตำหนักหน้า เพียงแต่มอนสเตอร์ที่ลาดตระเวนตามทางเดินได้เปลี่ยนเป็นธาตุไฟ
[ธาตุไฟกลายเป็นปีศาจ] (ชั้นสูง)
เลเวล: 22
ค่าพลังชีวิต: 6,000
จุดเด่นของมอนสเตอร์ที่นี่ก็คือเยอะ! เยอะมาก! ทั้งหมดจับเป็นกลุ่ม กลุ่มละแปดตัว มองออกไปจะเห็นมอนสเตอร์เป็นพรืดๆ หนาแน่นไปหมด
“มอนเยอะมาก!” เจ้าอ้วนหานปล่อยลมหายใจเย็นเยียบออกมาด้วยความตื่นตกใจ
“มอนที่นี่ก็ค่อนข้างโหดเหมือนกัน ทั้งหมดเป็นมอนสายเวท ชอบโยนลูกบอลไฟ โดนเข้าไปทีนี่เจ็บมาก!” จางหยางคิดเล็กน้อยแล้วพูด “แต่ว่าเลือดค่อนข้างน้อย ค่าพลังชีวิตแค่ครึ่งเดียวของมอนชั้นยอดทั่วไป ใช้สกิลโจมตีวงกว้างอัดใส่ไม่กี่ทีก็จบแล้ว!”
จางหยางเดินขึ้นหน้าไปเล็กน้อย แล้วเปิดมอนด้วยสกิล ‘จู่โจม’
มีดดาบถูกเงื้อขึ้น จางหยางฟันลงไปได้ตัวเลขค่าดาเมจสีขาว 342 แต้มออกมา ค่าความโกรธเพิ่มขึ้นเป็น 36 แต้ม เขาพลันกดปล่อย ‘กวาดตามแนวนอน’ ออกไปในทันที
‘-701!’
‘-745!’
‘-726!’
ตัวเลขค่าดาเมจสูงลิบแปดชุดลอยขึ้นมาติดๆ แน่นขนัดไปหมด
ธาตุไฟแปดตัวล็อกจางหยางเป็นเป้าหมายในเวลาไล่เลี่ยกัน แล้วเริ่มร่ายเวทสร้างลูกบอลไฟ
พวกของเจ้าอ้วนหานเองก็เริ่มโจมตีทันที สกิล ‘กราดยิง’ ‘ฟาดฟันพายุหมุน’ รุมถล่มไปที่กลุ่มมอนสเตอร์พร้อมๆ กัน
สามวินาทีให้หลัง ทันทีที่มอนสเตอร์ร่ายเวทเสร็จ ลูกบอลไฟขนาดใหญ่แปดลูกพลันกระแทกเข้าใส่ร่างของจางหยางพร้อมกัน เหนือศีรษะของเขามีตัวเลขค่าเดจลอยขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ‘-122’ ‘-119’ ‘-125’ รวมๆ กันแล้วเอาเลือดเขาไปประมาณ 1000 แต้ม
ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ได้เตรียมร่ายเวทรักษาไว้ก่อนแล้ว ตัวเลขค่าดาเมจเพิ่งจะกระเด้งขึ้นมาเหนือศีรษะจางหยาง เธอก็ยกมือโบก ‘เวทรักษาทรงพลัง’ ออกไป เติมปริมาณเลือดขึ้นมาประมาณ 400 แต้มทันที ขณะเดียวกันเวท ‘ฟื้นฟู’ ก็ทำงาน เพิ่มค่าพลังชีวิต 130 แต้ม ทุก 3 วินาที
สองวินาทีให้หลัง เธอร่าย ‘เวทรักษาทรงพลัง’ เสร็จอีกครั้ง ดึงปริมาณเลือดของจางหยางขึ้นมาจนเกือบเต็ม
ตู้ม! ลูกบอลไฟแปดลูกปรี่เข้าไปอัดใส่ร่างของจางหยางพร้อมกัน ตู้มๆๆๆ! เปลวไฟลุกโพลงรอบด้าน
“อ๊ากกก! เจ๊จะหยุดงานประท้วง เจ๊เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์เติมเลือดไม่หยุด วุ่นแทบเป็นแทบตาย
สามสิบกว่าวินาทีให้หลัง ในที่สุดมอนสเตอร์แปดตัวก็ล้มลงไปนอนทีละตัวๆ มอบค่าประสบการณ์ให้ทุกคนไม่น้อย
ไกวเสวี่ยเอ๋อร์มองเห็นมอนสเตอร์ที่ยังเหลืออยู่บนทางเดินตรงนี้กลุ่มตรงนั้นกลุ่ม สีหน้าก็ย่ำแย่ขึ้นมา เธอพูด “สวรรค์! ทำไมยังมีอีกตั้งเยอะขนาดนี้อะ!”
“เจ๊ ตีเสร็จเดี๋ยวฉันนวดขาทุบหลังให้ โอเคยัง?”
เจ้าอ้วนหานแสดงท่าทางลามกออกมาทันที “ทุบหลังนวดตัวอะไรแบบนี้ มอบให้พี่อ้วนทำเถอะ! ฝีมือการนวดของพี่อ้วนนี่ชั้นหนึ่งเลยนะ เสวี่ยคนสวย ถ้าต้องการเมื่อไหร่ โทรหาพี่อ้วนได้ทันที พี่อ้วนนี่เรียกเมื่อไหร่ก็มาเมื่อนั้น!”
“พอเห็นพี่อ้วน ฉันถึงเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงมีการบัญญัติคำว่า ‘มือหมูเค็ม’ ขึ้นมาใช้เรียกมือของพวกโรคจิต!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ยังตั้งใจกวาดสายตาไปมองมืออวบๆ ทั้งสองข้างของเจ้าอ้วนอีกต่างหาก
“ฮ่าๆๆ!” ทุกคนหัวเราะออกมาเสียงดัง จากนั้นก็รุกคืบหน้าต่อไป
ถึงลูกสมุนพวกนี้จะดุร้ายก็จริง แต่คนที่ยุ่งก็มีแค่ไกวเสวี่ยเอ๋อร์คนเดียวเท่านั้น คนอื่นๆ กลับเบาสบาย พวกเขาบุกลุยไปข้างหน้าตลอดทาง ในที่สุดก็มาถึงเบื้องหน้าบอสหมายเลขหนึ่ง
[วิญญาณไฟฟาร์] (บอสระดับทองแดงสีเขียว)
เลเวล: 23
ค่าพลังชีวิต: 138,000
นี่คือสิ่งมีชีวิตประเภทธาตุขนาดใหญ่ที่เกิดจากการรวมตัวกันของเปลวไฟ ตัวสูงสิบเมตร ดูราวกับกองไฟขนาดใหญ่กำลังเผาไหม้อยู่ ยังคงไม่มีลูกสมุนเหมือนเดิม ตำหนักอันใหญ่โตมีเพียงบอสยืนอยู่ตัวเดียวเท่านั้น
“มา เริ่มทำการปู้ยี่ปู้ยำหูของพวกเราได้แล้ว!” เจ้าอ้วนหานพูดกับจางหยาง นี่คือเวลาปกติที่จางหยางจะต้องอธิบายสกิลของบอส
จางหยางส่ายหัว แล้วเริ่มอธิบายกลยุทธ์และสกิลของบอส “บอสเป็นมอนสายเวท ค่าดาเมจเวลาสู้มือเปล่าไม่สูง แต่จะปล่อย ‘ระเบิดเพลิง’ ใส่คนที่ค่าความเกลียดชังเป็นอันดับหนึ่งถี่ๆ ร่ายเวท 3 วินาที ตีหนึ่งทีทำดาเมจ 1,000 แต้ม! ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ เธอยอมรับชะตาชีวิตซะเถอะ เป็นตัวฮีลหนึ่งเดียวในโหมดความตาย ถูกลิขิตมาแล้วว่าต้องยุ่งตั้งแต่ต้นจนจบ ต้องเล่นสนุกกับอัตราการเต้นของหัวใจ!”
เจ้าอ้วนหานหัวเราะฮ่าๆ เสียงดังแล้วแซว “เสวี่ยคนสวย เธอก็ยอมๆ หยางน้อยซะเถอะ!”
“เจ้าอ้วนต่ำช้า!”
“เลวทั้งคู่!”
ผู้หญิงสองคนเหยียดหยามออกมาพร้อมกัน
“เฮ้! ทำไมด่ามาถึงฉันซะแล้วล่ะ?” จางหยางแสดงความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาออกมา
ไกวเสวี่ยเอ๋อร์พูด “อย่างที่เขาพูดกัน ของประเภทเดียวกันมักอยู่ด้วยกัน”
“คนแบบเดียวกันก็ต้องอยู่ด้วยกัน” สุ่ยเยียนเอ๋อร์พูดต่อ “พวกนายสองคนเรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง จะต้องเป็นคนแบบเดียวกันแน่นอน!”
“ผู้ชายที่ดีไม่ตีกับผู้หญิง!” จางหยางชูป้ายขอพักรบ จากนั้นก็อธิบายต่อ “สกิลที่สองของบอส เรียกว่า ‘โจมตีให้ล่าถอย’ ตีเป้าหมายทั้งหมดที่อยู่ในเขตระยะประชิดให้ล่าถอยไป 3 เมตร และยังได้รับดาเมจไฟ 500 แต้ม ขณะเดียวกันก็ติดดีบัฟ ‘เพลิงบาดเจ็บง่าย’ 1 ชั้น ทำให้ดาเมจจากเวทไฟที่ได้รับทั้งหมดเพิ่มขึ้น 50%! อันนี้โหดมาก ถ้าโดน ‘ระเบิดเพลิง’ ตามด้วย ‘โจมตีให้ล่าถอย’ สองท่าติดๆ กัน แล้วบนร่างมี ‘เพลิงบาดเจ็บง่าย’ อยู่ด้วยล่ะก็ ตีฉันหนึ่งทีจะเอาเลือดไป 1,800 แต้ม ถ้าเลือดฉันไม่เต็มอยู่ก่อนล่ะก็ มีโอกาสที่จะโดนฆ่าตายในวิเดียว!”
.....................................................................