Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 047 ตอนที่ 47

#47Chapter 047

บทที่ 47 กลุ่มทหารรับจ้างดาบและไฟ

พวกของจางหยางเฝ้าศพอีกสักพัก เมื่อเห็นศพบนพื้นอยู่ๆ ก็โปร่งแสงแล้วเลือนหายไป จึงรู้ว่าพวกเอ้าซื่อกลุ่มนั้นเลือกฟื้นคืนชีพแบบอ่อนแอที่สุสานไปเสียแล้ว

“ไป กลับกันได้แล้ว!” จางหยางเก็บดาบเกล็ดเงิน

เจ้าอ้วนหานพยักหน้า ถึงแม้ว่าในใจจะไม่ยินยอม แต่คิดๆ ดูเขาก็ได้ฆ่าพวกเอ้าซื่อที่ชื่อเป็นสีแดงไปสองรอบติด ทำให้เลเวลของพวกนั้นร่วงไปสี่เลเวลแล้ว บวกกับฟื้นคืนชีพแบบอ่อนแอยังถูกลดอีกหนึ่งเลเวล นับว่าได้ระบายความโกรธออกไปบ้างแล้ว!

พวกของจางหยางสี่คนไปตีหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายกับคนของกิลด์ต้าโม่กูเยียนกลุ่มเดิมต่อ ส่วนเจ้าอ้วนหานกลับแยกไปหาสาวสวยโรงล้างเท้า เพื่อคุยเรื่องชีวิตมนุษย์ถกกันเรื่องอุดมการณ์

ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ผ่านไป หลังจากตีดันเจี้ยนจบแล้ว จางหยางก็กลับมาที่เมืองหลัก เมื่อเห็นว่าระบบผู้ช่วยจัดการอีเมลแจ้งเตือนว่ามีเมลใหม่ เขาเลยไปรับเมล

โล่ดินเผาทรงกลมขายได้แล้ว แต่ว่าราคาที่ขายได้กลับไม่ใช่ราคาซื้อทันที 1000 เหรียญทอง แต่เป็นราคาจากการประมูล 650 เหรียญทองแทน ไม่มีใครให้ราคาสูงกว่านี้อีก ดังนั้นพอครบกำหนดเวลาจึงปิดประมูลอัตโนมัติ

จางหยางอดมึนงงไม่ได้ คิดว่าเมื่อวานนี้ยังขายดีอยู่เลย ทำไมแค่แป๊บเดียวราคาลดลงมาขนาดนี้แล้ว! ทันใดนั้นเขาก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ จึงไปที่ร้านประมูลแล้วเริ่มค้นหา ‘โล่ดินเผาทรงกลม’ ผลปรากฏว่าบนนี้ยังมีอีกคนหนึ่งที่ขาย ‘โล่ดินเผาทรงกลม’ ราคาตั้งต้น 500 เหรียญทองเท่ากันกับเขา แต่ว่าราคาซื้อทันทีแค่ 750 เหรียญทองเท่านั้น

คนที่ขายโล่ไม่ได้ปิดบังชื่อ เขามีชื่อว่า ‘ฟาซั่งเพียว (ส่งขึ้นไปลอย)’

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเขา!

จางหยางตกตะลึงอย่างหนัก เขารีบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคนคนนี้ในความทรงจำ

ชาติที่แล้ว ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ มีกลุ่มทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งมากอยู่กลุ่มหนึ่ง ชื่อว่า ‘กลุ่มทหารรับจ้างดาบและไฟ’ ทหารรับจ้างกลุ่มนี้คนไม่เยอะ มีเพียง 10 คนเท่านั้น แต่ประสิทธิภาพในการสู้รบห้าวหาญมาก เกือบจะคว้าเฟิร์สเคลียร์โหมดความตายของดันเจี้ยนแบบ 5 คน และ 10 คนของภูมิภาคจีนไปครองได้ทั้งหมด!

ขอเพียงจ่ายเงิน ทหารรับจ้างกลุ่มนี้ก็ยอมทำงานให้คุณแล้ว โดยลงชื่อปาร์ตี้ที่ทำเฟิร์สเคลียร์เป็นชื่อกิลด์ หรือไม่ก็ชื่อของเถ้าแก่ที่ว่าจ้างพวกเขา

ทหารรับจ้างกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่ตีดันเจี้ยน ยังทำธุรกิจรับฆ่าคนเฝ้าศพอีกด้วย และด้วยความที่แต่ละคนเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุด จึงไม่รู้ว่ามีคนตั้งมากมายเท่าไหร่ที่ต้องประสบทุกข์จากการฆ่าอย่างโหดเหี้ยมของพวกเขา! ทำให้ ‘กลุ่มทหารรับจ้างดาบและไฟ’ ถูกเรียกอีกอย่างว่า ‘กลุ่มทหารรับจ้างขยะราคาถูก’

เคยมีคนถามพวกเขาว่าทำไมไม่สร้างกิลด์ของตัวเองขึ้นมา ผลที่ได้คือคนพวกนั้นบอกว่าจะสร้างกิลด์ต้องมีคนตอบรับ 30 คน แต่ว่าพวกเขามีกันแค่ 10 คนเท่านั้น จำนวนคนไม่พอ.....

ทหารรับจ้าง ‘ขยะราคาถูก’ นี้ดำเนินการมาเรื่อยๆ จนกระทั่งอีกครึ่งปีให้หลัง เมื่อลีกอาชีพคลาส A และคลาส S เปิดตัว สมาชิกกลุ่มนี้เกิดเรื่องแตกคอกันขึ้น มีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องจะรับบริษัทไหนเป็นสปอนเซอร์ สุดท้ายสมาชิกก็เลยแยกตัวกัน มีหกคนที่โลภมาก เลือกบริษัทญี่ปุ่นเป็นสปอนเซอร์ใช้ชื่อ ‘ทีมโตโยต้า’ เข้าไปเล่นในลีกคลาส S ส่วนอีกสี่คนถึงแม้ว่าจะรับคนเข้ามาใหม่ แต่ว่าคุณภาพของสมาชิกกลับด้อยลงมาระดับหนึ่ง จึงวนเวียนอยู่ในลีกคลาส A มาโดยตลอด

ฟาซั่งเพียวคนนี้ก็คือ ทหารรับจ้าง ‘ขยะราคาถูก’ ที่ต่อมาเข้าไปอยู่ในลีกคลาส A เล่นอาชีพนักรบป้องกัน จางหยางเคยประมือกับเขามาก่อน ตัวเขาเองรู้สึกว่าทักษะของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย!

ทว่าการจะสร้าง ‘โล่ดินเผาทรงกลม’ จำเป็นต้องจบด่านหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตาย และคว่ำบอสลับให้ได้ ถึงจะมีโอกาสได้รับพิมพ์เขียวงานหล่อ! แต่ถ้าดูตามพัฒนาการของเกมในชาติที่แล้ว เฟิร์สเคลียร์หลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายนี้ต้องอีกหนึ่งเดือนให้หลัง.....

ทันใดนั้นจางหยางก็เข้าใจแล้ว!

ชาติที่แล้ว สาเหตุที่ปาร์ตี้ชั้นยอดส่วนใหญ่ค้างอยู่ที่หลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายก็คือ การมีอยู่ของบอสหมายเลขสามที่ราวกับเป็นบั๊ก! แต่ว่าชาตินี้ เขาดัน ‘คิดค้น’ วิธีการตีแบบนี้ขึ้นมาก่อนเวลา กิลด์ซือเล่อหยวนและกิลด์ต้าโม่กูเยียนล้วนรู้กลยุทธ์การตีที่ง่ายดายเบาสบายแบบนี้ รับประกันได้ยากว่าจะไม่มีคนปล่อยข้อมูลรั่วไหลออกไป!

เมื่อเป็นแบบนี้ บอสที่เดิมทียากจะข้ามผ่านก็ได้กลายเป็นกล้วยไปเสียแล้ว ไม่ว่าใครก็สามารถเล่นงานได้!

ในชาตินี้ การกลับมาเกิดใหม่ของเขากลายเป็นต้นเหตุให้พัฒนาการของเกมเปลี่ยนไป! บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์[footnoteRef:1]เริ่มปรากฏออกมาให้เห็นแล้ว! [1: บัตเตอร์ฟลาย เอฟเฟกต์ (butterfly effect) หรือปรากฏการณ์ผีเสื้อกระพือปีก แนวคิดนี้เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อย อย่างการกระพือปีกของผีเสื้อ ก็สามารถทำให้เกิดผล หรือเหตุการณ์ต่างๆ เปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวงได้ ]

จางหยางถอนหายใจแล้วหยิบโล่ดินเผาทรงกลมอันใหม่ออกมาวางขาย โดยตั้งราคาเริ่มต้นที่ 500 เหรียญทอง ราคาซื้อทันที 700 เหรียญทอง เขาคิดในใจ ‘ฟาซั่งเพียวนะฟาซั่งเพียว นี่เป็นเรื่องที่คนรวยควรจะรวยไปด้วยกัน ไม่ใช่มารื้อเวทีตัดราคากันอย่างนี้ นั่นมีแต่จะพ่ายแพ้เจ็บตัวทั้งคู่ อย่าทำเรื่องแบบนี้เด็ดขาด!’

‘ประกาศจากเซิร์ฟเวอร์: ปาร์ตี้ ‘กลุ่มทหารรับจ้างดาบและไฟ’ ประสบความสำเร็จในการผ่านด่านหลุมใต้ดินบังกา (โหมดความตาย), อีกทั้งยังทำลายสถิติผ่านด่าน, การกระทำอันองอาจกล้าหาญนี้จะได้รับการบันทึกไว้ในทำเนียบอันดับความเร็วโหมดความตาย (ภูมิภาคจีน), ขอทุกท่านร่วมแสดงความชื่นชมยินดี!’

‘ประกาศจากเซิร์ฟเวอร์: ผู้เล่น ‘ป้าหวังเตา’ (หัวหน้า) ได้ทำลายสถิติผ่านด่านหลุมใต้ดินบังกา (โหมดความตาย), ได้รับรางวัลจากระบบ 10 เหรียญทอง, หินรูนเลเวล 1 x 1 ก้อน, ได้รับคะแนนความนิยมเหนือทุกเผ่าพันธุ์ภายในสหพันธ์ 250 แต้ม!’

‘ประกาศจากเซิร์ฟเวอร์: ผู้เล่น ‘ซื่อสือซื่อเก้อเต้าเจ๋ย (จอมโจร 44 คน)’ (สมาชิก) ได้ทำลาย.........’

ทันใดนั้นเซิร์ฟเวอร์เริ่มฟลัดประกาศอย่างบ้าคลั่ง สีแดงลอยทั่วไปหมด

“เชด! นี่คือคนเก่งพวกไหนอีกเนี่ย ทำลายสถิติเฉยเลย!”

“กลุ่มทหารรับจ้างดาบและไฟ ดูเหมือนว่าจะอยู่ในเกม ‘ดราก้อน ไรซิ่ง’ นะ”

“ร้ายกาจอะ!”

“..........”

ช่องแชททั่วไปคึกคักขึ้นมาในพริบตา

จางหยางตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็รู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมา

ชื่อเลี่ยนหั่วนั่นคิดอยากจะทำสถิติความเร็วหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายตลอดเวลา แต่สุดท้ายกลับไม่ได้อะไรเลย! ถึงแม้ว่าผู้เล่นหลักของกิลด์ซือเล่อหยวนก็นับว่าเป็นผู้เล่นระดับมืออาชีพ แต่เมื่อเปรียบกับ ‘ขยะราคาถูก’ พวกนี้แล้ว กลับดูไม่ได้เอาเสียเลย!

‘ซี๊ด! อีกหน่อยเฟิร์สเคลียร์ดันเจี้ยนก็ต้องแย่งชิงกันอย่างดุเดือดแล้วสิ’

จางหยางเปิดทำเนียบอันดับความเร็วโหมดความตายขึ้นมาดู ตรวจดูสถิติผ่านด่านของพวก ‘ขยะราคาถูก’

27 นาที 39 วินาที

สถิติที่บันทึกไว้นี้ค่อนข้างดีเลย! จางหยางยังพอจำได้ว่า ชาติที่แล้วหลังจากสถิตินี้ถูกทำลายไปหลายครั้ง สุดท้ายก็หยุดนิ่งอยู่ที่ 24 นาที 17 วินาที เนื่องจากดันเจี้ยนนี้เลเวลต่ำ เลเวลสูงสุดก็แค่ 15 ทำให้สถิติใหม่เกิดขึ้นได้ยาก

อย่าง ‘รังของมาจาเวย์’ สามารถเข้าไปเล่นได้ตอนเลเวล 20 เลเวลสูงสุดคือเลเวล 29 ระยะห่างระหว่างเลเวลสูงขึ้นเป็น 10 เลเวล จึงมีเวลามากพอที่จะให้ผู้เล่นไปแข่งทำความเร็ว และหลังจากเลเวล 100 เป็นต้นไป การจะอัพเลเวลสักหนึ่งเลเวลต้องใช้เวลานานสิบวันถึงครึ่งเดือน นั่นทำให้มีเวลาไปแข่งทำความเร็วมากยิ่งขึ้นไปอีก

‘ติ๊ด!’ มีคนกระซิบเข้ามากระทันหัน

“จ้านอวี้เอ๊ย ฉันนี่ขาดทุนยับเลยอะ!” น้ำเสียงของชื่อเลี่ยนหั่วเศร้าสร้อยผิดหวัง

“อย่าเพิ่งท้อ โอกาสยังมีอีกเยอะ” จางหยางปลอบใจไปประโยคหนึ่ง ที่จริงเขากับชื่อเลี่ยนหั่วไม่ได้คบหาอะไรกันเป็นพิเศษ และเขาก็ไม่ชอบคนที่ชอบคิดวางแผนการประเภทนี้ด้วย กลับกันคนแบบกุ่ยเทียนค่อนข้างจะถูกคอเขาหน่อย

ชื่อเลี่ยนหั่วยิ้มขื่นเล็กน้อย ถึงแม้ว่าดันเจี้ยนใน ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ จะเยอะ แต่เขารู้ตัวเองดี กิลด์ซือเล่อหยวนมีความสามารถเล็กน้อยแค่นั้น ไม่สูงไม่ต่ำ ที่คว้าเฟิร์สเคลียร์หลุมใต้ดินบังกามาได้ นั่นก็เพราะได้เกาะขาจางหยางไป!

“จ้านอวี้ ครั้งนี้ฉันมาคุยเรื่องธุรกิจกับนาย”

“อ่อ จะซื้อโล่หรอ? อันละ 1000 เหรียญทอง ยิ่งเยอะยิ่งดี!”

“ไม่ใช่ๆ ฉันอยากจะจองเฟิร์สเคลียร์ดันเจี้ยนรังของมาจาเวย์” ชื่อเลี่ยนหั่วรีบพูด

จางหยางคิดแล้วพูด “โทษที สมาชิกที่จะลงดันแบบห้าคนเต็มแล้ว”

“อย่าพูดอย่างนั้น จ้านอวี้ พวกเราเคยทำธุรกิจกันมาก่อนนะ! เห็นแก่หน้าฉันหน่อยเหอะ แบ่งออกมาหนึ่งตำแหน่ง หนึ่งหมื่นเหรียญทองเหมือนเดิม เป็นไง?” ชื่อเลี่ยนหั่วเริ่มเอาผลประโยชน์มาหลอกล่อ

เป้าหมายของจางหยางในตอนนี้คือสร้างปาร์ตี้ถาวรขึ้นมา ไม่ใช่แค่ลงดันเจี้ยนอย่างเดียวเท่านั้น แต่เพื่อฝึกทีมไปลงแข่งลีกอาชีพในอนาคตอีกด้วย! อีกทั้งเงินทุนก้อนแรกที่จะใช้สร้างความร่ำรวยเขาก็มีแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำงานให้คนอื่นอีกต่อไป!

“ไม่ได้หรอก พูดกันไว้ก่อนแล้ว อีกอย่าง พรุ่งนี้พวกเราก็จะไปตีรังของมาจาเวย์แล้ว ทางนายมีคนเลเวล 20 มั้ย?” จางหยางพูดยิ้มๆ

ชื่อเลี่ยนหั่วพูดไม่ออก ผู้เล่นชั้นยอดของกิลด์เขาแต่ละคนไม่ได้ตั้งใจเก็บเลเวลเป็นพิเศษเลย เอาแต่มุ่งทำสถิติผ่านด่านหลุมใต้ดินบังกา เลยกดเลเวลไว้ที่ 15 เวลาแค่คืนเดียว เขาจะไปหาสมาชิกเลเวล 20 มาจากที่ไหน

“จ้านอวี้ ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้ นายดูทำเนียบอันดับเลเวลสิ คนที่ขึ้นเลเวล 20 เพิ่งมีไม่กี่คนเอง เฟิร์สเคลียร์นี้ยังไม่รีบ ดึงเวลาช้าลงแค่ไม่กี่วัน แล้วฉันจะเพิ่มให้นายอีกหมื่นเหรียญทอง ว่าไง?” ชื่อเลี่ยนหั่วร้อนใจแล้ว

“โทษที หัวหน้ากิลด์ชื่อเลี่ยนหั่ว ฉันพูดกับคนอื่นไว้แล้วจริงๆ” จางหยางปฏิเสธอย่างไม่ลังเล

ชื่อเลี่ยนหั่วเงียบไปสักพักจึงพูด “โอเค ถ้างั้นฉันจะไปเร่งเก็บเลเวล ขอจองดันเจี้ยนเลเวล 30 ของนายไว้ก่อนเลย!”

“ฮ่าๆ นั่นเป็นเรื่องของวันข้างหน้า วันข้างหน้าค่อยมาว่ากันเถอะ” จางหยางหัวเราะเสียงดังออกมา

หลังจากจบการสนทนากับชื่อเลี่ยนหั่ว จางหยางก็ไปกว้านซื้อสินค้าที่ร้านประมูลอีกครั้ง กวาดต้นกระหล่ำปลีและดอกแปะก๊วยมาจนเกลี้ยง เนื่องจากหลายวันมานี้จางหยางกว้านซื้อสินค้าอย่างบ้าคลั่ง ราคาของสมุนไพรทั้งสองอย่างนี้จึงสูงขึ้นเท่าตัว ทำเอาผู้เล่นสายแปรธาตุคร่ำครวญกันไม่หยุด ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็จะเหมือนจางหยางที่รวยขนาดนั้นนี่!

เขานำสมุนไพรทั้งหมดที่เพิ่งซื้อมาไปเปลี่ยนออกมาเป็นผลผลิต ยาต้านทานเวทเงาที่จางหยางสร้างในตอนนี้มี 300 กองแล้ว กินพื้นที่ในธนาคารไป 60% หากเก็บเพิ่มอีกสองวัน พื้นที่ในธนาคารของเขาก็จะไม่พอใช้อีกรอบแล้ว

เมื่อมองดูเวลาพบว่าห้าทุ่มกว่าแล้ว จางหยางจึงออฟไลน์แล้วไปนอน

วันถัดมา จางหยางตื่นตอนหกโมงกว่าๆ ทำแบบเดิม สวมชุดกีฬา ต่อยมวยสักพัก แล้วก็เริ่มวิ่งระยะไกล

วิ่งออกจากบริเวณที่พัก ผ่านสวนดอกไม้ ทะลุตลาด จนมาถึงปากซอยแห่งหนึ่ง จางหยางจึงหยุด

เขาไม่ได้วิ่งเสร็จแล้ว แต่ว่าที่ปากซอยมีชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบกว่าๆ นอนอยู่คนหนึ่ง สองมือกุมศีรษะ ดูแล้วเหมือนจะบาดเจ็บ รอบด้านมีคนมุงดูอยู่เต็มไปหมด ชมดูความคึกคักอย่างเดียว ไม่มีใครเข้าไปช่วยสักคน

ขณะที่จางหยางกำลังคิดจะเข้าไป กลับถูกคุณปู่อายุราวหกสิบกว่าๆ คนหนึ่งคว้าแขนไว้ “หนุ่มน้อย อย่าไปยุ่ง! คนนั้นเป็นพวกนักต้มตุ๋น ใครไปช่วยจะต้องโดนเขากัดทีหนึ่ง อย่างน้อยๆ ก็ต้องโดนเขาโกงไปหลายร้อยจนขึ้นหลักพัน!”

มิน่าล่ะทุกวันนี้ถึงไม่มีใครกล้าทำเรื่องดีๆ กันแล้ว เพราะคนพวกนี้ไม่ให้เกียรติ พวกคนไม่มีคุณธรรมทำลายบรรยากาศไปเสียหมด! ในอินเตอร์เน็ตเล่ากันไปทั่ว มีคนจิตใจดีตั้งเท่าไหร่ที่ถูกแว้งกัด กัดจนเลือดสดหยดติ๋งๆ กัดจนหมดหวังกันนับแต่นั้น? และยังมีคนอีกตั้งเท่าไหร่ที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ กลับถูกคนพวกนี้ทำให้ต้องสูญเสียชีวิตไป?

โกงสำเร็จก็จะมีรายได้ก้อนโต โกงไม่สำเร็จก็ไม่เสียหายอะไร แค่บอกว่าจำคนผิดก็จบแล้ว

จางหยางส่ายหัว ออกเดินไปข้างหน้าต่อ

“หนุ่มน้อย บอกแล้วไม่ใช่รึว่าอย่าไปยุ่ง?” คุณปู่คนนั้นคว้าแขนจางหยางไว้อีกครั้ง

“คุณปู่ ทางกลับบ้านของผมต้องผ่านซอยนี้ ผมเองก็จนใจ!” จางหยางพูดด้วยรอยยิ้ม

“ถ้างั้นเราก็เดินอ้อมออกไปให้มันไกลๆ หน่อย นักต้มตุ๋นนั่นมันความคิดชั่วร้ายมาก!” คุณปู่เตือนด้วยความหวังดี

“ครับ ผมรู้แล้ว ขอบคุณครับคุณปู่”

แต่ทว่ามีบางเรื่องถึงอยากจะหลบก็หลบไม่พ้น ขณะที่จางหยางกำลังจะเดินอ้อมคนแก่ที่นอนอยู่บนพื้น ยังไม่ทันจะได้เดินสักก้าว ก็รู้สึกว่าส้นเท้ายกไม่ขึ้น ถูกคนจับยึดข้อเท้าเอาไว้ เขาหันกลับไปมอง ถ้าไม่ใช่นักต้มตุ๋นที่นอนอยู่บนพื้นแล้วจะเป็นใครเล่า?

.....................................................................

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 047 ตอนที่ 47