Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 046 ตอนที่ 46
บทที่ 46 เหตุผลที่เอาแต่ใจ
“หยางน้อย สารเลวกลุ่มนั้นมันบอกว่าฉันเวลสูงเกินไป พี่ใหญ่ของพวกมันไม่พอใจ เลยจะทำให้เวลฉันลดลง เชี่ย! พวกมันยังกระซิบมาอีกว่า ห้ามออกนอกเมือง ออกนอกเมืองหนึ่งครั้งก็จะฆ่าหนึ่งครั้ง” เจ้าอ้วนหานพูดในช่องปาร์ตี้ด้วยความโกรธ
“พี่ใหญ่ของพวกมันเป็นใคร?” จางหยางถาม
“เพียวหยางเตอหั่วฉิว ก็คนที่ตอนแรกเป็นที่หนึ่งบนทำเนียบเลเวลนั่นอะ หัวหน้ากิลด์เอ้าซื่อ ถูกพวกเราแย่งตำแหน่งมา เลยบอกว่าจะฆ่าพวกเราสี่คนที่อยู่อันดับสูงกว่ามันทิ้งให้หมด” เจ้าอ้วนหานพูด
สุ่ยเยียนเอ๋อร์ที่มีสำนึกด้านความถูกต้องสูงมากพูดขึ้นทันที “ทำไมหน้าไม่อายขนาดนี้ เพราะอะไรเขาถึงเป็นที่หนึ่งได้คนเดียว เกมนี้บ้านเขาเป็นเจ้าของรึไง?”
เพียวหยางเตอหั่วฉิว? จางหยางคิดเล็กน้อย รู้สึกว่าชาติที่แล้วไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน และกิลด์เอ้าซื่อชาติที่แล้วก็ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร เป็นไปได้ว่าตอนที่เขาเข้ามาเล่นเกม ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ กิลด์เอ้าซื่อคงจะล่มไปแล้ว
“คนพวกนี้จองหองเกินไปแล้ว!” ที่จริงแล้วไป่ฟาอีจงเป็นอารมณ์ดีเสมอ แต่ว่าตอนนี้คนอารมณ์ดีเสมอคนนี้โกรธขึ้นมาแล้ว
“อืม ฆ่าคนพวกนี้ให้หมดก่อนเรื่องอื่นค่อยพูดกันทีหลัง!” จางหยางมองพวกเอ้าซื่อที่ยังกร่างวางโตด้วยแววตาเย็นเยียบ ฝ่ายตรงข้ามมีทั้งหมด 13 คน ในกลุ่มพวกนั้นมี 4 คนใส่เกราะผ้า จะนักเวทหรือนักบวชก็ไม่รู้
แต่ลำดับในการจู่โจมฆ่าต้องเริ่มลงมือที่นักเวทก่อนเป็นธรรมดา เพราะสิ่งที่อาชีพแทงค์ซึ่งมีค่าการป้องกันสูงไม่กลัวที่สุดก็คือการโจมตีกายภาพ!
ฆ่า!
จางหยางปล่อย ‘จู่โจม’ แล้วพุ่งออกไปทันที ทำให้ผู้เล่นเกราะผ้าที่ชื่อ ‘สื่อหวังฝ่าเจ๋อ (กฎหมายตายแล้ว)’ ติดสตัน ดาบเกล็ดเงินในมือวาดผ่าน พาตัวเลขค่าดาเมจ ‘-402’ ขึ้นมาเหนือศีรษะฝ่ายตรงข้าม ทำให้ปริมาณเลือดของผู้เล่นเลเวล 14 คนนั้นเหลือน้อยนิดแค่ 228 แต้มในฉับพลัน!
“เชด! มีคนจู่โจมฉัน” สื่อหวังฝ่าเจ๋อรีบกดขวดเลือดพลางร้องเสียงดังออกมา ขณะเดียวกันก็เริ่มสร้างธนูน้ำแข็ง
“ต้องเป็นเพื่อนร่วมแก๊งของฮันเตอร์นั่นแน่ ฆ่ามันให้หมด!” คนอื่นๆ เห็นจางหยางพุ่งเข้ามาก็ร้องเสียงดังแล้วปรี่เข้าใส่เขาทันที
ในความคิดของพวกเขา จางหยางแค่คนเดียวยังจะกล้าบุกเข้ามา สมองน่าจะถูกลาถีบกระจายไปหมดแล้ว! นี่มันสิบกว่าคนเลยนะ ลงดาบคนละทียังจะฟันนายให้เป็นเสี่ยงๆ ไม่ได้อีกหรือ?
ชั่วเสี้ยวขณะที่เอ้าซื่อฝ่าเสิน เอ้าซื่อไหน่ป้า และฮวาคู่ฉ่ามองเห็นชัดว่าเป็นจางหยาง สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นขาวซีดทันที คิดถึงความทรงจำอันขมขื่นที่ไม่กี่วันก่อนถูกจางหยางเฝ้าศพฆ่ากลับไปเลเวลสามขึ้นมาพร้อมกัน
“พี่จู นักรบคนนี้ร้ายกาจมาก ดูเหมือนจะใช้โปรแกรมแฮก พวกเราถอยเถอะ!” ฮวาคู่ฉ่าพูดในช่องปาร์ตี้ นับว่าเขาถูกจางหยางฆ่าจนหัวหดไปหมดแล้ว
“โปรแกรมแฮกน้องแกดิ ใน ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ใช้โปรแกรมแฮกได้รึ โง่ถึงระดับไหนกันแล้วเนี่ยหา!” หาวจูฉิงเกอเปิดปากด่าออกมา “บุกเข้าไปเดี๋ยวนี้ เอามันให้ตาย แล้วเฝ้าศพของพวกมันทั้งสองคนไว้!”
‘-1!’
‘-5!’
‘-9!’
‘…….’
ทุกคนโจมตีเข้ามาถึงตัวจางหยางแล้ว เหนือศีรษะของจางหยางจึงมีตัวเลขค่าดาเมจไม่ถึงสองหลักลอยขึ้นมาเป็นแถบ!
“เชี่ย!”
ตัวเลขค่าดาเมจที่น่า ‘ตกตะลึง’ นี้ ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงจนสองตาเบิกโพลง!
“เจ้าอ้วน ลุกขึ้นมาได้แล้ว ปล่อยสกิล ‘กราดยิง’!” จางหยางพูดในช่องปาร์ตี้ ขณะเดียวกันก็ตี ‘กวาดตามแนวนอน’ ออกไป
‘-683!’
‘-727!’
‘-689!’
‘-1452!’
‘.......’
ตัวเลขค่าดาเมจน่าสะพรึงสิบชุดกระเด้งขึ้นมา ไม่น่าเชื่อว่าจะติดคริติคอลไปสองครั้งอีกต่างหาก! ประกายดาบวาบผ่านไปหนึ่งครั้ง ฝั่งตรงข้ามก็เหลือแค่สองคนที่ปริมาณเลือดเหลือริบหรี่ไม่ถึง 50 แต้มเท่านั้น! คนพวกนี้เพิ่งจะเลเวล 13-15 อุปกรณ์สวมใส่บนร่างก็แค่เกรดเหล็กสีดำเลเวล 5 ที่ได้มาจากหลุมใต้ดินบังกาโหมดปกติ ต่อให้เป็นพวกที่เพิ่มแต้มแบบกระทิงเลือด มากที่สุดก็มีค่าพลังชีวิต 1000 แต้ม จะทนรับสกิลเทพอย่าง ‘กวาดตามแนวนอน’ ของจางหยางได้ที่ไหน!
ผลลัพธ์ออกมาแบบนี้ ไม่ใช่แค่ฝั่งพวกเอ้าซื่อที่คิดไม่ถึงเท่านั้น แม้กระทั่งพวกของไป่ฟาอีจง ไกวเสวี่ยเอ๋อร์เองก็ช็อกจนตายไปครึ่งตัวแล้ว กระทั่งการโจมตีที่ค้างอยู่ในมือยังลืมปล่อยออกไป!
“หยางน้อย อย่าฆ่าเร็วขนาดนั้นดิ เหลือไว้ให้พี่อ้วนบ้าง” เจ้าอ้วนหานฟื้นคืนชีพ แล้วก็ง้างธนูปล่อย ‘กราดยิง’ ออกไปทันที ลงดาบปลิดชีวิตอีกสองคนที่เหลือ นี่คือสกิลโจมตีวงกว้างที่ฮันเตอร์เพิ่งจะได้เรียนตอนเลเวล 20
[กราดยิง]: ใช้ลูกธนูจำนวนมากโจมตีไปยังพื้นที่ที่กำหนด สร้างความเสียหายระยะไกล 200% ต่อเป้าหมายทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่เป็นระยะเวลา 10 วินาที ทักษะนี้จำเป็นต้องร่ายค้าง หากได้รับความเสียหายหรือทำการเคลื่อนไหวใดๆ ก็ตาม ทักษะนี้จะหยุดกลางคันทันที ผลาญค่าความแม่นยำ: 100 แต้ม
แค่ชั่วพริบตา สมาชิกของพวกเอ้าซื่อที่มีกัน 13 คน ก็เหลือเพียงพวกที่ทำอาชีพระยะไกล 3 คนเท่านั้นที่รอดชีวิต
‘-175!’
เมื่อไป่ฟาอีจงสติคืนกลับมาก็ง้างธนูโจมตีเข้าใส่พวกเอ้าซื่อที่รอดชีวิตสามคน ขณะเดียวกันก็สั่งการให้สัตว์เลี้ยงกระโจนเข้าไป
สุ่ยเยียนเอ๋อร์เดิมทีเป็นคนที่ชอบต่อสู้อยู่แล้ว หลังจากหายช็อกก็ปล่อย ‘จู่โจม’ เข้าใส่ศัตรูคนหนึ่งอย่างกระตือรือร้นทันที
ไกวเสวี่ยเอ๋อร์กลับปล่อยสกิล ‘ฟื้นฟู’ ให้เจ้าอ้วนหานก่อน จากนั้นก็เริ่มร่ายเวททำการฮีล
‘+392!’
อุปกรณ์สวมใส่ของเธอค่อนข้างดี โดยเฉพาะเมื่อได้ไม้เท้าเวทเกรดทองแดงสีเขียวเลเวล 20 มาหนึ่งอัน ค่าดาเมจเวทสูงถึง 300 แต้มแล้ว เวทรักษาที่ใช้เวลาร่าย 2 วินาทีดึงปริมาณเลือดของเจ้าอ้วนหานขึ้นมาครึ่งหนึ่งในพริบตา
“เสวี่ยคนสวย พี่อ้วนรักเธอ!” เจ้าอ้วนหานส่งจุ๊บให้ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ จากนั้นก็เริ่มง้างธนูยิงใส่ผู้รอดชีวิตคนที่สามอย่างดุดัน
คนทั้งสามเลเวล 20 ขึ้นทุกคน แถมอุปกรณ์สวมใส่บนร่างยังเป็นเกรดทองแดงสีเขียวอีก ถึงจะทำดาเมจได้ไม่โรคจิตเท่าจางหยาง แต่เมื่อโจมตีผู้เล่นทั่วไปก็เป็นระดับเทพสังหารอยู่ดี จึงเก็บกวาดศัตรูสามคนสุดท้ายตายเรียบอย่างรวดเร็ว
‘ถุย!’ เจ้าอ้วนหานถุยน้ำลายใส่ด้วยความโกรธ “สารเลวพวกนี้ พี่อ้วนลำบากลำบนกว่าจะขึ้นไปเลเวล 21 เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว กลับถูกพวกกระจอกนี่ทำตกลงมาเวลนึงซะงั้น”
“เหมียวเถียว คนที่ลำบากดูเหมือนจะเป็นจ้านอวี้นะ นายก็แค่หลับตายิงมั่วๆ อยู่ครึ่งค่อนวันเฉยๆ ไม่ใช่หรอ?” ไป่ฟาอีจงแซว
“เฝ้าศพมั้ย?” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ถาม เธอไม่ได้ชอบต่อสู้เหมือนสุ่ยเยียนเอ๋อร์ ท่าทางหมดความสนใจ
“เฝ้า ต้องเฝ้าแน่!” เจ้าอ้วนหานพูดอย่างเหี้ยมโหด “ฉันจะทำให้ไอ้พวกเวรนี่ได้รู้ซึ้งถึงผลของการมากระตุกหนวดเสืออย่างพี่อ้วน!”
..........
“พี่จู พวกเราเรียกกองหนุนมั้ย?” ณ จุดฟื้นคืนชีพ ใบหน้าของกูหุนเหยี่ยเมา (วิญญาณแมวป่าโดดเดี่ยว) เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ราวกับเบื้องหน้ายังคงมีภาพที่จางหยางฆ่าทุกคนในดาบเดียวให้เห็นอยู่
“สารเลว!” หาวจูฉิงเกอตบออกไปหนึ่งฝ่ามือ แต่เนื่องจากพวกเขายังอยู่ในสถานะวิญญาณไม่มีตัวตน ฝ่ามือนี้จึงตบโดนอากาศ “พวกเราสิบกว่าคน ถูกคนแค่ห้าคนเก็บหมดแบบนี้ ยังจะมีหน้าไปเรียกคนมาช่วยอีกหรอ? นายไม่อาย แต่พี่จูอาย!”
“พี่จู จ้านอวี้คนนั้นร้ายกาจจริงๆ! คราวก่อนฉันกับพวกต้าเหมาสี่คนก็ถูกไอ้หมอนั่นฆ่าจากเลเวล 10 ลงมาเลเวล 3!” เอ้าซื่อฝ่าเสินถูกจางหยางฆ่าจนกลัวไปแล้ว มีหรือจะกล้าเป็นศัตรูกับเขาอีก
“แม่มัน พวกนายมันไม่ได้เรื่อง! แม่มันเถอะ ตายไม่กี่ครั้งจะกลัวอะไร ตามบิดามา แล้วเดี๋ยวก็กระจายตัวกันหน่อย อย่าเพิ่งไปยุ่งกับนักรบโง่นั่น จัดการฟันสี่คนที่เหลือก่อน แล้วพวกเราค่อยไปอัดมันทีละคนๆ สกิลโจมตีวงกว้างของมันจะมีประโยชน์อะไรอีก ถ้าพวกเราไม่ลงมือพร้อมกัน มันจะทำอะไรได้?” หาวจูฉิงเกอไม่เห็นด้วย
คนทั้งกลุ่มมาถึงจุดที่ศพอยู่ มองเห็นได้ชัดเจนว่าพวกของจางหยางห้าคนกำลังคุยกันสนุกสนาน เนื่องจากสถานะวิญญาณจะเห็นแค่ภาพขาวดำเท่านั้น ไม่ได้ยินเสียง จึงเป็นธรรมดาที่จะไม่รู้ว่าพวกของจางหยางพูดอะไร
“ฉันนับหนึ่งสองสาม ทุกคนฟื้นคืนชีพพร้อมกัน แล้วโจมตีทันที อย่าให้พวกมันไหวตัวทัน!” หาวจูฉิงเกอออกคำสั่ง
“รับทราบ” ทุกคนทยอยพยักหน้า แต่พวกของฮวาคู่ฉ่าสามคนกลับส่งสายตากันไปมา
“หนึ่ง!
“สอง!”
“สาม!”
‘เฟี้ยว!’ ร่างของคนสิบคนเปลี่ยนจากวิญญาณกลายเป็นตัวตนขึ้นมา ปรากฏตัวขึ้นใกล้ๆ ศพของตัวเอง มีเพียงพวกของฮวาคู่ฉ่าสามคนที่ไม่ได้ฟื้นคืนชีพ
“ฆ่า!” การต่อสู้ชุลมุนของคนกลุ่มหนึ่งเกิดขึ้นอีกครั้ง
ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่าการตัดสินใจของพวกฮวาคู่ฉ่านั้นฉลาดปราดเปรื่องที่สุด! เวลาสั้นๆ เพียงสองนาที พวกของหาวจูฉิงเกอทั้งกลุ่มก็ลงไปนอนอีกครั้งอย่างที่คิดไว้
“ฮวาฮวา พวกนายสามคนทำอะไรกัน ทำไมไม่ฟื้นคืนชีพ!” หาวจูฉิงเกอที่ถูกส่งกลับไปที่จุดฟื้นคืนชีพอีกครั้งโทสะลุกโชน
“มือสั่นเลยกดไม่โดนปุ่มฟื้นคืนชีพน่ะ!”
“ฉันก็เหมือนกัน”
“อื้มๆ”
“มือสั่นน้องแกดิ! นี่มันเชื่อมต่อกับคลื่นสมอง ไม่ต้องใช้เมาส์กด! พวกนายสามคนมันเป็นไอ้พวกขี้ขลาดกลัวตาย ถ้าเมื่อกี้พวกนายเอาด้วย ไม่แน่พวกเราอาจจะไม่แพ้ก็ได้!” หาวจูฉิงเกอถูกพวกจางหยางห้าคนฆ่ามาสองครั้งแล้ว อย่างไรก็ต้องหาข้ออ้างสักหน่อย
พวกของฮวาคู่ฉ่าสามคนมองหน้ากันไปมา คิดในใจ ‘เมื่อกี้พวกนายถูกตีอย่างกับหมา บวกพวกเราเพิ่มอีกสามคนจะมีประโยชน์ทำตูดอะไร ไม่ใช่มีคนตายเพิ่มมาอีกสามรึ!’ คำพูดพวกนี้หากพูดออกไปจะทำให้คนอื่นเสียหน้ามากเกินเงียบๆ ไว้จะดีกว่า ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ไม่พูดอีกเลย
หลังจากหาวจูฉิงเกอได้ระบายความโกรธออกไป ในที่สุดก็เยือกเย็นลง เขาเองก็ไม่ได้เป็นคนโง่ ถูกพวกจางหยางใช้คนน้อยตีคนเยอะ แถมยังตายมาแล้วสองครั้ง นั่นหมายความว่าไม่มีโอกาสสักนิดเลยจริงๆ
‘ติ๊ด!’ หาวจูฉิงเกอเปิดระบบติดต่อด้วยเสียง เริ่มติดต่อหาเพียวหยางเตอหั่วฉิว
“พี่หั่ว ฉันจูโถวนะ”
“อืม เรื่องที่ให้ไปจัดการเป็นไงบ้างแล้ว?” เพื่อจะกลับไปเป็นที่หนึ่งในทำเนียบอันดับเลเวลอีกครั้ง ลู่หมิงได้ให้ผู้เล่นเลเวลสูงในกิลด์จำนวนมากมาช่วยเขาอัพเลเวล และเนื่องจากเขาเลเวล 20 แล้ว จึงได้เรียนสกิล ‘ฝนเพลิงลุกโชน’ ซึ่งเป็นสกิลโจมตีวงกว้างของนักเวท ประสิทธิภาพในการฆ่ามอนสเตอร์จึงยกระดับขึ้นสูงมาก
“ฮันเตอร์ที่อยู่บนทำเนียบคนนั้นถูกพวกเราฆ่าไปทีหนึ่งแล้ว แต่ว่ามันเรียกคนมาช่วย ก็พวกที่เพิ่งขึ้นมาติดทำเนียบไม่กี่คนนั้นนั่นแหละ ทำคนของพวกเราตายหมดเลย พี่หั่ว พวกเราเลเวลลดมาสี่เลเวลติดต่อกันแล้ว ไม่มีทางตีต่อได้แล้ว!” หาวจูฉิงเกอคร่ำครวญ
“พวกมันมีกี่คน?”
“..... ทั้งหมดห้าคน”
“พวกสวะไร้ประโยชน์ พวกนายมีกันตั้งสิบกว่าคนเลยนะ!”
“พี่หั่ว ส่งคนมาเพิ่มอีกหน่อยเถอะ ฉันจะต้องเก็บพวกมันได้แน่”
“ถุย! พวกเลเวลสูงๆ ในกิลด์ทั้งหมดอยู่ที่นี่กำลังช่วยฉันเก็บเวลอยู่ ถ้าส่งคนไปให้นาย แล้วฉันอัพเวลช้านายจะชดใช้ไหวมั้ยหา? คนที่จ้องอันดับหนึ่งบนทำเนียบก็เยอะซะขนาดนั้น ทางฉันดึงคนออกไปให้นายไม่ได้หรอก” ลู่หมิงไม่คิดสักนิด ปฏิเสธทันที หากต้องการขึ้นไปนั่งเก้าอี้อันดับที่หนึ่งบนทำเนียบ แค่ฆ่าคนที่อยู่อันดับสูงกว่าเขาอย่างเดียวไม่มีประโยชน์ ยังต้องกดคนข้างล่างให้อยู่อีกด้วย ต่อให้กิลด์เอ้าซื่อใช้กำลังมากขึ้น แล้วสามารถฆ่าผู้เล่นทั้งหมดจนเกลี้ยงได้หรือ?
ดังนั้น รักษาการอัพเลเวลของตัวเองไว้ถึงจะเป็นหนทางของราชา
“ถ้างั้นจะทำยังไงล่ะพี่หั่ว?” หาวจูฉิงเกอด่าในใจยกใหญ่ แต่ปากกลับพูดอย่างรู้สึกผิดและเคารพนบนอบ
“เอาอย่างนี้ก่อนแล้วกัน..... เจ้าป้าหวังเตา (ดาบเผด็จการ) นั่นก็เข้ามาเล่น ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ แล้ว ฉันจะให้พวกเขาไปฆ่าคนพวกนั้น!”
“พี่หั่ว ยอดฝีมือกลุ่มนั้นไม่ได้เล่นเกม ‘ดราก้อน ไรซิ่ง’ อยู่หรอ?”
“พูดอะไรไร้สาระ ไม่รู้จักดูเลยว่า ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ เพิ่งจะเปิดตัวได้ไม่กี่วันก็ได้รับความนิยมมากขนาดนี้แล้ว พวกของป้าหวังเตานั่น หึ! เค้กก้อนใหญ่ขนาดนี้จะยอมพลาดรึ? ก็ดี คนกลุ่มนี้แค่จ่ายเงินก็ยอมทำงานแล้ว เดี๋ยวให้พวกเขาไปจัดการคนพวกนั้น ส่วนพวกนายก็เก็บเวลให้มันเร็วๆ หน่อย ดันเจี้ยนหน้าต้องชิงเฟิร์สเคลียร์มาให้ได้”
.....................................................................