Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 045 ตอนที่ 45

#45Chapter 045

บทที่ 45 เจ้าอ้วนถูกฆ่า

เพียวหยางเตอหั่วฉิว ชื่อจริงคือ ลู่หมิง ตรงตามเกณฑ์ทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองทุกประการ แต่ที่ไม่เหมือนทายาทเศรษฐีรุ่นที่สองคนอื่นๆ ก็คือ เขาไม่ชอบแข่งรถซิ่ง นั่งแช่ในบาร์ หรือสาวสวยทั้งหลาย แต่กลับชื่นชอบเกมออนไลน์เป็นพิเศษ เกมไหนได้รับความนิยม เขาก็เล่นเกมนั้น และด้วยความที่เขาไม่เสียดายเงิน บวกกับทักษะของตัวเขาเองก็ไม่เลว ดังนั้นไม่ว่าเกมไหนๆ ก็ทำได้ดีเติบโตก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ เปิดตัว ลู่หมิงก็เข้ามาเล่นเกมและก่อตั้งกิลด์ ‘เอ้าซื่อ’ ขึ้นมาทันที เนื่องจากลู่หมิงค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการเกมออนไลน์ ดังนั้นข้างกายเขาจึงมีลูกน้องอยู่กลุ่มใหญ่ แน่นอนว่าในจำนวนนั้นมีส่วนหนึ่งที่ลู่หมิงใช้เงินฟาดหัวมารวมอยู่ด้วย

งานอดิเรกที่ลู่หมิงชอบที่สุดก็คือ การได้อวดเลเวล!

อุปกรณ์สวมใส่น่ะหรือ พี่ไม่ขาดแคลนเงิน แค่เอาเงินไปฟาดที่ร้านประมูลก็ได้มาแล้ว!

ดังนั้นในเกมจำนวนมากที่เขาเล่น เขาจึงเลือกทำอาชีพนักเวทซึ่งเป็นราชาแห่งการเก็บเวล แถมยังเป็นนักเวทไฟที่พลังโจมตีสูงแต่พลังชีวิตอ่อนด้อยอีกต่างหาก! ไม่ต้องสงสัยไป สิ่งที่เขาเลือกนั้นถูกต้องแล้ว ดังนั้นเพียงแค่วันที่สองที่เซิร์ฟเวอร์เปิด เขาก็ติดทำเนียบอันดับเลเวล พอล่วงเข้าวันที่สี่ชื่อของเขาก็ขึ้นไปเป็นอันดับแรกของทำเนียบ จากนั้นก็รักษาตำแหน่งมาได้ตลอดจนถึงตอนนี้

ขณะนี้เขากำลังเก็บเวลอยู่ใน ‘หลุมศพภูตผี’ ส่วนด้านนอกพวกกิลด์เอ้าซื่อก็ได้เคลียร์สถานที่เรียบร้อย ป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปแย่งมอนสเตอร์ เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการเก็บเวลของเขา!

‘ผั่วะๆๆ’

ทุกครั้งที่ลู่หมิงขว้างลูกบอลไฟออกไปจะต้องมีมอนสเตอร์ล้มตายไปหนึ่งตัว ไม่ได้เป็นเพราะพลังการโจมตีของเขาสูงถึงขั้นโจมตีครั้งเดียวก็ฆ่าตายทันที แต่เป็นเพราะลูกน้องของเขาตีจนมอนแต่ละตัวเหลือเลือดริบหรี่ แล้วค่อยเอามาให้เขาลงดาบ!

กฎของ ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ในกรณีที่ไม่ได้จัดตั้งปาร์ตี้ ผู้เล่นที่โจมตีมอนสเตอร์เป็นคนสุดท้ายจะได้ค่าประสบการณ์ไปเปรมคนเดียวเหนาะๆ 50%! นั่นเป็นเหตุให้ลู่หมิงรักษาอันดับที่หนึ่งของทำเนียบอันดับเลเวลไว้ได้ตลอดมา ตำแหน่งราชาแห่งการเก็บเวลมั่นคงจนไม่อาจสั่นคลอน!

หลังจากมอนสเตอร์โครงกระดูกตายไปจนนับไม่ถ้วน ในที่สุดก็มีแสงสีทองวาบขึ้นมา ลู่หมิงขึ้นเลเวล 20 แล้ว

‘เจ๋ง! จุ๊ๆๆ! เจ๋งโคตร!’ ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังอยู่กันที่เลเวล 13-15 ตัวเขาเองกลับขึ้นไปเลเวล 20 แล้ว ความรู้สึกที่ได้ทิ้งคนอื่นไม่เห็นฝุ่นแบบนี้....... มันสุดยอดจริงๆ! ลู่หมิงคิดไปด้วย เปิดดูทำเนียบอันดับเลเวลไปด้วย คิดจะชมภาพสวยงามที่เขาทิ้งห่างอันดับที่สองไปสองเลเวลสักหน่อย

‘หืม? เลเวล 21? นี่มันเรื่องอะไรกัน! ระบบผิดพลาดหรือว่าตัวเขาเองตีมอนจนมึนไปหมดแล้ว แม้แต่ตัวเองขึ้นไปเลเวล 20 หรือ 21 ก็ยังจำผิดจำถูก?’

ลู่หมิงขยี้ตาเล็กน้อยแล้วดูใหม่

[ทำเนียบอันดับเลเวล] (ภูมิภาคจีน)

1. เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน, เอลฟ์, ฮันเตอร์เจ้าแห่งสัตว์ป่า, เลเวล 21

ลู่หมิงแทบจะกระอักเลือดออกมาแล้ว!

‘ตัวเขาไม่ได้เป็นที่หนึ่ง! นี่มันเรื่องอะไรกัน เลเวล 21 นี่โผล่มาจากไหน?’

‘ถูกกระแทกลงมาที่สองเฉยเลย!’

2. ไป่ฟาอีจง, เอลฟ์, ฮันเตอร์เจ้าแห่งสัตว์ป่า, เลเวล 21

‘อะไร! อะไรกัน! อะไรกันเนี่ย! อะไร!’

‘ทำไมมีฮันเตอร์เลเวล 21 โผล่มาอีกหนึ่ง? หรือว่าฮันเตอร์เหมาะจะเก็บเวลยิ่งกว่านักเวท?’

‘เชี่ย! หล่นไปอยู่ที่สามแล้ว!’

3. ไกวเสวี่ยเอ๋อร์, มนุษย์, นักบวช, เลเวล 20

ลู่หมิงเอ๋อไปเลย

4. สุ่ยเยียนเอ๋อร์, มนุษย์, นักรบโจมตี, เลเวล 20

5. เพียวหยางเตอหั่วฉิว, มนุษย์, นักเวทไฟ, เลเวล 20

‘นี่ๆๆๆๆๆๆ! กินยาไวอากร้ากันมายกกลุ่มรึไง? เบียดตัวเขาลงมาอยู่ที่ห้าเฉยเลย?’

สีหน้าของลู่หมิงพลันมืดครึ้มดำทะมึน เขาเปิดช่องกิลด์ขึ้นมาแล้วพูด “เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน ไป่ฟาอีจง ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ สุ่ยเยียนเอ๋อร์ สี่คนนี้เป็นใครมาจากไหน?”

“พี่หั่วฉิว พี่ไม่รู้จักหรอ? เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนานกับไป่ฟาอีจงเป็นสมาชิกที่ทำเฟิร์สเคลียร์หลุมใต้ดินบังกาโหมดความตาย ส่วนไกวเสวี่ยเอ๋อร์กับสุ่ยเยียนเอ๋อร์เมื่อวานนี้ทำเฟิร์สคิลบอสป่าเกรดเงินสีขาว เพิ่งจะขึ้นทำเนียบเกียรติยศไป พวกเทพทั้งนั้นเลยอะ คิดไม่ถึงว่าแม้แต่เก็บเวลก็ยังร้ายกาจขนาดนี้!”

สีหน้าของลู่หมิงย่ำแย่หนักกว่าเดิม ผ่านไปสักพักจึงพูด “จูโถว (หัวหมู) นายไปถามๆ ดูซิว่าสี่คนนี้อยู่เมืองหลักเมืองไหน ถ้าอยู่ไวท์เจดล่ะก็ พาคนไปสักหน่อย เจอหนึ่งครั้งก็ฆ่าหนึ่งครั้ง! แม่มัน กล้ามาแย่งอันดับหนึ่งในทำเนียบเลเวลกับฉัน คงไม่รู้ว่าคำว่าตายเขียนยังไงซะแล้ว!”

หาวจูฉิงเกอ (พี่ชายนักรักหมูผู้กล้าหาญ) พูดขึ้นมาทันที “ครับ พี่หั่ว!”

..........

หลังจากพักผ่อนสักพัก จางหยางก็ออนไลน์ใหม่อีกรอบ

‘ติ๊ง! คุณได้ขึ้นสู่เลเวล 20 สามารถเปิดใช้ระบบบริการแลกเปลี่ยนเหรียญทองได้นับแต่นี้เป็นต้นไป! คุณต้องการผูกเครดิตประชากรกับไอดีเกมหรือไม่?”

มีข้อความแจ้งเตือนจากระบบเข้ามาหนึ่งฉบับ จางหยางจึงเพิ่งคิดได้ว่าหลังจากตัวละครขึ้นเลเวล 20 สามารถเปิดใช้ระบบบริการแลกเปลี่ยนเหรียญทองได้แล้ว

‘ต้องการ’ จางหยางตอบทันที

‘ติ๊ง! กำลังเชื่อมต่อคลื่นสมองของคุณกับข้อมูลธนาคาร กรุณารอสักครู่!’

‘ติ๊ง! ค้นพบเครดิตประชากรแล้ว เลขบัญชีคือ 3205XXXXXXXXXXX, หากตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดพลาด กรุณากด ‘ยืนยัน’ เพื่อดำเนินการต่อ!’

‘ดำเนินการต่อ’

‘ติ๊ง! ทำการผูกบัญชีของคุณกับเครดิตประชากรเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้คุณสามารถนำเหรียญทองจากในเกมแลกกับระบบได้ หรือทำการซื้อเหรียญทองจากระบบ! สามารถใช้บริการนี้ได้ทุกธนาคารในเมืองหลัก อัตราแลกเปลี่ยนเหรียญทองกับเงินตรา กรุณายึดอัตราแลกเปลี่ยนตามที่ธนาคารระบุไว้ ณ ขณะนั้น!’

จากนั้นจางหยางมาที่ธนาคาร เมื่อมองดูก็พบว่าอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินในเกมและเงินจริงคือ 1:8 เห็นได้ชัดว่าเหรียญทองของเกมราคาตกลงมากขึ้นเรื่อยๆ จางหยางไม่ต้องคิดเลยสักนิด เขาเหลือเหรียญทองเอาไว้ 1000 เหรียญเพื่อซื้อสมุนไพรต่อ เหรียญทองที่เหลือแลกเป็นเงินจริงออกมาทั้งหมด

ในตัวเขามีเหรียญทองอยู่สองหมื่นกว่าเหรียญ หลังจากทำการแลกเปลี่ยน เขาก็กลายเป็นคนจนในเกม แต่บัญชีในชีวิตจริงกลับมีเงินเพิ่มขึ้นมาแสนหกอย่างรวดเร็ว!

นี่เพิ่งจะกี่วันเอง หาเงินมาได้แสนหกแล้ว!

จางหยางเต็มไปด้วยความสะท้อนใจ ถ้าไม่เป็นเพราะเขาเป็นคนที่กลับชาติมาเกิดใหม่ก็คงไม่สามารถหาพิมพ์เขียวสร้างโล่ดินเผาทรงกลมมาได้เร็วขนาดนี้ แต่ว่าอุปกรณ์สวมใส่ในเกมนั้นตกรุ่นเร็วมาก เมื่อ ‘รังของมาจาเวย์’ เปิดม่าน และโล่เกรดเงินสีขาวอันนั้นได้ออกมาพบเจอผู้คน ถึงตอนนั้นโล่ดินเผาทรงกลมอันนี้จะขายได้ถึง 10 เหรียญทองหรือไม่ยังไม่รู้เลย!

ความรู้คือความร่ำรวย! และความรู้ของเขานั้นคือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอนาคต ดังนั้นจึงยิ่งมีค่ามากขึ้นไปอีก!

อืม ต้องเก็บรวบรวมสมุนไพรให้เยอะขึ้นเอามาปรุงยาต้านทานเวทเงาระดับต้น รอจนผู้เล่นส่วนใหญ่ขึ้นเลเวล 20 แล้วมาตายที่ ‘รังของมาจาเวย์’ ถึงตอนนั้นก็เป็นเวลาแห่งความร่ำรวยของเขาแล้ว!

จางหยางคิดอย่างพออกพอใจ ขณะเดียวกันก็ไปที่บ้านของนักรบหาผู้ฝึกสอนเพื่อเรียนสกิลใหม่ของเลเวล 20

หลังจากจ่ายไป 20 เหรียญทอง หน้าต่างสกิลของเขาก็มีสกิลเพิ่มขึ้นมาใหม่สองอย่าง

[ทลายเกราะ]: ทำลายการป้องกันของเป้าหมาย ทำให้ค่าการป้องกันลดลง 10% และสร้างความเสียหายระยะประชิด 50% สามารถใช้ซ้อนกันได้มากสุด 5 ชั้น ค้างไว้เป็นระยะเวลา 30 วินาที ทักษะนี้สร้างค่าความเกลียดชังเป็นจำนวนมาก ผลาญค่าความโกรธ: 10 แต้ม ระยะเวลาคูลดาวน์: 1 วินาที ต้องการ: อาวุธระยะประชิด

[สายฟ้าฟาด]: ถล่มลงไปที่พื้นด้วยแรงของสายฟ้า สร้างความเสียหายกายภาพ 100% ของค่าความแข็งแกร่งต่อศัตรูที่อยู่รอบด้าน และทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของเป้าหมายลดลง 50% ค้างไว้เป็นระยะเวลา 5 วินาที ทักษะนี้สร้างค่าความเกลียดชังเป็นจำนวนมาก ผลาญค่าความโกรธ: 20 แต้ม ระยะเวลาคูลดาวน์: 8 วินาที

‘ทลายเกราะ’ เป็นสกิลที่นักรบทั้งสองสายใช้ร่วมกัน ส่วน ‘สายฟ้าฟาด’ เป็นสกิลของนักรบป้องกันโดยเฉพาะ ซึ่งมาคู่กันกับ ‘ฟาดฟันพายุหมุน’ ที่เป็นสกิลโจมตีวงกว้างของนักรบโจมตีเลเวล 20 โดยเฉพาะ

หลังจากรอสักพัก ไป่ฟาอีจง สุ่ยเยียนเอ๋อร์ และไกวเสวี่ยเอ๋อร์ก็ออนไลน์กันครบทุกคน จางหยางให้สุ่ยเยียนเอ๋อร์เชิญไป่ฟาอีจงเข้าปาร์ตี้ก่อน แล้วค่อยเอาคนอื่นๆ ของกิลด์ต้าโม่กูเยียนมาร่วมปาร์ตี้ จากนั้นก็ไปตีหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตาย

สุ่ยเยียนเอ๋อร์และไกวเสวี่ยเอ๋อร์รู้ว่าไป่ฟาอีจงเป็นสมาชิกที่จะไปตีดันเจี้ยนห้าคนในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นตอนที่แบ่งอุปกรณ์สวมใส่ จึงพยายามให้ความสำคัญกับไป่ฟาอีจงเป็นลำดับแรก แม้ว่าคนของกิลด์ต้าโม่กูเยียนปากจะไม่พูด แต่ก็ดูออกจากสีหน้าว่าไม่ค่อยพอใจกันสักเท่าไหร่

คนเรามักจะโลภเสมอ เมื่อวานนี้พวกเขาสามารถผ่านโหมดความตายได้ก็พึงพอใจแล้ว แต่พอมาวันนี้กลับรู้สึกว่าอุปกรณ์สวมใส่ที่ดรอปในดันเจี้ยนทั้งหมดควรเป็นของพวกเขา เมื่อแบ่งให้คนนอกย่อมไม่เต็มอกเต็มใจแน่นอน

ด้วยเหตุนี้บรรยากาศในปาร์ตี้จึงตึงเครียดเล็กน้อย คนที่เปิดปากพูดมีน้อยลงเรื่อยๆ มีแค่ตอนที่แบ่งอุปกรณ์สวมใส่เท่านั้นที่จะคึกคักขึ้นมาสักหน่อย

“หยางน้อย พี่โดนคนดักซุ่ม รีบมาช่วยสู้หน่อย!”

ยังไม่ทันเริ่มสู้กับบอสหมายเลขสาม เจ้าอ้วนหานก็ติดต่อมาหาจางหยางผ่านระบบแชทด้วยเสียง ร้องออกมาด้วยความร้อนใจ

“ทำไม นายไปแหย่ดอกไม้ป่ามากเกินไป เลยโดนหนอนกัดหรอ?” จางหยางแซวเล่น

“ไม่ใช่ พวกคนโง่กิลด์เอ้าซื่อกลุ่มนึง ไม่รู้เป็นบ้าอะไร อยู่ๆ ก็มาโจมตีพี่ เชี่ย! ฉันจะตายแล้ว..... แม่มัน ตายแล้วจริงๆ!” เจ้าอ้วนหานแผดเสียงด้วยความโกรธ

กิลด์เอ้าซื่อ? สารเลวพวกนั้น? จางหยางเองก็อารมณ์คุกรุ่นขึ้นมาบ้างแล้วจึงพูดขึ้น “นายอย่าเพิ่งฟื้นคืนชีพ รอฉันก่อน!”

“ตกลง นายมาเร็วๆ หน่อย บิดากลืนความโกรธนี้ไม่ลงจริงๆ ต้องฆ่าพวกมันให้ตายสักรอบ!” เจ้าอ้วนหานไอสังหารพวยพุ่ง

จางหยางรีบพูดในช่องปาร์ตี้ “โทษทีทุกคน ฉันมีเรื่องด่วน เล่นต่อไม่ได้แล้ว ถ้าไงพวกนายรอกันหน่อย หรือไม่ก็หาแทงค์ตัวอื่นมาตีต่อ”

พอพูดจบเขาก็ถอนตัวออกจากปาร์ตี้ทันที คว้าใบเทเลพอร์ตขึ้นมาฉีก และก็ส่งคำเชิญเข้าร่วมปาร์ตี้ให้เจ้าอ้วนหาน

“จ้านอวี้ เกิดอะไรขึ้น?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์กระซิบมาถาม

“เพื่อนฉัน เจ้าอ้วนนั่นน่ะ ถูกคนฆ่า ฉันจะไปช่วยฆ่าคืน!” จางหยางตอบ

“ว้าว! มีเรื่องทะเลาะให้ได้ลงไม้ลงมือ เอาฉันเข้าตี้ด้วย!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ตื่นเต้นสุดๆ

จางหยางคิดสักครู่ รู้สึกว่าในเมื่อทุกคนต้องเป็นสมาชิกทีมเดียวกัน อย่างนั้นก็ต้องดูแลปกป้องซึ่งกันและกันเป็นธรรมดา จึงส่งคำเชิญเข้าร่วมปาร์ตี้ให้สุ่ยเยียนเอ๋อร์

“ส่งให้เจ๊ฉันด้วย!” หลังจากสุ่ยเยียนเอ๋อร์เข้ามาในปาร์ตี้ก็บอกให้จางหยางเชิญไกวเสวี่ยเอ๋อร์เข้าร่วมปาร์ตี้

ขณะเดียวกันไป่ฟาอีจงก็กระซิบมาถามว่าเกิดเรื่องอะไร หลังจากรู้เรื่องก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงแต่บอกให้จางหยางเอาเขาเข้าตี้ไปต่อยตีด้วย

ดังนั้นปาร์ตี้ที่เก็บเวลด้วยกันเมื่อตอนกลางวันจึงมารวมตัวกันอีกครั้ง

“เจ้าอ้วน นายอยู่ไหน?”

“ออกมานอกเมืองทางทิศตะวันออก ริมฝั่งแม่น้ำเจดดราก้อน พิกัด 1264, 39743”

“ฝ่ายตรงข้ามมีกี่คน?”

“ประมาณสิบกว่าคน แม่มัน ทำให้บิดาร่วงมาเวลนึงแล้ว ไอ้พวกสารเลว!” เจ้าอ้วนหานขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในตอนนี้เขาอยู่เลเวล 20 ค่าประสบการณ์ 0% แค่พริบตาอันดับบนทำเนียบก็ร่วงจากที่หนึ่งลงมาอยู่ที่ห้าแล้ว!

“เอาล่ะ นายรออยู่ข้างศพ ฉันจะไปถึงเดี๋ยวนี้แล้ว” จางหยางเร่งความเร็วในการเดินทางขึ้นอีก พูดเรื่องจริงเลย ผู้เล่นแค่สิบกว่าคนไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลยสักนิด ด้วยสกิลของเขา บวกเข้ากับอุปกรณ์สวมใส่ที่เรียกได้ว่าเป็นของชั้นยอดในช่วงนี้ สามารถพูดได้เลยว่าฆ่าทีเป็นร้อยยังไม่คณามือ!

ในเวลาอันรวดเร็ว พวกของจางหยางก็มาถึงที่ที่ศพของเจ้าอ้วนหานนอนอยู่ ริมฝั่งแม่น้ำใหญ่สายหนึ่ง มีผู้เล่นสิบกว่าคนกำลังรุมล้อมอยู่รอบศพศพหนึ่งอยู่ แถมยังมีคนถ่มน้ำลายใส่ศพบ้าง เหยียบศพบ้างเป็นระยะ ปากพูดอะไรพึมพำ เนื่องจากอยู่ไกลออกมา พวกของจางหยางจึงไม่ได้ยิน

คนพวกนี้ไม่ได้ปิดบังข้อมูลตัวละคร เหนือศีรษะของแต่ละคนมีชื่อของกิลด์ ‘เอ้าซื่อ’ ติดอยู่ เลเวลอยู่ระหว่าง 13-15

ทันใดนั้นสายตาของจางหยางพลันเปล่งประกายวาบขึ้นมา เขามองเห็นคนคุ้นเคยอยู่สองสามคน!

ฮวาคู่ฉ่า เอ้าซื่อฝ่าเสิน เอ้าซื่อไหน่ป้า พวกเอ้าซื่อสี่คนกลุ่มนั้น ขาดแค่ซยงเหมาไจ้หรานเซาเท่านั้น เนื่องจากจางหยางฆ่าจนพวกเขาลงไปเลเวล 3 ตอนนี้พวกเขาจึงเพิ่งเลเวล 13 เท่านั้น

ฆ่า! จางหยางคว้าดาบเกล็ดเงินขึ้นมา แววตาระเบิดรังสีสังหารออกมาเข้มข้น

.....................................................................

Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 045 ตอนที่ 45