Miracle of God เทพนักรบผู้พิทักษ์: Chapter 044 ตอนที่ 44
บทที่ 44 อัพเวลด้วยความเร็วแสง
ถึงการต่อสู้จะไม่เปลี่ยนรูปแบบเลยตลอดเวลา มีรสชาติเดียวน่าเบื่อสุดๆ แต่ความเบิกบานใจที่เลเวลอัพเร็วปรู๊ดปร๊าดราวกับบิน ก็ทำให้พวกของไกวเสวี่ยเอ๋อร์ยังคงกระดี๊กระด๊าอยู่ดี ฟาดฟันเต็มแรงยิ่งกว่าเดิม ถ้าทำได้ก็อยากจะแปลงร่างเป็นมังกรยักษ์ พ่นไฟใส่มอนสเตอร์ในถ้ำให้ตายเกลี้ยงไปเลย!
หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ให้หลัง นอกจากจางหยางแล้ว คนอื่นๆ อัพขึ้นไปอีกหนึ่งเลเวล
ขณะนี้ใกล้จะได้เวลากินข้าวเที่ยงแล้ว แต่ไม่มีใครบอกว่าจะออฟไลน์ไปกินข้าวเลยสักคน ทุกคนรู้ดีว่าโอกาสในการตีมอนแบบนี้ผ่านไปอีกพันปีก็อาจไม่ได้เจออีก ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะโดนบริษัทเกมแก้ทิ้งไป ดังนั้นต้องอาศัยช่วงที่ยังตีได้ ตีให้สะใจไปเลยทีเดียว
“ถ้าไม่มีใครคัดค้านล่ะก็ วันนี้จัดการอัพขึ้นไปเวล 20 แล้วค่อยออฟไลน์ ตกลงมั้ย?” จางหยางถาม
“คิดซะว่าเป็นการลดน้ำหนักละกัน คุณหนูคนนี้จะอัดสุดชีวิตแล้ว!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ยังคงฟันลูกแมงมุมอย่างเหี้ยมโหดอยู่
“สาวน้อย เดิมทีเธอก็ผอมจนหน้าอกติดกับแผ่นหลังอยู่แล้ว ถ้าลดอีก จะไม่ยิ่งดูเหมือนเติบโตไม่สมบูรณ์หรอ?” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์ชอบยั่วโมโหเธอตลอด
“หานอิ๋งเสวี่ย เธอรอได้เลย เดี๋ยวตกดึกรอเธอหลับก่อน ฉันจะโยนเสี่ยวฮวาขึ้นไปบนเตียงเธอ!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์โจมตีกลับ
เห็นได้ชัดว่าหน้าของไกวเสวี่ยเอ๋อร์หงอยลง ผ่านไปนานพอควรถึงพูด “พรุ่งนี้ฉันจะไปเอาแมวมาเลี้ยง!”
“เสี่ยวฮวาเป็นหนูเหรอ?” จางหยางถามไม่จริงจัง
“หนูตะเภา น่ารักมาก สวยมากด้วยนะเออ!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เริ่มอวด
“แหยะ! น่าขยะแขยงจะตาย” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์กลับขมวดคิ้วเรียวสวยยกใหญ่
หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ผ่านไปอีกครั้ง คนทั้งห้าอัพขึ้นไปอีกหนึ่งเลเวลทีละคนๆ
จางหยางเลเวล 20 แล้ว ได้แต้มสกิลมาหนึ่งแต้ม เขาเอาแต้มเติมลงไปที่สกิล ‘ป้องกัน’ อย่างไม่ลังเลสักนิด ระยะเวลาคูลดาวน์ลดลงเหลือ 6 วินาที ขณะเดียวกันก็เอาดาบเกล็ดเงินและแหวนของผู้พลีชีพอันดูอินจากในเป้สะพายหลังออกมาเปลี่ยน ค่าการโจมตีพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ในระดับที่น่าหวาดผวา!
[ผู้เล่น: จ้านอวี้]
เลเวล: 20
ค่าพลังชีวิต (HP): 1600
ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): 70
ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): 106
ค่าความเร็ว (Agility: AGI): 39
ค่าความโชคดี (Lucky: LUK): 3
ค่าโจมตีระยะประชิด (Malee Attack): 345-367 สูตรการคำนวณ = ค่าการโจมตีสูงสุดและต่ำสุดของ ‘ดาบเกล็ดเงิน’ + 148 (ค่าความแข็งแกร่ง)/2 (ค่าความแข็งแกร่งทุก 2 แต้มจะเพิ่ม DPS 1 แต้ม) x 2.6 (ความเร็วของอาวุธ)
ระยะห่างระหว่างการโจมตี: 2.6 วินาที
จากตอนแรกที่ต้องฟันลูกแมงมุมสามครั้งถึงจะตาย มาตอนนี้ดาบเดียวก็ตายแล้ว! ทันทีที่ปล่อย ‘กวาดตามแนวนอน’ ออกไป ก็จะยิ่งเห็นตัวเลขค่าดาเมจประมาณ 700 เด้งขึ้นมาเป็นชุด ค่าดาเมจทะลักทลาย!
เนื่องจากค่าการโจมตีของจางหยางสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด การอัพเวลของพวกไกวเสวี่ยเอ๋อร์จึงเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย แต่แถบค่าประสบการณ์ของจางหยางกลับคืบหน้าช้าลงแบบทิ้งดิ่ง! ไม่ใช่อะไร หลังจากขึ้นเลเวล 20 แล้ว การอัพเลเวลแต่ละครั้งต้องการค่าประสบการณ์เยอะขึ้นกว่าเดิมมาก!
ขณะนี้เลเวลของจางหยางแซงหน้า ‘เพียวหยางเตอหั่วฉิว’ ที่อยู่อันดับหนึ่งในทำเนียบอันดับเลเวลแล้ว ส่วนเจ้าอ้วนหานที่มีค่าประสบการณ์ 76% ของเลเวล 17 ก็ได้เบียดขึ้นไปอยู่บนทำเนียบอันดับเลเวลแล้วเช่นกัน ด้วยลักษณะนิสัยที่ชอบทำตัวโดดเด่นอย่างเขา ไม่มีทางปิดบังชื่อของตัวเอง จึงเขี่ย ‘อาปู้ลาตง (Abula Dong)’ ที่เดิมอยู่ลำดับที่สิบของทำเนียบตกไปได้สำเร็จ
หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ผ่านไปอีกครั้ง ไป่ฟาอีจงก็ได้ขึ้นไปติดทำเนียบอันดับเลเวล โดยอยู่ลำดับท้ายสุด และขณะนี้อันดับของเจ้าอ้วนหานก็เขยิบสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยค่าประสบการณ์ 57% ของเลเวล 18 เบียดขึ้นไปอยู่อันดับ 3 แล้ว!
การอัพเลเวลขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดแบบนี้ ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากตกตะลึงและแปลกใจ
ปกติทำเนียบอันดับเลเวลนี้ก็แข่งขันกันดุเดือดอยู่แล้ว เหมือนอย่างที่เขาพูดกันว่า ‘กำแพงเมืองเปลี่ยนธงผู้นำ’ ก่อนหน้านี้คุณยังอยู่อันดับที่สี่ ไม่แน่ว่าแค่ผ่อนคลายลงเล็กน้อยก็ร่วงลงมาที่ห้าที่หกแล้ว! เดิมทีการเปลี่ยนแปลงของอันดับไม่มีอะไรแปลกประหลาด แต่ ‘เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนาน’ คนนี้ก็จะเทพเกินไปหน่อยแล้ว จากอันดับสุดท้ายฆ่าขึ้นมาตลอดทาง ไม่น่าเชื่อว่าแค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็พุ่งขึ้นไปอยู่สามอันดับแรกแล้ว นี่ทำให้ผู้คนตื่นตะลึงกันขึ้นมาบ้างแล้ว!
แต่ว่าสงครามอันดับเลเวลครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยังไม่สิ้นสุด กลับดุเดือดเลือดพล่านขึ้นไปอีก!
อีกหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ให้หลัง ไกวเสวี่ยเอ๋อร์และสุ่ยเยียนเอ๋อร์ก็ทำได้ตามเงื่อนไขในการขึ้นทำเนียบ ได้ขึ้นไปอยู่อันดับที่เก้าและสิบ
“เชด! สะใจโคตร! พี่อ้วนขึ้นไปอยู่อันดับสองแล้ว” เจ้าอ้วนหานชอบใจยิ้มหน้าชื่นตาบาน ขณะนี้มีแค่ ‘เพียวหยางเตอหั่วฉิว’ ที่ยังอยู่อันดับก่อนหน้าเขาเท่านั้น
ไกวเสวี่ยเอ๋อร์และสุ่ยเยียนเอ๋อร์ก็ตื่นเต้นสุดๆ ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา ทำให้สีหน้าดูสดใสงดงาม
“วันนี้ต้องฉลองมื้อใหญ่!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์ตะโกนเสียงดัง
“ดื่มนมมะละกอเยอะๆ หน่อย” จางหยางแซว
“ทำไมอะ?” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เบิกตาโต เห็นได้ชัดว่ามึนงง
“เอ่อ...........” จางหยางลังเลเล็กน้อย อย่างไรเธอก็ยังเด็กอยู่ สอนให้เสียคนคงจะไม่ดี
“อย่าไปสนเขา อันธพาลเหม็นเน่าคนหนึ่ง มีรึจะพูดอะไรดีๆ ออกมา!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์เหล่ตามองค้อนจางหยาง สายตากระเพื่อมไหวราวระลอกคลื่น สวยสดงดงามเหนือสิ่งอื่นใด แต่น่าเสียดาย ดวงตาน่าหลงใหลนี้ดันทำให้คนตาบอดมองเสียนี่ จางหยางที่หันหลังให้เธอไม่มีทางได้เห็น
“อ่อ!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ
ด้วยแรงกระตุ้นในการติดอันดับ ทุกคนจึงยิ่งสู้ยิ่งฮึกเหิม แสงสีทองที่แสดงถึงการเลื่อนเลเวลวูบผ่านร่างของพวกเขาไปทีละสายๆ เป็นระยะ
ทำเนียบอันดับเลเวลของภูมิภาคจีนสับเปลี่ยนไปมา เปลี่ยนแปลงจนจับต้นชนปลายไม่ถูก
“ว้าว! สี่คนที่เพิ่งขึ้นทำเนียบมานี่อัพเวลกันยังไงเนี่ย”
“เหมียวเถียวเหม่ยสิงหนานคนนั้นอะ ตอนแรกเวล 17 ตอนนี้เวล 20 ขึ้นที่หนึ่งแล้ว! สวรรค์ สี่ชั่วโมงกว่าๆ อัพมาสามเวล โคตรน่ากลัวเลย! ฉันนี่วันหนึ่งอัพได้แค่เวลเดียวเอง”
“เชด! สี่คนนั้นใช้โปรแกรมแฮกแน่นอน”
“แฮกน้องแกดิ พูดไม่รู้กี่รอบแล้ว ‘เดอะ มิราเคิล ออฟ ก๊อด’ ไม่มีโปรแกรมแฮก”
“สุ่ยเยียนเอ๋อร์กับไกวเสวี่ยเอ๋อร์นั่น ไม่ใช่ที่เมื่อวานทำเฟิร์สคิลบอสเกรดเงินสีขาวแล้วได้ขึ้นทำเนียบหรอ?”
“ใช่แล้ว ส่วนเหมียวเถียวเหม่ยสิงหนานกับไป่ฟาอีจงก็อยู่ในตี้ที่ทำเฟิร์สเคลียร์หลุมใต้ดินบังกาโหมดความตาย!”
“เทพทุกคนเลยอะ!”
“แก้ผ้ากลางหิมะ ตีลังกากลับหลังกลางอากาศ 1800 องศา ตีลังกาหน้า 3600 องศา คุกเข่า ขอยอดฝีมือได้โปรดลากฉันไปด้วย!”
“ได้โปรดรับไปเลี้ยงด้วย!”
ช่องแชทภูมิภาคเปลี่ยนมาคึกคักสุดๆ อีกรอบ
..........
ตกเย็น ห้าโมงกว่าๆ เมื่อแสงสีทองสายสุดท้ายวาบผ่านร่างของสุ่ยเยียนเอ๋อร์ สมาชิกในปาร์ตี้ของจางหยางทุกคนก็ขึ้นสู่เลเวล 20 ทั้งหมด
ในหมู่พวกเขา จางหยางเลเวล 22 เจ้าอ้วนหานและไป่ฟาอีจงเลเวล 21 ไกวเสวี่ยเอ๋อร์และสุ่ยเยียนเอ๋อร์เลเวล 20 เนื่องจากจางหยางเลือกไม่ขึ้นทำเนียบ ดังนั้นพวกเจ้าอ้วนหานสี่คนจึงขึ้นไปยึดที่บนทำเนียบตั้งแต่ลำดับที่หนึ่งถึงลำดับที่สี่ ส่วนราชาแห่งการเก็บเวลคนก่อน ‘เพียวหยางเตอหั่วฉิว’ ถูกแซะกระเด็นลงมาอยู่ที่ห้าแล้ว
จางหยางปล่อย ‘กวาดตามแนวนอน’ ออกไปหนึ่งที ฆ่าแหวกทางออกมาจากกองมอนสเตอร์ จากนั้นปล่อย ‘จู่โจม’ ไปอีกหนึ่งที พุ่งเข้าไปอยู่หน้าแม่แมงมุม ดาบเกล็ดเงินวาดเข้าใส่ร่างบอส ทำดาเมจสูงลิบ
เนื่องจากบอสเรียกน้องชายออกมาช่วยตลอดเวลา จึงเหมือนกับเสาเข็มที่ไม่สามารถตอบโต้กลับได้!
ปริมาณเลือดเล็กน้อยแค่ 10% ทนรับแสนยานุภาพของจางหยางในตอนนี้ไม่ได้จริงๆ รอจนกระทั่งพวกของไกวเสวี่ยเอ๋อร์ไล่ฆ่าตามมาถึง ค่าพลังชีวิตของบอสก็เหลือไม่ถึง 3% แล้ว หลังจากโจมตีอีกไม่กี่ทีก็ล้มครืนลงไปกองกับพื้น
‘ติ๊ง! ปาร์ตี้ของคุณได้ฆ่า ‘แม่แมงมุม’, คุณได้รับค่าประสบการณ์ 6050 แต้ม (รางวัลปาร์ตี้ 50 แต้ม)!’
“เปิดรางวัลๆ!” ตาทั้งคู่ของสุ่ยเยียนเอ๋อร์กะพริบออกมาเป็นเหรียญทอง จากนั้นก็ไปเก็บเหรียญทองที่บอสดรอปขึ้นมา
‘ติ๊ง! คุณได้รับแบ่ง 5 เหรียญทอง!’
“บอสขี้ตืดเอ๊ย!” สุ่ยเยียนเอ๋อร์นับเงินไปด้วย เหยียดหยามไปด้วย
[หอกยาวแมงมุม] (เกรดทองแดงสีเขียว, หอกถือสองมือ)
ค่าพลังการโจมตี (Attack: ATK): 172-192
ระยะระหว่างการโจมตี: 3.5 วินาที
อัตราการสร้างความเสียหายต่อวินาที (DPS): 52
เลเวลที่ต้องการ: 20
“สาวน้อย ของเป็นของเธอแล้ว” จางหยางพูดไปหัวเราะไป
“น่าเกลียดมาก!” ทันทีที่สุ่ยเยียนเอ๋อร์เห็นหอกที่หน้าตาเหมือนขาแมงมุมก็อดเบะปากออกมาไม่ได้
“น่าเกลียดจริงๆ แหละ!” ไกวเสวี่ยเอ๋อร์พยักหน้าแสดงความเห็นด้วย
ผู้เล่นชายเมื่อได้อุปกรณ์สวมใส่มาชิ้นหนึ่ง ก่อนอื่นจะดูว่าสถานะเป็นอย่างไร แต่ผู้เล่นหญิงกลับให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของอุปกรณ์สวมใส่
“เอาไป!” จางหยางกดปล่อยวาง แล้วไปแตะอุปกรณ์สวมใส่ชิ้นที่สอง
[เกราะหนังหุ้มหน้าอกแม่แมงมุม] (เกรดทองแดงสีเขียว, เกราะผ้า)
ค่าการป้องกัน (Defense: DEF): +4
ค่ากำลังกาย (Vitality: VIT): +23
ค่าความแข็งแกร่ง (Strength: STR): +5
ค่าความเร็ว (Agility: AGI): +12
เลเวลที่ต้องการ: 20
“เจ้าอ้วน นายทอยแต้มกับไป่ฟาอีจง!” หลังจากจางหยางกดปล่อยวางก็พูดขึ้นมาในช่องปาร์ตี้
“ให้ไป่ฟา เสื้อผ้าบนตัวฉันดีกว่าเขา” เจ้าอ้วนหานรู้ว่าจางหยางอยากดึงไป่ฟาอีจงมาเป็นพวก ดังนั้นจึงปฏิเสธอย่างสุภาพ
“ฮ่าๆ ถ้างั้นฉันไม่เกรงใจล่ะนะ” ไป่ฟาอีจงตีหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายไปแค่ทีเดียว อุปกรณ์สวมใส่บนร่างจึงไม่เข้าชุด แย่กว่าเจ้าอ้วนหานเยอะ จำเป็นต้องติดอาวุธจริงๆ จะได้ไม่เป็นจุดอ่อนของปาร์ตี้
บอสขี้งกมาก ดรอปอุปกรณ์สวมใส่มาแค่สองชิ้น และก็ขยะที่ควรเอาไปขายทิ้งอย่างฟันแมงมุมอีกไม่กี่ซี่
“ตอนเย็นไปตีหลุมใต้ดินบังกาโหมดความตายอีกที แล้วพรุ่งนี้ไปรังของมาจาเวย์ สอยเฟิร์สเคลียร์ดันเจี้ยนห้าคนทั้งสองอันมา เป็นยังไง?” จางหยางถาม
“เห็นด้วย”
“เอาล่ะ ถ้างั้นทุกคนไปพักผ่อนกันสักพักก่อน!” จางหยางฉีกใบเทเลพอร์ต
“หิวจะตายอยู่แล้วๆ”
“จ้านอวี้ ขอบคุณนะ หวังว่าวันหนึ่งฉันจะช่วยอะไรนายได้บ้าง” ไป่ฟาอีจงกระซิบหาจางหยาง พูดอย่างจริงจัง เขาเป็นแค่ผู้เล่นทั่วไป เทคนิคงั้นๆ ตอนแรกแค่คิดจะเล่นเกมยามว่างเอามันเฉยๆ ไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าจะได้ขึ้นทำเนียบอันดับเลเวลกับเขา
ก็เล่นเกมอ่ะนะ อย่างไรก็เลี่ยงการอยากเอาชนะไม่ได้ ไม่อย่างนั้น คงไม่มีทำเนียบอันดับสารพัดแบบเกิดขึ้น ใครไม่อยากจะมีเลเวลเป็นอันดับหนึ่ง ได้สวมอุปกรณ์สวมใส่เกรดเทพเจ้าทั้งตัว สอยเฟิร์สเคลียร์โหมดวามตายทีละด่านๆ ทำให้ผู้คนตื่นตะลึงและเคารพนับถือ!
จางหยางกับเขาไม่ถือว่าสนิทและไม่เป็นศัตรู แค่ได้คบหากันตอนเล่นโหมดปกติเพียงครั้งเดียว ก็พาเขาไปตีโหมดความตายแล้ว แถมยังส่งทำเนียบอันดับเลเวลมาให้เขาอีก นี่เป็นบุญคุณระดับไหน! ดังนั้นไป่ฟาอีจงจึงรู้สึกซาบซึ้งใจในตัวจางหยางเป็นอย่างยิ่ง
‘เพื่อนร่วมทีมคนนี้ดูแล้วคงหนีไปไหนไม่ได้แล้วล่ะ!’ จางหยางหัวเราะในใจ ‘คิดถึงวันข้างหน้าที่นายกลายเป็น ‘นักล่ามังกร’ นั่นจะเป็นการช่วยเหลือฉันอย่างดีที่สุด! ถึงแม้ว่าที่ฉันทำก็นับเป็น ‘การเก็งกำไร’ แต่เชื่อเถอะว่าร่วมทีมกับฉันไปบุกลีกอาชีพด้วยกัน ไม่มีทางที่นายจะผิดหวังและเสียใจเด็ดขาด!’
กลับมาที่เมืองหลัก จางหยางได้รับเมลจากจวนเยี่ยค่วงกง เจ้าหมอนั่นขุดแท่งเหล็กได้อีก 50 กองแล้ว จึงส่งมาให้จางหยาง
หลังจากจ่ายเงิน จางหยางก็ไปเอาแร่ทองแดงที่เหลืออยู่สิบก้อนออกมาจากธนาคาร จากนั้นก็ไปร้านตีเหล็กสร้างโล่
เมื่อสร้างโล่ออกมาได้สิบอัน จางหยางเอาหนึ่งอันไปขายที่ร้านประมูลด้วยราคาเดิม กฏเกณฑ์เดิม จากนั้นก็เริ่มกว้านซื้อต้นกะหล่ำปลีกับดอกแปะก๊วย
เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการที่เขามากว้านซื้อสินค้าไปเมื่อวาน ทำให้ราคาของวัตถุดิบสองชนิดนี้ในร้านประมูลสูงขึ้นไม่น้อย จากกองละ 20 เหรียญเงินเพิ่มขึ้นเป็น 25 เหรียญเงิน มีบางอันที่แพงตั้งราคาไว้สูงถึง 40 เหรียญเงิน จางหยางไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ขอเพียงราคาไม่เกินเหตุจนเกินไปก็จับกินเรียบ
การมากว้านซื้อรอบนี้ได้สมุนไพรมาสามร้อยกว่ากอง แต่เหรียญทองที่จ่ายออกไปแค่จิ๊บๆ ร้อยกว่าเหรียญทองเท่านั้น!
‘วัตถุดิบตอนนี้ถูกจริงๆ อ่ะ รอรังของมาจาเวย์เปิด......’ จางหยางส่ายหัว แล้วบึ่งไปร้านแปรธาตุ ซื้อขวดยาปรุงยาเพิ่ม
รอจนกระทั่งใช้วัตถุดิบจนหมดก็เป็นเวลาหกโมงกว่าแล้ว จางหยางจึงรีบออฟไลน์ไปซื้อข้าวกล่องแล้วก็ยัดๆ เข้าไป
.....................................................................