ราชันอหังการ

ราชันอหังการ: Chapter0056 ตอนที่ 57

#57Chapter0056

ตอนที่ 56 เตาเทวะ (2)

เวลานี้หลี่ชีเย่สามารถบอกสถานการณ์เกี่ยวกับตัวของเขาได้ในทันที มันจะไม่ทำให้เขาพรั่นพรึงได้อย่างไร ในช่วงที่เขาฝึกอยู่ในระดับเนี่ยอวี้ (หวนกำเนิด) เขาใจร้อนและอยากฝึกให้สำเร็จโดยเร็ว จนทำให้เกิดช่องโหว่เล็กๆ ระหว่างการฝึก เรื่องนี้เขาไม่เคยบอกใครมาก่อน นึกไม่ถึงว่า ทันทีที่หลี่ชีเย่สำรวจฐานเต๋าของเขา หลี่ชีเย่กลับสามารถรู้ถึงที่มาที่ไปได้ทันที สายตาของเขาช่างเฉียบคมเหลือเกิน

สายตาแบบนี้ ความรู้ความเข้าใจแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เด็กหนุ่มที่มีอายุเพียงแค่สิบสามสิบสี่ปีจะรู้ได้ แม้กระทั่งผู้อาวุโสอย่างเขา สายตาที่มีก็คงไม่ได้เฉียบขาดขนาดนี้ หากเป็นคนในระดับวีรุบุรุษเหมือนกัน เขาเองก็คงไม่สามารถล่วงรู้ตื้นลึกหนาบางของอีกฝ่ายได้โดยเพียงแค่มองดูรอบชีวิตและลัคนาเท่านั้น! สายตาแบบนี้ ต้องใช้ระยะเวลาของประสบการณ์ที่ตกตะกอน จะต้องเป็นการสั่งสมประสบการณ์ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานมากจริงๆ !

ทว่า ศิษย์หนุ่มน้อยที่มีอายุราวสิบสามสิบสี่ปีตรงหน้าคนนี้ มันชัดเจนมากว่าเขาไม่ใช่บุคคลทั้งสองประเภทที่ว่ามาแน่นอน!

ระหว่างที่ผู้อาวุโสซุนกำลังอยู่ในอาการพรั่นพรึง หลี่ชีเย่เหลือบมองผู้อาวุโสซุนพลางพูดขึ้นอีกครั้ง “ผู้อาวุโสมีกายหลอมชาด หรือเรียกว่ากายงูหลอมชาด ผู้อาวุโสซุนคงอยากฝึกฝนกายของตนให้เป็นกายมังกรชาดใช่ไหม”

เมื่อได้ยินหลี่ชีเย่พูดดังนั้น ใบหน้าของผู้อาวุโสซุนพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที เขายิ้มแห้งๆ  “ข้าอยากลองดู”

ผู้อาวุโสซุนมีคุณสมบัติกายภายหลัง กายงูหลอมชาดเป็นกายแต่กำเนิด ทว่า เขาหวังที่จะฝึกฝนคุณสมบัติกายของตนให้ไปถึงระดับสูงสุดของคุณสมบัติกายนี้ ซึ่งก็คือกายมังกรชาด!

“ปัญหาอยู่ที่เตาเทวะของผู้อาวุโส” หลี่ชีเย่มองออกทันที เขาพูดออกมาอย่างผ่อนคลาย

“เตาเทวะของข้า?” เมื่อได้ยินคำของหลี่ชีเย่ ผู้อาวุโสซุนส่ายหน้าทันที เขาพูดปฏิเสธ “คงเป็นไปไม่ได้ เตาเทวะของข้าติดตามข้ามานานหลายร้อยปีแล้ว ข้าได้เตาเทวะนี้หลังจากที่ข้าฝึกในระดับอวิ้นถี่ (สั่งสมกาย) ตั้งแต่นั้นมันก็อยู่กับข้ามาโดยตลอด มันติดตามข้า หลอมยามานานาชนิด ช่วยข้าสั่งสมกายมาหลายร้อยปี ไม่เคยมีปัญหามาก่อน”

“คุณสมบัติกายของผู้อาวุโส เป็นปราณไฟที่ลุกโชน อีกทั้งยังมีไอหยางคุกรุ่น เลือดไหลเวียนไปตามชีพจร บางครั้งมันมีสภาพที่ไม่คล่องตัวนัก ใช่หรือไม่?” หลี่ชีเย่พูดอย่างสบายๆ  “หากผู้อาวุโสไม่เชื่อ ท่านลองนำเตาเทวะของท่านมาให้ข้าดูที”

สิ่งที่หลี่ชีเย่พูด ทำให้ผู้อาวุโสซุนอยู่ในอาการตะลึง เขาไม่เคยพูดถึงอาการผิดปกติของตนมาก่อน แต่หลี่ชีเย่กลับพูดออกมาได้ถูกต้องทั้งหมด 

ขณะที่ยังอยู่ในอาการประหลาดใจ ท้ายที่สุดผู้อาวุโสซุนก็นำเตาเทวะของตนเองออกมา เตาเทวะของผู้อาวุโสซุนมีขนาดเท่ากับกำปั้น มีลวดลายเป็นงูสามตัวเลื้อยรอบ พร้อมกับอ้าปากแลบลิ้นเป็นรูปทรงของปากเตา!

“เตาสามอสรพิษ เตาประเภทนี้ข้าเคยเห็นมาไม่น้อย” ทันทีที่หลี่ชีเย่รับเตาเทวะจากผู้อาวุโสซุน เขาก็เผยรอยยิ้มพลางพูดขึ้น  

เตาเทวะ เป็นสิ่งที่นักปรุงยาทุกคนจำเป็นต้องมี แม้จะไม่ใช่นักปรุงยา ผู้บำเพ็ญตนจำนวนไม่น้อยก็จะมีเตาเทวะเอาไว้ใช้เป็นการส่วนตัว

เตาเทวะ หากอธิบายง่ายๆ มันก็คือเตาที่มีไว้สำหรับหลอมยา ทว่า ยาหลอมของคนธรรมดา จะใช้เพียงแค่เตาที่ทำจากโลหะเท่านั้น แต่ยาของผู้บำเพ็ญตนมีพลังวิเศษ จึงไม่สามารถหลอมด้วยเตาโลหะธรรมดาๆ ได้

การหลอมยาของผู้บำเพ็ญตน จำเป็นต้องใช้เตาเทวะ อันที่จริงเตาเทวะคือเตาที่มีไว้สำหรับการหลอมยาโดยเฉพาะ ทว่า เตาหลอมยาแต่ละเตาล้วนแล้วแต่มีพลังวิเศษถึงขั้นที่เรียกได้ว่ามีชีวิต ด้วยเหตุนี้ เตาหลอมยาของผู้บำเพ็ญตนจึงถูกเรียกว่าเตาเทวะ

สำหรับที่มาที่ไปของของเตาเทวะ นั้นมีเรื่องเล่าหลายอย่าง มีความเชื่อหนึ่งคิดว่า ในยุคเทพอดีตกาลอันไกลโพ้น เตาเทวะคือทวยเทพที่คอยทำหน้าที่หลอมยาให้กับเหล่าเซียน

แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ได้น่าเชื่อถืออะไร โดยยังมีบางเรื่องเล่าที่ว่า เตาเทวะคือต้นไม้ใบหญ้าก้อนหินและโลหะที่เกิดจากการหล่อรวมของฟ้าดิน เนื่องจากได้รับพลังจากแก่นฟ้าดิน มันจึงค่อยๆ กลายร่างเป็นปีศาจ ภายหลังเมื่อผ่านการหล่อหลอมจากสรรพธาตุในใต้หล้า จึงก่อเกิดเป็นแหล่งพลังงานไฟ ท้ายที่สุดจึงกลายสภาพเป็นเตาวิเศษและบำเพ็ญจนกลายเป็นเตาเทวะได้ในที่สุด 

ดังนั้น เตาเทวะแต่ละเตาจึงผ่านการหล่อหลอมจากพลังของฟ้าและดิน เป็นแหล่งของพลังงานไฟ ผ่านการบ่มเพาะของผู้บำเพ็ญตนหรือนักปรุงยา ใช้สมุนไพรในการเลี้ยงชีวิต ทำให้ภายในเตาเทวะนั้นเต็มไปด้วยสรรพคุณแห่งโอสถ ยาเลี้ยงยา ยาต่อยา ท้ายที่สุดเตาเทวะจึงสามารถหลอมยากาย ยาชีวิต และยาลัคนาออกมา!

หลี่ชีเย่ตรวจสอบเตาสามอสรพิษของผู้อาวุโสซุนอย่างละเอียด! เขาใช้มือทั้งสองกุมเตาสามอสรพิษที่มีขนาดเท่ากำปั้นไว้ พลางคำรามออกมา “เปิด...” ทันทีที่สิ้นเสียง เตาสามอสรพิษก็ปรากฏขึ้น 

หลังจากที่เตาสามอสรพิษปรากฏ มันไม่ได้มีขนาดเท่ากับกำปั้นอีกแล้ว เตาวิเศษที่มีขนาดใหญ่ปรากฎอยู่กลางห้องโถง มันคือเตาวิเศษที่มีขนาดเท่าโต๊ะหนึ่งโต๊ะ พันรัดด้วยอสรพิษที่ถูกแปลงมาจากแก่นฟ้าดิน แม้ว่านั่นจะไม่ใช่งูจริงๆ ทว่า มันกลับดูราวกับมีชีวิต

งูวิเศษสามตัวอ้าปากกว้าง รวมกลายเป็นปากของเตา เวลานี้ ภายในปากเตามีคลื่นไอร้อนระอุพ่นออกมา ปากของงูทั้งสามอ้ากว้าง พ่นกลิ่นหอมของยาออกมาเป็นระลอก

เตาสามอสรพิษ คือเตาเทวะของผู้อาวุโสซน ผู้อาวุโสซุนใช้มันหลอมยากาย ยาชีวิตและยาลัคนามาแล้วนับไม่ถ้วน!

ที่ปากเตามีคลื่นไอร้อนคุกรุ่นออกมา มันคือไอที่ส่งผ่านออกมาจากเชื้อเพลิงภายในเตาเทวะ มันคือกุญแจสำคัญของการหลอมยา ส่วนกลิ่นหอมที่ส่งออกมาเป็นระลอก มาจากตัวยาที่อยู่ภายในเตาเทวะ ยาที่หลอมจะออกมาดีหรือไม่ ปัจจัยสำคัญนั้นขึ้นอยู่กับตัวยานั่นเอง!

หลี่ชีเย่มองเข้าไปภายในเตา จากนั้นจึงพูดขึ้นอีกครั้ง “เตาของผู้อาวุโส มันเป็นเพลิงผลาญแต่กำเนิด ใช้เพลิงนี้เป็นแหล่งพลังงาน เป็นแหล่งพลังงานที่พบเห็นได้บ่อย” เมื่อพูดจบ หลี่ชีเย่จึงเลื่อนสายตาทำการสำรวจต่อ 

“เตาของผู้อาวุโส ส่วนใหญ่มักจะใช้เพลิงพิภพ เป็นแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ และเคยใส่ยาวิเศษลงไปหลายชนิด เพื่อทำเป็นตัวยา แม้ว่าผู้อาวุโสจะเคยใช้ยาวิเศษนานาชนิดเพื่อหล่อเลี้ยงเตาเทวะ แต่จากที่ข้าดู สิ่งที่ผู้อาวุโสใส่ลงไปมากที่สุดน่าจะเป็นหญ้าอัคคีทมิฬ ไม่ทราบว่าที่ข้าพูดมาถูกหรือไม่?”

“เจ้ารู้ได้ยังไง?” คำพูดของหลี่ชีเย่ ทำให้ผู้อาวุโสซุนอดรู้สึกสะท้านไม่ได้!

“แค่คาดเดาเท่านั้น” หลี่ชีเย่พูดเรียบๆ และยังคงมองเข้าไปภายในเตาต่อ จากนั้นจึงพูดขึ้นอีกครั้ง “ทว่า มันชัดเจนว่า ระยะนี้สิ่งที่ผู้อาวุโสซุนใช้ไม่ใช่หญ้าอัคคีทมิฬ หากข้าเดาไม่ผิด สิ่งที่ผู้อาวุโสซุนใช้ในระยะนี้น่าจะเป็นหญ้ามังกรไฟ ไม่ทราบว่าข้าพูดถูกหรือไม่” 

“จะ จะ เจ้ารู้ได้ยังไง?” ผู้อาวุโสซุนรู้สึกพรั่นพรึงจนถึงขั้นพูดจาติดขัด! เพราะช่วงนี้เขาต้องการพัฒนาคุณสมบัติกายของตนเป็นพิเศษ เพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้กับการฝึกฝนร่างมังกรชาด เขาจึงใช้หญ้ามังกรไฟที่มีมูลค่าสูง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวยา!

มีผู้บำเพ็ญตนจำนวนไม่น้อยที่ถึงจะไม่ใช่นักปรุงยา แต่ก็มีเตาเทวะติดตัว เนื่องจากภายในเตาเทวะมีแหล่งพลังงานไฟตามธรรมชาติ เมื่อป้อนเชื้อเพลิงลงไป แหล่งพลังงานไฟก็จะขยายใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกัน เตาเทวะแต่ละเตาต่างต้องได้รับหญ้าวิเศษจำนวนมาก หลังจากที่เตาเทวะได้รับหญ้าวิเศษเข้าไป สารสกัดจากหญ้าวิเศษก็จะถูกหลอมและฝังเข้าไปยังเนื้อของเตาเทวะจนกลายเป็นตัวยา

เตาเทวะที่ดี ถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้บำเพ็ญตน เช่น หากเตาเทวะมีคุณสมบัติแต่กำเนิดเป็นแหล่งพลังงานไฟแก่นตะวัน เช่นนั้น หากผู้บำเพ็ญตนที่มีกายตะวันอ่อนแต่กำเนิดซึ่งเป็นหนึ่งใน 24 กายกษัตราแต่กำเนิด ก็จะสามารถใช้เชื้อเพลิงจากแหล่งพลังงานไฟหลอมสกัดคุณสมบัติกายของตนเอง

และเนื่องจากคุณสมบัติสารพัดประโยชน์นี้เอง ถึงจะไม่ใช่นักปรุงยา แต่มันก็คุ้มค่าที่จะมีเตาเทวะติดตัวเอาไว้

ในส่วนของผู้อาวุโสซุน คงยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาเป็นนักปรุงยาและเป็นหนึ่งในสองสุดยอดนักปรุงยาของสำนักโบราณสี่เหยียน เขาจึงยิ่งต้องมีเตาเทวะไว้ข้างกาย

สำหรับนักปรุงยา เตาเทวะของตนจะต้องถูกป้อนด้วยสมุนไพรอะไร ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ควรบอกกันง่ายๆ

แต่แล้ว เวลานี้หลี่ชีเย่มองเพียงปราดเดียว ก็สามารถรู้ได้ว่าสิ่งที่เขาป้อนให้กับเตาเทวะคือสมุนไพรชนิดไหน เรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้ผู้อาวุโสซุนตกใจได้อย่าไร มันคือความรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งโอสถระดับไหนกันแน่!

หลี่ชีเย่ไม่ตอบคำถามของผู้อาวุโสซุน เขาพูดเพียงแค่ว่า “ปัญหาอยู่ตรงนี้ หากต้องการฝึกฝนกายมังกรชาด การใช้หญ้ามังกรไฟมีประโยชน์กับกายนี้ก็จริง ทว่า สำหรับหญ้าอัคคีทมิฬที่ผู้อาวุโสซุนป้อนให้กับเตาเทวะของท่านมาโดยตลอด อีกทั้งยังป้อนให้กับมันมาหลายร้อยปีแบบนี้ ตัวยาภายในเตาเทวะของท่านจึงมีส่วนผสมของสารสกัดหญ้าเพลิงทมิฬจำนวนมาก สารสกัดของตัวยาเป็นไอหยิน ส่วนหญ้ามังกรไฟนั้นเป็นไอหยาง...”

“...เมื่อเป็นแบบนั้น จู่ๆ ท่านป้อนหญ้ามังกรไฟลงไป ไอหยางที่แข็งแกร่งของหญ้ามังกรไฟจึงปะทะเข้ากับตัวยาภายในเตาเทวะของท่าน หากสถานการณ์รุนแรง มันอาจทำลายเตาดีๆ ของท่านได้เลย ต่อไปมันอาจส่งผลเสียให้กับคุณภาพยาที่ท่านหลอม! ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คุณสมบัติกายของท่านได้รับการหล่อเลี้ยงจากเตาเทวะนี้มาโดยตลอด มันคุ้นชินกับไอหยินนี้แล้ว เวลานี้จู่ๆ เตาวิเศษกลับมีไอหยางเข้มข้นเข้ามาหล่อเลี้ยงคุณสมบัติกายของท่าน มันจึงทำให้เพลิงหยินคุณสมบัติกายของท่านติดขัด ไปอุดตันเลือดลม!”

หลี่ชีเย่พูดอธิบายเรียบๆ ราวกับมันเป็นเรื่องราวธรรมดา ราวกับเขาเป็นปรมาจารย์ที่เชี่ยวชาญศาสตร์แขนงนี้ มันไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คุมกฎม่อที่ยืนฟังอยู่อ้าปากค้างเท่านั้น เพราะแม้แต่ผู้อาวุโสซุนก็มีท่าทีไม่ต่างกัน

ท้ายที่สุด หลี่ชีเย่จึงพูดขึ้นเรียบๆ อีกครั้ง “ผู้อาวุโสซุน ท่านเป็นถึงหนึ่งในสองสุดยอดนักปรุงยาของสำนักโบราณสี่เหยียน ท่านน่าจะเข้าใจดี ว่าเราไม่เพียงแต่จะต้องให้ความสำคัญกับเคล็ดวิชาเท่านั้น ในเวลาเดียวกัน เราก็ต้องให้ความสำคัญกับเตาเทวะด้วย โดยต้องมีการหล่อเลี้ยงเตาที่ดี แหล่งพลังานไฟโดยธรรมชาติของเตาเทวะและเชื้อเพลิงต่างๆ ที่หล่อเลี้ยงมันในภายหลัง ต่างก็เป็นศาสตร์ที่มีความลึกซึ้ง ขณะเดียวกัน เมื่อตัวยาของเตาเทวะก่อตัวขึ้น สมุนไพรที่จะใช้ป้อนในภายหลัง ก็จะต้องสัมพันธ์กับคุณสมบัติพื้นฐานของตัวยาด้วย...”

“...การหลอมยาลัคนาก็ดี หลอมยากายก็ช่าง ยาลัคนาและยากายที่ดี ไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับฝีมือของนักปรุงยาเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของเตาวิเศษอีกด้วย ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ คุณสมบัติของพลังงานไฟ สารสกัดตัวยาและวัตถุดิบที่นำมาหลอมยาลัคนาหรือยากายนั้นมีความสัมพันธ์กันหรือไม่” หลี่ชีเย่อธิบายเรียบๆ  “การจับคู่ระหว่างวัตถุดิบยาและเตาเทวะ เป็นศาสตร์ขั้นสูง เป็นสิ่งที่ต้องสั่งสมความรู้มาเป็นเวลานาน มีเพียงนักปรุงยาที่เห็นเตาเทวะของตนเป็นเหมือนกับอีกชีวิตเท่านั้น จึงจะถือว่ามีคุณสมบัติในการเป็นนักปรุงยาที่ดี”

ความรู้ด้านเตาเทวะของหลี่ชีเย่ ทำให้ผู้อาวุโสซุนอยู่ในอาการอ้าปากค้าง เวลานี้ ศิษย์ตรงหน้าเขาคนนี้ไม่เหมือนเด็กหนุ่มอายุเพียงสิบสามสิบสี่ปีเลยสักนิด กลับกัน เพราะเขาดูเหมือนกับปรมาจารย์ด้านโอสถ ความรู้ด้านเตาเทวะที่เขาบรรยายออกมา ไม่ใช่สิ่งที่เขาพูดอย่างส่งๆ แน่นอน

“แล้ว แล้วควรทำอย่างไร?” โดยไม่รู้ตัว ผู้อาวุโสซุนได้ยอมจำนนต่อหลี่ชีเย่ เขาที่เป็นผู้อาวุโสกำลังขอคำชี้แนะจากหลี่ชีเย่โดยไม่รู้ตัว

หลี่ชีเย่ยิ้ม พลางพูดขึ้น “ปัญหาของผู้อาวุโสซุนนั้นไม่หนักหนา เรื่องอื่นๆ สามารถแก้ไขได้ง่ายมาก ผู้อาวุโสแค่ต้องหยุดป้อนหญ้ามังกรไฟ หากผู้อาวุโสซุนอยากฝึกฝนกายมังกรชาดจริงๆ ข้าขอแนะนำให้ผู้อาวุโสซุนลองเปลี่ยนมาใช้ต้นเพลิงธาราแทน คุณสมบัติทางยาของต้นเพลิงธารานั้นมีความใกล้เคียงกับหญ้าเพลิงทมิฬมาก อีกทั้งยังมีคุณสมบัติทางยาที่สูงกว่า และที่สำคัญไปกว่านั้น คือต้นเพลิงธารามีคุณสมบัติใกล้เคียงกับกายมังกรชาดด้วยเช่นกัน!”

ราชันอหังการ: Chapter0056 ตอนที่ 57