ราชันอหังการ: Chapter0037 ตอนที่ 38

#38Chapter0037

บทที่ 37 ถูปู้อวี่ (1)

รอบชีวิตเคลื่อนไหว เลือดลมสะเทือน “พลังวงตะวันจันทรา” เป็นพลังมหัศจรรย์หายากมาตั้งแต่โบราณนับหมื่นปี มันคือวังวนแห่งเลือดลม ไหลวนดุดัน

แต่หลังจากที่อักษร “ขุ่น” ผสานเข้ากับเลือดลมของหลี่ชีเย่แล้ว เลือดลมของหลี่ชีเย่ก็กลายสภาพเป็นหนักอึ้งราวกับหนึ่งเลือดหมื่นชั่ง ทำให้เลือดลมที่พลุ่งพล่านอยู่ชะลอความเร็วลง

ทว่าความมหัศจรรย์ของ “พลังวงตะวันจันทรา” เป็นสิ่งที่มิอาจมองข้ามได้ จากผลของเคล็ดอักษร “ขุ่น” เลือดลมชะลอตัวลง แต่จากนั้น “พลังวงตะวันจันทรา” ก็ระเบิดขึ้น เหมือนกับกลไกที่เต็มไปด้วยพลังงาน ขับเคลื่อนรอบชีวิต เสียงสะเทือนเลือนลั่นฟ้าดิน ภายใต้การขับเคลื่อนของ “พลังวงตะวันจันทรา ” เลือดลมที่แต่เดิมหนักอึ้งนั้นกลับพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง

ต้องทราบว่าในเวลานี้ เลือดลมที่แฝงเคล็ดอักษร “ขุ่น” คือหนึ่งเลือดหมื่นชั่ง ภายใต้การขับเคลื่อนที่บ้าคลั่งของ “พลังวงตะวันจันทรา” ตอนนี้เลือดลมที่พลุ่งพล่านภายในกายของหลี่ชีเย่ประหนึ่งมังกรยักษ์ที่กำลังอาละวาด ดุดันอย่างที่สุด

เลือดลมที่ดุดันรุนแรงพุ่งชนกัน ฉีกเส้นลมปราณ ทำลายเส้นเอ็นกับกระดูก รวมทั้งจุดชีพจรของหลี่ชีเย่! เลือดลมที่ดุดันเช่นนี้ ทำลายกายของหลี่ชีเย่ไปในชั่วพริบตา

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หลี่ชีเย่กระอักเลือดสดๆ ออกมา ความเจ็บปวดอย่างยิ่งยวดจนเขาทนแทบไม่ไหว ชั่วขณะนั้นเอง ร่างกายของหลี่ชีเย่ปรากฏรอยร้าว ร่างของเขาเริ่มแตกสลาย ทั่วทั้งร่างของเขาดูราวกับแจกันที่ถูกตีแตก!

เคล็ดอักษร “ขุ่น” แข็งแกร่งเกินกว่าที่มนุษย์จะสามารถจินตนาการได้ เมื่อเลือดลมผสานกับเคล็ดอักษร “ขุ่น” เลือดลมจะหนักอย่างที่สุด หนึ่งเลือดหนักหมื่นชั่ง

เลือดลมที่ขุ่นมัวหนักอึ้ง ภายใต้การขับเคลื่อนของ “พลังวงตะวันจันทรา” อานุภาพเลือดลมที่เรียกได้ว่าสามารถทำลายล้างทุกสิ่ง ไม่มีอะไรสามารถต้านทาน ได้ทำลายคุณสมบัติกายของหลี่ชีเย่ไปในพริบตาเดียว

ชั่วพริบตา ร่างกายหลี่ชีเย่แตกสลาย กายปุถุชนของเขาไม่อาจทนรับอานุภาพนี้ได้! อย่างไรก็ตามเคล็ดอักษร “ขุ่น”ไม่ได้ฆ่าหลี่ชีเย่ให้ตายแน่นอน

หากเคล็ด “ตำรากาย” มีความพิศวงเพียงเท่านี้ เช่นนั้น “ตำรากาย” ก็คงไม่ใช่ตำราฟ้าสูงสุดที่ผู้คนมากมายหรือแม้แต่ราชันเซียนยังปรารถนามาตั้งแต่อดีตกาลนับหมื่นปี!

ร่างของหลี่ชีเย่ที่ถูกเลือดลมทำลาย ชั่วครู่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเส้นเอ็น กระดูกหรือจุดชีพจรล้วนถูกทำลายสิ้น แต่ทว่าขณะที่ทั้งร่างของหลี่ชีเย่แตกสลายลง เสียงสวดบทแห่งมหาวิถีเต๋า ความพิศวงไหลเวียนในลัคนาของหลี่ชีเย่ไม่หยุด ชะตาแท้กลืนและคายอักษรโบราณไม่สิ้นสุด ทำให้ชะตาแท้ของหลี่ชีเย่ เปี่ยมด้วยพลังชีวิตในชั่วพริบตา!

วินาทีนี้เอง ภายในลัคนาที่ประสานด้วยเคล็ดอักษร “ขุ่น” น้ำพุแห่งชีวิตพ่นน้ำแห่งชีวิตที่ไหลเชี่ยวออกมา น้ำแห่งชีวิตไหลออกมาราวกับกระแสน้ำ! เวลานี้เองเตาแห่งชีวิตเกิดไฟวิญญาณพุ่งสูงเทียมฟ้าในชั่วพริบตา ราวกับกำลังแผดเผาฟ้าดินก็มิปาน!

กิ่งก้านใบของต้นไม้แห่งชีวิตแผ่ขยายออกไป แสงสว่างทอดลงมาไม่มีที่สิ้นสุด กลายเป็นพลังชีวิตที่มีชีวิตชีวาที่สุดในโลก จากนั้น ใบของต้นไม้แห่งชีวิตก็ทยอยร่วงโรย ทั้งลำต้นของต้นไม้แห่งชีวิตฝังลากลงไปยังส่วนที่ลึกที่สุดในลัคนาของหลี่ชีเย่ รากของต้นไม้แห่งชีวิตฝังเข้าไปในร่างกายหลี่ชีเย่โดยตรง หยุดยั้งร่างกายที่แตกสลายของเขาเอาไว้!

เสาแห่งชีวิตเชื่อมประสานฟ้าดิน ภายใต้เคล็ดอักษร “ขุ่น” ลายเส้นเต๋าที่ลึกลับไร้ที่ติโคจรไม่หยุด อาศัยความพิศวงแห่งฟ้าดิน ทำให้ร่างกายหลี่ชีเย่ทะลวงผ่านเก้าฟ้าตะลุยเก้าทมิฬ!

ในเวลานี้ ไฟแห่งชีวิต ไฟวิญญาณชีวิต ใบไม้แห่งชีวิต อักษรเสาแห่งชีวิต ขับเคลื่อนเลือดลม ภายใต้การหล่อหลอมของเคล็ดอักษร “ขุ่น” กลายเป็นความสับสนที่ขุ่นมัว ความสับสนที่ขุ่นมัวนี้พันร่างหลี่ชีเย่ หยุดยั้งร่างกายที่แตกสลายของหลี่ชีเย่เอาไว้!

ครู่หนึ่ง เลือดลมภายในร่างกายหลี่ชีเย่หนักประหนึ่งหมื่นบรรพต ส่วนภายนอกร่างกายนั้นถูกผนึกด้วยความสับสน หลี่ชีเย่เหมือนถูกฉาบด้วยดินโคลน ทรมานทั้งภายในและภายนอก! ขั้นตอนทั้งหมดนั้นเจ็บปวดอย่างยิ่งยวด

ทว่าความเจ็บปวดยิ่งกว่านี้ หลี่ชีเย่ยังผ่านมาได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ เลือดลมผสานเคล็ดอักษร “ขุ่น” ขัดเกลาร่างกายหลี่ชีเย่ครั้งแล้วครั้งเล่า และความสับสนที่ผนึกร่างหลี่ชีเย่เอาไว้ ทำให้ร่างกายของหลี่ชีเย่ไม่ถูกทำลายลงไปจริงๆ

เลือดลมทำลายร่างกายหลี่ชีเย่ครั้งแล้วครั้งเล่า เคล็ดอักษร “ขุ่น” บดขยี้ร่างของหลี่ชีเย่นับครั้งไม่ถ้วน ขั้นตอนนี้เหมือนกับค้อนยักษ์ที่กำลังทุบทำลายร่างกายหลี่ชีเย่ไม่หยุด ส่วนเลือดลมที่มีเคล็ดอักษรโบราณนั้นได้ผสานเข้ากับร่างกายที่ถูกทุบทำลายนี้ ความสับสนที่หลอมจากอักษรเสาแห่งชีวิต ใบแห่งชีวิต ไฟวิญญาณชีวิต น้ำแห่งชีวิต หล่อหลอมร่างกายที่แตกสลายของหลี่ชีเย่เอาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า

หากคนนอกได้เห็นภาพที่เกิดขึ้น คงได้แต่สั่นสะท้าน น้ำพุแห่งชีวิต ต้นไม้แห่งชีวิต เตาแห่งชีวิต เสาแห่งชีวิต ทั้งสี่นี้ถูกเรียกว่าลัคนาสี่ลักษณ์

ตั้งแต่โบราณมา ปราชญ์เมธีมากมายต่างศึกษาเคล็ดสุดยอดของลัคนาสี่ลักษณ์ แต่เล่ากันว่า นอกจากราชันเซียนที่เข้าใจเคล็ดสุดยอดเพียงผู้เดียวแล้ว ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีคนนอกที่เข้าใจเคล็ดสุดยอดที่ว่าอีก

แต่ทว่า ในวันนี้ เด็กหนุ่มอายุสิบสามคนหนึ่ง กลับสามารถเชื่อมประสานลัคนาสี่ลักษณ์ได้ ช่างเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อจริงๆ

ความจริงตั้งแต่โบราณกาล ในความเข้าใจลัคนาสี่ลักษณ์ บนเส้นทางแห่งเต๋าสายนี้ เกรงว่าคงไม่มีใครที่เดินมาได้ไกลเหมือนหลี่ชีเย่อีกแล้ว แม้กระทั่งราชันเซียนก็ตาม!

เขาศึกษา “ตำรากาย” ด้วยระยะเวลามานับไม่ถ้วน แล้วยังจะมีใครเข้าใจความพิศวงของมันได้เท่ากับเขาอีกหรือ?

ความทรมานครั้งแล้วครั้งเล่า การขัดเกลานับครั้งไม่ถ้วน ไม่รู้ว่าขั้นตอนทั้งหมดผ่านไปนานแค่ไหน ความเจ็บปวดทำให้หลี่ชีเย่รู้สึกชาเสียแล้ว!

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ล้วนอยู่ในแผนที่หลี่ชีเย่คาดการณ์เอาไว้ การเข้าสำนักโบราณสี่เหยียน เลือก “พลังวงตะวันจันทรา” จากนั้นฝึกตำรากาย ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่อยู่ในแผนการของเขา

ถึงแม้ว่าจะไม่มี “พลังวงตะวันจันทรา” เขาก็ยังสามารถฝึกตำรากายได้ แต่โลกมนุษย์กลับมีเพียง “พลังวงตะวันจันทรา” เท่านั้น ที่ขับเคลื่อนเลือดลมเคล็ดอักษร “ขุ่น” ได้อย่างบ้าคลั่งเช่นนี้

เขาเลือกฝึก “กายเทวะสยบอเวจี” เพราะต้องการให้ “พลังวงตะวันจันทรา” ที่บ้าคลั่งขับเคลื่อนเลือดลมของเขาที่หนักกว่าหมื่นบรรพตนี้ นี่ไม่เพียงแต่ทำลายร่างกายของเขาไปจนสิ้นเท่านั้น แต่ยังสร้างร่างกายของเขาขึ้นอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งด้วย!

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน หลี่ชีเย่รู้สึกถึงอาการคันทั่วทั้งร่าง ในที่สุดร่างกายของเขาก็ถูกปั้นขึ้นสำเร็จ ร่างกายที่แตกสลายถูกเชื่อมต่อขึ้นมา ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใด หลี่ชีเย่รู้สึกสบายทั่วทั้งร่าง ความเจ็บปวดหายไปหมดสิ้น เมื่อหลี่ชีเย่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ทั่วทั้งร่างของเขาไม่มีความเสียหายแม้แต่น้อย

ภาพที่ได้เห็น คงไม่มีใครเชื่อสายตา เมื่อครู่ร่างกายของหลี่ชีเย่แตกเป็นเสี่ยงๆ ทั่วทั้งร่างแยกออกจากกัน แต่เวลานี้ กลับไม่มีความเสียหายเลยแม้แต่น้อย เป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครก็คงไม่เชื่อ

ทักษะกายแบ่งระดับสูงต่ำ ขั้นตอนปั้นกายของทักษะกายแต่ละประเภทล้วนแตกต่างกัน แต่โลกนี้ไม่มีทักษะกายใดๆที่ทำได้ถึงแก่นแท้เหมือน “ตำรากาย” ทำลายร่างกายทั้งหมด ปั้นกายขึ้นใหม่อีกครั้ง! ขั้นตอนทั้งหมดไม่มีความเสียหายแม้แต่น้อย นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่สุด

เมื่อหลี่ชีเย่ลุกขึ้นยืน ขณะที่ใช้ความคิด เวลานี้เองอิฐศิลาใต้เท้าของเขาพลังส่งเสียงดัง “เปรี๊ยะ” ปรากฏรอยแตกเป็นเส้นๆ

หลี่ชีเย่ไม่ได้เดินเลือดลม ไม่ได้ใช้พลัง มีเพียงการเคลื่อนไหวของร่างกายเท่านั้น แต่กลับเหยียบอิฐศิลาแตกได้อย่างง่ายดาย นี่เป็นแค่การเริ่มต้นของการฝึก “กายเทวะสยบอเวจี” เท่านั้น!

อักษร “ขุ่น” หนึ่งในหกอักษร “ตำรากาย” ฝึกทักษะกาย ฝึกฝนเคล็ดขุ่น เช่นนั้น ภายใต้ขีดจำกัดขุ่น มีกายเซียนสองประเภท หนึ่งคือ “กายเทวะสยบอเวจี” อีกหนึ่งคือ “กายขวานทลายฟ้า”

ถึงแม้ว่าจะเป็นสุดยอดเคล็ดอักษร “ขุ่น” เช่นเดียวกัน แต่ “กายเทวะสยบอเวจี” และ “กายขวานทลายฟ้า” กลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง “กายเทวะสยบอเวจี” เป็นกายที่หนักดุจหมื่นบรรพต ถ้าหากฝึกจนกระทั่งเป็น “กายเทวะสยบอเวจี” หนึ่งในสิบสองกายเซียนในตำนานแล้วละก็ “กายเทวะสยบอเวจี” ที่สมบูรณ์พร้อมนี้ จะสามารถบดขยี้ได้ทุกสิ่ง แค่น้ำหนักของร่างกายอย่างเดียว ก็บดขยี้พสุธาทางช้างเผือกได้!

มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า “กายเทวะสยบอเวจี” หนักสุดคณานับ เพียงยกบาทา เหยียบสังหารได้แม้นเทพมาร! ไม่ต้องอธิบายก็จินตนาการได้ว่า “กายเทวะสยบอเวจี” นั้นหนักอึ้งเพียงใด

ส่วน “กายขวานทลายฟ้า” มีพลังมหาศาลไม่สิ้นสุด การฝึกกายนี้ สามารถฉีกฟ้าดิน การต่อสู้กับมังกรด้วยมือเปล่า กลายเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างง่ายดาย

หลี่ชีเย่อาศัยอยู่บนยอดเขาเดียวดาย ฝึกวิชาอย่างยากลำบาก พริบตาเดียวเวลาล่วงเลยไปหนึ่งเดือน “พลังวงตะวันจันทรา” ช่างบ้าคลั่งเหลือเกิน มันสามารถขับเคลื่อนเลือดลมหนักอึ้งอนันต์ได้ ยังคงทำให้หลี่ชีเย่ทะลวงลำดับชั้นรับปราณและเบิกท่าเจียงได้ในระหว่างหนึ่งเดือน

ระดับท่าเจียงยังเหลืออีกสองลำดับชั้น หนึ่งคือรับปราณ สองคือเบิกท่าเจียง ในการฝึกของหลี่ชีเย่ สองลำดับชั้นนี้ไม่มีความท้าทายใดๆ

ขณะรับปราณ “พลังวงตะวันจันทรา” ได้ขับเคลื่อนรอบชีวิตให้หมุนอย่างบ้าคลั่ง เลือดลมที่หนักอึ้งยังคงคำรามถาโถม กลายเป็นน้ำวนขนาดใหญ่ จันทราเลือดลอยและจมอยู่ในนั้น

การไหลเวียนของเลือดลมมหึมานี้ดูดซับพลังแก่นฟ้าดิน ขณะเดียวกัน การดูดซับพลังแก่นฟ้าดินอย่างบ้าคลั่งไม่ได้มีแค่เพียง “พลังวงตะวันจันทรา” เท่านั้นแต่ยังรวมถึง “วิหคมัจฉาหกผัน” อีกด้วย

“วิหคมัจฉาหกผัน” ได้สร้างฐานเต๋าในลัคนา ฐานเต๋าเหมือนวิหคมัจฉา สิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ยักษ์ที่สุดบนโลกใบนี้ เมื่อมันอ้าปากกลืนพลังแก่นฟ้าดิน ได้แต่บรรยายด้วยคำว่าวาฬกลืนอาหารเท่านั้น

ชั่วพริบตาเดียว หลี่ชีเย่ก็กลืนพลังแก่นฟ้าดินทั้งหมดบนยอดเขาเดียวดายได้ โชคดีที่แถบนี้ไม่มีคนอื่น มิเช่นนั้น คงตกตะลึงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

พลังแก่นฟ้าดินที่รับเข้าไป ถูกชะตาแท้ดูดซับ พลังแก่นฟ้าดินที่รับเข้าไปยิ่งมาก ชะตาแท้ก็ยิ่งแข็งแกร่ง ชะตาแท้ยิ่งแข็งแกร่ง ฐานเต๋าก็จะยิ่งแข็งแกร่ง ทักษะเต๋าก็จะยิ่งสูง!

หลังจากชะตาแท้ดูดซับพลังแก่นฟ้าดินเพียงพอ แสงสว่างปรากฏ แยกไอหมอกไร้ขอบเขตรอบทิศทางด้วยพลังอันแข็งแกร่ง นี่คือดินแดนที่ชะตาแท้ต้องการบุกเบิก ไอหมอกแยกออก แปลงพื้นที่กว้างใหญ่นี้เป็นดินแดนของตน ขั้นตอนนี้เรียกว่าท่าเจียง

สำหรับเรื่องที่หลี่ชีเย่ที่ทะลวงชั้นรับปราณ เบิกท่าเจียงได้ภายในหนึ่งเดือน ทำให้หนานหวยเหรินตะลึงจนพูดไม่ออก

“ก้าวสู่ระดับอวิ้นถี่ได้ภายในหนึ่งเดือน บ้าไปแล้ว” หนานหวยเหรินอดอิจฉาตาร้อนไม่ได้ ความเร็วการบำเพ็ญเช่นนี้เทียบเคียงได้กับอัจฉริยะเลยทีเดียว

หนานหวยเหรินย่อมไม่รู้แน่นอน ว่าหากหลี่ชีเย่ไม่ได้ฝึก “กายเทวะสยบอเวจี” ทำให้เลือดลมหนักดุจหมื่นบรรพตแล้วละก็ มิเช่นนั้น ด้วยความเร็วของเลือดลมที่ขับเคลื่อนด้วย “พลังวงตะวันจันทรา” คงมีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นมากกว่านี้!

----------------------------------------------------------------------------

ราชันอหังการ: Chapter0037 ตอนที่ 38