ราชันอหังการ: Chapter0036 ตอนที่ 37
บทที่ 36 กายเทวะสยบอเวจี (1)
เหตุการณ์เช่นนี้ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นที่สำนักโบราณสี่เหยียนมาแล้วกี่ครั้ง เคยมีผู้มีพรสวรรค์มากมายที่มีความคิดแบบนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม ใช้การฝึก “พลังวงตะวันจันทรา” มุ่งสู่ระดับต้นก่อน รอเวลาที่ “พลังวงตะวันจันทรา” ไม่อาจขับเคลื่อนพื้นฐานได้อีก ค่อยฝึกเคล็ดชีวิตอื่น
ทว่าเมื่อผู้มีพรสวรรค์จำนวนมากจมดิ่งลงไป ก็มิอาจหลุดพ้นจากผลกระทบของ “พลังวงตะวันจันทรา ” ได้อีก เพราะวิธีโคจรจักรวาลเลือดลมของ “พลังวงตะวันจันทรา” นั้นแตกต่างไม่เหมือนใคร
ด้วยเหตุนี้ ต่อมาสำนักโบราณสี่เหยียนจึงไม่สนับสนุนให้ศิษย์ในสำนักฝึกวิชานี้ โดยเฉพาะศิษย์ที่มีคุณสมบัติที่ดี เจ้าสำนักมีคำสั่ง ห้ามฝึกเป็นอันขาด!
“ข้าวางแผนเอาไว้แล้ว” หลี่ชีเย่ยิ้มครู่หนึ่ง โดยไม่พูดอะไรอีก เขาย่อมบอกความลับที่แท้จริงออกมาไม่ได้ หากผู้มีความสามารถรู้ว่าเขามี “พลังวงตะวันจันทรา” ที่ไร้ซึ่งช่องโหว่อยู่ในมือ ผลลัพธ์คงเป็นไปตามที่คาดแน่นอน!
หนานหวยเหรินรู้ดีว่าหลี่ชีเย่ไม่ใช่คนโง่เขลา และไม่ใช่คนบ้าบิ่น แต่เขาไม่เข้าใจว่าความมั่นใจในตัวเองของหลี่ชีเย่นั้นมาจากไหน!
“ได้ยินว่าศิษย์พี่รองจะมาในอีกไม่กี่วัน” ที่หนานหวยเหรินมาในวันนี้ หลักๆ คือเพื่อมาส่งข่าวให้หลี่ชีเย่
หลี่ชีเย่พยักหน้า ไม่ถามมากความอีก อันที่จริง สำหรับศิษย์พี่รองที่หนานหวยเหรินกล่าวถึง ศิษย์เจ้าสำนักซูยงหวงนั้น เขาไม่เคยเก็บมาใส่ใจเลยสักนิด
หลังส่งหนานหวยเหรินกลับไป หลี่ชีเย่ก็จมดิ่งเข้าสู่ฝึกอีกครา ความอุตสาหะเอาชนะความโง่เขลาได้ นกโง่ต้องออกบินก่อน แม้เขาจะมีวิชาไร้เทียมทานอย่าง “พลังวงตะวันจันทรา” , “วิหคมัจฉาหกผัน” ทว่าเขาไม่อาจเกียจคร้านได้แม้แต่น้อย!
ระดับท่าเจียง มีอยู่สามชั้น ไร่เรียงลำดับขั้นจากต่ำไปสูงดังนี้: หนึ่ง สร้างพลัง สอง รับปราณ สาม เบิกท่าเจียง!
เมื่อระดับโค่วกงสมบูรณ์พร้อม หมายความว่าไม่ว่าจะเป็นพลังพื้นฐานของรอบชีวิตหรือพลังพื้นฐานของลัคนาต่างคงที่ ฐานเต๋าของรอบชีวิตและลัคนาได้หลอมขึ้นแล้ว
ในเวลานี้ สามารถเลือกฝึกพลังอื่นต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นพลังชีวาหรือเคล็ดชีวิต เคล็ดพิชิตศัตรู หรือว่าทักษะกาย
เคล็ดวิชาต่อจากนี้ ล้วนเกิดจากการฝึกบนพลังพื้นฐาน ดังนั้น ลำดับชั้นแรกจึงเรียกว่าการ “สร้างพลัง”
การฝึกของหลี่ชีเย่ในเวลานี้คือทักษะการต่อสู้อย่างวิชาดาบฉีเหมิน เขาไม่รีบร้อนฝึกเคล็ดวิชาอื่น ตอนนี้เขาจำเป็นต้องฝึกฝนร่างกายซ้ำๆ ให้คุณสมบัติกายของตนแข็งแกร่ง
สำหรับผู้บำเพ็ญตนคนหนึ่ง ความแข็งแกร่งของรอบชีวิตและลัคนานั้นยังไม่พอ ต้องมีคุณสมบัติกายที่แข็งแกร่งด้วย
รอบชีวิตและลัคนามีมาแต่กำเนิด มิอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่คุณสมบัติกายนั้นเปลี่ยนได้ คุณสมบัติกายแข็งแกร่งได้ด้วยการฝึกฝน
คุณสมบัติกายโดยกำเนิดมีทั้งดีและแย่ คุณสมบัติกายที่แย่ที่สุดเรียกว่ากายปุถุชน คุณสมบัติกายที่ดีที่สุดเรียกว่ากายเซียน ไร่เรียงจากแย่ไปดีคือ: กายปุถุชน กายฟ้าภายหลัง กายฟ้าแต่กำเนิด กายกษัตรา กายเทวะและกายเซียน!
ไม่ว่าจะเป็นกายปุถุชนหรือกายฟ้าภายหลัง หรือว่ากายฟ้าแต่กำเนิด กายกษัตรา กายเทวะ ล้วนมีมาโดยกำเนิดได้ แต่กายเซียนไม่อาจมีโดยกำเนิดได้ กายเซียนคือที่สุดของคุณสมบัติกาย ดังนั้น ไม่เคยได้ยินว่ามีใครมีกายเซียนโดยกำเนิดมาก่อน!
สำหรับคุณสมบัติกายแล้ว กายฟ้าแต่กำเนิดคือแนวเขาที่แยกทางไหลของสายน้ำ เมื่อมีคนที่เกิดมามีกายฟ้าแต่กำเนิด นั่นหมายความว่าเขามีโอกาสฝึกเป็นกายกษัตรา กายเทวะ หรือกระทั่งเป็นกายเซียนได้
กล่าวถึงคุณสมบัติกาย สำหรับการฝึกเลื่อนระดับกายฟ้าแต่กำเนิด มันสามารถฝึกเป็นกายกษัตรา กายเทวะ จนกระทั่งเป็นกายเซียนได้ตามลำดับ!
แต่กายฟ้าภายหลังนั้นไม่ได้ อาทิ กายอินทรีทองของสวีฮุย ถือเป็นกายฟ้าภายหลัง มันคือคุณสมบัติกายในกลุ่มสัตว์ปีกของกายฟ้าภายหลัง กล่าวได้ว่า กายประเภทนี้เป็นคุณสมบัติกายที่ดีมากทีเดียวในบรรดากายฟ้าภายหลัง
เหมือนอย่างกายอินทรีทองของสวีฮุย เขาฝึกมันเป็นกายอินทรีฟ้าโดยใช้ทักษะกายที่แข็งแกร่ง จนกระทั่งเป็นกายอินทรีเทพ แม้ว่าสถานะสุดท้ายของคุณสมบัติกายประเภทนี้ อาจไม่ด้อยกว่ากายกษัตรา แต่กายฟ้าภายหลังประเภทนี้ ไม่มีทางฝึกจนกลายเป็นสถานะสุดท้ายของคุณสมบัติกายอย่าง——กายเซียนได้!
ดังเช่นกายอินทรีทองฝึกเป็นกายอินทรีฟ้า เรียกว่าเสริมให้แข็งแกร่ง ส่วนกายฟ้าแต่กำเนิดฝึกเป็นกายกษัตรา เช่นนั้นก็จะเรียกว่าเลื่อนชั้น!
เหมือนกับกายฟ้าแต่กำเนิด กายเทวะ ต่างมีข้อจํากัดหลายอย่าง เช่นกายวัวทองในกายฟ้าแต่กำเนิด มันเลื่อนระดับเป็นกายป้าอ๋องในกายกษัตราได้โดยผ่านการฝึก! แต่มันไม่อาจฝึกเป็นกายอื่นได้ ต่อให้เป็นกายระดับเดียวกันก็ตาม
เกิดมาเป็นคุณสมบัติกายใด ก็ต้องฝึกเป็นคุณสมบัติกายนั้น นี่ไม่ใช่สิ่งที่เคล็ดวิชาหรือยากายสามารถเปลี่ยนได้
ทว่าฟ้าสร้างสรรพชีวิต ซึ่งเต็มไปด้วยมหัศจรรย์! ไม่ว่ากายอินทรีทองหรือกายวัวทอง ต่อให้ฝืนชะตาฝึกต่อไป ก็ไม่อาจข้ามขอบเขตคุณสมบัติกายของตนได้
แต่มีกายประเภทหนึ่งที่ทำได้ นั่นคือ——กายปุถุชนที่ผู้คนมากมายไม่เคยแยแส
กายปุถุชน สามารถฝึกเป็นกายอินทรีฟ้า และสามารถฝึกเป็นกายวัวทองได้ กระทั่งพูดได้ว่า กายปุถุชนสามารถฝึกเป็นกายเซียนในตำนานได้! ก่อนการฝึกฝน กายปุถุชนไม่มีข้อจํากัดใดๆ ! ดังนั้น ในขณะฝึกร่างกาย กายปุถุชนจึงไม่มีข้อจำกัดในการเลือกทักษะกาย
เช่นเดียวกับกายฟ้าภายหลัง หากเป็นคุณสมบัติกายที่ใกล้เคียงกับธาตุไฟ ต้องเลือกฝึกทักษะกายธาตุไฟ ถ้าเลือกฝึกทักษะกายธาตุน้ำ เช่นนั้น ก็จะเกิดจุดอ่อนที่ร้ายแรงต่อคุณสมบัติกายของเจ้าของ
กายปุถุชนไม่มีเงื่อนไขแบบนี้ ก่อนเริ่มต้น จะเลือกทักษะกายของใครก็ได้!
แน่นอนว่าการฝึกกายปุถุชนเป็นกายฟ้าภายหลัง หรือกายฟ้าแต่กำเนิดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย หนึ่ง ต้องมีทักษะกายที่แข็งแกร่งพอ สอง ต้องพยายามไม่ลดละ พยายามกว่าคนอื่นสิบเท่า! สาม ต้องมียากายจำนวนมาก ยากายยิ่งมากยิ่งดี ระดับยากายยิ่งสูงยิ่งดี!
เช่นเดียวกับการฝึกกายปุถุชนเป็นกายฟ้าแต่กำเนิด นั่นเป็นเรื่องที่ยากที่สุด ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมายนัก!
ผู้ที่มีกายปุถุชน ชะตาปุถุชน รอบชีวิตปุถุชนอย่างหลี่ชีเย่ เกรงว่าจะไม่มีใครยอมทุ่มเทกายใจให้กับร่างกายของเขา ผู้ที่มีคุณสมบัติแบบนี้ ไม่ว่าจะถ่ายทอดทักษะกาย หรือใช้ยากายชุบร่าง ล้วนเป็นความสิ้นเปลืองอย่างหนึ่ง
หลี่ชีเย่ก็รู้ว่าการฝึกกายปุถุชนเป็นกายอื่นนั้นยากเย็นที่สุด แต่ตบะเต๋าของหลี่ชีเย่กลับไม่เคยสั่นคลอน เพราะในมือเขามีตำรากายที่แม้แต่ราชันเซียนยังปรารถนาที่จะครอบครอง หนึ่งในตำราฟ้านพเก้า!
อีกทั้งตบะเต๋าของหลี่ชีเย่ที่มั่นคงดุจเหล็กกล้า มีคนเคยทำสำเร็จ เขาก็ทำสำเร็จได้เช่นเดียวกัน ราชันเซียนหมิงเหรินแห่งสำนักโบราณสี่เหยียน คนรุ่นหลังมากมายเรียกราชันเซียนหมิงเหรินว่าเป็นกายเซียนโดยกำเนิด ผู้คนจำนวนมากกล่าวว่า ร่างนภาของราชันเซียนหมิงเหรินนั้นมีมาโดยกำเนิด
หลี่ชีเย่ทราบดีว่าทั้งหมดเป็นคำพูดไร้สาระ! ราชันเซียนหมิงเหริน คนที่เขาฝึกมากับมือ เขาย่อมรู้เรื่องนี้ดีแน่นอน ราชันเซียนหมิงเหรินที่มีกายนภา เขาไม่ได้มีกายฟ้าแต่กำเนิด และไม่ใช่กายเทวะหรือกายกษัตรา เขาคือกายปุถุชน!
ข้อเท็จจริงนี้ เกรงว่าสำนักโบราณสี่เหยียนคงทำใจจะยอมรับได้ยาก แต่นั่นคือข้อเท็จจริง ตอนที่ราชันเซียนหมิงเหรินยังเด็ก เขามีกายปุถุชน หลี่ชีเย่แปลงเป็นอีกาทมิฬมี “ตำรากาย” หนึ่งในตำราฟ้านพเก้า เขาได้ถ่ายทอดอักษร “หยาง” ในตำรานี้ สุดท้าย ราชันเซียนหมิงเหรินจึงฝึกจนกลายเป็น “กายนภา” หนึ่งในสิบสองกายเซียนได้สำเร็จ
วันนี้ หลี่ชีเย่เปิด “ตำรากาย” ในห้วงความทรงจำอีกครั้ง เคล็ด “ตำรากาย” ทั้งหมดปรากฏออกมาให้เห็น ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา ไม่มีผู้ใดเข้าใจเคล็ดใน “ตำรากาย” ได้มากกว่าเขาอีกแล้ว ความพิศวงใน “ตำรากาย” ทำให้เขาสรรสร้างตำนานไว้มากมาย!
อีกทั้ง ตั้งแต่ยุคสมัยที่ยังไร้ซึ่งอารยธรรมกระทั่งถึงตอนนี้ เขาได้ศึกษาตำรากาย โดยเฉพาะตอนสมัยของราชามังกรดำ เขาศึกษา “ตำรากาย” ได้อย่างถ่องแท้ถึงที่สุด จนกระทั่งต่อมา เมื่อสถานะของเขามีปัญหา เขาจึงให้ราชามังกรดำลบเคล็ดทั้งหมดที่เกี่ยวกับ “ตำรากาย” ออกจากสมองตนเอง!
เดิมที “ตำรากาย” มีเพียงหกอักษร หกอักษรนี้เกิดขึ้นจากความสับสน หลี่ชีเย่พิจารณาผ่านกาลเวลาอันยาวนาน สุดท้ายจึงเปิดเคล็ดทั้งหมดของตำราเล่มนี้ได้
“ตำรากาย” มีหกอักษรได้แก่: หยินหยาง แข็งอ่อน ใสขุ่น! แม้ “ตำรากาย” จะมีเพียงแค่หกอักษร แต่กลับสามารถพัฒนาความพิศวงสูงสุดของคุณสมบัติกายสิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้!
ในยุคโบราณอันไกลโพ้น เคยมีการพูดถึงสิบสองกายเซียนมาก่อน อันที่จริง ตั้งแต่โบราณนับหมื่นปีมา น้อยคนนักที่รู้ว่า คำกล่าวสิบสองกายเซียนนี้มีที่มาจาก “ตำรากาย”!
“ตำรากาย” หกอักษร หากฝึกถึงระดับสุดท้าย อักษรทุกตัวจะเกิดกายเซียนสองประเภท! และเป็นกายเซียนสองประเภทที่แตกต่างกัน แน่นอนว่าไม่ว่าใครก็ตาม จะฝึกกายเซียนได้เพียงหนึ่งประเภทเท่านั้น
ตัวอย่างเช่นราชันเซียนหมิงเหริน ตอนนั้นหลี่ชีเย่ถ่ายทอดอักษร “หยาง” ให้เขา ขีดจำกัดอักษร “หยาง” มีกายเซียนสองประเภท หนึ่งคือกายนภา อีกหนึ่งคือกายตะวัน! ราชันเซียนหมิงเหรินฝึกเป็นกายนภา หนึ่งในสิบสองกายเซียน เคล็ดจื้อหยาง——กายนภา!
ผ่านการอนุมานมายุคแล้วยุคเล่า ผ่านการพิเคราะห์มาอย่างยาวนาน หลี่ชีเย่เข้าใจดี “ตำรากาย” สามารถฝึกคุณสมบัติกายใดก็ได้ แต่สุดท้าย ที่แข็งแกร่งที่สุดยังคงเป็นสิบสองกายเซียน
ตอนนั้น หลี่ชีเย่เคยถ่ายทอดอักษร “หยาง” ให้แก่ราชันเซียนหมิงเหริน และตอนนี้ หลี่ชีเย่ครอบครองเคล็ดสุดท้ายของหกอักษร แต่ครั้งนี้ ที่หลี่ชีเย่เลือกฝึกกลับไม่ใช่อักษร “หยาง” แต่เป็นอักษร “ขุ่น”!
หลี่ชีเย่กำหนดเป้าหมายของตัวเองไว้แล้ว เขาฝึกอักษร “ขุ่น” และเป็นขุ่นที่ขุ่นมัวถึงที่สุด! เขาต้องการฝึก “กายเทวะสยบอเวจี” หนึ่งในสิบสองกายเซียน ในอักษร “ขุ่น”!
หลี่ชีเย่ทราบดีว่าขั้นตอนการฝึก “กายเทวะสยบอเวจี” ให้สมบูรณ์นั้นยาวนานมาก ไม่ว่ากายเซียนประเภทใดก็ตามในสิบสองกายเซียน ล้วนไม่อาจฝึกได้ในคืนเดียว อย่างต่ำอาจไม่กี่ร้อยปี อย่างมากก็เป็นพันเป็นหมื่นปี
ทว่าตบะเต๋าของหลี่ชีเย่นั่นแกร่งดุจเหล็กกล้า ต่อให้เขาเป็นกายปุถุชนโดยกำเนิด แต่เขายังคงมีความเชื่อมั่น ขอเพียงยืนหยัดไม่ท้อถอย สักวันหนึ่ง เขาจะฝึก “กายเทวะสยบอเวจี” ให้สำเร็จ!
เคล็ด “ตำรากาย” ลอยในห้วงความทรงจำของหลี่ชีเย่ขณะนี้ หลี่ชีเย่ทำการขับเคลื่อนเคล็ดอักษร “ขุ่น” เคล็ดอักษรโบราณไหลเข้าสู่ลัคนาของหลี่ชีเย่ราวกับสายน้ำ
ขณะนี้ ชะตาแท้ของหลี่ชีเย่ที่กำลังกลืนและคายเลือดลมนั้น ได้กลืนเคล็ดอักษร “ขุ่น” เข้าไปแล้ว อาศัยการโม่ของชะตาแท้ ความพิศวงของอักษร “ขุ่น” ได้ถูกผสานเข้าไปยังเลือดลม
ในเวลานี้ ทั่วทั้งร่างของหลี่ชีเย่สั่นสะท้าน พริบตาเดียว ดูเหมือนว่าทุกสิ่งค่อยๆ เชื่องช้า ทุกอย่างกำลังชะลอความเร็วลง!
----------------------------------------------------------------------------