ราชันอหังการ

ราชันอหังการ: Chapter0038 ตอนที่ 39

#39Chapter0038

บทที่ 38 ถูปู้อวี่ (2)

หนานหวยเหรินเลิกอิจฉาตาร้อน เขาไม่อยากกลายเป็นเครื่องสังเวยของ “พลังวงตะวันจันทรา” ทุกคนรู้ดีว่า เมื่อฝึกพลังนี้ หากถลำลึกไปก็จะไม่สามารถออกมาได้โดยง่าย สุดท้ายทั้งหมดอาจกลายเป็นสิ่งไร้ค่า!

สำหรับอาการตกใจของหนานหวยเหริน หลี่ชีเย่ได้แต่ยิ้มครู่หนึ่ง โดยไม่พูดอะไรออกมา

วันรุ่งขึ้น หลี่ชีเย่ตื่นแต่เช้า เริ่มฝึกฝนตามปกติเหมือนเช่นเคย แต่เมื่อหลี่ชีเย่เปิดประตู กลับมีคนผู้หนึ่งยืนอยู่นอกประตูเงียบๆ ทำเอาหลี่ชีเย่ที่มักมีท่าผ่อนคลายเสมอต้องตกใจไปเหมือนกัน

ผู้เฒ่าคนหนึ่ง ดูจากรูปร่างลักษณะ อายุราวห้าถึงหกสิบปี ผู้เฒ่าสวมเสื้อผ้าที่ทอจากต้นเก๋อ ใบหน้าซูบไร้ซึ่งหนวดเครา ดวงตามีชีวิตชีวา แม้ผู้เฒ่าจะมีอายุมาก แต่ช่วงไหล่และเอวกลับยังคงตั้งตรง ดูกระฉับกระเฉง

“ศิษย์พี่ อรุณสวัสดิ์” เมื่อผู้เฒ่าเห็นหลี่ชีเย่ เขาแสดงท่าทีนอบน้อม พูดกับหลี่ชีเย่พลางโค้งคำนับ

“เอ่อ......” หลี่ชีเย่อึ้งไปชั่วขณะ เขาที่สุขุมเยือกเย็น เกิดอาการงุงงนไปครู่หนึ่ง หากบอกว่าหนานหวยเหรินเรียกเขาว่าศิษย์พี่ นั่นถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม แต่ผู้เฒ่าอายุห้าสิบหกสิบตรงหน้าคนนี้กลับเรียกเขาที่มีอายุสิบสามสิบสี่ปีว่าศิษย์พี่ คำที่ได้ยินจึงดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด

หลี่ชีเย่อึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อได้สติกลับมาจึงพูดขึ้น: “ผู้เฒ่า ท่านคงเข้าใจอะไรผิด ข้าไม่ใช่ศิษย์พี่ของท่าน”

ผู้เฒ่ามองไปรอบๆ ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงจ้องมองหลี่ชีเย่ พลางพูดกับเขา: “ที่นี่คือยอดเขาเดียวดายใช่ไหม”

“ใช่” หลี่ชีเย่ได้แต่ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา หากไม่เพราะผู้เฒ่าตรงหน้าดูมีสติดี เขาคงคิดว่าเจอคนบ้าเข้าแล้ว

“ท่านคือหลี่ชีเย่ศิษย์เอกแห่งสำนักโบราณสี่เหยียนของเราใช่ไหม” ผู้เฒ่ากล่าวพลางจ้องมองหลี่ชีเย่

สำหรับคำพูดดังกล่าว หลี่ชีเย่แต่ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา: “ถูกต้อง ข้าก็คือหลี่ชีเย่”

ผู้เฒ่าเผยรอยยิ้มออกมา พยักหน้าอย่างจริงจังพลางพูดขึ้น: “เช่นนั้นก็ถูกต้องแล้ว ที่นี่คือยอดเขาเดียวดาย และท่านก็เป็นศิษย์เอก ย่อมเป็นศิษย์พี่ข้าแน่นอน”

“เอ่อ......” หลี่ชีเย่พูดไม่ออกไปชั่วขณะ ตอนนี้เขาแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้จำคนผิด แต่ผู้เฒ่าอายุห้าสิบหกสิบปีคนหนึ่ง เรียกเขาว่าศิษย์พี่ ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ จนอึดอัดไปทั้งตัว

“ขอโทษ ขอโทษที ข้ามาช้าไป” ในเวลานี้เอง จู่ๆ หนานหวยเหรินก็โผล่มา เขาหายใจหอบ กล่าวพร้อมรอยยิ้มแห้งๆ

ตอนที่หนานหวยเหรินมาถึง เห็นหลี่ชีเย่กับผู้เฒ่ายืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ที่หน้าประตู ทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้ จากนั้นจึงกล่าวแนะนำหลี่ชีเย่กับผู้เฒ่า: “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านนี้คือศิษย์พี่รอง ศิษย์พี่รอง ท่านนี้คือ......”

“ข้ารู้ คือศิษย์พี่ใหญ่” หนานหวยเหรินยังไม่ทันแนะนำเสร็จ ผู้เฒ่าก็กล่าวขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เอ่อ......ศิษย์น้องรอง......” หลี่ชีเย่อึ้งอยู่นาน ราวกับสมองไม่มีการตอบสนองไปชั่วขณะ

ผู้เฒ่าพยักหน้า เผยรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนพลางพูดขึ้น: “ศิษย์พี่ ผู้น้องมีชื่อว่าถูปู้อวี่ เป็นศิษย์คนที่สองของอาจารย์ ศิษย์พี่เป็นศิษย์เอกแห่งสำนักโบราณสี่เหยียนของเรา เป็นศิษย์พี่ใหญ่ของศิษย์รุ่นที่สามทั้งหมด”

รอยยิ้มอ่อนโยนของผู้เฒ่าที่ปรากฎ มันทำให้เขาขนหัวลุก เขาแทบจะอยากร้องโหยหวนออกมา ท่านปู่ ข้าเพิ่งอายุสิบสามย่างสิบสี่ ท่านอายุปาเข้าไปห้าหกสิบแล้ว อย่าทำตัวเด็กต่อหน้าข้า เรียกตัวเองว่าน้องเลย

หลี่ชีเย่เชิญศิษย์น้องถูปู้อวี่เข้าไปด้านในอย่างยากเย็น จากนั้นจึงลากหนานหวยเหรินไปอีกด้าน จ้องมองเขาพลางพูดว่า: “นี่มันเรื่องอะไรกัน?” จู่ๆ มีศิษย์น้องอายุห้าสิบหกสิบปีโผล่มา ทำให้เขารับมือไม่ถูก

“เอ่อ......” หนานหวยเหรินพูดไม่ออกไปชั่วขณะ สุดท้ายเขาได้แต่พูดว่า: “ศิษย์พี่ ก่อนหน้านี้ ข้าบอกท่านแล้วว่าอีกไม่นานศิษย์พี่รองจะกลับมา”

หลี่ชีเย่ย่อมรู้ว่าศิษย์น้องรองจะกลับมาแน่นอน ตอนนั้นหนานหวยเหรินเคยพูดเรื่องนี้ เขาไม่ได้ใส่ใจเลย เวลานั้นในใจเขาคิดว่า ศิษย์คนที่สองของเจ้าสำนักซูยงหวงคงอายุราวยี่สิบสามสิบปี อย่างมากก็สี่สิบปี แต่ว่าศิษย์น้องรองตรงหน้า ไม่ต้องสนว่าเขาอายุเท่าไหร่ ดูจากท่าทางอย่างน้อยๆ ก็คงอายุราวหกสิบ จู่ๆ มีศิษย์น้องรองอายุหกสิบปีโผล่มา ทำให้หลี่ชีเย่รู้สึกกลุ้มใจอย่างบอกไม่ถูก

“ศิษย์พี่ เขาคือศิษย์พี่ถูปู้อวี่ ศิษย์คนที่สองของเจ้าสำนักจริงๆ” หนานหวยเหรินกล่าวยืนยัน อันที่จริง เจ้าสำนักมีถูปู้อวี่เป็นศิษย์เพียงคนเดียว! ส่วนหลี่ชีเย่นั้นเพิ่งกราบอาจารย์เข้าสำนักเมื่อไม่นานมานี้

หลี่ชีเย่เงียบไปครู่หนึ่ง จนถึงตอนนี้ เขายังไม่เคยเห็นซูยงหวงผู้เป็นอาจารย์ แต่จู่ๆ กลับมีศิษย์น้องอายุหกสิบโผล่มา

แต่นี่เป็นความจริง เขาจะไม่ยอมรับศิษย์น้องถูปู้อวี่คนนี้ก็ไม่ได้ ศิษย์เอกอย่างเขาเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของศิษย์รุ่นใหม่แห่งสำนักโบราณสี่เหยียน ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็ต้องเรียกเขาว่าศิษย์พี่ใหญ่

“สำนักโบราณสี่เหยียนของเรายังมีศิษย์น้องอายุมากแบบนี้อีกกี่คน?” หลี่ชีเย่พูดพลางเหลือบมองหนานหวยเหริน เด็กหนุ่มอายุสิบสามอย่างสิบสี่อย่างเขา ถูกกลุ่มผู้เฒ่ารายล้อมเรียกศิษย์พี่ แค่คิดเขาก็รับไม่ได้แล้ว

“มีอยู่คนเดียว” หนานหวยเหรินกล่าว พลางยิ้มแห้งๆ

ได้ยินหนานหวยเหรินพูดดังนั้น หลี่ชีเย่ค่อยโล่งใจ เขาเดินไปหาถูปู้อวี่พลางกล่าวถาม: “ศิษย์น้องถู กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจารย์กลับมาหรือยัง?”

“เรียนศิษย์พี่ ผู้น้องกลับมาคนเดียว เพิ่งมาถึงวันนี้.......” ถูปู้อวี่มีท่าทีจริงจัง เผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา

หลี่ชีเย่กล่าวขัดจังหวะถูปู้อวี่: “ศิษย์น้อง เจ้าอายุห้าสิบหกสิบปี นอบน้อมเช่นนี้ มิทำให้ข้าอายุสั้นหรอกหรือ......”

“เรียนศิษย์พี่ ปีนี้ผู้น้องอายุ 1675 ปี......” ถูปู้อวี่กล่าวอย่างจริงจัง พลางแย้มยิ้มอ่อนโยน

เกิดเสียงดัง “เปรี๊ยะ......” ทันทีที่หลี่ชีเย่ได้ยิน ร่างกายนั้นเกือบเสียศูนย์ เขาเซถลาเล็กน้อยจนเกือบล้ม ไม่ใช่แค่หลี่ชีเย่ที่เท่านั้นที่เดินเซ เพราะหนานหวยเหรินก็เซถลาไปเช่นกัน!

“ท่าน ท่านพูดใหม่อีกครั้ง......” หลี่ชีเย่เกือบสำลักน้ำลายตัวเอง ผู้เฒ่าอายุพันกว่าปีคนหนึ่งเรียกเขาว่าศิษย์พี่ ตอนนี้เขาดูอย่างไรก็อายุไม่เกินสิบสามย่างสิบสี่ปี! ต้องมีศิษย์น้องแก่ขนาดนี้เลยหรือ?

“ผู้น้องอายุ 1675 ปี.......” ถูปู้อวี่ยังคงกล่าวอย่างจริงจังเจือน้ำเสียงอ่อนโยน

เมื่อได้ยินจำนวนอายุนั้น หลี่ชีเย่จ้องหนานหวยเหรินแวบหนึ่ง หนานหวยเหรินไม่ได้ผิดอะไร เขาไม่รู้ว่าถูปู้อวี่อายุมากขนาดนี้ ก่อนหน้านี้เขาคิดมาโดยตลอดว่าศิษย์พี่รองอายุราวห้าสิบหกสิบปีเท่านั้น

“ศิษย์พี่ ท่านไม่เป็นอะไรนะ? ต้องการให้ผู้น้องรินน้ำให้ท่านไหม.......” เห็นหลี่ชีเย่มีท่าทางสำลัก ถูปู้อวี่จึงพูดอย่างจริงจังด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

หลี่ชีเย่ได้สติกลับมา จึงกล่าวตัดบทถูปู้อวี่ด้วยน้ำเสียงโหยหวน: “ท่านปู่ อย่าเรียกตัวเองว่าน้องอีกเลย ข้าขนลุกไปหมดแล้ว หนึ่ง ข้าเพิ่งอายุสิบสามปี ท่านอายุพันกว่าปี ถ้าท่านเรียกตัวเองว่าน้องอีก ข้าคงอายุสั้น สอง เป็นจุดสำคัญที่ต้องเน้น! ท่านปู่ ท่านมีเจตนาแสร้งทำตัวเด็กต่อหน้าข้า ข้าสิบสามปี ท่านพันกว่าปี ยังเรียกตัวเองว่าน้องต่อหน้าข้า ท่านหาว่าข้าแก่งั้นหรือ? ข้าแก่ขนาดนี้หรือ? หวยเหริน ข้าแก่ขนาดนี้เชียวหรือ?”

ท่าทางรำคาญใจของหลี่ชีเย่ ทำให้หนานหวยเหรินอดยิ้มไม่ได้ หลี่ชีเย่คนที่ดูผ่อนคลายมาโดยตลอด การที่เขาเสียอาการแบบนี้ หนานหวยเหรินเองก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

ทว่าภายใต้สายตาพิฆาตของหลี่ชีเย่ หนานหวยเหรินได้แต่กลั้นยิ้ม หัวเราะอยู่ภายในใจ เขาเองก็เพิ่งรู้เช่นกันว่าศิษย์พี่รองมีอายุมากขนาดนี้!

“ในเมื่อศิษย์พี่สั่ง ผู้น้อง...... ไม่สิ ข้าก็จะทำตามด้วยความเคารพ” ถูปู้อวี่คล้อยตามราวกับสายน้ำ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

“ศิษย์น้องถูตัดสินใจแบบนี้นับว่าชาญฉลาด!” หลี่ชีเย่กล่าวพลางพยักหน้า พึงพอใจที่ถูปู้อวี่ยอมคล้อยตาม

ถูปู้อวี่พูดด้วยรอยยิ้ม: “เรื่องความฉลาด ข้าคงไม่อาจสู้ศิษย์พี่ได้”

ถูปู้อวี่พูดเช่นนี้ ทำให้หนานหวยเหรินพูดไม่ออกในทันที เขาคิดว่าตนเองวางตัวเหมาะสม เชี่ยวชาญการพิจารณาความคิดของผู้คน ไม่คิดว่า ถูปู้อวี่จะประจบประแจงเก่งกว่าเขา ดูท่า เขาคงเจอคู่แข่งแล้ว

หลี่ชีเย่เผยรอยยิ้ม แน่นอนว่าเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ถูปู้อวี่เป็นคนที่น่าสนใจนัก มีชีวิตพันกว่าปี ต่อหน้าเด็กหนุ่มอายุสิบสามสิบสี่อย่างเขา ยังเรียกศิษย์พี่ได้เต็มปาก คนแบบนี้ ถ้าไม่ใช่คนหน้าเนื้อใจเสือ ก็เป็นคนที่น่าสนใจมากคนหนึ่ง

แน่นอน ว่าไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน ก็ย่อมหนีสายตาหลี่ชีเย่ไม่พ้น เขาเคยเห็นและรู้จักผู้คนมามากมาย จะมีสักกี่คนที่หนีเนตรแห่งปัญญาของเขาพ้น มิเช่นนั้น เขาคงฝึกราชันเซียนหมิงเหรินผู้ซึ่งไร้เทียมทานออกมาไม่ได้!

หลี่ชีเย่ตัดบทพูดคุยกับถูปู้อวี่ไม่กี่ประโยค จึงส่งเขากลับไป อันที่จริง เรื่องที่ถูปู้อวี่กลับมาทำอะไรนั้น เขาไม่ได้กังวล และขี้เกียจไปไต่ถาม สำหรับเขาแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่สำคัญ ตอนนี้เขามีเป้าหมายเดียวเท่านั้น ทำตัวเองให้แข็งแกร่ง สร้างสำนักโบราณสี่เหยียนอีกครั้ง ใครขวางทางเขา พร้อมฆ่าไม่เว้น!

หากกล่าวว่า การมาของศิษย์น้องอย่างถูปู้อวี่ ทำให้หลี่ชีเย่ทั้งขำทั้งพูดไม่ออก เช่นนั้น ข่าวที่หนานหวยเหรินนำมาในวันถัดมากลับทำให้หลี่ชีเย่ประหลาดใจอยู่ไม่น้อย

วันรุ่งขึ้น หนานหวยเหรินและผู้คุมกฎม่ออาจารย์ของเขามาที่เขาเดียวดายด้วยตัวเอง พวกเขานำข่าวมาแจ้งหลี่ชีเย่: หลี่ซวงเหยียน องค์หญิงแห่งสำนักปีศาจนพเก้าจะมาเยือนสำนักโบราณสี่เหยียนในวันพรุ่งนี้

ในฐานะผู้รับผิดชอบการแต่งงานของสองสำนัก ผู้คุมกฎม่อรับภาระเรื่องนี้มาโดยตลอด หลี่ซวงเหยียนต้องการมาสำนักโบราณสี่เหยียน สำนักปีศาจนพเก้าจึงส่งคนมาส่งข่าวให้กับผู้คุมกฎม่อ

“มาก็ดี คิดได้จะดีที่สุด คิดไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร” หลี่ชีเย่ค่อนข้างแปลกใจ เขายังคิดว่าสำนักปีศาจนพเก้าจะรอไปสักแปดปีหรือสิบปี ไม่คิดว่ายังไม่ถึงหนึ่งปี หลี่ซวงเหยียนจะมาเยือนสำนักโบราณสี่เหยียน

แน่นอนว่าหากสำนักปีศาจนพเก้ารอถึงแปดหรือสิบปีจริงๆ ถึงตอนนั้นก็ไม่ใช่ธุระอะไรของสำนักปีศาจนพเก้าอีกแล้ว! ถึงตอนนั้น เขาคงปีกกล้าขาแข็ง ไม่จำเป็นต้องให้สำนักปีศาจนพเก้ามาขับดุนอีก! ที่เขาต้องการคือผู้ช่วย พันธมิตรที่ให้ความช่วยเหลือในยามคับขัน ไม่ใช่พันธมิตรที่มีพร้อมสมบูรณ์อยู่แล้ว!

ผู้คุมกฎม่อกระอักกระอ่วนใจที่จะถามหลี่ชีเย่ด้วยตัวเอง เขาส่งสายตาให้หนานหวยเหริน ด้วยคำสั่งอาจารย์ หนานหวยเหรินได้แต่ฝืนถามออกไป: “ศิษย์พี่ ถ้าหาก ถ้าหากองค์หญิงหลี่ยินดีอยู่ในสำนักโบราณสี่เหยียน ท่าน ท่านจะให้นางเป็นองครักษ์จริงหรือ?”

----------------------------------------------------------------------------

ราชันอหังการ: Chapter0038 ตอนที่ 39