ราชันอหังการ: Chapter0007 ตอนที่ 8

#8Chapter0007

บทที่ 7 สำนักปีศาจนพเก้า (1)

เจ้าหอฟู่พากลุ่มผู้คุมกฎม่อเข้าไปยังที่พักที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ขนาดเท่านี้สำหรับสำนักปีศาจนพเก้าแล้ว คงเป็นสถานที่ที่ใช้ในการต้อนรับแขกทั่วไปเท่านั้น

เรื่องการแต่งงาน สำนักปีศาจนพเก้าส่งเพียงแค่เจ้าหอคนหนึ่งออกมาจัดการ อีกทั้งยังใช้เพียงที่พักขนาดสำหรับต้อนรับแขกทั่วไปรับรองกลุ่มผู้คุมกฎม่อ มันบ่งบอกได้ว่าพวกเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้แม้แต่น้อย

เมื่อเสร็จธุระของพวกผู้คุมกฎม่อ เจ้าหอฟู่พูดจาตามมารยาทอีกไม่กี่ประโยค จากนั้นจึงขอตัวกลับไปด้วยท่าทีเย็นชาอย่างที่สุด ในส่วนของผู้คุมกฎม่อ ตอนที่รับทำภารกิจนี้เขาได้เตรียมใจกับความอับอายที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นเวลานี้เขาจึงไม่มีอาการขุ่นเคืองใดๆ ได้แต่นิ่งเงียบเท่านั้น

หลังเจ้าหอฟู่แห่งสำนักปีศาจนพเก้าจัดการเรื่องของพวกผู้คุมกฎม่อเรียบร้อย เขาก็รีบเร่งเข้าไปยังพื้นที่ด้านในของสำนักปีศาจนพเก้า ภายในวิหารโบราณ เขาพบกับผู้อาวุโสท่านหนึ่งของสำนักปีศาจนพเก้า ผู้อาวุโสท่านนี้ลอยอยู่กลางอากาศ เบื้องหลังมีวงแสงเทพหมุนปรากฏ รอบกายของเขามีรัศมีแห่งเทพรายล้อม ท่าทางเต็มเปี่ยมด้วยบารมีไม่ต่างจากเทพ!

“ศิษย์เอกของสำนักโบราณสี่เหยียนเป็นอย่างไรบ้าง?” เสียงของผู้อาวุโสท่านนี้ดังราวสายฟ้าฟาด ทว่า เสียงน่าพรั่นพรึงประหนึ่งอสนีบาตนี้กลับถูกจำกัดอยู่ภายในวิหารโบราณนี้เท่านั้น

เจ้าหอฟู่ที่ครองตำแหน่งวีรบุรุษที่อยู่ด้านนอก ในเวลานี้กลับเหลือเพียงท่าทีสั่นเทิ้มหวาดกลัว พร้อมก้มหน้าตอบ: “เรียนผู้อาวุโส เป็นเพียงแค่ปลวกมด ปุถุชนธรรมดา เป็นผู้น้อยที่ไร้กาละเทศะ ไม่ควรค่าที่จะพูดถึง!”

“เข้าใจแล้ว กลับไปเถอะ” น้ำเสียงของผู้อาวุโสดังกังวานราวกับสายฟ้าฟาด ทำให้ผู้ได้ยินเกิดอาการสั่นเทิ้มโดยไม่รู้ตัว แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลืมตา แต่กลับสามารถทำให้เกิดความรู้สึกเย็นจับขั้วหัวใจได้!

เจ้าหอฟู่ไม่กล้าชักช้า ถอยหลังกลับไปอย่างระมัดระวัง หลังออกจากวิหารโบราณ เขาตัวเปียกชุ่ม ในฐานะเจ้าหอเขามีโอกาสน้อยมากที่จะได้เข้าพบผู้อาวุโส แม้กระทั่งคนที่มีตำแหน่งอ๋อง ผู้อาวุโสก็ไม่ได้เรียกพบบ่อยนัก!

“เลือกศิษย์เอกเป็นคนที่มีกาย รอบชีวิตและดวงชะตาปุถุชน สำนักโบราณสี่เหยียนคงไร้ทางเยียวยาแล้วจริงๆ ” หลังจากที่เจ้าหอฟู่จากไป ผู้อาวุโสท่านนี้ดูเหมือนกำลังพูดคุยอยู่กับใครบางคน

“เสียดายวิชาราชันของราชันเซียนหมิงเหริน ว่ากันว่าเคล็ดวิชาชะตาฟ้าของราชันเซียนหมิงเหรินอาจจะยังอยู่ในสำนักโบราณสี่เหยียน” ทันใดนั้นเอง มีเสียงทรงพลังลึกลับเสียงหนึ่งดังขึ้น

ผู้อาวุโสพูดต่อ: “กราบเรียนกษัตราปีศาจ ขอเพียงเคล็ดวิชาชะตาฟ้าของราชันเซียนหมิงเหรินยังคงอยู่ที่สำนักโบราณสี่เหยียน สักวันหนึ่ง เราจะชิงมาให้จงได้! คนธรรมดาจากสำนักโบราณสี่เหยียนคนนั้น ไม่คู่ควรกับทายาทสำนักปีศาจนพเก้าของเรา!”

เสียงลึกลับนั้นไม่ได้ดังขึ้นอีก ผู้อาวุโสก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเช่นกัน หากมีคนนอกอยู่ที่นี่ ก็คงได้แต่ขวัญเสียเงียบๆ สิ่งที่ต้องตระหนักคือ กษัตราปีศาจแห่งสำนักปีศาจนพเก้านั้นเป็นบุคคลที่น่าหวาดกลัวอย่างที่สุด

ว่ากันว่า กษัตราปีศาจแห่งสำนักปีศาจนพเก้าเป็นผู้ที่มีเบื้องหลังไม่ธรรมดา สำนักปีศาจนพเก้าภายใต้การปกครองของเขาทรงอำนาจขึ้นทุกวัน สำนักปีศาจนพเก้าที่ปกครองแคว้นกู่หนิวเจียงอันยิ่งใหญ่ซึ่งไม่มีสำนักใดกล้ามาสั่นคลอน จุดนี้ไม่เพียงเพราะความแข็งแกร่งของสำนักปีศาจนพเก้าเท่านั้น หนึ่งในนั้นยังเป็นเพราะบารมีของกษัตราปีศาจแห่งสำนักปีศาจนพเก้า! ภายในแคว้นกู่หนิวเจียง เกรงว่าคงไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจของกษัตราปีศาจคนนี้!

หลังจากที่พวกผู้คุมกฎม่อถูกจัดแจงให้เข้าพักในอาคารเล็กๆ ผู้คุมกฎม่อก็ปิดห้องกักตัวเงียบ อยู่ภายในห้องเพียงลำพัง ส่วนคนฉอเลาะอย่างหนานหวยเหรินกลับไม่รู้ว่าหนีหายไปที่ใด

ในส่วนของหลี่ชีเย่เขาไม่ปล่อยให้เสียเวลาเปล่า เขาเริ่มฝึก “ดาบฉีเหมิน” ต่อทันที เขาเข้าใจดีว่า สำนักปีศาจนพเก้าคงไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ เขาจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อม

หลี่ชีเย่ฝึกวิชาดาบรอบแล้วรอบเล่า แต่ละกระบวนท่าเขาจะต้องทำให้ได้ถึงระดับที่สมบูรณ์แบบที่สุด จะให้ผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว!

หลี่ชีเย่ฝึกต่อไปรอบแล้วรอบเล่า จากเสื้อที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อกระทั่งแห้ง หลังจากแห้งก็ฝึกจนชุ่มอีกครั้ง ท้ายที่สุด เส้นประสาทของเขาเริ่มชาไปหมด แต่ทว่า เขากลับยังคงฝึกฝนต่อไปไม่หยุด

มีชีวิตมาอย่างยาวนาน หลี่ชีเย่เข้าใจดีกว่าใคร การทำความเข้าใจเคล็ดวิชานั้นคือเรื่องหนึ่ง ทว่า การพัฒนาถึงขั้นสุดยอดนั้นถือเป็นอีกเรื่อง ถึงจะเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่สุดในโลก สามารถทำความเข้าใจวิชาเซียนได้ตั้งแต่ครั้งแรก ทว่า หากไม่ผ่านการฝึกครั้งแล้วครั้งเล่า ก็คงไม่สามารถพัฒนาให้ถึงขั้นสุดยอดได้!

ความเจ็บปวดนับครั้งไม่ถ้วน อุปสรรคนานัปการ หลังจากผ่านคลื่นลมอย่างยาวนาน ทำให้หลี่ชีเย่เคยชินกับการทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ เพื่อไปให้ถึงสภาพจิตที่ไร้จุดสิ้นสุด!

“สวบ, สวบ, สวบ......” หลี่ชีเย่กวัดแกว่งดาบสั้นในมือ ราวกับผีเสื้อที่กำลังร่ายรำ ดาบโค้งสองเล่มไขว้กัน ก่อให้เกิดท่วงท่าแปลกประหลาด

เพียงกระบวนท่าเดียว ก็ไม่รู้ว่าหลี่ชีเย่ฝึกซ้ำไปกี่รอบ ทว่า เมื่อดาบโค้งทั้งสองเล่มลอยกลับเข้ามาในมือ หลี่ชีแย่ยังคงได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ในตอนท้ายแม้ว่าเขาจะเข้าใจความพิศวงของ “ดาบชีเหมิน” แล้ว ทว่า เขายังคงไม่สามารถใช้มันได้ในระดับที่สมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับกระบวนท่านี้ สำหรับเขามันยังคงไม่ได้ตามมาตรฐานที่เขาตั้งเอาไว้!

“เป็นวิชาดาบที่ดี ศิษย์พี่ขยันจริงๆ หากเทียบความพยายามของศิษย์พี่ ข้าคงเทียบไม่ติด” พอดีกับที่หนานหวยเหรินเดินผ่านประตูเข้ามา ข้างกายเขามีหนุ่มน้อยตามมาด้วยอีกคน

เมื่อเห็นความทุ่มเทในการฝึกของหลี่ชีเย่ หนานหวยเหรินพูดอย่างทอดถอนใจ สิ่งที่หนานหวยเหรินพูด เขาพูดออกมาจากใจ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาอาจรู้สึกอคติกับคุณสมบัติของหลี่ชีเย่ไปบ้าง แต่เมื่อเห็นความพยายามของหลี่ชีเย่ ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กับหลี่ชีเย่จึงเพิ่มขึ้นไม่น้อย

“ใช้ความพยายามชดเชยข้อด้อยน่ะ” หลี่ชีเย่เก็บดาบสั้น แม้ว่าทั่วทั้งตัวจะโชกไปด้วยเหงื่อ แต่ท่าทีเขากลับยังคงดูผ่อนคลาย

หนานหวยเหรินอดยิ้มไม่ได้ พลางพูดขึ้น : “คำพูดของศิษย์พี่ ข้าจะจดจำไว้และจะนำไปพัฒนาตัวเอง” พูดพลาง เขาถือโอกาสแนะนำหนุ่มน้อยข้างกายให้หลี่ชีเย่รู้จัก: “นี่คือศิษย์พี่จางจากสำนักปีศาจนพเก้า และเป็นสหายของข้า”

ด้านคุณสมบัติหนานหวยเหรินอาจไม่ใช่ระดับผู้มีพรสวรรค์ เขาเองเป็นเพียงคนที่มีคุณสมบัติระดับกลางๆ ทว่า สิ่งที่เขากับผู้คุมกฎม่ออาจารย์ของเขาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงก็คือ ผู้คุมกฎม่อเป็นคนพูดน้อยไร้ทักษะในการคบค้าสมาคม หนานหวยเหรินกลับตรงกันข้าม เขามีไหวพริบรอบตัวช่างเจรจาและมีเพื่อนฝูงมากมาย

หนานหวยเหรินเป็นทูตประจำหอของหอนอก เคยช่วยผู้อาวุโสทำหน้าที่ส่งจดหมายให้กับสำนักปีศาจนพเก้าหลายครั้ง ดังนั้น จึงได้มีสหายอยู่ในสำนักปีศาจนพเก้าไม่น้อย แน่นอนว่าคนเหล่านั้นไม่ได้เป็นบุคคลสำคัญอะไร เป็นเพียงแค่ศิษย์ในระดับทั่วไปเท่านั้น

ศิษย์แซ่จางคนนี้ก็ไม่ได้เป็นคนสำคัญอะไรในสำนักปีศาจนพเก้า ทว่า ในสายตาของเขา คนธรรมดาอย่างหลี่ชีเย่ก็ไม่ได้น่าสนใจเลยสักนิด แม้แต่ศิษย์ทั่วไปของสำนักปีศาจนพเก้าอย่างเขาก็ยังไม่อยากมองซ้ำเป็นครั้งที่สอง เขาแค่เพียงพยักหน้าให้กับหลี่ชีเย่เล็กน้อยเพียงเพราะเห็นแก่หน้าของหนานหวยเหรินเท่านั้น ในสายตาของเขา คนที่ฝึกแค่ทักษะการต่อสู้อย่างหลี่ชีเย่ไม่มีค่าพอที่จะพูดถึง

“ศิษย์พี่มาที่สำนักปีศาจนพเก้าครั้งแรก ไปเดินเล่นกับเราทำความคุ้นเคยกับสถานที่หน่อยดีไหม?” หนานหวยเหรินเชื้อเชิญด้วยเจตนาดี

หลี่ชีเย่ได้ยินหนานหวยเหรินพูดดังนั้น จึงทำให้นึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ เขาพูดด้วยรอยยิ้ม: “ก็ดี”

หนานหวยเหรินรีบพูดกับศิษย์แซ่จางทันที: “พี่จาง ครั้งนี้ต้องรบกวนให้พี่เป็นผู้นำเที่ยวสักหน่อย”

“พี่หนานเกรงใจไปแล้ว” ศิษย์คนนี้ได้แต่พยักหน้าตอบ สำหรับหลี่ชีเย่เขาไม่อยากแม้แต่จะเหลือบมอง หากไม่เห็นแก่หน้าหนานหวยเหริน เขาแทบไม่อยากเดินไปพร้อมกับหลี่ชีเย่ด้วยซ้ำ!

อันที่จริง ในฐานะเจ้าบ้าน สำนักปีศาจนพเก้าควรทำหน้าที่ต้อนรับแขกที่มาเยือน พาหลี่ชีเย่ไปทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม แต่แล้ว สำนักปีศาจนพเก้ากลับไม่สนใจใยดีหลี่ชีเย่เลยสักนิด ไม่มีแม้กระทั่งมารยาทพื้นฐานที่ควรกระทำ

หากไม่เพราะในตอนนั้นผู้วิเศษนพเก้าได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ เกรงว่าในวันนี้สำนักปีศาจนพเก้าคงไม่ยอมรับการเกี่ยวดองแบบนี้เลยด้วยซ้ำ และเพราะสำนักปีศาจนพเก้าไม่อยากยอมรับเรื่องการแต่งงาน จึงได้เสนอเงื่อนไขในการทดสอบหลี่ชีเย่ขึ้น นี่คือวิธีที่จะยกเลิกสัญญาการแต่งงานกับสำนักโบราณสี่เหยียน!

ศิษย์แซ่จางทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน นำทางหนานหวยเหรินและหลี่ชีเย่เดินชมสถานที่ต่างๆ ในสำนักปีศาจนพเก้า! แน่นอนว่า ศิษย์คนนี้ไม่เต็มใจที่จะพูดุยกับหลี่ชีเย่แม้แต่น้อย มีเพียงการพูดคุยกับหนานหวยเหรินเป็นครั้งคราว ทำราวกับหลี่ชีเย่เป็นวัตถุโปร่งแสง

ทว่า ระหว่างเส้นทางที่พวกเขาเดินภายในสำนักปีศาจนพเก้า พวกเขาได้ดึงดูดความสนใจของเหล่าศิษย์ในสำนัก เกิดการซุบซิบนินทาในกลุ่มศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าจำนวนไม่น้อย

“นั่นศิษย์เอกของสำนักโบราณสี่เหยียนงั้นเหรอ?” ศิษย์บางคนมองหลี่ชีเย่จากที่ไกลไกล เห็นว่าหลี่ชีเย่เป็นแค่คนธรรมดา จึงพากันขมวดคิ้วพร้อมวิพากษ์วิจารณ์

ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าบางคนแสดงทีท่าดูหมิ่นหัวเราะเยาะ: “สำนักโบราณสี่เหยียนหมดอำนาจไปนานแล้ว ปุถุชนคนธรรมดาก็มาเป็นศิษย์เอกได้ ศิษย์เอกของพวกเขานี่ไร้ค่าสิ้นดี”

“เชอะ ของชั้นต่ำแบบนั้นคิดจะแต่งงานกับศิษย์พี่หลี่ พวกคางคกอยากกินเนื้อหงส์ชัดๆ ไม่คิดตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างหรือไง” ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าบางคนพูดอย่างไม่พอใจ

ทายาทของสำนักปีศาจนพเก้าหลี่ซวงเหยียนไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์ที่ล้ำเลิศเท่านั้น ยังพร้อมด้วยรูปโฉมที่งดงาม ภายในสำนักปีศาจนพเก้า ไม่รู้ว่ามีศิษย์รุ่นใหม่กี่รายที่ตกหลุมรักนาง หากพูดถึงทั่วทั้งแคว้นกู่หนิวเจียงแล้วล่ะก็ คนที่ปรารถนาในตัวหลี่ซวงเหยียนคงมากมายต่อแถวยาวจากตะวันออกไปถึงตะวันตกเลยทีเดียว!

“หึ คนธรรมดาแบบนั้นคิดอยากเป็นคู่หมั้นคู่หมายของศิษย์พี่หลี่? ฝันกลางวันชัดๆ!” ศิษย์บางคนยังไม่ยอมแพ้ ถึงขั้นที่บางคนพยายามบุกประชิดตัวหลี่ชีเย่เพื่อถ่มน้ำลายใส่หน้าเขา

ในฐานะผู้นำเที่ยวศิษย์แซ่จางยิ่งอึดอัดมากกว่าใคร เขาย่อมสังเกตเห็นสีหน้าของศิษย์ร่วมสำนัก ดังนั้น เขาจึงรีบเร่งฝีเท้า เพื่อทิ้งหลี่ชีเย่ไว้เบื้องหลัง ราวกับกำลังบอกใครใครว่าคนคนนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขา

ในส่วนของหลี่ชีเย่ เขายังคงอาการตามปกติ ท่าทีผ่อนคลาย โดยไม่ใส่ใจคนเหล่านี้เลยสักนิด ค่อยๆ ชื่นชมภูเขาแม่น้ำของสำนักปีศาจนพเก้าอย่างละเอียดละออ

“ศิษย์พี่ ท่านระวังตัวหน่อยเถอะนะ ทายาทของสำนักปีศาจนพเก้ามีคนชื่นชมมากมาย ระวังอันตรายจากพวกเขาด้วย” หนานหวยเหรินกระซิบเตือนหลี่ชีเย่ด้วยความหวังดี

“ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว แล้วไง?” หลี่ชีเย่เหลือบไปมองหนานหวยเหริน พูดอย่างราบเรียบ เขาเคยพบเจอสตรีที่เลิศเลออย่างที่สุดมาหมดแล้ว เขาไม่คิดใส่ใจเรื่องคู่หมั้นคู่หมายนั่นเลยสักนิด มันเป็นแค่เรื่องที่ไม่ควรค่าพอต่อการพูดถึง

คำพูดของหลี่ชีเย่ทำให้หนานหวยเหรินใจหล่นวูบ รีบกระซิบอย่างร้อนรน: “ศิษย์พี่ ที่นี่คือสำนักปีศาจนพเก้า โปรดระมัดระวังด้วย ”

หลี่ชีเย่หัวเราะ เกียจคร้านที่จะพูดต่อ ในเมื่อสำนักปีศาจนพเก้าอยากทดสอบเขา เช่นนั้น เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าสำนักปีศาจนพเก้ายังซ่อนอะไรไว้อีก!”

โดยไม่รู้ตัว พวกหลี่ชีเย่ได้มาถึงลานต่อสู้ของสำนักปีศาจนพเก้า ที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ทุกคนในสำนักปีศาจนพเก้าสามารถมาได้ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ลานต่อสู้ บรรยากาศนั้นสามารถทำให้คนคนหนึ่งรู้สึกตัวเล็กลงได้ทันที!

ลานต่อสู้อันยิ่งใหญ่ การยืนอยู่กลางลานต่อสู้ที่กว้างใหญ่แห่งนี้ลำพัง พื้นที่ขนาดมหึมาที่ไม่อาจประมาณได้ ประหนึ่งมดตัวน้อยที่ยืนอยู่ท่ามกลางผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่

----------------------------------------------------------------------------

ราชันอหังการ: Chapter0007 ตอนที่ 8