ราชันอหังการ

ราชันอหังการ: Chapter0008 ตอนที่ 9

#9Chapter0008

บทที่ 8 สำนักปีศาจนพเก้า (2)

ลานต่อสู้นั้นถูกปกคลุมด้วยพลังปริศนาที่แข็งแกร่ง ลานต่อสู้ที่กว้างใหญ่ก่อตัวขึ้นจากแผ่นหินสีดำ แผ่นหินสีดำทุกชิ้นมีอักขระของผู้วิเศษปรากฏอยู่ พลังที่ปกคลุมอยู่ในลานต่อสู้ล้วนแล้วแต่เปล่งออกมาจากแผ่นหินสีดำเหล่านั้น ทั่วทั้งลานต่อสู้ถูกบรรยากาศชนิดนี้ปกคลุมเอาไว้ เพื่อป้องกันความเสียหายขณะที่มีการต่อสู้!

“ลานต่อสู้ในระดับผู้วิเศษ!” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มายังลานต่อสู้นี้ แต่หนานหวยเหรินยังคงรู้สึกสั่นสะท้านจากบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่ของมัน

ส่วนศิษย์แซ่จางก็อดไม่ได้ที่จะแสดงอาการพอใจออกมาเล็กน้อย: “ลานต่อสู้นี้ปรมาจารย์ของเราเป็นผู้สร้างขึ้นด้วยตนเอง สามารถรองรับพลังการต่อสู้ของผู้วิเศษได้!”

ลานต่อสู้ในระดับผู้วิเศษ เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดน่าสนใจของสำนักปีศาจนพเก้า เมื่อเทียบกับอีกหลายสำนัก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิมากจริงๆ

“สำนักโบราณสี่เหยียนของข้าก็เคยมีลานต่อสู้ในยุคเทพเช่นกัน......” หนานหวยเหรินพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ แต่น้ำเสียงของเขาเบามาก จากนั้นจึงหยุดชะงักลง ไม่ได้พูดต่อ

อันที่จริง สำนักโบราณสี่เหยียนก็มีลานต่อสู้ในระดับผู้วิเศษเช่นเดียวกับสำนักปีศาจนพเก้า ว่ากันว่า ลานต่อสู้นี้ราชันเซียนหมิงเหรินได้ขนย้ายมันมาจากดวงดาวอันไกลโพ้น ว่ากันว่า ลานต่อสู้นี้สามารถรองรับพลังอันพรั่นพรึงของระดับราชันเซียนที่ไร้เทียมทานได้เลยทีเดียว!

น่าเสียดาย ที่ภายหลังลานต่อสู้นี้ถูกปิดผนึกโดยไม่ทราบสาเหตุ ต่อมาจึงไม่มีใครในสำนักโบราณสี่เหยียนที่สามารถเปิดมันได้อีก!

“มนุษย์หินสี่รูป” หลี่ชีเย่ที่ยืนอยู่ทางด้านข้างไม่ได้ฟังสิ่งที่พวกเขาพูดเลยสักนิด สายตาของเขามองทอดไปยังรูปปั้นหินทั้งสี่ของลานต่อสู้แห่งนี้

ที่มุมทั้งสี่ของลานต่อสู้ แต่ละมุมล้วนแล้วแต่มีรูปปั้นหินขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ รูปปั้นแต่ละรูปมีความสูงประมาณพันฟุต ดูราวกับยักษ์ รูปปั้นทั้งสี่นี้มีรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาด ทว่า รูปปั้นแต่ละรูปล้วนเหมือนจริงอย่างไร้ที่ติ ราวกับปั้นโดยสุดยอดช่างฝีมือ โครงสร้างนั้นดูราวกับเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ!

นี่คือสิ่งที่หลี่ชีเย่อยากเห็นที่สุด ตั้งแต่ที่ผู้วิเศษนพเก้าสิ้นชีวิตลง เขาก็ไม่ได้มายังสำนักปีศาจนพเก้าอีก อันที่จริงเพราะเขาไม่มีธุระต้องมาอีก นึกไม่ถึงว่า หลายปีให้หลังรูปปั้นทั้งสี่นี้จะยังคงอยู่!

ระหว่างที่หนานหวยเหรินพูดคุยกับสหายของเขา ครู่หนึ่งจึงไม่ทันสังเกตเห็นหลี่ชีเย่ ทว่า เพียงครู่เดียวเท่านั้น จู่ๆ ศิษย์แซ่จางก็ขมวดคิ้วพร้อมพูดขึ้น: “เจ้าปัญญาอ่อนนั่นทำบ้าอะไร!”

หนานหวยเหรินมองตรงไป เขาพบว่าหลี่ชีเย่กำลังปีนรูปปั้นขนาดยักษ์ที่อยู่ทางตะวันออก ทว่า ความสามารถของหลี่ชีเย่มีจำกัด รูปปั้นนี้สูงกว่าพันฟุต หลี่ชีเย่พยายามปีนขึ้นไปครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เขาก็ทำไม่สำเร็จไปซะทุกครั้ง

เวลานี้ ด้านนอกลานต่อสู้มีศิษย์ยืนอยู่จำนวนไม่น้อย เมื่อเห็นหลี่ชีเย่ทำตัวราวกลับคนบ้านนอกที่พยายามลูบคลำรูปปั้นหินยักษ์ ถึงขั้นพูดกระซิบกระซาบงึมงำไม่หยุด ประหนึ่งว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นรูปปั้นขนาดยักษ์เท่านี้มาก่อน เหล่าศิษย์ที่เห็นภาพดังกล่าวถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

ภาพที่เห็นทำให้หนานหวยเหรินอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก แม้ว่ารูปปั้นทั้งสี่จะไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของสำนักปีศาจนพเก้า แต่ การกระทำเหมือนคนบ้านนอกของหลี่ชีเย่ ที่คอยลูบๆ คลำๆ ตรงนั้นตรงนี้ที ถึงขั้นพยายามปีนขึ้นไปบนรูปปั้น มันทำให้เขาเลือกไม่ถูกว่าควรที่จะหยุดหลี่ชีเย่ดีหรือไม่

ระหว่างที่หนานหวยเหรินอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัด หลี่ชีเย่กลับโบกมือให้กับเขา เรียกให้เขาไปหา ท่ามกลางสายตาของทุกคน หนานหวยเหรินไม่รู้ว่าเขาควรไปดีหรือไม่ แต่เขาไม่มีทางเลือก ท้ายที่สุด จึงจำเป็นต้องเดินตรงไปหาหลี่ชีเย่

“รูปปั้นนี้สูงไปหน่อย ส่งข้าขึ้นไป” ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมาย หลี่ชีเย่ยังคงท่าทีสบายๆ พร้อมออกคำสั่งกับหนานหวยเหริน

“เอ่อ......” หนานหวยเหรินพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เขาสงสัยจริงๆ ว่าหลี่ชีเย่มีปัญหาทางประสาทหรือเป็นเจ้าโง่ ภายใต้สายตามากมายของเหล่าศิษย์สำนักปีศาจนพเก้า เขากลับทำตัวไร้อารยธรรมพยายามปีนขึ้นไปบนรูปปั้นหินยักษ์ นี่ไม่เท่ากับกำลังทำให้สำนักโบราณสี่เหยียนขายหน้าหรอกหรือ?

“เจ้าจะส่งข้าขึ้นไป หรือให้ทุกคนมุงดูละครลิงต่อ?” หลี่ชีเย่ไม่รู้สึกรู้สา ท่าทีนิ่งเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผ่อนคลายสบายๆ ราวกับว่าเขาต่างหากที่กำลังดูละครอยู่

ท่ามกลางสายตามากมายขนาดนี้ หนานหวยเหรินจะทำอะไรได้? เขาได้แต่กล้ำกลืน ดึงหลี่ชีเย่ขึ้นไป เพียงชั่วพริบตาเขาก็ขึ้นมาบนรูปปั้นหินได้สำเร็จ

ส่วนหลี่ชีเย่กลับคงท่าทีดังเดิม นั่งอยู่บนบ่าของรูปปั้น ทอดสายตามองดูสำนักปีศาจนพเก้า เก็บภาพของภูเขาแม่น้ำทั้งหมดเอาไว้

หนานหวยเหรินไม่ได้หน้าหนาเท่ากับหลี่ชีเย่ เขากระโดดลงมายืนอยู่ด้านข้าง เวลานี้เขาแทบอยากหนีไปให้พ้น ทว่า เขาก็ไม่สามารถทิ้งหลี่ชีเย่ไว้ที่นี่เพียงลำพัง ไม่เช่นนั้น หากหลี่ชีเย่ลงมาไม่ได้ ปล่อยเขาไว้บนนั้น คงยิ่งทำให้สำนักโบราณสี่เหยียนขายหน้ามากขึ้นอีก

ในส่วนของสหายแซ่จางของหนานหวยเหริน ย่อมไม่ยอมอยู่ขายหน้าต่อเด็ดขาด เขาไม่บอกลาด้วยซ้ำพลันหมุนตัวกลับไปทันที

“หึ คนที่สำนักโบราณสี่เหยียนส่งมาช่างไร้อารยธรรมสิ้นดี!” ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าบางส่วนที่เห็นหลี่ชีเย่นั่งอยู่บนรูปปั้นหินอดพูดวิจารณ์ไม่ได้

ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าอีกคนพูดอย่างเย็นชา: “นี่ เขาคิดว่าเขายิ่งใหญ่มาจากไหน ถึงไปนั่งอยู่บนนั้น ไม่ส่องกระจกดูสารรูปตัวเองบ้างหรือไง!”

และมีศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าอีกจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกไม่พอใจกับพฤติกรรมของหลี่ชีเย่! ส่วนหลี่ชีเย่กลับดูไม่แยแสเลยสักนิด เขานั่งอยู่บนบ่าของรูปปั้น พลางแกว่งขาอย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับพึมพำไม่หยุด ราวกับกำลังพูดคุยอยู่กับรูปปั้นหินก็ไม่ปาน

การที่หลี่ชีเย่ทำแบบนี้ ในสายตาคนอื่นมันดูไม่ต่างจากคนเสียสติ! ไร้กาลเทศะสิ้นดี!

ภาพที่เห็นทำให้หนานหวยเหรินที่ยืนอยู่ด้านข้างอึดอัดอย่างที่สุด เขาโมโหจบแทบจะหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ เขาก็ไม่สามารถทิ้งหลี่ชีเย่ไว้บนนั้นลำพัง

ส่วนหลี่ชีเย่ที่นั่งอยู่ด้านบน กลับไม่สำนึกเกิดความละอายใจเลยแม้แต่น้อย เขาอยู่บนนั้นอย่างสบายอารมณ์ ยังคงงึมงำกับรูปปั้นหินราวกับกำลังพูดคุยกันอยู่

เวลานี้ไม่รู้ว่าต้องใช้ความอดทนมากมายแค่ไหน หนานหวยเหรินรู้สึกเหมือนตนกำลังนั่งอยู่บนพรมเข็ม หลังผ่านไปนานพอดู หลี่ชีเย่ที่ดูเหมือนนั่งจนเริ่มเบื่อ ในที่สุด เขาจึงกวักมือเรียกหนานหวยเหริน

หนานหวยเหรินทำราวกับได้รับหน้าที่สำคัญ เขายืดตัวตรงรีบพาตัวหลี่ชีเย่ลงมา ทันทีที่ลงมา หนานหวยเหรินรีบพูดขึ้นทันที: “ศิษย์พี่ ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เรากลับกันก่อนเถอะนะ!” เขาไม่อยากพาหลี่ชีเย่ไปสร้างความวุ่นวายต่อ เขากลัวจริงๆ ว่าหลี่ชีเย่จะทำเรื่องหน้าขายหน้าอะไรอีก

กับท่าทีของหนานหวยเหริน หลี่ชีเย่ได้แต่หัวเราะ พร้อมพยักหน้าเบาๆ

“เชอะ.....” เมื่อเห็นท่าทีที่ยังคงนิ่งเฉยของหลี่ชีเย่ ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าบางคนจึงเริ่มทนไม่ไหว ยิ้มเยือกเย็นพลางพูดกับเขา: “สำนักโบราณสี่เหยียน ก็แค่สำนักกระจอกงอกง่อย เจ้าเต่าทึ่มตัวนึงริจะเป็นคากคกอยากกินเนื้อหงส์ เชอะ ก็แค่สวะปัญญาอ่อน กล้าหวังสูงอยากแต่งงานกับศิษย์พี่หญิงของเรา!”

เมื่อเจอคนยั่วโมโหตน หลี่ชีเย่ค่อยๆ หันกลับไป มองดูศิษย์คนนั้น พร้อมตอบกลับช้าๆ : “แต่งงานกับศิษย์พี่หญิงพวกเจ้า? ยกย่องตัวเองมากไปหรือเปล่า ถึงคนที่อยากแต่งงานกับข้าจะเป็นเทพธิดา ข้ายังต้องคิดแล้วคิดอีกเลยว่าควรแต่งดีไหม! นับประสาอะไรกับศิษย์พี่หญิงของพวกเจ้า!”

“เจ้าสวะไม่รู้จักที่ตาย......” คำพูดของหลี่ชีเย่ บัลดาลโทสะคนกลุ่มใหญ่ทันที พูดได้เลยว่าศิษย์เพศชายจำนวนมากของสำนักปีศาจนพเก้าที่อยู่ตรงนั้นต่างหลงใหลในตัวหลี่ซวงเหยียน ดังนั้น พริบตาเดียวจึงมีสายตาพิฆาตนับไม่ถ้วนพุ่งเป้าไปที่หลี่ชีเย่ทันที

“ปรองดองกันไว้เถอะ ปรองดองกันไว้” หนานหวยเหรินที่อยู่ในเหตุการณ์รู้สึกเสียวสันหลังวาบ รีบลากตัวหลี่ชีเย่หันหลังกลับไปทันที เขาไม่อยากให้หลี่ชีเย่อยู่ที่นั่นอีกต่อไป!

“พวกโสโครก เก่งจริงอย่าหนีสิ!” ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าบางคนไม่ยอมลามือง่ายๆ ตะโกนอย่างโมโห หากหลี่ชีเย่ไม่ใช่แขกของพวกเขาแล้วล่ะก็ พวกเขาคงไล่ตามไปและคงอดไม่ได้ที่จะจัดการแยกหลี่ชีเย่ให้เป็นชิ้นๆ !

หนานหวยเหรินทั้งลากทั้งดึง ในที่สุดก็พาตัวหลี่ชีเย่กลับมายังที่พักได้ หนีกลับมาได้สำเร็จในเวลาเพียงชั่วลมหายใจ หนานหวยเหรินถอนหายใจเฮือก เขารู้สึกหวาดกลัว เวลานี้เขาสงสัยจริงๆ ว่าหลี่ชีเย่เป็นคนโฉดเขลาหรือเป็นพวกโง่เง่าที่ไม่กลัวตายกันแน่

“ศิษย์พี่ สำนักปีศาจนพเก้าไม่ใช่คนที่เราควรต่อกรหรอกนะ ถอยสักก้าวเพื่อความสันติสุข ถ้าทนได้ก็ทนไปเถอะนะ” หนานหวยเหรินอดไม่ได้จนต้องสั่งสอนหลี่ชีเย่ ไม่เพียงแต่เพื่อหลี่ชีเย่เท่านั้น เพราะเขาเองก็ไม่อยากเอาชีวิตมากทิ้งที่สำนักปีศาจนพเก้า

“มีอะไรต้องทนงั้นเหรอ” หลี่ชีเย่พูดด้วยรอยยิ้ม: “หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่ง!”

หนานหวยเหรินรู้ซึ้งทันทีว่า การรับภารกิจครั้งนี้เป็นการรนหาเรื่องให้ตัวเองแท้ๆ ตอนนี้เขาเริ่มเสียใจที่ยอมรับหน้าที่นี้มา

เรื่องการแต่งงานระหว่างสำนักโบราณสี่เหยียนและสำนักปีศาจนพเก้า อันที่จริง มีศิษย์รุ่นใหม่ของสำนักปีศาจนพเก้าจำนวนมากที่ไม่พอใจ หลี่ซวงเหยียนเป็นสตรีมากความสามารถของสำนักปีศาจนพเก้า อยู่ในตำแหน่งสูงส่ง มีศิษย์เพศชายจำนวนนับไม่ถ้วนที่ชื่นชมในตัวนาง แต่เวลานี้ หลี่ซวงเหยียนกลับมีโอกาสที่จะต้องแต่งงานกับศิษย์เอกจากสำนักโบราณสี่เหยียน ย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับศิษย์เพศชายจำนวนนับไม่ถ้วนของสำนักปีศาจนพเก้า!

ในสายตาศิษย์รุ่นใหม่ของสำนักปีศาจนพเก้า สำนักโบราณสี่เหยียนเป็นเพียงสำนักกระจอกที่เคยรุ่งเรืองมาก่อนเท่านั้น ไม่คู่ควรที่จะดองกับสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเขาเลยสักนิด สำหรับเรื่องที่ศิษย์เอกของสำนักโบราณสี่เหยียนที่เป็นคนธรรรมดาไม่เอาไหนนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง!

เรื่องการแต่งงาน ได้ทำลายความใฝ่ฝันของศิษย์รุ่นใหม่ไปมากมาย ไม่รู้ว่ามีศิษย์เพศชายจำนวนเท่าไหร่ที่อยากจะฆ่าหลี่ชีเย่ให้ตายคามือไปเสีย

ตู้หย่วนกวงคือหนึ่งในศิษย์ที่เกลียดชังหลี่ชีเย่ที่สุด ตู้หย่วนกวงเป็นศิษย์นอกสำนักของสำนักปีศาจนพเก้า พรสวรรค์ของเขาอยู่ในระดับที่ดีมาก ได้รับฉายาว่าเป็นดาวรุ่งแห่งสำนักปีศาจนพเก้า เข้าสำนักมาเพียง 5 ปี ตอนนี้สามารถไต่อันดับมาอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับพี่กงแล้ว เมื่อผ่านการทดสอบของปีนี้ เขาก็จะได้เป็นศิษย์ที่ได้รับการฝึกพิเศษของสำนักปีศาจนพเก้า!

ตู้หย่วนกวงอยู่ในสำนักปีศาจนพเก้า ถือเป็นหนึ่งในศิษย์ที่หลงใหลในตัวเทพธิดาหลี่ซวงเหยียนที่สุด เนื่องจากในปีที่เขาเข้ามาคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักปีศาจนพเก้า ช่วงที่ตู้หย่วนกวงกราบเข้าร่วมสำนัก เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่หลี่ซวงเหยียนทำการคัดเลือกศิษย์

ครั้งแรกที่ได้พบกับหลี่ซวงเหยียน ตู้หย่วนกวงตกตะลึงราวกับได้พบกับนางฟ้า เขาได้รับเลือกจากหลี่ซวงเหยียนให้เข้าสำนักปีศาจนพเก้า เขาคิดไปเองว่าหลี่ซวงเหยียนก็น่าจะชื่นชมในตัวเขาเป็นพิเศษ

คนที่มีพรสวรรค์ดีอย่างตู้หย่วนกวงมีความเชื่อมั่นมาก เขาฝันว่าสักวัน จะได้มีโอกาสฝึกวิชาร่วมกับหลี่ซวงเหยียน และได้เป็นคู่รักกัน

เวลานี้กลับมีเรื่องการแต่งงานบ้าๆ จากสำนักโบราณสี่เหยียน ทำให้ตู้หย่วนกวงรู้สึกแค้นเคืองหลี่ชีเย่อย่างที่สุด โดยเฉพาะวันนี้เรื่องที่หลี่ชีเย่พูดจาไม่ให้เกียรติหลี่ซวงเหยียน มันทำให้ตู้หย่วนกวงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยทีเดียว

“ไอ้สวะที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ สวะที่เป็นแค่คนธรรมดาแต่ปากดีพูดจาคำโต ไอ้สวะที่ไร้มันสมอง ไอ้คนไร้การศึกษาไม่มีใครสั่งสอน ไอ้คนไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!” ดังนั้น หลังจากได้ยินคำพูดนั้น แววตาของตู้หย่วนกวงมีเพียงความเย็นยะเยือก คุกรุ่นด้วยไอสังหาร!

----------------------------------------------------------------------------

ราชันอหังการ: Chapter0008 ตอนที่ 9