ราชันอหังการ: Chapter0020 ตอนที่ 21
บทที่ 20 วางอำนาจโดยไม่จำเป็นต้องดูสถานที่ (2)
“ไม่......” กษัตราวงตะวันตัดบท พร้อมพูดขึ้น: “ได้ เมื่อเปิดถ้ำทิพย์ สิ่งของในถ้ำทิพย์ เจ้าสามารถเลือกไปได้หนึ่งชิ้น!”
“ฉลาด” หลี่ชีเย่พยักหน้า: “เมื่อพวกเจ้าพร้อม ค่อยมาหาข้าละกัน ข้าขอตัวกลับก่อน” พูดจบ หลี่ชีเย่หมุนตัวเดินออกจากวิหารฟ้าทันที
กษัตราวงตะวันกำชับให้อวี้เหอส่งตัวหลี่ชีเย่กลับไป
หลังจากที่หลี่ชีเย่กลับไป ภายในวิหารฟ้า มีผู้อาวุโสบางท่านพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้: “ฝ่าบาท เรื่องถ้ำทิพย์ ฉุกละหุกเกินไปหรือไม่”
“ไม่” เสียงของกษัตราวงตะวันดังขึ้น: “ตั้งแต่สำนักปีศาจนพเก้าของเราก่อตั้งมาจนถึงทุกวันนี้ มีใครเปิดถ้ำทิพย์ได้บ้าง? ตั้งแต่อดีต ถ้ำทิพย์ถูกผนึกมาโดยตลอด ไม่เคยมีใครสามารถเปิดมันได้! บางที นี่อาจเป็นโอกาส ซึ่งสอดคล้องกับคำที่บรรพชนเคยกล่าวเอาไว้”
หัวหน้าผู้อาวุโสพยักหน้า สนับสนุนความคิดของกษัตราวงตะวัน: “ลองดูก็ไม่เสียหาย ในเมื่อฝ่าบาทตัดสินพระทัยแล้ว คงต้องให้หลี่ชีเย่ลองดูสักครั้ง”
“ฝ่าบาท เรื่องเทพผู้พิทักษ์ เหตุใดเราจึงไม่เคยได้ยินมาก่อน? เทพผู้พิทักษ์สำนักปีศาจนพเก้าของเรา เป็นอสูรฟ้าหรือภูตชีวา?” ผู้อาวุโสอีกท่านพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้
“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้” กษัตราวงตะวันพูดตอบ: “สำหรับเรื่องเทพผู้พิทักษ์ของสำนักเรา ในบักทึกมีข้อมูลอยู่น้อยมาก ปรมาจารย์พูดเพียงว่า เทพผู้พิทักษ์จะตื่นก็ต่อเมื่อสำนักของเราเกิดภัยพิบัติเท่านั้น บันทึกลับนี้มีเพียงเจ้าสำนักเท่านั้นที่สามารถดูได้
“ทว่า วันนี้เทพผู้พิทักษ์ของเรากลับตื่นขึ้นมา” ผู้อาวุโสอีกท่านพูดอย่างอดไม่ได้
“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่เข้าใจ” กษัตราวงตะวันพูดขึ้น: “เทพผู้พิทักษ์เลือกเขา ย่อมต้องมีเหตุผล”
“เจ้าหนูนี่ น่ากลัวมากจริงๆ” หัวหน้าผู้อาวุโสหวินพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้: “จากที่อวี้เหอบอก ก่อนหน้านั้นเขาสามารถฝ่าป่ารวนใจได้อย่างง่ายดาย ผ่านได้อย่างสบายๆ ถึงสองครั้ง! มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เวลานี้เทพผู้พิทักษ์กลับเลือกเขาอีก ช่างไม่สมเหตุสมผลเลยจริงๆ !”
คำพูดนี้ ทำให้ผู้อาวุโสคนอื่นๆ เงียบไป ป่ารวนใจ ผู้อาวุโสอย่างพวกเขาย่อมเข้าใจดีอย่างที่สุด การที่สามารถฝ่าป่ารวนใจทั้ง 14 ชั้นได้ พวกเขารู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร!
“ช่างน่าสะพรึงเหลือเกิน” ผู้อาวุโสบางท่านพูดอย่างอดไม่ได้: “ทุกวันนี้สำนักปีศาจนพเก้าของเราเรืองอำนาจขึ้นทุกวัน พวกศิษย์รุ่นใหม่ หากพูดถึงทักษะเต๋าศิษย์หลานเหลิ่งน่าจะเป็นที่สุด หากพูดถึงพรสวรรค์และคุณสมบัติองค์หญิงคือที่สุด ทว่า เทพผู้พิทักษ์กลับไม่เลือกศิษย์หลานเหลิ่ง และไม่เลือกองค์หญิง แต่กลับเลือกเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่เคยเรียนทักษะเต๋ามาก่อน ทั้งยังมีคุณสมบัติเพียงแค่กายปุถุชน รอบชีวิตปุถุชนและชะตาปุถุชนเท่านั้น!”
พูดถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสท่านนี้ก็อดโมโหไม่ได้ เทพผู้พิทักษ์ในสำนักของตนแต่กลับเลือกคนนอก หากพูดอย่างประนีประนอม ถึงเทพผู้พิทักษ์ของพวกเขาจะเลือกคนนอกจริง ถ้าเลือกคนที่มากพรสวรรค์ไร้เทียมทานก็ว่าไปอย่าง อย่างน้อยพวกเขาก็ยังรู้สึกว่าสมเหตุสมผล ทว่า คนที่เทพผู้พิทักษ์เลือกกลับเป็นเจ้าหนูที่เป็นสวะไม่เอาไหน
“เรื่องในอดีต ไม่ใช่สิ่งที่เราจะ......เข้าใจได้” ท้ายที่สุดกษัตราวงตะวันยอมจำนนอย่างไม่มีทางเลือก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน เขาคือบุคคลชั้นแนวหน้าที่ผ่านเรื่องราวมามากมาย แต่แล้ว เรื่องในวันนี้ เขาเองก็ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน
“ฝ่าบาท หากพูดอย่างประนีปะนอม ถ้าหลี่ชีเย่เปิดถ้ำทิพย์ได้จริง จะให้เขาเลือกของวิเศษไปชิ้นหนึ่งจริงๆ หรือ?” ผู้อาวุโสอีกท่านพูดอย่างอดไม่ได้
“ใช่ ฝ่าบาท ได้ยินว่าภายในถ้ำทิพย์ มีโอกาสสูงมากที่จะมีของวิเศษราชันเซียนอยู่” ผู้อาวุโสบางท่านไม่พอใจ เพราะสิ่งที่พูดถึงคือของวิเศษราชันเซียน
“หากเขาสามารถเปิดถ้ำทิพย์ได้จริง ก็ถือเป็นลิขิตฟ้า” กษัตราวงตะวันพูดขึ้น: “เจี้ยนเหล่าเคยกล่าวว่า ในยุคของพวกเรา ไม่มีผู้ใดสามารถเปิดถ้ำทิพย์ได้! บางทีหลี่ชีเย่อาจเป็นปาฏิหาริย์ก็ได้ ในเมื่อเราเปิดไม่ได้ เหตุใดจึงไม่ให้เขาลองดูเล่า”
เมื่อได้ยินกษัตราวงตะวันพูดถึง “เจี้ยนเหล่า” เหล่าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้าจึงไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะภายในสำนักปีศาจนพเก้า ไม่มีใครทรงอำนาจไปกว่าเจี้ยนเหล่าอีกแล้ว!”
“ถ่ายทอดคำสั่งออกไป เรื่องราวที่เกิดขึ้นในสำนักวันนี้ ศิษย์ทุกคนห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะมีโทษอย่างหนัก นี่คือกฎเหล็ก!”
พวกเขาไม่อยากให้คนนอกล่วงรู้เรื่องเทพผู้พิทักษ์ของสำนักปีศาจนพเก้ามากนัก
หลังจากที่หลี่ชีเย่กลับไป ที่พักของพวกเขาถูกเปลี่ยนสถานที่ไปแล้ว พวกเขาถูกพาตัวไปยังที่พักสำหรับแขกที่พิเศษที่สุดของสำนักปีศาจนพเก้า การรับรองเช่นนี้ มีเพียงราชาแดนเหนือและจักรพรรดิแคว้นโบราณเท่านั้นที่จะได้รับเกียรตินี้
การรับรองดังกล่าว ทำให้ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินรู้สึกประหลาดใจ อย่าว่าแต่บุคคลปลายแถวอย่างพวกเขาเลย ถึงจะเป็นผู้อาวุโสของสำนักโบราณสี่เหยียนหรือแม้กระทั่งเจ้าสำนัก ก็คงไม่ได้รับการรับรองแบบนี้
เวลานี้ ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินเข้าใจดีว่า การที่พวกเขาได้รับการรับรองเช่นนี้ ทั้งหมดก็เพราะหลี่ชีเย่
เมื่อหลี่ชีหลี่ถูกอวี้เหอส่งตัวกลับมา ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินอดมองหลี่ชีเย่ไม่ได้ ทว่า นานทีเดียวที่พวกเขาไม่สามารถพูดอะไรออกมา
เวลานี้แม้แต่ผู้คุมกฎม่อก็ไม่กล้าสอบถามหลี่ชีเย่ว่าเขาไปคุยอะไรกับกษัตราวงตะวันที่วิหารฟ้า ในเมื่อตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่คนในระดับเขาสามารถสอบถามได้อีกต่อไป
ตอนนี้ ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินยังคงไม่มีอะไรจะพูด สองวันมานี้ หลี่ชีเย่พูดจาบ้าดีเดือดเหลือเกิน เริ่มจากการสังหารตู้หย่วนกวง จากนั้นก็หยามเกียรติสวีฮุย ถึงขั้นพูดจาบ้าระห่ำว่าจะโค่นสำนักปีศาจนพเก้า โดยเฉพาะวันนี้ ไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งผู้คุมกฎม่อก็รู้สึกว่าหลี่ชีเย่ต้องฟั่นเฟืองไปแล้วแน่ๆ ความโฉดเขลาของเขามีมากจนน่ากลัว !
ทว่า หากลองคิดดูให้ดีทำใจให้นิ่งแล้วนึกไตร่ตรอง ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่า หลี่ชีเย่ไม่ได้โฉดเขลา เขาไม่ได้พูดจาอวดดีอย่างไร้เหตุผล เขาเพียงแค่พูดความจริง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เขาเตรียมการไว้แล้ว
ไม่ว่าจะคิดยังไงหนานหวยเหรินก็ไม่เข้าใจ ผู้คุมกฎม่อก็เช่นกัน ป่ารวนใจทั้ง 14 ชั้นของสำนักปีศาจนพเก้า หลี่ชีเย่สามารถฝ่ามันในระยะเวลาสั้นๆ ได้อย่างไร? แล้วเหตุใดรูปปั้นหินน่าสะพรึงนั่นจึงปกป้องหลี่ชีเย่ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่ ไม่ว่าจะคิดยังไงพวกเขาศิษย์อาจารย์ก็ไม่เข้าใจ
แต่ตอนนี้ในที่สุดหนานหวยเหรินก็เข้าใจเรื่องบางอย่าง ในวันที่หลี่ชีเย่ต้องการปีนขึ้นไปบนบ่าของรูปปั้นหิน นั่นไม่ได้ทำเพื่อเล่นสนุก หลี่ชีเย่ทำเพื่อเตรียมการบางอย่างเอาไว้
ตอนนี้หากลองคิดดูอย่างละเอียด หนานหวยเหรินอดรู้สึกไม่ได้ว่าสิ่งที่เขาเคยรู้มาช่างตื้นเขินเหลือเกิน
“มีอะไรจะพูด ก็รีบว่ามา” เมื่อเห็นพวกผู้คุมกฎม่ออยู่ในอาการอ้ำๆ อึ้งๆ หลี่ชีเย่เผยรอยยิ้ม พร้อมนั่งลงอย่างสบายอารมณ์ ราวกับไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
ผู้คุมกฎม่ออ้าปากราวกับจะพูด แต่ ก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร เขาเป็นคนที่พูดน้อยอยู่แล้ว ท้ายที่สุด เขาจึงนั่งลงโดยไม่พูดอะไรเลย
หากเทียบกับคนพูดน้อยอย่างผู้คุมกฎม่อ หนานหวยเหรินเป็นคนมีวาทะศิลป์กว่ามาก เขามองดูหลี่ชีเย่ อ้าปากแล้วก็หุบลง ท้ายที่สุด เขารวบรวมกำลังใจพูดสอบถามหลี่ชีเย่: “เรื่อง เรื่องนั้นสำเร็จไหม?”
“เรื่องนั้น? เรื่องอะไร?” หลี่ชีเย่งุนงงกับคำถามของหนานหวยเหริน ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่หนานหวยเหรินพูดถึงคืออะไร
“ก็ ก็ เรื่องการดองกัน เรื่องการแต่งงานกับองค์หญิงหลี่” หนานหวยเหรินพูดติดติดขัดขัด
“เจ้าหมายถึงหลี่ซวงเหยียนใช่ไหม” หลี่ชีเย่อดยิ้มไม่ได้ เขาส่ายหน้าพลางพูดขึ้น: “เรื่องนี้ข้าไม่ได้ถาม และขี้เกียจถามด้วย ก็แค่ผู้หญิงคนเดียวเปลืองสมองไปทำไม”
คำพูดจาอวดดีของหลี่ชีเย่ ทำให้หนานหวยเหรินพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ฐานะของหลี่ซวงเหยียน นางเป็นถึงทายาทของสำนักปีศาจนพเก้า กษัตราปีศาจในอนาคต องค์หญิงแห่งแคว้นกู่หนิวเจียง หากไม่พูดถึงรูปโฉมที่งดงาม แค่อาศัยคุณสมบัติกายกษัตรา รอบชีวิตกษัตรา ชะตาทิพย์ เพียงแค่พรสวรรค์นี้ก็ทำให้คนไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ตกอยู่ในอาการพรั่นพรึงได้แล้ว
สิ่งที่ต้องรู้คือ อย่าว่าแต่แคว้นกู่หนิวเจียงเลย แม้แต่ทั่วทั้งดินแดนภาคกลาง ชายหนุ่มรูปงามที่ปรารถนาจะแต่งงานกับหลี่ซวงเหยียนคงรอต่อแถวตั้งแต่ทางตะวันออกของแคว้นกู่หนิวเจียงไปถึงทางตะวันตกเลยทีเดียว
ทว่าตอนนี้ เทพธิดาที่มีคนนับหมื่นชื่นชม มีผู้คนหมายปองจำนวนนับไม่ถ้วนอย่างหลี่ซวงเหยียน กลับกลายเป็นหญิงสาวธรรมดาที่ไม่ควรค่าแก่การพูดถึงสำหรับหลี่ชีเย่ คำพูดของเขาจะว่าอวดดีก็คงใช่ หรือจะบอกว่าโอหังก็คงไม่ผิด
แต่มาถึงตอนนี้ หนานหวยเหรินไม่รู้สึกว่าหลี่ชีเย่ฟั่นเฟืองอีกแล้ว ถึงหลี่ชีเย่จะพูดจาขาดสติอีกมากแค่ไหน หนานหวยเหรินก็คงไม่คิดว่าเขาเสียสติอีกแล้ว เพราะมันคงเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นมากกว่า
วันนี้ทุกสิ่งที่หลี่ชีเย่ทำ มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา และทำลายสิ่งที่เขาเคยรู้มาโดยสิ้นเชิง!
หนานหวยเหรินจึงได้แต่สงบปากสงบคำ ทว่า สายตาของเขายังอดที่จะเหลือบมองกระบองตีงูของหลี่ชีเย่ไม่ได้ กระบองไม้ธรรมดาไม่สะดุดตาอันนี้ สามารถตีสวีฮุยผู้บำเพ็ญตนในระดับเจินมิ่งจนเละคลานแทบไม่ไหว ภาพเหล่านั้นยังคงติดตาเขาอยู่
“อยากดู ก็เอาไปดูสิ” หลี่ชีเย่มองหนานหวยเหรินด้วยสายตาแปลกๆ หลี่ชีเย่ชักกระบองออกมาโยนให้กับหนานหวยเหรินอย่างใจกว้าง พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
หนานหวยเหรินรับกระบองมา ประคองในมืออย่างตื่นเต้น พลางมองดูอย่างละเอียด เวลานี้ แม้แต่ผู้คุมกฎม่อเองยังอดไม่ได้จนต้องยื่นหน้าไปดูด้วย ศิษย์อาจารย์กำลังช่วยกันศึกษากระบองตีงูอันนี้อย่างขะมักเขม้น
ทว่า ไม่ว่าพวกเขาศิษย์อาจารย์จะพยายามดูยังไง มันก็เป็นเพียงแค่กระบองไม้ธรรมดาเท่านั้น
“นี่ นี่คือกระบองเขี่ยไฟที่วิหารบรรพชนจริงเหรอ?” หนานหวยเหรินอดถามหลี่ชีเย่ไม่ได้ เขาไม่อยากเชื่อว่ากระบองเขี่ยไฟอันนี้จะเป็นอันเดียวกับที่ตีสวีฮุยจนร้องเสียงหลงอย่างเจ็บปวด!
“ถูกต้อง” หลี่ชีเย่หยักหน้าพร้อมพูดขึ้น
หนานหวยเหรินกลืนน้ำลาย ปลุกความกล้าพูดกับหลี่ชีเย่: “ศิษย์พี่ ข้า ข้าของลองใช้หน่อยได้ไหม?”
“ดูท่าทางใจเสาะของเจ้าสิ” ได้ยินสิ่งที่หนานหวยเหรินพูด หนานหวยเหรินอดหัวเราะไม่ได้: “เจ้าก็ลองดูสิ”
เมื่อเห็นว่าหลี่ชีเย่รับคำ หนานหวยเหรินลองใช้กระบองตีงูทันที โดยมีผู้คุมกฎม่อมองดูตาไม่กระพริบ ด้วยความอยากรู้เช่นกันว่ากระบองเขี่ยไฟอันนี้จะมีความอัศจรรย์มากแค่ไหน!
ทว่า หลังจากหนานหวยเหรินลองตวัดกระบอง ด้วยฝีมือของเขา กระบองตีงูอันนี้กลับไม่มีพลังเหมือนอย่างที่อยู่ในมือของหลี่ชีเย่ กระบองตีงูในมือเขา ไม่ได้โจมตีได้ตามปรารถนาดังเช่นที่หลี่ชีเย่ทำ
“ศิษย์พี่ ทำไมของพังๆ นี่เมื่ออยู่ในมือท่านถึงมีเรื่องอัศจรรย์เกิดขึ้นได้?” หนานหวยเหรินไม่เข้าใจ เพียงแค่กระบองไม้ธรรมดา แต่เมื่อไปอยู่ในมือของหลี่ชีเย่ เหตุใดมันจึงร้ายกาจนัก
หลี่ชีเย่มองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นจึงพูดขึ้นช้าๆ: “ทุกอย่างล้วนอยู่ที่ใจ” เขาพูดเพียงเท่านั้น เขาย่อมไม่ยอมอธิบายความพิศวงของกระบองตีงูให้ใครล่วงรู้ง่ายๆ แน่
กระบองตีงูเมื่ออยู่ในมือของหนานหวยเหรินมันไม่อาจแสดงอานุภาพได้อย่างที่อยู่ในมือของหลี่ชีเย่ อันที่จริง หลี่ชีเย่เป็นผู้นำกระบองตีงูนี้ออกมาจากป่าผี ในโลกนี้ไม่มีใครเข้าใจความอัศจรรย์ของกระบองนี้ได้ดีเท่ากับเขาอีกแล้ว!
----------------------------------------------------------------------------