ราชันอหังการ: Chapter0019 ตอนที่ 20
บทที่ 19 วางอำนาจโดยไม่จำเป็นต้องดูสถานที่ (1)
เวลานี้เหล่าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้าต่างจ้องมองหลี่ชีเย่ พร้อมความรู้สึกคับข้องใจ คนธรรมดาที่มีกายปุถุชน รอบชีวิตปุถุชนและชะตาปุถุชนอย่าหลี่ชีเย่ แต่กลับสามารถสื่อสารกับเทพผู้พิทักษ์สำนักปีศาจนพเก้าของพวกเขา ช่างเป็นเรื่องไร้เหตุผลสิ้นดี
หากหลี่ชีเย่เป็นศิษย์ในสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเขาก็ว่าไปอย่าง แต่ ข้อเท็จจริงคือหลี่ชีเย่ไม่ได้เป็นศิษย์ของสำนักปีศาจนพเก้า! เทพผู้พิทักษ์ของพวกตน กลับปกป้องคนนอก เริ่มจากการเหยียบสังหารผู้คุมกฎสวี่ ต่อด้วยการทำร้ายอวี้เหอหัวหน้าผู้อาวุโส แบบนี้จะไม่ทำให้เหล่าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้ารู้สึกคับข้องใจได้อย่างไร
“วิธีที่คุณชายหลี่สื่อสารกับเทพผู้พิทักษ์ของเรา พอจะเล่าให้เราฟังได้ไหม” เสียงของกษัตราวงตะวันดังขึ้น
หลี่ชีเย่ยิ้มอย่างอดไม่ได้ ส่ายหน้าพร้อมพูดขึ้น: “วิธีสื่อสาร? ข้าไม่มีวิธีการสื่อสารอะไรนั่นหรอก ในเมื่อเป็นเทพผู้พิทักษ์ของพวกเจ้า พวกเจ้าควรรู้ดีกว่าข้าถึงจะถูก”
สำหรับความลับที่แท้จริง หลี่ชีเย่คงไม่สามารถบอกกับกษัตราวงตะวันได้ ยุคสมัยที่ยังไร้ซึ่งอารยธรรม เขากลายร่างเป็นอีกาทมิฬ หลังทุ่มเททั้งเลือดเนื้อและเวลานับไม่ถ้วน ท้ายที่สุดเขาก็สามารถใช้แผนการจนหลุดพ้นจากพันธนาการของถ้ำเซียนมารได้สำเร็จ ทว่า ในช่วงเวลาพันล้านปีนี้ การที่เขาผ่านความทุกข์ทรมานมานับไม่ถ้วน ทำให้เขาเข้าใจสัจธรรมหนึ่ง คือถ้าอยากครอบครองชะตาชีวิตของตัวเอง เขาก็จะต้องแข็งแกร่งให้มากพอ!
ในเวลานั้นดวงวิญญาณของถูกกักไว้ภายในร่างของอีกาทมิฬ ไม่สามารถบำเพ็ญตน ดังนั้น เขาจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการอื่นในการปกป้องตัวเอง โชคยังดี ที่เขาเคยไปยังหลายๆ สถานที่ที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึง ล่วงรู้ความลับจำนวนนับไม่ถ้วน ดังนั้น ทุกย่างก้าวของเขา ย่อมต้องมีแผนการ เพื่อปกป้องตัวเขาเองเสมอ
เทพผู้พิทักษ์ทั้งสี่รูปของสำนักปีศาจนพเก้า เคยเป็นหนึ่งในแผนการของเขาเช่นกัน รูปปั้นหินทั้งสี่ ในเวลานั้น เขาเสียเวลาและความทุ่มเทไปไม่น้อยกว่าที่จะสร้างมันขึ้นมา รูปปั้นหินทั้งสี่ เคยอยู่เคียงข้างคอยปกป้องเขาเป็นระยะเวลานานทีเดียว
ภายหลังผู้วิเศษนพเก้าผู้ก่อตั้งสำนักปีศาจนพเก้าที่ทำหน้าที่แบ่งเบาภาระให้กับราชันเซียนหมิงเหริน เคยสร้างผลงานหลังจากที่ราชันเซียนหมิงเหรินสืบทอดชะตาฟ้าไว้ไม่น้อย ในตอนนั้นผู้วิเศษนพเก้าอยากได้รูปปั้นหินทั้งสี่ของหลี่ชีเย่เหลือเกิน เขาเคยพยายามทาบทามจากหลี่ชีเย่หลายต่อหลายครั้ง เพื่อขอรูปปั้นหินทั้งสี่ ต่อมาเมื่อราชันเซียนหมิงเหรินสืบทอดชะตาฟ้า หลังจากยุคเริ่มมีอารยธรรม หลี่ชีเย่เห็นว่าผู้วิเศษนพเก้ามีความจริงใจ สร้างผลงานไว้มากมาย เขาจึงยอมให้ยืมรูปปั้นทั้งสี่เพื่อเป็นผู้พิทักษ์ให้กับสำนักปีศาจนพเก้าสำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป
ในเวลานั้น หลังจากที่ผู้วิเศษนพเก้าได้รูปปั้นหินทั้งสี่ไป จึงได้นำรูปปั้นทั้งสี่ประจำการเฝ้าคุ้มกันเหนือจุดภูมิศาสตร์พลังแก่นฟ้าดินของสำนักปีศาจนพเก้า ทำให้รูปปั้นทั้งสี่สามารถใช้พลังจากจุดภูมิศาสตร์เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตไปด้วย
ทว่า เวลานั้นผู้วิเศษนพเก้าและหลี่ชีเย่เคยให้สัญญาต่อกันว่า นอกจากสำนักปีศาจนพเก้าจะเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ มิเช่นนั้นรูปปั้นหินทั้งสี่จะไม่มีทางคืนชีพเด็ดขาด! รูปปั้นหินทั้งสี่ไม่ได้เป็นหมากในการต่อสู้สำหรับสำนักปีศาจนพเก้า และไม่ได้มีหน้าที่คุ้มกันทายาทรุ่นหลังของสำนักปีศาจนพเก้า!
ภายหลังเนื่องจากสำนักปีศาจนพเก้ามีความเจริญรุ่งเรืองด้วยดี จากอดีตที่เคยอยู่ภายใต้ร่มเงาของสำนักโบราณสี่เหยียน เมื่อสำนักโบราณสี่เหยียนเสื่อมอำนาจลง สำนักปีศาจนพเก้าจึงแยกตัวออกมา แม้ว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาสถานการณ์ของสำนักปีศาจนพเก้าอาจมีขึ้นบ้างลงบ้าง แต่ก็ไม่เคยประสบกับหายนะถึงขั้นเป็นภัยพิบัติต่อสำนัก ดังนั้นรูปปั้นหินทั้งสี่จึงยังคงเฝ้าอยู่ ณ จุดยุทธศาสตร์ของสำนักปีศาจนพเก้า ไม่เคยถูกปลุกให้คืนชีพมาก่อน
หลี่ชีเย่เป็นผู้นำรูปปั้นหินทั้งสี่ออกมาจากดินแดนโบราณเองกับมือ เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าจะสื่อสารกับรูปปั้นทั้งสี่ได้อย่างไร ดังนั้น ครั้งก่อนที่หลีชีเย่ปีนขึ้นไปบนบ่าของรูปปั้นหิน นั่งพูดจางึมงำลำพัง เพราะเขากำลังสื่อสารกับรูปปั้นทั้งสี่นั่นเอง
ซึ่งแน่นอนว่า ความลับเบื้องลึกดังกล่าวไม่มีคนนอกล่วงรู้
“หากคุณชายหลี่ยินดีที่จะบอกเรา สำนักปีศาจนพเก้ามีสิ่งตอบแทนคุณชายหลี่แน่นอน คุณชายหลี่ต้องการอะไร แค่พูดมาคำเดียว สำนักปีศาจนพเก้าของเราพร้อมจัดหาให้” กษัตราวงตะวันยังไม่ยอมตายใจ เขารู้มูลค่าของรูปปั้นหินทั้งสี่ดี หากสามารถสื่อสารกับรูปปั้นหินทั้งสี่ได้ ย่อมเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด!
เวลานี้ ผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้าต่างจ้องมองหลี่ชีเย่ รูปปั้นแค่รูปเดียว ยังสามารถใช้ฝ่ามือเดียวโจมตีผู้อาวุโสหวินจนกระเด็นได้ หากเป็นรูปปั้นทั้งสี่รูป สิ่งที่เกิดขึ้นคงยากที่จะจินตนาการ หากสำนักปีศาจนพเก้าสามารถสื่อสารกับรูปปั้นทั้งสี่ได้จริง คงเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว!
“ไม่ได้มีวิธีอะไรหรอก ก็แค่พูดพึมพำเรื่องทั่วไป เล่าเรื่องที่ผ่านมาบ้างแค่นั้นเอง” หลี่ชีเย่ยิ้มพลางพูดขึ้น อันที่จริงสิ่งที่เขาพูดก็เป็นเรื่องจริง เขาแค่ไม่ได้พูดถึงความจริงเบื้องหลังเท่านั้น
กษัตราวงตะวันรวมทั้งเหล่าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้าย่อมไม่เชื่อคำพูดของหลี่ชีเย่แน่นอน ทว่า พวกเขาเองไม่มีวิธี จะให้บีบคั้นจากหลี่ชีเย่โดยตรงก็ไม่ได้ ไม่เช่นนั้น ผลลัพธ์ที่ตามมาคงไม่มีใครคาดถึง
“แต่ มีเรื่องนึงที่ข้าต้องบอกกับพวกเจ้า คือข้าต้องสละเลือดให้กับเทพผู้พิทักษ์ทั้งสี่” ขณะที่กษัตราวงตะวันนิ่งเงียบ หลี่ชีเย่พูดขึ้นเรียบๆ
คำพูดของหลี่ชีเย่ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นกษัตราวงตะวันหรือเหล่าผู้อาวุโสต่างรู้สึกตระหนกในใจ การสละเลือดให้เทพผู้พิทักษ์ นัยยะของมันต่างไปโดยสิ้นเชิง!
“แต่นี่คือเทพผู้พิทักษ์ของสำนักปีศาจนพเก้าเรา” กษัตราวงตะวันพูดอย่างตึงเครียด
หลี่ชีเย่ปัดมือปฏิเสธ พูดขึ้นเรียบๆ : “พวกมันยังคงเป็นเทพผู้พิทักษ์ของสำนักปีศาจนพเก้า พวกมันจะยังคงเฝ้าอารักษาจุดภูมิศาสตร์ของสำนักปีศาจนพเก้า แต่ทว่า ข้าอาจจำเป็นต้องยืมใช้ในบางครั้ง”
“รูปปั้นเทพทั้งสี่ คือเทพผู้พิทักษ์สำนักปีศาจนพเก้าของเรา นอกจากศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าแล้ว คนนอกไม่มีสิทธิ์!” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งพูดขึ้นเพราะทนไม่ไหว เทพผู้พิทักษ์ของตนแต่ต้องให้ผู้อื่นหยิบยืมไปใช้ เป็นเรื่องที่เขาไม่อาจทน
หลี่ชีเย่มองเขาแวบหนึ่ง พูดอย่างผ่อนคลาย: “เรื่องนี้ก็แล้วแต่พวกเจ้า หากพวกเจ้ารู้สึกไม่สบายใจ ก็ไปพูดกับเทพผู้พิทักษ์ของพวกเจ้าสิ” หากในตอนนั้นเขาไม่ได้ให้คำมั่นกับผู้วิเศษนพเก้าเอาไว้ ตอนนี้เขาคงพารูปปั้นหินทั้งสี่ไปแล้ว สำนักปีศาจนพเก้าไม่มีสิทธิ์ขวางเขาด้วยซ้ำ!
“เจ้า......” โทสะของผู้อาวุโสคนดังกล่าวลุกโชน ไม่พอใจอย่างที่สุด
“ในเมื่อคุณชายหลี่สามารถสื่อสารกับเทพผู้พิทักษ์ของพวกเรา เทพผู้พิทักษ์ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องไม่ดี” กษัตราวงตะวันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้ม
อันที่จริง เวลานี้กษัตราวงตะวันไม่มีทางเลือก ชัดเจนมากว่า เทพผู้พิทักษ์ทั้งสี่คอยปกป้องหลี่ชีเย่อยู่ มันเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้! ไม่ว่าสำนักปีศาจนพเก้าจะยิ่งใหญ่มากแค่ไหน แต่ก็ยังมีเบื้องลึกอีกมากมายที่พวกเขายังเก็บงำเอาไว้!
แต่รูปปั้นเพียงรูปเดียว แค่หนึ่งฝ่ามือกลับสามารถโจมตีหัวหน้าผู้อาวุโสจนกระเด็น แม้แต่อริยบุคคลอย่างกษัตราวงตะวัน ก็ยังไม่อาจรับรองได้ว่าจะสามารถเอาชนะมันได้
“นี่สิถึงเรียกว่าเป็นสิ่งที่คนฉลาดควรทำ” หลี่ชีเย่พูดพลางยิ้มจางๆ: “อย่าเข้าใจผิดนะว่าการที่ข้าสื่อสารกับเทพผู้ทักษ์ เพราะคิดร้ายกับสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเจ้า เพราะถ้าข้าคิดร้ายกับพวกเจ้าจริงๆ พวกเจ้าไม่มีโอกาสนั่งอยู่ที่นี่ตอนนี้หรอกนะ! วันนี้ หากข้าจะจัดการสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเจ้า นอกจากบรรพชนของพวกเจ้าจะคืนชีพกลับมา ไม่งั้น ใครเล่าจะสามารถขวางข้าได้!”
สำนักปีศาจนพเก้า กับความยิ่งใหญ่ที่มากเกินบรรยาย ปกครองดินแดนกู่หนิวเจียง มีสำนักน้อยใหญ่มากมายเคารพสวามิภักดิ์! เหล่าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้าที่ยิ่งใหญ่ แค่แกว่งเท้าเล็กน้อยยังสะเทือนได้ทั้งฟ้าและดิน! สำหรับบารมีของกษัตราวงตะวันคงยิ่งไม่ต้องพูดถึง หลังจากความเปลี่ยนแปลงของฟ้าเมื่อสามหมื่นปีก่อน กว่าจะได้อยู่ในระดับผู้วิเศษนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่า กษัตราวงตะวันกลับสามารถทำได้! เขาสามารถก้าวสู่ตำแหน่งอันน่าพรั่นพรึงนี้!
แต่แล้ว ต่อหน้าเหล่าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้า ต่อหน้ากษัตราวงตะวัน หลี่ชีเย่กลับกล้าพูดจาอวดดี ช่างโอหังเหลือเกิน
คำพูดของหลี่ชีเย่ ย่อมทำให้สำนักปีศาจนพเก้าไม่พอใจแน่นอน เหล่าผู้อาวุโสต่างจ้องเขม็งงไปที่เขาด้วยโทสะ แต่หลี่ชีเย่กลับยังคงนั่งด้วยท่าทางผ่อนคลาย พร้อมรอยยิ้มจางๆ เหมือนมีแผนการในใจ
“ในเมื่อเป็นแบบนั้น คุณชายหลี่ก็ทำพิธีสละเลือดเถอะ” กษัตราวงตะวันรับคำหลี่ชีเย่ กษัตราวงตะวันคือผู้อาวุโสที่มีคุณสมบัติสูงสุด เขารู้ดีว่า หากเขาไม่รับปากหลี่ชีเย่ เกรงว่าเหล่าเทพผู้พิทักษ์อาจละทิ้งสำนักปีศาจนพเก้าและติดตามหลี่ชีเย่ไป แม้ว่า เขาจะไม่รู้ว่าเหตุใดเทพผู้พิทักษ์เหล่านั้นจึงเลือกมนุษย์กายปุถุชนคนนึง แต่ มันต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน
“เมื่อพวกเจ้าทำทุกอย่างตามหลักการ ข้าเองก็จะทำทุกอย่างตามหลักการ” หลี่ชีเย่ยิ้มพร้อมพูดขึ้น: “เทพผู้พิทักษ์ทั้งสี่ จะยังคงเป็นเทพผู้พิทักษ์ของพวกเจ้า!”
ผลลัพธ์เช่นนี้ ทำให้เหล่าผู้อาวุโสเกิดความรู้สึกกังวลในใจ ทว่า พวกเขาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ นอกเสียจากการชักสีหน้าใส่หลี่ชีเย่ เรื่องเทพผู้พิทักษ์ทั้งสี่ที่เหล่าผู้อาวุโสเองไม่เคยล่วงรู้มาก่อน หัวหน้าผู้อาวุโสของพวกเขาแข็งแกร่งมากมิใช่หรือ? แต่แล้ว เขากลับถูกฝ่ามือเดียวของเทพผู้พิทักษ์โจมตีจนกระเด็น แล้วถ้าหากเทพผู้พิทักษ์ทั้งสี่โจมตีพร้อมกันเล่า?
ผลของเรื่องนี้ พวกเขาไม่กล้าจินตนาการด้วยซ้ำ หากรูปปั้นทั้งสี่ลงมือพร้อมกัน คงไม่มีใครในสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเขาที่สามารถต้านทานได้!
“คุณชายหลี่......” เวลานี้เอง หลังจากกษัตราวงตะวันนิ่งเงียบไปนาน เขาเอ่ยปากขึ้นในที่สุด: “สำนักปีศาจนพเก้าของเรามีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่แห่งหนึ่ง นานมาแล้ว ที่สำนักปีศาจของเราไม่สามารถเปิดมันได้ ไม่ทราบว่าคุณชายหลี่สนใจไปดูไหม”
“ฝ่าบาท ไม่นะ” เมื่อจู่ๆ กษัตราปีศาจพูดเช่นนั้น ผู้อาวุโสท่านหนึ่งจึงรีบขัดจังหวะทันที
“ให้คุณชายหลี่ดูหน่อยคงไม่เสียหาย” กษัตราวงตะวันขัดจังหวะการพูดของผู้อาวุโสคนดังกล่าว ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อหลี่ชีเย่ได้ยินดังนั้น สายตาของเขาลุกวาวขึ้นทันที: “ถ้ำทิพย์ใช่ไหม สถานที่ที่บรรพชนของพวกเจ้าทิ้งไว้ใช่ไหม” เวลานี้เอง เขาพลันนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้
ตอนนั้นเจ้าไก่แก่เคยพูดถึงเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องหลังจากที่ราชันเซียนหมิงเหรินสืบทอดชะตาฟ้าแล้ว เวลานั้นสถานะของเขาไม่เสถียรและกำลังจะเข้าสู่ช่วงแห่งการหลับใหล เจ้าไก่แก่เคยพูดทีเล่นทีจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทว่า ตอนนั้นเขาผู้ซึ่งฝึกฝนได้แม้กระทั่งราชันเซียน ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนี้มากนัก จึงไม่ได้ตอบรับเรื่องนี้อย่างจริงจัง!
เวลานี้ ผู้อาวุโสทั้งหมดต่างมองไปยังหลี่ชีเย่ เพราะเรื่องนี้ คนที่รู้มีอยู่น้อยมากจริงๆ
“ถูกต้อง......” จากคำพูดของหลี่ชีเย่ กษัตราวงตะวันพูดอย่างกระตือรือร้น: “หากคุณชายหลี่สามารถเปิดถ้ำทิพย์ได้ สำนักปีศาจนพเก้าของเราจักขอบคุณอย่างยิ่ง”
หลี่ชีเย่เอียงหน้าครุ่นคิด เขาค่อยๆ รื้อฟื้นคำพูดที่เจ้าไก่แก่เคยพูดไว้อย่างละเอียด และพูดขึ้นในที่สุด: “เปิดถ้ำทิพย์เหรอ ข้าลองดูก็ได้ แต่ ถ้าหากเปิดได้ ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ ของหนึ่งสิ่งที่อยู่ในนั้นจะต้องเป็นของข้า ส่วนของอื่นๆ ถือเป็นสมบัติสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเจ้า”
“เรื่อง......” เมื่อหลี่ชีเย่พูดดังนั้น กษัตราวงตะวันเงียบไปครู่หนึ่ง มีผู้อาวุโสบางคนที่อดไม่ได้จึงพูดขึ้น: “ฝ่าบาท เรื่องนี้เราควรหารือกันก่อน”
----------------------------------------------------------------------------