ราชันอหังการ: Chapter0009 ตอนที่ 10
บทที่ 9 ฆ่าคนไม่กระพริบตา (1)
วันที่ 2 ทันทีที่หลี่ชีเย่ตื่นเขาก็ลากตัวหนานหวยเหรินให้ออกไปเดินเล่นรอบๆ สำนักปีศาจนพเก้าทันที เขาอยากจะดูว่าสำนักปีศาจนพเก้ายังเหลือรายละเอียดเบื้องลึกอะไรซ่อนไว้อีก!
หนานหวยเหรินไม่เต็มใจเลยสักนิด ไม่ว่าหลี่ชีเย่จะเป็นพวกปัญญาอ่อนหรือเพราะสติไม่ดี สัญชาตญาณบอกเขาว่า หลี่ชีเย่นั้นคือจอมก่อเรื่อง อยู่กับเขารับรองว่าไม่เกิดผลดีแน่นอน
แต่ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่หลีชีเย่ก็ไม่สนใจ เขาหมุนตัวเดินออกไปทันที หนานหวยเหรินจึงได้แต่เดินตามไปด้วยใบหน้าละห้อย ในเมื่อการเดินทางมาครั้งนี้ก็เพื่อการทดสอบ ก่อนการทดสอบหากเกิดอะไรขึ้นกับหลี่ชีเย่ เขาก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
แต่แล้ว หลังจากที่พวกหลี่ชีเย่ออกมาได้ไม่นาน กลับมีคนขวางทางพวกเขาไว้ คนที่ขวางพวกหลี่ชีเย่ก็คือศิษย์ที่ได้รับฉายาว่าดาวรุ่งมากพรสวรรค์ตู้หย่วนกวงนั่นเอง!
อีกอย่าง คนที่ขวางพวกหลี่ชีเย่ไว้ไม่ได้มีเพียงตู้หย่วนกวงเท่านั้น ยังมีศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าอีกกว่าสิบคน ในสำนักปีศาจนพเก้ามีศิษย์จำนวนไม่น้อยที่ไม่พอใจหลี่ชีเย่อยู่แล้ว เพียงแค่ไม่มีจังหวะที่จะลงมือสั่งสอนเขาเท่านั้น เวลานี้มีตู้หย่วนกวงเป็นผู้นำ ย่อมมีศิษย์จำนวนไม่น้อยที่ยินดีร่วมสั่งสอนสวะอย่างหลี่ชีเย่
“พี่ตู้เองเหรอ ได้ยินชื่อมานาน” เมื่อเห็นว่าตู้หย่วนกวงนำกลุ่มคนมาด้วยเจตนาไม่ดี สีหน้าของหนานหวยเหรินเปลี่ยนไปทันที รีบสาวเท้าไปข้างหน้า พร้อมทักทายตู้หย่วนกวงแสดงความเป็นมิตร
ตู้หย่วนกวงไม่เหลือบมองหนานหวยเหรินด้วยซ้ำ พร้อมพูดอย่างเยือกเย็น: “หนานหวยเหริน ที่นี่ไม่มีธุระของเจ้า เจ้าจะไปไหนก็ไป ไม่งั้น เจ้าจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของหนานหวยเหรินเปลี่ยนไป แต่คนที่มีไหวพริบปฏิภาณอย่างเขา ยังคงอดทนได้จึงรีบโน้มตัวพูดต่อ: “พี่ตู้ เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”
ตู้หย่วนกวงไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ เขาจ้องมองหลี่ชีเย่ด้วยสายตาเย็นยะเยือก เต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร
หลี่ชีเย่เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง พร้อมเดินเข้าไปเผชิญหน้าช้าๆ ด้วยทีท่าสบายอารมณ์: “สุนัขดีไม่ขวางทาง ไม่อยากเป็นสุนัขก็ไสหัวหลบไปซะ!”
ทันทีที่หลีชีเย่พูด หนานหวยเหรินรู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องแน่ ไม่ผิดตามที่คาด สายตาของพวกตู้หย่วนกวงจ้องมองหลี่ชีเย่ราวกับจะฆ่าให้ตายในทันที
“เจ้าสวะไม่กลัวตาย สำนักกระจอกๆ อย่างสำนักโบราณสี่เหยียน กลับกล้ามาอวดดีในสำนักปีศาจนพเก้าของเรา ดูท่า พวกเจ้าคงมีชีวิตจนเบื่อแล้วสินะ! เป็นแค่พวกมด กล้าพูดจาใหญ่โต!” ศิษย์คนหนึ่งคำรามอย่างกราดเกรี้ยว!
หลี่ชีเย่กำลังจะพูด แต่หนานหวยเหรินกลับรั้งตัวหลี่ชีเย่เอาไว้ พร้อมกระซิบเกลี้ยกล่อม: “ศิษย์พี่ ช่างเถอะ อย่าใส่ใจพวกเขาเลย ตู้หย่วนกวงเป็นศิษย์นอกสำนักที่ได้รับการฝึกพิเศษของสำนักปีศาจนพเก้า เขาเป็นศิษย์คนสำคัญที่ผู้คุมกฎสวี่วางตัวเอาไว้ หากเขาผ่านการทดสอบในปีนี้ เขาก็จะได้เป็นศิษย์ภายในของสำนักปีศาจนพเก้าเต็มตัว”
หนานหวยเหรินพูดเพื่อเตือนสติหลี่ชีเย่ พวกเขาไม่ควรยั่วโมโหคนอย่างตู้หย่วนกวง เบื้องหลังของตู้หย่วนกวงมีผู้คุมกฎสวี่คอยสนับสนุน ต้องไม่ลืมว่าผู้คุมกฎของสำนักปีศาจนพเก้า มีตำแหน่งสูงกว่าผู้อาวุโสของสำนักโบราณสี่เหยียนเสียอีก!
ตู้หย่วนกวงส่งสายตาเยือกเย็น แต่ยังไม่ได้ลงมือทำอะไร เขาพูดอย่างเย็นชา: “เราสำนักปีศาจนพเก้าเป็นพันธมิตรของแคว้นกู่หนิวเจียง แม้ว่าสำนักโบราณสี่เหยียนจะเป็นเพียงสำนักเล็กๆ แต่เราไม่เสียมารยาทกับแขกแน่นอน ทว่า ไม่นานมานี้พี่น้องของเราทำของวิเศษบางอย่างหายไป”
ตู้หย่วนกวงพูดเนิบๆ แต่กลับทำให้สีหน้าของหนานหวยเหรินเปลี่ยนไปทันที เขาพูดขึ้นทันควัน: “พี่ตู้ พูดแบบนี้หมายความว่าไง!”
ตู้หย่วนกวงมองหนานหวยเหรินอย่างเยือกเย็น: “ไม่ได้หมายความว่าไง เพียงแค่ระยะนี้สำนักปีศาจนพเก้าของเราไม่ได้มีแขกมากนัก สองวันนี้ มีแค่พวกเจ้าสำนักโบราณสี่เหยียนเท่านั้นที่มาเป็นแขกที่นี่!”
คำพูดนี้ชัดเจนอย่างที่สุด ตู้หย่วนกวงชี้ชัดว่าคนของสำนักโบราณสี่เหยียนเป็นหัวขโมย นี่ไม่ใช่การดูหมิ่นส่วนตัว แต่เป็นการหมิ่นเกียรติและชื่อเสียงของสำนักโบราณสี่เหยียน ถึงจะเป็นหนานหวยเหรินที่รับมือกับสถานการณ์ได้ดี ก็ไม่อาจปกปิดสีหน้าไม่พอใจได้
“พี่ตู้ โปรดระวังคำพูดด้วย!” เดิมหนานหวยเหรินไม่อยากมีเรื่อง แต่ เมื่อมันเกี่ยวพันกับเกียรติของสำนักโบราณสี่เหยียน เขาไม่อาจปิดหูปิดตาปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปได้!”
ตู้หย่วนกวงเหลือบมองหนานหวยเหรินแวบหนึ่ง พูดอย่างไม่แยแส: “ระวังคำพูด? สำนักโบราณสี่เหยียนหมดอำนาจไปนานแล้ว ตกต่ำไม่เหลืออะไร ใครจะกล้ารับรองว่าสำนักโบราณสี่เหยียนจะไม่ได้รับพวกขี้ขโมยเข้ามาในสำนักเล่า แม้แต่คนธรรมดาไม่เอาไหนยังรับเป็นศิษย์เอกของสำนักโบราณสี่เหยียนได้เลย หากสำนักโบราณสี่เหยียนรับหัวขโมยเข้ามาเป็นศิษย์อีก ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก!”
หนานหวยเหรินโกรธจนหน้าแดง นี่คือการดูหมิ่นสำนักโบราณสี่เหยียน เผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ ศิษย์ที่มีสายเลือดของสำนักโบราณสี่เหยียนย่อมทนไม่ได้อยู่แล้ว
“พี่ตู้ เราต้องการพบเจ้าหอฟู่ของพวกท่าน ไม่ว่ายังไง ก็ต้องจัดการเรื่องนี้ให้กับสำนักโบราณสี่เหยียนของเรา!” เรื่องนี้เกี่ยวพันกับเกียรติอันยาวนานของสำนักโบราณสี่เหยียน หนานหวยเหรินจะยอมไม่ได้!
ตู้หย่วนกวงที่มีความมั่นใจอย่างที่สุด สาดรอยยิ้มยะเยือกพร้อมพูดขึ้น: “พบกับเจ้าหอฟู่? หนานหวยเหริน ไม่ใช่ข้าไม่เห็นแก่หน้าเจ้า แต่อาศัยเจ้ากับศิษย์เอกสวะของเจ้า ไม่มีค่าพอที่จะเข้าพบเจ้าหอฟู่ของเราหรอก หึ สำนักโบราณสี่เหยียนของพวกเจ้าก็แค่สำนักกระจอกๆ เจ้าหอของเราอยู่ในตำแหน่งวีรบุรุษ หากผู้อาวุโสของพวกเจ้าอยากพบเจ้าหอของเรา อาจยังพอเป็นไปได้ แต่อาศัยคุณสมบัติของพวกเจ้าคงไม่พอหรอก โดยเฉพาะเจ้าสวะนั่น!” ขณะที่พูด เขาจ้องเขม็งไปยังหลี่ชีเย่อย่างเยือกเย็น
“ถูกต้อง จริงที่สุด สำนักโบราณสี่เหยียนแล้วไง คนไม่เอาไหนแบบนั้นยังรับมาเป็นศิษย์เอกได้ เป็นกองสวะชัดๆ มาอยู่ที่สำนักปีศาจนพเก้าของเรา ทำให้สำนักปีศาจนพเก้าของเราแปดเปื้อนด้วยซ้ำ!” ศิษย์ที่อยู่ข้างกายตู้หย่วนกวงพูดพลางหัวเราะเย้ยหยัน
เรื่องที่เกิดขึ้น สำหรับหนานหวยเหรินและสำนักโบราณสี่เหยียนมันถือเป็นการดูหมิ่นอย่างที่สุด! เขาโกรธจนตัวสั่น
มีเพียงหลี่ชีเย่เท่านั้นที่ยังคงท่าทีดังเดิม เขามองดูตู้หย่วนกวง พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ: “เรื่องนี้จะเป็นความคิดของเจ้าเองก็ดี หรือจะเป็นความคิดของเจ้าหอของพวกเจ้าก็ดี คงไม่สำคัญ เด็กน้อยแซ่ตู้อย่างเจ้า คงชื่นชอบทายาทสำนักปีศาจนพเก้าสินะ อ้อ ผู้หญิงที่ชื่อว่าหลี่ซวงเหยียนคนนั้นน่ะ แม้ว่าข้าจะยังไม่เคยพบคนที่พวกเจ้าเรียกว่านางฟ้าในใจของพวกเจ้า แต่ข้าว่าพวกเจ้าคิดน้อยเกินไป ทายาทสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเจ้าอยากแต่งงานกับข้า นั่นเป็นเพียงแค่ความต้องการจากทางสำนักปีศาจนพเก้าของเจ้าเท่านั้น จากฐานะของสำนักพวกเจ้าในตอนนี้ หากอยากให้นางฟ้าของพวกเจ้ามาเป็นหญิงรับใช้ของข้า ข้ายังต้องคิดแล้วคิดอีกเลย......”
“......ส่วนของพื้นฐานเจ้าในตอนนี้?” หลี่ชีเย่เหลือบมองตู้หย่วนกวง พูดอย่างสบายๆ: “คนไร้ค่าอย่างเจ้า หากนางฟ้าของพวกเจ้าพอจะมีพรสวรรค์อยู่บ้าง นางคงไม่มองคนไม่เอาไหนอย่างเจ้าแน่นอน! แม้ว่าจะเป็นหญิงที่ข้าหลี่ชีเย่ไม่สนใจ แต่ คนไม่เอาไหนอย่างพวกเจ้าคิดจะมาแย่งชิงผู้หญิงกับข้า คุณสมบัติของพวกเจ้ายังไม่พอหรอก รีบไสหัวไปที่ชอบที่ชอบเถอะ!”
“ไอ้สารเลว รนหาที่ตาย ข้าจะจัดการเจ้าซะ!” คำพูดของหลี่ชีเย่ทำให้โทสะของตู้หย่วนกวงลุกโชนทันที เขาคำรามกร้าว พริบตาเดียว เบื้องหลังศีรษะเขามีแสงเทวะลุกโชนขึ้น พร้อมกุมกระบี่เทวะเล่มหนึ่งในมือ
“ตู้หย่วนกวง ถ้าอยากสู้ ข้าก็พร้อม!” การพูดจาอย่างห้าวหาญของหลี่ชีเย่ ทำให้หนานหวยเหรินที่กำลังบันดาลโทสะเต็มที่โห่ร้องอย่างยินดี แต่ เขารู้ดีว่าหลี่ชีเย่ไม่เคยผ่านการฝึกฝนมาก่อน เขาจึงรีบรุดไปขวางอยู่ตรงหน้าหลี่ชีเย่ทันที
“ได้ หนานหวยเหริน ข้าจะจัดการเจ้าก่อน ค่อยสังหารไอ้สารเลวนั่น!” แววตาของตู้หย่วนกวงลุกโชนด้วยโทสะ ในสายตาของเขาหลี่ซวงเหยียนคือเทพธิดาที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ หลี่ชีเย่ดูหมิ่นนางในฝันของเขา ทำให้เขาขาดสติมากกว่าการหยามเกียรติตัวเขาเองเสียอีก!
หลี่ชีเย่ผลักตัวหนานหวยเหรินออกเบาๆ พูดขึ้นช้าๆ: “หวยเหริน ในเมื่อมีคนอยากได้ชีวิตของข้า ข้าก็ขอฆ่ามันด้วยตัวเอง! เจ้าคอยดูก็พอแล้ว”
“ได้ ดีมาก!” ตู้หย่วนกวงไม่โกรธแต่กลับยิ้ม จ้องมองหลี่ชีเย่ พูดพลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง: “นี่เป็นเรื่องที่ตลกที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้ยิน สวะที่เคยเรียนแค่วิชาปลายแถว กล้าปากดีบอกว่าจะฆ่าคนที่ฝึกถึงขั้นพี่กงอย่างข้า งั้นได้ ข้าจะเปิดโอกาสให้เจ้าได้สู้กับข้าสักครั้ง”
“ฮะฮ่า......” ศิษย์คนอื่นๆ ที่อยู่ข้างกายตู้หย่วนกวงต่างหัวเราะลั่น พวกเขามองดูหลี่ชีเย่อย่างเวทนา ศิษย์คนหนึ่งพูดพลางหัวเราะ: “หลักการของทักษะการต่อสู้? คนของสำนักโบราณสี่เหยียน คนที่ไม่มีแม้แต่ความรู้พื้นฐาน พวกเลือดร้อนไร้สติช่างน่าอนาถจริงๆ !”
หลี่ชีเย่คร้านที่จะมองดูพวกเขาอีก เขาพูดอย่างสบายอารมณ์: “ก็ดี ไปเจอกันที่ลานต่อสู้” เขาไม่อยากพูดเป็นครั้งที่สอง มุ่งหน้าไปยังลานต่อสู้ทันที
“ไม่ได้......” นั่นทำให้หนานหวยเหรินตกใจจนขาดสติ เขารีบรั้งตัวหลี่ชีเย่ไว้ พลางกระซิบ: “ศิษย์พี่ ไม่ได้เด็ดขาด ตู้หย่วนกวงฝึกจนถึงชั้นฉิงจู้ระดับพี่กงแล้ว ท่านสู้เขาไม่ได้แน่นอน!”
“ไม่เป็นไร ก็แค่ระดับพี่กง ไม่ใช่อ๋องสักหน่อย! ถึงจะเป็นอ๋องของสำนักปีศาจนพเก้า หากทำให้ข้าไม่พอใจ ข้าพร้อมจัดการไม่เว้นเหมือนกัน” หลี่ชีเย่ยิ้มจางๆ ดันตัวหนานหวยเหรินออก
หนานหวยเหรินทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ความคิดแรกของเขาคือหลี่ชีเย่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ! หลี่ชีเย่เข้ามายังสำนักโบราณสี่เหยียนได้ไม่กี่วัน แม้แต่เคล็ดวิชาเต๋าพื้นฐานก็ยังไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนมาก่อน เขาเรียนได้มากที่สุดก็แค่ “เคล็ดดาบฉีเหมิน” เท่านั้น!
คนที่ไม่เคยเรียนวิชาเต๋ามาก่อน ถึงจะเคยเรียนทักษะการต่อสู้มาบ้าง แต่ก็ไม่ควรไปท้าทายกับผู้บำเพ็ญตน เมื่อเทียบทักษะการต่อสู้กับวิชาเต๋า มันเหมือนฟ้ากับเหว เรื่องที่ตู้หย่วนกวงเป็นยอดฝีมือระดับพี่กงยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ในระหว่างที่หนานหวยเหรินตกอยู่ในอาการตะลึง หลี่ชีเย่กลับเดินจากไปไกลแล้ว เสียงของเขาส่งทอดมาจากทางด้านหน้า: “คนแซ่ตู้ เจอกันที่ลานต่อสู้”
“หึ คนโง่ น่าสมเพช!” ตู้หย่วนกวงพูดอย่างเหี้ยมเกรียม: “ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าจะสงเคราะห์ให้! ข้าไม่รังเกียจที่จะต้องใช้มีดฆ่าวัวเชือดไก่อยู่แล้ว!”
“ศิษย์พี่ตู้ จัดการมันในกระบี่เดียวเลย” ศิษย์ข้างกายตู้หย่วนกวงพูดพลางหัวเราะ
ไม่ว่าจะเป็นตู้หย่วนกวงหรือศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าข้างกายเขา ในสายตาของพวกเขา คนที่ฝึกทักษะการต่อสู้น่ะเหรอคิดจะต่อกรกับผู้บำเพ็ญตน? มันไม่ต่างจากการรนหาที่ตาย! ทักษะการต่อสู้เมื่อเผชิญหน้ากับพลังเต๋า มันเป็นแค่เพียงทักษะประกอบเท่านั้น ไม่มีความพิเศษเลยสักนิด! อีกอย่างตู้หย่วนกวงคือดาวรุ่งในระดับพี่กง การใช้กระบี่เดียวสังหารคนไม่เอาไหนอย่างหลี่ชีเย่คงง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
หนานหวนเหรินได้สติกลับมา สะดุ้งตกใจ เขารีบหมุนตัวกลับ เพื่อมุ่งหน้าไปพบผู้คุมกฎม่ออาจารย์ของเขา ไม่ว่ายังไงก็ต้องปกป้องหลี่ชีเย่ให้ได้ เขารู้ดี หากหลี่ชีเย่กับตู้หย่วนกวงปะทะกัน หลี่ชีเย่ไม่มีทางรอดแน่นอน!
----------------------------------------------------------------------------