ราชันอหังการ

ราชันอหังการ: Chapter0042 ตอนที่ 43

#43Chapter0042

ตอนที่ 42 องค์หญิงก็เป็นได้เพียงข้ารับใช้ (2)

หลี่ซวงเหยียนอดสงสัยไม่ได้ ว่าหลี่ชีเย่เคยเห็นค่ายกลนี้มาก่อนหรือไม่ ทว่า นางรีบปฏิเสธความคิดนี้ไปทันที เพราะชิ้นส่วนนี้เป็นชิ้นส่วนจากบรรพชน สำนักปีศาจนพเก้าของพวกเขาต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากกว่าจะได้มันมา

พูดได้ว่า นอกจากบรรพชนที่จากไปตั้งแต่ในอดีตแล้ว ก็มีเพียงสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเขาเท่านั้นที่มีเศษชิ้นส่วนที่ว่า!

เวลานี้ หลี่ชีเย่มองเพียงแวบหนึ่งกลับสามารถบรรยายรายละเอียดออกมาได้ จากคำพูดของเขา เศษแผ่นค่ายกลนี้กลับดู ไม่ควรค่าแก่การพูดถึง กลับกลายเป็นเพียงแค่เคล็ดวิชาง่ายๆ เท่านั้น

มันทำให้หลี่ซวงเหยียนตกตะลึงจนพูดไม่ออกไปครู่ใหญ่ นางใช้เวลาไปกว่าสิบปี ถึงจะสามารถเข้าใจความพิศวงของแผ่นค่ายกลนี้ได้! ที่สำคัญนางยังมีผู้ช่วยซึ่งเป็นผู้วิเศษของสำนักปีศาจนพเก้าอีกหลายคนคอยแนะนำอีกด้วย!

แต่การที่หลี่ชีเย่เพียงแค่กวาดสายตา กลับสามารถบรรยายความพิศวงของเศษแผ่นค่ายกลนี้ออกมา มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นมันกระทบกระเทือนจิตใจนางเกินไป

แม้จะเป็นอัจริยะบุคคล ก็ไม่ควรจะไขปริศนาค่ายกลที่ว่าได้ในรวดเร็วขนาดนี้ แต่แล้ว หลี่ชีเย่กลับสามารถพูดออกมาได้ทันที แล้วในโลกนี้ยังมีคนที่มีความสามารถมากไปกว่าเขาอีกหรือ? ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือหลี่ชีเย่ไม่ใช่อัจฉริยะที่ไหน!

หลี่ซวงเหยียนย่อมไม่รู้ว่า หลี่ชีเย่เคยครอบครองค่ายกลฉบับสมบูรณ์ดังกล่าว วันนี้ทันทีที่ได้เห็น ความทรงจำที่ถูกลบเลือนไปของเขาจึงปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

“มานี่” ทันใดนั้น หลี่ชีเย่ก็กวักมือเรียกหลี่ซวงเหยียน พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ

หลี่ซวงเหยียนตกอยู่ในภวังค์จนไม่สามารถคืนสติได้อยู่นาน แต่จิตสำนึกของนาง สั่งให้นางเดินไปข้างกายหลี่ชีเย่ ในหัวของนางว่างเปล่าไปชั่วขณะ หลี่ซวงเหยียนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเดินไปข้างกายหลี่ชีเย่ได้อย่างไร

“เพี๊ยะ...เพี๊ยะ…เพี๊ยะ” หลี่ซวงเหยียนยังไม่ได้สติ นางถูกหลี่ชีเย่กระชากตัวมาไว้ที่ตัก โดยเขาฟาดมือได้ไปยังก้นของนางไม่ยั้ง เพียงไม่นานหลี่ซวงเหยียนก็รู้สึกเจ็บแสบที่ก้นอย่างบอกไม่ถูก!

“เจ้าทำอะไร...” หลี่ซวงเหยียนกระโดดโหยง ราวกับแมวที่สะดุ้งเมื่อถูกเหยียบหาง นางกรีดร้อง จ้องมองหลี่ชีเย่อย่างโกรธแค้น ใบหน้านั้นแดงก่ำด้วยโทสะ

หลี่ชีเย่แค่ตีมือเบาๆ เขาดูผ่อนคลายสบายอารมณ์ ราวกับเพิ่งทำเรื่องธรรมดาๆ ที่ไม่จำเป็นต้องพูดถึง จากนั้นจึงพูดขึ้นช้าๆ อีกครั้ง “ในฐานะข้ารับใช้ของข้า ก็ต้องรู้ตัวว่าเป็นข้ารับใช้ คนที่ข้ายอมให้อยู่ข้างกาย ข้าพร้อมรักและเอ็นดู ถึงจะเป็นเพียงข้ารับใช้ ก็ต้องจำเอาไว้ ว่าอย่ามายั่วโมโหข้า! อย่าคิดหลงตัวเองว่าเป็นเทพธิดาจากฟ้า ก็จะสามารถทำอะไรได้ตามใจ!”

“เจ้า...” หลี่ซวงเหยียนทั้งอายทั้งโกรธ นางคือธิดาแห่งสวรรค์ เป็นองค์หญิงของแคว้นกู่หนิวเจียง อยู่ในฐานะสูงส่งมาโดยตลอด ไม่เคยมีใครเสียมารยาทกับนางมาก่อน แต่แล้ว วันนี้นางกลับถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งตีก้นอย่างไม่เหลือเกียรติ...เรื่องน่าอับอายแบบนี้ แค่คิดก็ทำให้นางโกรธจนตัวสั่นแล้ว!

“กลับไปได้แล้ว ไปหาที่พักของเจ้า” หลี่ชีเย่โบกมือไล่เบาๆ โดยไม่สนใจอาการบันดาลโทสะของหลี่ซวงเหยียน

“เจ้า...ไอ้เด็กบ้า เจ้า ฝากไว้ก่อนเถอะ!” ท้ายที่สุด หลี่ซวงเหยียนพูดอย่างกราดเกรี้ยว ชั่วขณะหนึ่ง ที่นางโกรธจนตัวสั่น นางอยู่ในฐานะที่สูงส่งมาโดยตลอด ทุกครั้งที่ออกจากสำนัก นางจะได้รับการยกย่องในฐานะที่อยู่สูงเหนือใคร มีบุรุษมากมายชื่นชมพึงใจในตัวนาง

แต่แล้ว หลี่ชีเย่กลับดูไม่แยแสขับไล่นางอย่างไร้เยื่อใย ไม่แม้แต่จะจัดเตรียมที่พักให้นางด้วยซ้ำ มันทำให้นางรู้สึกโกรธจนแทบคลั่ง!

หลี่ซวงเหยียนสะบัดมือเดินจากไปอย่างกราดเกรี้ยว นางเป็นถึงองค์หญิง เป็นหญิงสาวอายุสิบแปดปี แต่กลับต้องมาโกรธจนแทบกระอักเลือดด้วยฝีมือของเด็กอายุเพียงสิบสามปี เรื่องนี้เป็นสิ่งที่แม้แต่นางเองก็ยังไม่อยากเชื่อด้วยซ้ำ

“อย่าริจะไปลองฝึก ‘ค่ายกลสังหารราชันเซียน’!” ทันใดนั้น เสียงของหลี่ชีเย่ก็ดังไล่มาจากทางด้านหลัง เขายังคงพูดด้วยท่าทีผ่อนคลาย “ค่ายกลในมือของเจ้า เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของ ‘ค่ายกลสังหารราชันเซียน’ เท่านั้น ไม่ถึงสัดส่วนหนึ่งในร้อยของค่ายกลด้วยซ้ำ! หากเจ้าฝืนที่จะฝึก ตัวเจ้าจะเดือดร้อนจากค่ายกลที่ว่า! แม้แต่ปรมาจารย์ค่ายกลในเวลานั้นยังไม่กล้าพูดว่าอยากฝึกค่ายกลนั่นเลย! สำหรับเจ้าคงยิ่งไม่ต้องพูดถึง หากต้องการฝึกค่ายกลนี้ เมื่อตบะเต๋าของเจ้าแข็งแกร่งพอ ข้าจะลองพิจารณาเรื่องการฝึกฝนของเจ้าอีกที”

น้ำเสียงที่เชื่องช้าชัดถ้อยชัดคำ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอวดดีอย่างที่สุด คนที่มีพรสวรรค์อย่างนาง แต่กลับถูกคนธรรมดาอย่างเขาพูดว่าจะแนะนำงั้นเหรอ? แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คือหลี่ชีเย่กลับกล้าพูดมันออกมาอย่างไม่ใส่ใจเลยสักนิด

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้หลี่ซวงเหยียนตัวแข็งทื่อ “ค่ายกลสังหารราชันเซียน” ค่ายกลนี้เป็นเพียงตำนานที่มีมาแต่บรรพกาลเท่านั้น กระทั่งมีคนบอกว่าอันที่จริงค่ายกลนั่นไม่ได้มีอยู่จริงด้วยซ้ำ แต่แล้ว คำพูดคำจาของหลี่ชีเย่ กลับพูดถึงมันราวกับเป็นเรื่องธรรมดาๆ!

หลี่ซวงเหยียนยังคงไม่อาจทิ้งความยโสในใจได้ นางไม่สนใจหลี่ชีเย่ ส่งเสียงในลำคอเบาๆ พลางหมุนตัวเดินจากไป

หลี่ชีเย่ไม่สนใจอยู่แล้วว่าหลี่ซวงเหยียนจะพอใจหรือไม่ เขานั่งเงียบอยู่ที่เดิม ค่ายกลสังหารราชันเซียน วันเวลาล่วงเลยผ่านมา ในวันนี้ เขากลับได้มีโอกาสพบส่วนหนึ่งของค่ายกลนี้อีกครั้ง

ค่ายกลสังหารราชันเซียน สำหรับหลี่ชีเย่แล้ว เขาไม่อยากพูดถึงค่ายกลที่ว่าด้วยซ้ำ ในยุคบรรพกาลมีคนมากมายที่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ เพื่อสร้างค่ายกลนี้ เขาเองต้องสูญเสียอะไรไปไม่น้อย

ค่ายกลนี้ เป็นค่ายกลอันร้ายกาจไร้เทียมทาน ทว่า มันเปื้อนเลือดสดๆ ของผู้คนมามากมาย ตั้งแต่เริ่มสร้างค่ายกลที่ว่า มันผ่านการอาบโชกด้วยเลือดสดๆ จำนวนนับไม่ถ้วน เพื่อสร้างค่ายกลนี้ มีปราชญ์เมธีจำนวนไม่น้อยที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจซึ่งนั้นรวมถึงเขาด้วย!

ในช่วงสงครามยุคบรรพกาล เพื่อแดนมนุษย์กษัตรา เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ มีปราชญ์เมธีมากมายต้องทิ้งชีวิตไว้ที่ค่ายกลนี้ มนุษย์ผู้แข็งแกร่งจำนวนไม่น้อยที่ต้องตายอยู่ที่นี่ เวลานั้น เขาครอบครองมัน มีการฆ่าฟันสังหารจนมืดฟ้ามัวดิน เลือดจากการสังหารนั้นอาบโชก!

เวลานั้น เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามีคนตายไปเท่าไหร่ซึ่งมันรวมถึงผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานที่ติดตามเขาด้วย! หลังสงครามครั้งนั้น ไม่รู้ว่าเขาต้องจมอยู่กับความเงียบกริบไปนานแค่ไหน

วันเวลาสามารถทำลายได้ทุกสิ่ง วันเวลาสามารถปลอบประโลมได้ทุกความเจ็บปวด ทว่า ความทรงจำบางอย่าง แม้แต่วันเวลาก็ไม่อาจลบเลือนมันไปได้ มันถูกประทับอยู่ในส่วนลึกที่สุดของดวงวิญญาณ ไม่อาจลบเลือนได้ชั่วนิรันดร์!

ค่ายกลสังหารราชันเซียน ท้ายที่สุด หลี่ชีเย่ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เขาส่ายหน้าเรียกสติกลับมาอีกครั้ง โดยไม่จมอยู่กับความเศร้าโศกที่ผ่านมาอีก เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ต้องปล่อยให้มันผ่านไป! ในภพนี้ เขาจะปรากฏตัวที่เก้าแดนอีกครั้ง บัญชีเก่าทั้งหลาย เขาจะเป็นผู้สะสางด้วยตัวเอง เพื่อเขาและเพื่อคนที่พลีชีพให้กับเขา!

การที่หลี่ซวงเหยียนเดินมาเยือนสำนักโบราณสี่เหยียน สำหรับทั่วทั้งสำนักแล้ว มันเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรค่าแก่การกล่าวถึง อย่าว่าแต่ศิษย์รุ่นใหม่ของสำนักโบราณสี่เหยียนที่ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลย ขณะเดียวกัน แม้แต่บุคคลในระดับสูงของสำนักก็ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเช่นกัน

ภายในสำนักโบราณสี่เหยียน มีเพียงหลี่ชีเย่เท่านั้นที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ การมาของหลี่ซวงเหยียน สำหรับเขาแล้ว จะมาหรือไม่ก็ไม่สำคัญ หากหลี่ซวงเหยียนยอมสวามิภักดิ์กับเขา ในภายภาคหน้าเขาก็จะมีผู้ช่วยข้างกายเพิ่มอีกหนึ่งคน แต่ถึงหลี่ซวงเหยียนจะไม่มา เขาก็ยังคงสามารถหาผู้ช่วยมาชดเชยได้อยู่ดี สำหรับหลี่ชีเย่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร!

หลี่ซวงเหยียนโกรธจัด หลี่ชีเย่ไม่แม้จะเตรียมที่พักให้กับนาง มันทำให้นางโมโหจนต้องกัดฟันกรอด นางยังคงโกรธและไม่ยินดีที่จะพักร่วมกับหลี่ชีเย่

หลี่ซวงเหยียนไม่ได้พักอยู่ในอาคารเดียวกับหลี่ชีเย่ นางเสกอาคารขึ้นเองหนึ่งหลัง ตั้งอยู่ที่มุมหนึ่งของเขาเดียวดาย อาคารวิเศษดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้ที่พักของหลี่ชีเย่ แม้ว่านางจะไม่ได้พักกับเขา ทว่านางก็ไม่ยอมไปจากหุบเขาเดียวดาย

การมาเยือนของหลี่ซวงเหยียน การมาเยือนของอวี้เหอ คนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด คงหนีไม่พ้นผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหริน เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงเรื่องการเดินทางมาเยือนของคณะอวี้เหอ

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อวี้เหอมีตำแหน่งเป็นถึงอ๋อง การสามารถไปยืนเคียงข้างเขา ผลที่ได้ย่อมไม่ธรรมดา ที่สำคัญยิ่งกว่า คือประโยคที่หลี่ชีเย่พูด มันทำให้ฐานะของผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินในสำนักโบราณสี่เหยียนต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

อวี้เหอเป็นผู้เลือกผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินให้รับผิดชอบเรื่องการเดินทางในครั้งนี้ เขาปฏิบัติตามเจตจำนงของหลี่ชีเย่ การกระทำนี้ ย่อมหมายความว่าต่อไปการติดต่อสื่อสารระหว่างสำนักปีศาจนพเก้าและสำนักโบราณสี่เหยียน ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินจะได้เป็นทูตพิเศษที่สามารถติดต่อกับอวี้เหอได้โดยตรง!

สิ่งที่ต้องรู้คือ ในอดีตหากสำนักโบราณสี่เหยียนเดินทางไปเยือนสำนักปีศาจนพเก้า แม้จะเป็นผู้อาวุโสทั้งหก แม้กระทั่งหากหัวหน้าผู้อาวุโสเดินทางไปด้วยตนเอง ก็ไม่แน่ว่าจะมีโอกาสได้พบกับหัวหน้าผู้คุมกฎอวี้เหอ แต่วันนี้ การที่หนานหวยเหรินและผู้คุมกฎม่อสามารถพูดคุยกับอวี้เหอได้โดยตรง ย่อมหมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองสำนักได้เพิ่มระดับความใกล้ชิดมากขึ้นอีกขั้น!

ตำแหน่งของผู้คุมกฏม่อและหนานหวยเหรินในสำนักโบราณสี่เหยียนนั้นเพิ่มสูงขึ้นมาก ทุกวันนี้พูดได้ว่าตำแหน่งของผู้คุมกฎม่อนั้นถูกจัดอยู่ในอันดับแรกสุดของกลุ่มผู้คุมกฎ ส่วนหนานหวยเหรินยิ่งไม่ต้องพูดถึง รางวัลที่เขาได้รับนั้นเป็นที่อิจฉาตาร้อนจากเหล่าศิษย์รุ่นที่สามและสองจำนวนนับไม่ถ้วน

สำหรับเรื่องทั้งหมด หลี่ชีเย่ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เวลานี้สิ่งที่เขาต้องทำคือฝึกฝนเพิ่มคุณสมบัติให้กับฐานเต๋าของตน ห้ามไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดๆ เขาจะไม่ยอมให้ฐานเต๋าของตนเองมีตำหนิเป็นอันขาด เขาจะต้องวางพื้นฐานให้แน่น จึงจะสามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในภายภาคหน้าได้อย่างมั่นคง

หลี่ชีเย่เข้าใจดีมากกว่าใคร ว่าหากพื้นฐานเต๋านั้นไม่มั่นคงพอ หรือมีตำหนิใดๆ ที่ฐานเต๋า ไม่ว่าทักษะเต๋าจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน ในภายภาคหน้าย่อมมีโอกาสเกิดปัญหาได้โดยง่าย โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในช่วงที่มีอายุขัยมากๆ หรือบังเอิญประสบเคาะห์ใดๆ ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดภัยถึงชีวิตได้!

คนมากพรสวรรค์มากมาย ที่ผ่านช่วงเวลาการฝึกตอนที่ยังมีอายุน้อยไปอย่างเร่งรีบ ทว่า เนื่องจากพื้นฐานเต๋าที่ไม่มั่นคงมากพอ หรือด้วยความใจร้อน จนส่งผลให้ฐานเต๋ามีช่องโหว่ ท้ายที่สุดเมื่อแก่ชราลงหรือยามมีเคราะห์จึงทำให้มีภัยถึงชีวิตโดยไม่รู้ตัว!

ดังนั้น หลี่ชีเย่จึงมีเงื่อนไขสำหรับฐานเต๋าของตนสูงมาก แม้เขาจะฝึกฝนวิชาที่แสนมหัศจรรย์อย่าง “พลังวงตะวันจันทรา” ที่สามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนได้ ทว่า เขาก็ยังคงลดทอนความเร็วลง ใช้ “พลังวงตะวันจันทรา” ฝึกฝนพื้นฐานเต๋าของตนช้าๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างมั่นคง

หากหลี่ชีเย่ไม่ชะลอการฝึกฝนของตนเอาไว้ เวลานี้ทักษะเต๋าของเขาคงพุ่งทะยานไปสู่ระดับจ้วงโซ่ว (ระดับเสริมวัฒนะ) หรือระดับเจินมิ่ง (ระดับชะตาแท้) ไปแล้ว ทว่า เขากลับลดความเร็วลง ฝึกฝนฐานเต๋าของตนซ้ำๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า

ก้าวเข้าสู่วันที่เจ็ดในการมาเยือนของหลี่ซวงเหยียน หลี่ชีเย่กับหลี่ซวงเหยียนไม่ได้พบหน้ากันเลย ทว่า วันนี้แต่เช้าตรู่ หนานหวยเหรินกลับมาพบเขา โดยมีชายหนุ่มวัยกลางคนอีกคนตามมาด้วย

“ศิษย์พี่ นี่คือเจ้าหอโจวที่ทำหน้าที่ดูแลหอฝึกยุทธ์เขาล้างศิลา” หนานหวยเหรินกล่าวแนะนำกับหลี่ชีเย่

หลี่ชีเย่มองไปยังเจ้าหอโจวแวบหนึ่ง พยักหน้าพลางพูดขึ้น: “มีเรื่องอะไรเหรอ?”

ท่าทีของหลี่ชีเย่ ในสายตาของเจ้าหอโจว เขาช่างจองหองไร้เหตุผล เจ้าหอโจว รู้สึกไม่ชอบใจ เขาส่งเสียงหึในลำคอโดยไม่พูดอะไรออกมา

หนานหวยเหรินจึงรีบพูดต่อ “ผู้อาวุโสตัดสินใจว่า จะให้ศิษย์พี่เป็นคนสอนแทนเจ้าหอโจว เจ้าหอโจวได้นำรายชื่อของศิษย์ที่ทำการบันทึกไว้ เหล่าผู้อาวุโสอยากให้ศิษย์พี่เป็นคนสอนแทนเจ้าหอโจวในอีก 7 วันข้างหน้า”

เจ้าหอโจวคนนี้ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาไม่ชอบใจกับท่าทีของหลี่ชีเย่เป็นพิเศษ เขาอยู่ในฐานะเจ้าหอ แต่หลี่ชีเย่กลับไม่แสดงความเคารพใดๆ เลยแม้แต่น้อย มันทำให้เขาไม่พอใจ ดังนั้น หลังจากที่เขาทิ้งรายชื่อและบันทึกเอาไว้ เขาก็หมุนตัวกลับไปทันที โดยไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว

----------------------------------------------------------------------------

ราชันอหังการ: Chapter0042 ตอนที่ 43