ราชันอหังการ

ราชันอหังการ: Chapter0050 ตอนที่ 51

#51Chapter0050

ตอนที่ 50 การสอนที่โหดร้ายที่สุด (2)

การอ่านกระบวนท่าเคล็ดวิชาเหล่านี้ เกรงว่าในโลกนี้คงไม่มีใครที่จะเข้าใจและเข้าถึงกระบวนท่าและเคล็ดวิชาพวกนี้ได้ดีไปกว่าหลี่ชีเย่อีกแล้ว!

“คนต่อไป” หลี่ชีเย่สุ่มชี้ไปที่ศิษย์คนหนึ่ง พลางพูดด้วยรอยยิ้ม

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...” ช่วงเวลาหนึ่ง ศิษย์ที่เหลือค่อยๆ ทยอยรับเคราะห์จากการทุบตีของหลี่ชีเย่ ศิษย์คนแล้วคนเล่าทยอยถูกหลี่ชีเย่ตีจนหมอบลงไปกองกับพื้น

คำพูดของสวี่เพ่ยช่วยเตือนสติทุกคน ทำให้ขณะที่หลี่ชีเย่กำลังโจมตีศิษย์คนหนึ่ง ศิษย์คนอื่นๆ ก็จะคอยสังเกตการโจมตีในทุกครั้งของหลี่ชีเย่ ศิษย์ที่ถูกตีก็พยายามจดจำทุกการโจมตีของหลี่ชีเย่เช่นกัน

ตอนนี้ ทุกคนจึงต่างอยากรู้จุดอ่อนในแต่ละกระบวนท่าของตนเอง ศิษย์บางคนอยากแก้ไขข้อบกพร่องที่มี เพื่อไม่ให้ถูกหลี่ชีเย่ทุบตีจนบอบช้ำจนเกินไป ส่วนศิษย์บางคนก็อยากอาศัยโอกาสในครั้งนี้ ค้นหาจุดอ่อนของตนเอง เพื่อที่จะมีโอกาสได้เลื่อนระดับพลัง...

แม้คำพูดของสวี่เพ่ยจะเตือนสติทุกคน แต่ ไม่ใช่ศิษย์ทุกคนที่จะสามารถมองจุดอ่อนที่ถูกเผยออกมาได้ แต่ถึงจะเห็นช่องโหว่แล้วก็ตาม ถึงจะรู้จุดอ่อนของตัวเองดี แต่การแก้ไขข้อบกพร่องก็อาจไม่สามารถทำได้ในทันที

ศิษย์คนอื่นๆ ไม่ได้โชคดีอย่างสวี่เพ่ย หลี่ชีเย่ได้แต่ตีพวกเขาจนหมอบ โดยไม่ได้ชี้แนะอะไรให้

ท้ายที่สุด ศิษย์ทั้งหมดก็ถูกหลี่ชีเย่ปล่อยให้ล้มกองลงไปกับพื้น โดยมีเสียงร้องระงมดังไปทั่ว หลี่ชีเย่มองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา พลางพูดด้วยรอยยิ้ม “บทเรียนวันนี้พอเท่านี้ก่อน ข้าจะให้พวกเจ้าพัก 3 วัน ลองไปคิดดูให้ดี จะได้ไม่ทำผิดพลาดอย่างที่ผ่านๆ มาอีก” เมื่อพูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไปทันที

วันหยุด 3 วัน ผ่านพ้นไปในพริบตา หลี่ชีเย่ปรากฏตัวที่ลานฝึกของหุบเขาล้างศิลาอีกครั้ง เขากวาดตามองศิษย์ทั้งสามร้อยคน พลางพูดขึ้นช้าๆ “บทเรียนในวันนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง ยังเป็นการทุบตีเหมือนเดิม”

เมื่อหลี่ชีเย่พูดจบ สีหน้าของศิษย์จำนวนไม่น้อยในลานพลันเปลี่ยนไปทันที หากพูดตามจริง ศิษย์จำนวนมากต่างขยาดไปกับการทุบตีของหลี่ชีเย่ รสชาติของกระบองตีงู ไม่ใช่สิ่งที่น่าลิ้มลองเลยแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดนั้น มันคือความโหดร้ายทารุณอย่างหนึ่ง

หลี่ชีเย่มองดูศิษย์ทั้งสามร้อยคน พลางพูดด้วยรอยยิ้ม “พวกเจ้าจะลุกขึ้นออกมารับศึกเอง หรือจะให้ข้าเป็นคนลุยก่อน?”

“ข้าขอสู้คนแรก” ทันทีที่คำของหลี่ชีเย่จบลง คนแรกที่ลุกขึ้นมาก็คือลั่วเฟิงหัว ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลั่วเฟิงหัวรับอาสา ทว่า การรับอาสาของลั่วเฟิงหัวในครั้งนี้ มันแตกต่างจากครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง

ลั่วเฟิงหัวเป็นคนที่มีพรสวรรค์ดี ในกลุ่มศิษย์สามร้อยคน พรสวรรค์ที่เขามีอยู่ในอันดับต้นๆ ทักษะเต๋าที่เขามีก็ไม่น้อย ถือว่าเป็นผู้นำที่มีคุณสมบัติสูงคนหนึ่ง

ดังนั้นการที่หลี่ชีเย่เพิ่งเข้ามา มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะมีอคติ อันที่จริง หลังจากที่เขาถูกกระบองตีงูของหลี่ชีเย่ไปแล้ว เขาเองยังไม่รู้สึกว่ายอมจำนนนัก กระทั่งเขาถูกหลี่ชีเย่เตะจนกระเด็น เท้าที่หลี่ชีเย่เตะนั้นทำให้กระดูกของเขาหักไปหลายส่วน นั่นต่างหากคือสิ่งที่ทำให้เขาตาสว่าง

แม้ลั่วเฟิงหัวจะเป็นคนที่โอหัง แต่เขาไม่ใช่คนโง่ที่โฉดเขลา การเตะของหลี่ชีเย่ เพียงครั้งเดียวแต่กลับสามารถทำให้กระดูกของเขาหักได้ อานุภาพของการเตะนี้ มันทำให้ลั่วเฟิงหัวสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของอีกฝ่าย!

ในเวลานี้ ลั่วเฟิงหัวถึงได้ตระหนักอย่างแท้จริงว่า หลี่ชีเย่ไม่ใช่สวะไม่เอาไหนตามข่าวที่ลือกัน 

โดยเฉพาะประโยคที่สวี่เพ่ยกล่าวเตือนสติทุกคน ทำให้เหล่าศิษย์ต่างพยายามสังเกตการโจมตีในทุกกระบองของหลี่ชีเย่ เพียงประโยคเดียวทำให้พวกเขาได้สติ หลังจากที่ถูกหลี่ชีเย่ทุบตีอย่างหนัก แม้ว่าความเจ็บปวดที่พวกเขาได้รับจะไม่ใช่เรื่องน่าสนุก แต่ ในสามวันนี้ ศิษย์จำนวนไม่น้อยได้พยายามวิเคราะห์การโจมตีจากกระบองตีงูของหลี่ชีเย่ ศิษย์จำนวนไม่น้อยได้ผลที่ดีทีเดียว มีหลายคนที่สามารถหาช่องโหว่ในกระบวนท่าของตนได้ในที่สุด

โดยเฉพาะช่องโหว่ที่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวด มันทำให้ศิษย์จำนวนไม่น้อยสามารถจดจำได้แม่นยำเป็นพิเศษ

พื้นฐานคุณสมบัติของลั่วเฟิงหัวนั้นดีอยู่แล้ว เมื่อได้คำพูดของสวี่เพ่ยเตือนสติอีก เขาใช้เวลาทั้งสามวันในการทำความเข้าใจ ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นมากมาย และเข้าใจถึงความใส่ใจในการสอนของหล่ชีเย่ ดังนั้น โดยไม่รู้ตัว การปฏิบัติตัวของเขาที่มีต่อหลี่ชีเย่จึงเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

หลี่ชีเย่มองดูลั่วเฟิงหัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พลางพูดขึ้นช้าๆ “แม้ว่าเจ้าจะเคยอวดดีไปสักนิด แต่ยังไม่ถึงระดับที่โฉดเขลาถึงขั้นกู่ไม่กลับ”

ลั่วเฟิงหัวเป็นคนหยิ่งยโส เรื่องนี้จึงทำให้เขาหน้าแดง เขาจึงพูดพลางก้มหน้าเอาไว้ “ศิษย์พี่ใหญ่โปรดชี้แนะด้วย!” ครั้งนี้ลั่วเฟิงหัวแสดงถึงความจริงใจอย่างแท้จริง

หลี่ชีเย่เองไม่อยากพูดให้มากความอีก เขาชักกระบอกตีงูออกมา พลางพูดขึ้นช้าๆ “ลงมือสิ”

“ขออภัยด้วย...” ลั่วเฟิงหัวพูดเสียงทุ้ม ทันทีที่พูดจบ เขาก็พุ่งตัวออกไปสุดกำลัง ส่งเสียงคำรามดังก้อง มีแสงสว่างราวกับคลื่นถาโถมออกมา ร่างนั้นกลายเป็นเหมือนกับอินทรี ทรงพลังประหนึ่งอสูรกาย พยัคฆ์มังกรเคียงคู่กัน

เสียง “ตุบ...” ดังขึ้น ลั่วเฟิงหัวเพิ่งเริ่มกระบวนท่าเท่านั้น แต่กลับถูกกระบองตีงูดักทิศทางได้ในทันที เขาเองถูกตีจนมึน จมูกบวมช้ำ น้ำตาไหลอาบ

หลี่ชีเย่ลงมืออย่างไม่ออมแรงเลยสักนิด เพียงแค่กระบองเดียว ก็ทำให้ลั่วเฟิงหัวถูกตีจนเดาทิศทางไม่ถูก หลังฟาดกระบองออกไป หลี่ชีเย่พูดขึ้นเรียบๆ  “การสังหารในสมรภูมิ ระหว่างที่ไฟแห่งสงครามกำลังลุกโหม หากเจ้าไม่ตาย ศัตรูก็ต้องม้วย เพียงแค่หนึ่งกระบวนท่า หากมันไม่ใช่การโจมตีเพื่อหมายชีวิต ในสมรภูมิเป็นตายมันไม่ใช่สนามแข่ง กระบวนท่าถึงจะดูดีแค่ไหนมันก็ไม่มีประโยชน์อะไร!” 

“กระบวนท่า ‘มังกรโฉบอินทรี’ ใน ‘หัตถ์มังกรบิน’ เป็นกระบวนท่าสังหาร กระบวนท่าจึงไม่มีความซับซ้อนพลิกแพลง กระบวนท่าสังหาร ตรงไปตรงมา” หลี่ชีเย่ฟาดกระบองไปที่ตัวลั่วเฟิงหัวอย่างแรงอีกครั้ง “เจ้าที่คิดว่าตัวเองฉลาด ทำการพัฒนากระบวนท่านี้เพิ่มเติม เมื่อมันยิ่งพลิกผัน ภายนอกอาจดูลึกล้ำ แต่มันไม่ต่างจากการเพิ่มขาให้กับงู ทำลายพลังสังหารของกระบวนท่าไป!”

ลั่วเฟิงหัวเป็นคนที่เข้าใจอะไรได้ดี ทันทีที่หลี่ชีเย่พูดจบ เขาเปลี่ยนกระบวนท่าทันที ลงมือปล่อยพลัง ใช้กระบวนท่าที่ตรงไปตรงมา เรียบง่ายดุดัน เหมือนการฟันขวานให้ตรงจุด!

“ความเปลี่ยนแปลงของกระบวนท่านี้ใช้ได้ พลิกแพลงสะดวก ทำให้ได้ผลที่ดุดันสูงสุด” แม้ว่าหลี่ชีเย่จะกำลังพูด ทว่า มือของเขาไม่ได้หยุดนิ่งตาม เขาไม่ออมแรง ฟาดกระบองตีงูไปที่หน้าของลั่วเฟิงหัวเต็มๆ เพิ่มรอยฟกช้ำไปที่ใบหน้าของเขาอีกครั้ง

“ตุบ...ตุบ...ตุบ...” เพียงพริบตา ลั่วเฟิงหัวก็โดนหลี่ชีเย่ตีไปสิบกว่ากระบอง ใช้เวลาไม่มากนัก ลั่วเฟิงหัวก็ถูกหลี่ชีเย่ซัดจนหมอบไปกับพื้น กระบองตีงูจัดการเขาจนไม่สามารถคลานขึ้นมาได้อีก

ถูกกระบองตีงูฟาดร่างอย่างแรง ลั่วเฟิงหัวเจ็บปวดจนต้องร้องโหยหวนออกมา ถึงจะเป็นเช่นนั้น ในใจของเขากลับยังคงมีความยินดี การถูกตีในครั้งนี้มันไม่ได้เสียเปล่า เขาได้อะไรไปไม่น้อยทีเดียว

“คนต่อไป” หลี่ชีเย่จัดการลั่วเฟิงหัวจนหมอบไปกับพื้นอย่างไม่ออมแรง จากนั้นก็เรียกศิษย์คนถัดไปต่อทันที

“ตุบ...” ในที่สุดก็มีศิษย์คนหนึ่งที่มีอายุค่อนข้างมากออกมาเตรียมสู้ต่อจากลั่วเฟิงหัว ทว่า ทันทีที่เริ่ม เขาก็ถูกหลี่ชีเย่จัดการตีขาทั้งคู่ จนต้องคุกเขาลงกับพื้น

“ออกกระบวนท่าช้าเกินไป...” หลี่ชีเย่ไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ เขาฟาดกระบองออกไปอย่างแรงอีกครั้ง จนทำให้ศิษย์คนดังกล่าวต้องรีบกลิ้งตัว หลบการโจมตีจากกระบองดังกล่าว

“เพี๊ยะ...เพี๊ยะ...เพี๊ยะ...” เพียงไม่นาน ใบหน้าของศิษย์คนนั้นก็ถูกหลี่ชีเย่ตีจนบวมช้ำ ภายใต้กระบองตีงูของเขา ศิษย์คนดังกล่าวสามารถรับมือได้เพียงสิบกว่ากระบองเท่านั้น ทว่า สิบกว่ากระบองที่เขาโดนไปนั้นไม่ได้เสียเปล่า หลี่ชีเย่ได้ชี้แนะจุดด้อยให้กับเขาแล้ว

ผ่านไปครึ่งวัน หลี่ชีเย่จัดการตีศิษย์ทั้งสามร้อยคนจนครบ เวลาที่ใช้ไปในครั้งนี้นานกว่าครั้งไหนๆ เพราะครั้งนี้การตีศิษย์ทุกคน เขาจะทำการชี้แนะจุดอ่อนของศิษย์คนนั้นๆ ไปด้วย

สำหรับศิษย์ทุกๆ คน หลี่ชีเย่ลงมือโดยไม่มีการออมมือ ศิษย์แต่ละคนล้วนแล้วแต่ถูกตีจนแทบจะสลบเหมือดไปกองกับพื้น ช่วงเวลาหนึ่ง ที่มีเสียงร้องโหยหวนของศิษย์ทั้งสามร้อยคนดังขึ้นระงม ความเจ็บปวดที่ยากจะทน แม้ว่ามันจะเจ็บปวดทรมานมากแค่ไหน สำหรับศิษย์จำนวนไม่น้อยแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีไม่น้อยทีเดียว ในครั้งนี้พวกเขาต่างไม่ได้เจ็บตัวเปล่า! 

หลังจากนั้นอีกหลายวัน หลี่ชีเย่ยังคงทุบตีศิษย์ทั้งสามร้อยคนอย่างหนักเช่นเดิม เวลานี้ เหล่าศิษย์ต่างไม่ได้รู้สึกแค้นเคืองอีกแล้ว ถึงขั้นที่มีศิษย์บางส่วนยินดีที่จะถูกหลี่ชีเย่ตีด้วยซ้ำ แม้ว่าหลี่ชีเย่จะไม่ออมแรง ไม่ว่าความเจ็บปวดนั้นจะแสนสาหัสมากแค่ไหน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คุ้ม ถึงจะเจ็บมากแค่ไหนมันก็คุ้มค่า

การสอนของหลี่ชีเย่ สร้างความทรงจำที่ลึกซึ้งให้กับเหล่าศิษย์ทั้งสามร้อยคน ภายใต้การทุบตีอย่างหนักของเขา ก่อนหน้านี้คงยากถ้าให้ศิษย์เหล่านี้จดจำขอด้อยของตน แต่ในตอนนี้เมื่อแลกมันมาด้วยความเจ็บปวด ความทรงจำที่ได้จึงลึกซึ้งเหลือเกิน 

แม้รูปแบบการถ่ายทอดวิชาของหลี่ชีเย่จะโหดร้ายแค่ไหน ทว่า ศิษย์แต่ละคนต่างก็ได้รับผลที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับศิษย์หลายๆ คนแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการปรับรูปแบบของกระบวนท่า ในระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน ทำให้พวกเขาสามารถเรียนรู้ความมหัศจรรย์ที่แท้จริง รู้ว่าการฝึกฝนก่อนหน้านี้ของพวกเขานั้นไม่ได้ถูกต้อง ท่ามการการถูกตีอย่างทารุณ ในที่สุดก็สามารถแก้ไขข้อบกพร่องได้สำเร็จ

ในระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน พัฒนาการของศิษย์หลายๆ คนปรากฏอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคนที่มีพรสวรรค์สูงเป็นพิเศษอย่างลั่วเฟิงหัว พัฒนาการของเขาชัดเจนมาก ภายใต้การชี้แนะของหลี่ชีเย่ ทำให้ลั่วเฟิงหัวเข้าใจความหมายที่แท้จริงในเคล็ดวิชาของตน ดังนั้น ระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วัน แต่ละกระบวนท่าของเขาจึงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมาก จนถึงขั้นไร้ที่ติ 

ด้วยรูปแบบการสอนที่เหี้ยมเกรียมที่สุดของหลี่ชีเย่ แต่แล้ว เวลานี้ศิษย์ทั้งหมดในเขาล้างศิลากลับไม่มีใครแค้นเคืองเขา แม้กระทั่งกลุ่มพวกลั่วเฟิงหัวที่ตอนแรกมีท่าทีดูแคลนหลี่ชีเย่ที่สุด เวลานี้พวกเขากลับมีท่าทีเลื่อมใสในตัวหลี่ชีเย่เหลือเกิน

แม้ว่าวิธีการสอนของหลี่ชีเย่จะโหดมากแค่ไหน ทว่า สิ่งที่เขาสอนคือสิ่งที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ศิษย์ทุกคนต่างได้รับความรู้ไปไม่น้อย

รูปแบบการสอนที่รับผิดชอบพร้อมให้คำแนะนำทุกคนอย่างละเอียดของหลี่ชีเย่ จึงไม่มีศิษย์แม้แต่คนเดียวที่ไม่ชอบเขา

แม้ว่าผู้คุมกฎโจวผู้สอนคนก่อนของเขาล้างศิลาจะดุด่าศิษย์ในสังกัดน้อยมาก ทว่า การสอนหลักๆ ของผู้คุมกฎโจว มันเป็นการสอนรวมในครั้งเดียว เวลาในการสอนแต่ละครั้งของเขานั้นสั้นมาก เหมือนรูปแบบการสอนแบบป้อนอาหาร อธิบายการถ่ายทอดเคล็ดวิชาเพียงครั้งเดียว ส่วนจะสามารถทำได้หรือไม่ นั่นเป็นเรื่องของศิษย์แต่ละบุคคล

ศิษย์จำนวนสามร้อยคน แต่ละคนต่างมีพรสวรรค์ที่ไม่เหมือนกัน มีความสามารถในการเข้าใจที่ต่างกัน ถึงจะเป็นเคล็ดวิชาเดียวกัน กระบวนท่าเดียวกัน แต่ผลที่ฝึกได้ล้วนแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ ระยะเวลาที่ใช้ในการฝึกจึงไม่เท่ากัน ทำให้ศิษย์แต่ละคนต่างฝึกฝนไปคนละทิศคนละทาง!

เวลานี้หลี่ชีเย่ทำการชี้แนะศิษย์ทีละคน แก้ไขข้อบกพร่องของทุกคน มันทำให้ศิษย์แต่ละคนได้รู้ถึงทิศทางที่ถูกต้องของตนเอง ได้เรียนรู้ความพิศวงของความเปลี่ยนแปลงในแต่ละกระบวนท่าได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม 

ดังนั้น ในระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วัน ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในกระบวนท่าของศิษย์จำนวนไม่น้อย ถือเป็นการเปิดช่องทาง ถึงขั้นที่ได้เปิดมุมมองใหม่เลยทีเดียว! ซึ่งทั้งหมดต่างทำให้เหล่าศิษย์รู้สึกยินดี ในระยะเวลาการสอนเพียงสั้นๆ ของหลี่ชีเย่ ถือว่าได้ผลมากกว่าระยะเวลาที่พวกเขางมกันเองมากว่าปี ถึงขั้นมากกว่า 2-3  ปีด้วยซ้ำ!

ราชันอหังการ: Chapter0050 ตอนที่ 51