ราชันอหังการ

ราชันอหังการ: Chapter0051 ตอนที่ 52

#52Chapter0051

ตอนที่ 51 ดำริราชาเซียนก็เท่านั้น (1)

ระหว่างที่หลี่ชีเย่ทำการสอนที่เขาล้างศิลา บุคคลระดับสูงของสำนักโบราณสี่เหยียนได้จัดการประชุมลับขึ้น อันที่จริง การประชุมครั้งนี้มีเพียงผู้อาวุโสทั้งหกเท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการเข้าร่วม

การประชุมในครั้งนี้ผู้อาวุโสกู่ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้อาวุโสเป็นผู้จัดการประชุมขึ้นเอง หัวหน้าผู้อาวุโสเป็นหัวหน้าการประชุม โดยมีผู้อาวุโสอีกห้าท่านร่วมวงด้วย หลังจากเงียบอยู่นาน ในที่สุดเขาจึงพูดขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ครั้งนี้ที่เรียกศิษย์น้องอีกห้าท่านมาประชุม เพราะอยากคุยเรื่องของยากายกษัตรา”

เมื่อหัวหน้าผู้อาวุโสเอ่ยปาก เหล่าผู้อาวุโสอีกห้าท่านที่เหลือจึงสบตากัน จากนั้น สถานการณ์ก็เข้าสู่ความเงียบกริบ ในกลุ่มผู้อาวุสทั้งหก หากพูดถึงคุณสมบัติ พูดถึงผลงาน หัวหน้าผู้อาวุโสล้วนถือเป็นที่หนึ่ง

อีกอย่าง หัวหน้าผู้อาวุโสถือเป็นศิษย์ที่เจ้าสำนักคนก่อนถ่ายทอดวิชาให้ด้วยตนเอง ตำแหน่งหัวหน้าผู้อาวุโส พูดได้ว่า เป็นบุคคลที่อยู่ในระดับสูงไม่มีใครทัดเทียมได้ แม้ว่า ภายในสำนักโบราณสี่เหยียนจะมีเรื่องเล่าว่า... ซูยงหวงเจ้าสำนักคนปัจจุบันของสำนักโบราณสี่เหยียนคือทายาทของเจ้าสำนักคนก่อน! เจ้าสำนักคนปัจจุบันเป็นศิษย์ที่เจ้าสำนักคนก่อนถ่ายทอดวิชาให้ด้วยตนเองอย่างลับๆ

แต่ถึงจะมีเรื่องเล่าที่ว่า แต่ผู้อาวุโสทั้งหกต่างรู้ดี ว่าในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น 

ในกลุ่มผู้อาวุโสทั้งหกคน นอกจากเฉาสงแล้ว ผู้อาวุโสอีกสี่คนที่เหลือต่างไม่มีความคิดที่จะแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนัก เพราะพวกเขารู้ดีว่า ไม่ว่าจะเป็นทักษะเต๋าหรือว่าผลงาน แม้กระทั่งตำแหน่ง พวกเขาต่างไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะช่วงชิงตำแหน่งเจ้าสำนัก

อันที่จริง ในใจของผู้อาวุโสอีกสี่คนต่างคิดว่า ตำแหน่งของผู้ที่จะก้าวสู่ตำแหน่งเจ้าสำนัก ควรจะเป็นของหัวหน้าผู้อาวุโส

“เราเคยรับปากหลี่ชีเย่เอาไว้ ว่าหากเขาสามารถเกี่ยวดองกับสำนักปีศาจนพเก้าได้สำเร็จจริง พวกเราก็จะยอมมอบยากายกษัตราให้” หัวหน้าผู้อาวุโสมองผู้อาวุโสอีกห้าคนพลางพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม

ผู้อาวุโสอีกสี่คนที่เหลือต่างพากันนิ่งเงียบ มีเพียงเฉาสงคนเดียวที่มีทีท่าไม่สบายใจนัก หากหลี่ชีเย่สามารถเกี่ยวดองกับสำนักปีศาจนพเก้าได้จริงๆ เช่นนั้น ในภายภาคหน้าอนาคตที่เหออิงเจี้ยนศิษย์ของเขาจะได้เป็นเจ้าสำนักคนต่อไปก็คงต้องสั่นคลอน

เฉาสงเองมีแผนการอยู่ในหัวแล้ว แม้ว่าชั่วชีวิตเขาจะไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าสำนัก แต่เขาก็หวังว่าศิษย์ของตนเหออิงเจี้ยนจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าสำนักคนต่อไป อันที่จริง เหออิ้งเจี้ยนก็เป็นคนที่ดูมีแววน่าให้หวังจริงๆ แต่ที่น่าขันก็คือ เวลานี้จู่ๆ กลับมีหลี่ชีเย่มาขวางเส้นทางความฝันของเขา!

หากหลี่ชีเย่สามารถแต่งงานกับหลี่ซวงเหยียนสำเร็จจริงๆ บวกกับฐานะของศิษย์เอกในสำนัก แนวโน้มที่เขาจะได้เป็นเจ้าสำนักคนถัดไป เกรงว่าแม้แต่เจ้าสำนักซูยงหวงก็คงจะไม่สามารถขวางได้

ผู้อาวุโสซุนผู้อาวุโสลำดับที่ 4 ลูบเคราของตนพลางพยักหน้าพูดขึ้น “เรื่องนี้เรารับปากไปแล้ว ในเมื่อชีเย่ทำสำเร็จ การมอบยากายกษัตราให้เขา ย่อมเป็นเรื่องที่สมควร”

ผู้อาวุโสซุนผู้อาวุโสลำดับที่ 4 ในกลุ่มหกผู้อาวุโส จู่ๆ เขากลับดูสนับสนุนหลี่ชีเย่ขึ้นมา เหตุผลที่ผู้อาวุโสซุนสนับสนุนหลี่ชีเย่นั้นง่ายมาก นั่นเพราะผู้คุมกฎม่อคือศิษย์ของเขา!

ผู้อาวุโสซุนไม่ได้มีศิษย์เพียงคนเดียว อันที่จริง ในกลุ่มศิษย์ทั้งหมด ผู้คุมกฎม่อไม่ใช่ศิษย์ที่อยู่ในสายตาของเขามากนัก ทักษะเต๋าของผู้คุมกฎม่อในกลุ่มศิษย์ที่เขามีไม่ถือว่าด้อย แต่ผู้คุมกฎม่อและศิษย์ของเขาหนานหวยเหรินนั้นมีลักษณะนิสัยที่ตรงกันข้ามกันโดยสิ้นเชิง ผู้คุมกฎม่อเป็นคนพูดน้อย ไม่ถนัดในการคบค้าสมาคม บวกกับการที่เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์สูงสุดในกลุ่มศิษย์ ดังนั้น ผู้อาวุโสซุนจึงคิดว่าผู้คุมกฎม่อคงไม่ใช่ทายาทที่จะสืบทอดตำแหน่งของตน 

ผู้อาวุโสซุนวางแผนไว้ว่าจะให้ศิษย์อีกคนหนึ่งสืบทอดตำแหน่งผู้อาวุโส! ทว่า ระยะนี้สถานการณ์บางอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป คำพูดของหลี่ชีเย่เพียงประโยคเดียว สามารถเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างได้ทันที! เพราะแค่ประโยคที่หลี่ชีเย่พูด ทำให้ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินศิษย์ของเขากลายเป็นทูตระหว่างสำนักโบราณสี่เหยียนและสำนักปีศาจนพเก้า แม้กระทั่งทุกๆ เรื่องของหัวหน้าผุ้คุมกฎอวี้เหอแห่งสำนักปีศาจนพเก้า ต่างก็สามารถสื่อสารผ่านผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินแห่งสำนักโบราณสี่เหยียนได้โดยตรง

สิ่งที่ต้องรู้คือตำแหน่งของอวี้เหอในแคว้นกู่หนิวเจียง เขาเป็นถึงอ๋อง โดยทั่วไปเขาคือบุคคลที่แม้กระทั่งผู้อาวุโสทั้งหกก็ยังไม่มีโอกาสได้พบ แต่เวลานี้เรื่องราวทั้งหมดต่างสามารถพูดผ่านผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหริน เพียงไม่นาน ตำแหน่งของผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินในสำนักโบราณสี่เหยียนจึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

เมื่อศิษย์ของตนได้รับผลประโยชน์ขนาดนี้ เขาเองย่อมต้องสนับสนุนหลี่ชีเย่อยู่แล้ว

“ศิษย์น้องทั้งหลายต่างก็รู้ดี ว่าสำนักของเรายังมียากายกษัตราอยู่หนึ่งชุด” หัวหน้าผู้อาวุโสพูดขึ้น

คำพูดดังกล่าว ทำให้ผู้อาวุโสคนอื่นๆ นิ่งเงียบไป ส่วนเฉาสงก็ได้แต่เก็บความเจ็บปวดไว้ในใจ ยากายกษัตรานี้ถูกเก็บเอาไว้ที่สำนักโบราณสี่เหยียนมานานแล้ว ถูกเก็บไว้ตั้งแต่รุ่นของเจ้าสำนักคนก่อน ทว่า ยากายกษัตราดังกล่าวกลับยังไม่เคยถูกใช้มาก่อน

อันที่จริง หัวหน้าผู้อาวุโสที่เคยสร้างผลงานเอาไว้มากมาย ยากายกษัตราที่ว่าควรค่าที่จะมอบให้กับเขา ทว่า หัวหน้าผู้อาวุโสกลับเสียดายไม่อยากใช้มัน เพราะหัวหน้าผู้อาวุโสคิดว่าตนเองอายุมากแล้ว มีขอบเขตจำกัดด้านพรสวรรค์ การใช้ยากายกษัตราคงถือเป็นการสิ้นเปลืองเปล่าๆ

แม้กระทั่งหัวหน้าผู้อาวุโสยังเสียดายไม่กล้าใช้ยากายกษัตราขนานนี้ ดังนั้นผู้อาวุโสคนอื่นๆ จึงยิ่งไม่กล้าแม้แต่จะคิด และยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะใช้ยากายกษัตราเข้าไปอีก

สำหรับความคิดของหกผู้อาวุโสในตอนนี้ หากในอนาคตสำนักโบราณสี่เหยียนมีศิษย์ที่มีพรสวรรค์สูงสุด หากในภายภาคหน้าศิษย์คนดังกล่าวสามารถสร้างผลงานได้จริง ยากายกษัตราที่ว่าก็ควรจะเอาไว้พัฒนากายของศิษย์คนดังกล่าว! 

แต่เวลานี้กลับต้องมอบยากายกษัตราที่ว่าให้กับหลี่ชีเย่ ซึ่งเป็นเรื่องที่หัวหน้าผู้อาวุโสรับปากเอาไว้แล้ว ผู้อาวุโสอีกสี่คนที่เหลือจึงพูดอะไรไม่ได้อีก เฉาสงเองก็ได้แต่ปวดใจ เพราะเขาเคยคิดว่าอยากใช้ยากายกษัตรานี้ในการพัฒนากายครั้งที่ 2 ให้กับเหออิงเจี้ยนศิษย์ของตน

“แต่หลี่ชีเย่มีเงื่อนไขว่ากระดูกที่เป็นตัวยาหลักจะต้องเป็นกระดูกของวัวเหล็กอเวจี” หัวหน้าผู้อาวุโสพูดเสียงเครียด

ทันทีที่พูดจบ สีหน้าของผู้อาวุโสอีกสี่คนที่เหลือต่างอยู่ในอาการตกใจ ผู้อาวุโสเฉียนผู้อาวุโสอันดับที่สามพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ “ศิษย์พี่ วัวเหล็กอเวจี เป็นอสูรฟ้าที่หายากมากๆ ทุกคนต่างรู้ดี ว่ามูลค่าของวัวเหล็กอเวจีนั้นสูงมากแค่ไหน! กระดูกอสูรที่เป็นตัวยาหลักของยากายกษัตรา กระดูกอสูรในระดับนี้ อย่างต่ำคงมีราคานับแสน ราคามันสูงจนน่าตกใจเกินไป!” 

หัวหน้าผู้อาวุโสพยักหน้าเบาๆ  “ข้าติดต่อลานประมูลไว้แล้ว พวกเขาบังเอิญมีกระดูกของวัวเหล็กอเวจีอยู่พอดี อายุยังน้อย ราวเก้าหมื่นปีซึ่งก็ถือว่ามีอายุเกือบแสน อีกฝ่ายยอมแลกกระดูกอสูรกับเรา ทว่า เราจำเป็นต้องมีตราหยกทิพย์อีกหนึ่งพันชิ้น!”

“ตราหยกทิพย์หนึ่งพันชิ้น?” เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของผู้อาวุโสโจวผู้อาวุโสอันดับที่ห้าเปลี่ยนไปทันที “เท่ากับราชสีห์อ้าปากรอเหยื่อแท้ๆ ตราหยกทิพย์หนึ่งพันชิ้น เราสามารถซื้อกระดูกอสูรได้นานสองแสนปีเชียว!”

“ศิษย์พี่ หลี่ชีเย่ต่อรองมากเกินไปหรือเปล่า” เฉาสงพยายามจับโอกาสที่ดีที่สุดในครั้งนี้เอาไว้ เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เรื่องใหญ่ในสำนักโบราณสี่เหยียน เขามีสิทธิ์อะไรมาต่อรองแบบนี้ เขาเป็นเพียงแค่ศิษย์รุ่นที่สาม แต่กลับกล้ามาต่อรองกับเรา ไม่เท่ากับเป็นการไม่เคารพผู้ใหญ่งั้นหรือ! ช่างโอหังสิ้นดี”

คำพูดของเฉาสง ทำให้หัวหน้าผู้อาวุโสมีสีหน้าตึงเครียด เขาไม่ได้พูดอะไรอีก เฉาสงจึงพูดกับผู้อาวุโสอีกสี่คนที่เหลือ: “ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่านน่าจะรู้ดีว่ายากายกษัตรานั้นล้ำค่ามากแค่ไหน จู่ๆ เราก็จำเป็นต้องมอบยากายกษัตราขนานนี้ให้กับศิษย์รุ่นที่สาม มันเป็นบุญคุณอันใหญ่หลวงที่สำนักโบราณสี่เหยียนให้กับเขาแล้ว แต่เจ้าคนที่ไม่รู้จักบุญคุณคนนี้ กลับกล้ามาต่อรองกับเราอีก...”

“...อีกอย่าง ประวัติของหลี่ชีเย่เองก็ยังน่าสงสัย ไม่แน่ว่าเขาอาจเป็นหนอนบ่อนไส้ก็ได้! เรายอมสละยากายกษัตราอันล้ำค่าไปให้กับคนทรยศแบนี้ ไม่เท่ากับเป็นการโยนเนื้อให้สุนัขหรอกหรือ หากต้องเสียตราหยกทิพย์ไปอีกหนึ่งพันชิ้น สำนักโบราณสี่เหยียนของเราจะเสียหายมากไปหรือเปล่า ไม่แน่ว่าต่อไปหากหลี่ชีเย่ได้ผลประโยชน์จากสำนักโบราณสี่เหยียนจนพอใจแล้ว เขาอาจย้อนรอยมาทำร้ายเรา...” โอกาสนี้ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากของเฉาสง เขาพยายามเกลี้ยกล่อมผู้อาวุโสทั้งสี่มากเท่าที่จะทำได้ แน่นอนว่าเขาย่อมไม่อยากเสียยากายกษัตราไปให้กับหลี่ชีเย่แน่นอน

ผู้อาวุโสอันดับที่หกอย่างผู้อาวุโสอู๋จึงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมหัวหน้าผู้อาวุโส “ศิษย์พี่ เรายอมมอบยากายกษัตราถือ เป็นเมตตาสูงสุดจากสำนักโบราณสี่เหยียนแล้ว หลี่ชีเย่เป็นแค่เพียงศิษย์รุ่นที่สาม เขาน่าจะสำนึกบ้าง! อีกอย่าง ศิษย์พี่เองก็น่าจะรู้ดี ว่าสำนักเรามีตราหยกอยู่น้อยเต็มที ครั้งนี้หากต้องเสียตราหยกไปอีกหนึ่งพันชิ้น คลังของเราก็แทบจะไม่หลืออะไรแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย ศิษย์พี่”

ผู้อาวุโสคนอื่นๆ พากันมองไปยังหัวหน้าผู้อาวุโสอย่างอดไม่ได้ แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ท่าทีของพวกเขาชัดเจนอย่างที่สุด ภาพที่เห็น ทำให้เฉาสงแอบรู้สึกปิติในใจ แผนการของเขาสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว รออีกสักพัก เขาจะทำการโหมคลื่มลมอีกสักครั้ง ไม่แน่ว่าแม้แต่ยากายกษัตราธรรมดาหลี่ชีเย่ก็อาจไม่มีโอกาสได้ไป

“ตราหยกหนึ่งพันชิ้นคงไม่คุ้ม” ผู้อาวุโสอันดับที่สามกล่าวสมทบ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้อาวุโสทั้งสี่ต่างก็เคารพหัวหน้าผุ้อาวุโสมาก ในใจของพวกเขาหัวหน้าผุ้อาวุโสคือบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งสูงมากของสำนักโบราณสี่เหยียน ยากที่จะมีใครจะเทียบเทียมได้

ทว่า หลายปีมานี้มีเรื่องราวต่างๆ เปลี่ยนไปมากมาย ตลอดมา เหล่าผู้อาวุโสต่างหวังว่าหัวหน้าผุ้อาวุโสจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักโบราณสี่เหยียน เหล่าผู้อาวุโสต่างสาปแช่งเจ้าสำนักคนปัจจุบันอย่างซูยงหวง! เจ้าสำนักในใจของพวกเขามีเพียงหัวหน้าผู้อาวุโสเท่านั้น 

แต่สำหรับตำแหน่งเจ้าสำนัก หัวหน้าผู้อาวุโสกลับไม่เคยแสดงท่าทีใดๆ เมื่อเวลาผ่านพ้นไปเรื่อยๆ ความรู้สึกผิดหวังจากเหล่าผู้อาวุโสจึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลงานตลอดหลายปีที่ผ่านมาของหัวหน้าผู้อาวุโส ซึ่งดูไม่ได้โดดเด่นเหมือนดังเช่นในอดีตอีกแล้ว เรื่องนี้ทำให้ใจของเหล่าผู้อาวุโสเริ่มสั่นคลอน

กลับกัน ในฐานะผู้อาวุโสลำดับที่สองอย่างเฉาสงที่ไม่เคยทิ้งความคิดที่จะเป็นเจ้าสำนัก เฉาสงและแขกพิเศษของสำนักโบราณสี่เหยียนอย่างต่งเซิ่งหลงมีความสนิทสนมกันมาก ดังนั้นสำหรับผู้อาวุโสทั้งหลาย เฉาสงจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักสำหรับตำแหน่งเจ้าสำนัก แต่หากในอนาคต จำเป็นต้องเลือกจริงๆ หากต้องเลือกระหว่างเฉาสงและซูยงหวงแล้วละก็ ผู้อาวุโสเหล่านี้คงต้องลังเลเป็นแน่ 

โดยเฉพาะสัญญาณที่เฉาสงพยายามสื่อในระยะนี้ ทำให้ใจของเหล่าผุ้อาวุโสทั้งสี่รู้สึกสั่นคลอนไปไม่น้อย

วันนี้เมื่อหัวหน้าผู้อาวุโสพูดเรื่องนี้ขึ้น ทันทีที่เฉาสงชี้ให้เห็นผลดีผลเสียของเรื่องนี้ มันทำให้ใจของเหล่าผู้อาวุโสทั้งสี่เริ่มรู้สึกลังเล

ในจังหวะที่เฉาสงกำลังได้เปรียบ จู่ๆ นัยน์ตาของหัวหน้าผุ้อาวุโสก็แข็งกร้าว พริบตาเดียว บารมีอันน่าเกรงขามของหัวหน้าผู้อาวุโสก็ปรากฏขึ้น ทั่วทั้งร่างมีแสงสว่างเรืองรอง ในชั่วพริบตานั้น หัวหน้าผู้อาวุโสดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ท่าทีทรงพลัง มันช่างน่าเกรงขามเหลือเกิน! ภายใต้บารมีอันน่าพรั่นพรึงนั้น มีรัศมีของอ๋องแอบซ่อนอยู่

หัวหน้าผู้อาวุโสเป็นบุคคลที่อยู่ในระดับวีรบุรุษ ในกลุ่มหกผู้อาวุโส เขาเข้าสำนักมานานที่สุดและมีทักษะเต๋าสูงที่สุด! การที่เขาสำแดงบารมีออกมา ทำให้เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ อดรู้สึกสะท้านไม่ได้ จู่ๆ ความรู้สึกกดดันก็โอบล้อมพวกเขาเอาไว้ 

ทันใดนั้นเอง หัวหน้าผู้อาวุโสจึงเอ่ยปากขึ้นช้าๆ “การที่ศิษย์น้องทั้งหลายไม่เห็นด้วยนั้นมีเหตุผล! ทว่า ขอให้ศิษย์น้องทั้งหลายพิจารณาสถานการณ์ในตอนนี้ให้ดี ว่าสำนักปีศาจนพเก้ามีความสำคัญกับสำนักโบราณสี่เหยียนของพวกเรามากแค่ไหน! หลี่ชีเย่เองก็มีความสำคัญกับสำนักของเราไม่แพ้กัน! หากไม่มีเขา ก็ไม่มีสำนักปีศาจนพเก้า! ดังนั้น การที่ข้าเรียกศิษย์น้องทุกท่านมาที่นี่ ก็เพียงหวังให้ศิษย์น้องทุกท่านเห็นด้วยกับเรื่องนี้!