ราชันอหังการ

ราชันอหังการ: Chapter0023 ตอนที่ 24

#24Chapter0023

บทที่ 23 องค์หญิงนพเก้า (1)

ระหว่างที่เหล่าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าอยู่ในอาการหายใจติดขัด หลี่ชีเย่พูดขึ้นเรียบๆ : “ในเมื่อเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ก็ควรให้ทายาทของพวกเจ้าออกมาพบกันหน่อย ในสายตาข้าไม่ว่าจะเก่งกาจสักแค่ไหน ก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวเหนือใครๆ หรอก!

คำพูดของหลี่ชีเย่ ทำให้เหล่าผู้อาวุโสสบตากันอย่างอดไม่ได้ เด็กหนุ่มอายุสิบสามปี กล้าพูดจาอวดดีแบบนี้ ปัญหาคือ คำพูดจาอวดดีเหล่านี้ เมื่อออกจากปากของเขา มันกลับดูเหมือนสิ่งที่ควรจะเป็น ซึ่งทำให้พวกเขาพูดอะไรไม่ออก

“ซวงเอ๋อร์ ออกมาพบคุณชายหลี่สิ” ในที่สุด ประกาศิตของกษัตราวงตะวัน ก็ได้ถ่ายทอดคำสั่งดังกล่าวออกมา

เมื่อทายาทของสำนักปีศาจนพเก้าปรากฏตัวขึ้นในวิหารฟ้า หญิงสาวที่มีรูปโฉมงดงามในระดับที่สามารถได้รับคำชมไม่ขาดปาก เป็นภาพที่ทำให้รู้สึกสะดุดตาอย่างอดไม่ได้

หญิงสาวคนหนึ่ง อายุราวสิบแปดปี มีใบหน้างดงามอย่างที่สุด คิ้วโค้งเรียงสวย ดวงตาเปล่งประกายราวกับดวงจันทร์ ริมฝีปากแดงระเรื่อ ชวนให้เผลอใจลุ่มหลงได้โดยไม่รู้ตัว ทว่า หญิงสาวที่มีใบหน้างดงามอย่างที่สุดคนนี้ กลับดูเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง ใบหน้าสะสวยนั้นดูเย่อหยิ่ง ชุดสีขาวโพลนที่สวมอยู่ยิ่งทำให้รู้สึกถึงความเยือกเย็นปานหิมะ พร้อมกับบารมีที่น่าเกรงขาม

หลี่ซวงเหยียน นามที่หมายถึงโฉมแห่งน้ำค้างแข็ง ทายาทแห่งสำนักปีศาจนพเก้า ได้ชื่อว่าเป็นสตรีที่งดงามที่สุดในแคว้นกู่หนิวเจียง ขณะเดียวกัน ก็มีพรสวรรค์และทักษะเต๋าที่สูงส่งไม่แพ้รูปโฉมที่มี!

กายกษัตราแต่กำเนิด รอบชีวิตกษัตรา และที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือลัคนาของหลี่ซวงเหยียนที่อยู่ในระดับเทวะ หรือเรียกว่ามีชะตาเทวะนั่นเอง! ผู้บำเพ็ญตนดาวรุ่งที่มีกายกษัตรา รอบชีวิตกษัตราและมีชะตาเทวะ ถือเป็นบุคคลมากพรสวรรค์สูงสุดในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นทางสรีระ พรสวรรค์หรือสติปัญญา ยากนักที่จะมีใครสามารถเทียบเคียงได้

หญิงสาวที่มีคุณสมบัติสูงส่งในระดับนี้ หากไม่ยินยอมแต่งงานกับศิษย์เอกอย่างหลี่ชีเย่ที่มีกายปุถุชน รอบชีวิตปุถุชนและชะตาปุถุชน ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร อีกอย่าง ทุกวันนี้สำนักโบราณสี่เหยียนก็ตกต่ำลงไปมากเหลือเกิน

สำหรับรูปโฉมที่งดงามอย่างที่สุดของหลี่ซวงเหยียน สำหรับพรสวรรค์ที่สูงส่งเหนือใครของนาง หลี่ชีเย่ไม่ได้ประหลาดใจมากนัก การมีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนาน ผ่านช่วงเวลามาแล้วนับไม่ถ้วน เขาเคยพบเจอสาวงามมามากมายเหลือเกิน หากพูดถึงพรสวรรค์และความงาม ตั้งแต่อดีตมา จะมีหญิงงามสักกี่คนที่เทียบเคียงกับราชันเซียนซิ่วสุ่ยและราชันเซียนปิงอวี่ได้?

“ก็ใช้ได้......” ทันทีที่เห็นหลี่ซวงเหยียน หลี่ชีเย่พยักหน้าน้อยๆ

ประโยคแรกที่หลี่ชีเย่พูดออกมา ทำให้หลี่ซวงเหยียนรู้สึกพอใจเล็กน้อย แต่ประโยคถัดมาของเขา กลับทำให้หลี่ซวงเหยียนแทบจะระเบิดโทสะออกมา หลังจากมองแวบหนึ่ง หลี่ชีเย่ก็ไม่หันไปมองนางอีก เขาพูดอย่างผ่อนคลาย: “แต่หากมาเป็นภรรยาของข้า คงยังไม่เหมาะเท่าไหร่ คุณสมบัติชะตาเทวะ ถือว่าใช้ได้ ข้ายังไม่มีองครักษ์ มาเป็นองครักษ์องครักษ์ของข้าสิ!”

“เจ้า......” คำพูดจากปากของหลี่ชีเย่ ไม่เพียงแต่ยั่วโมโหหลี่ซวงเหยียนเท่านั้น แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้า ก็ต่างไม่สามารถปั้นหน้าทนต่อไปได้เช่นกัน หลี่ซวงเหยียนไม่เพียงแต่เป็นทายาทของสำนักปีศาจนพเก้าเท่านั้น แต่เป็นความภาคภูมิใจของสำนักอีกด้วย ทุกคนภายในสำนักต่างก็คาดหวังในตัวนาง! แต่วันนี้ หลี่ชีเย่กลับกล้าพูดจาปากดี ให้หลี่ซวงเหยียนเป็นข้ารับใช้ของเขา เป็นการหยามเกียรติกันชัดๆ !

ก่อนที่เหล่าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าและหลี่ซวงเหยียนจะโมโหไปมากกว่านี้ หลี่ชีเย่พูดต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ: “ข้าไม่อยากบังคับใคร เจ้าค่อยๆ คิดละกัน หากเจ้ายินดี ก็มาพบข้าได้ที่สำนักโบราณสี่เหยียน!” พูดดังนั้น หลี่ชีเย่มองดูหลี่ซวงเหยียนอีกครั้ง

คำพูดของหลี่ชีเย่ทำให้หลี่ซวงเหยียนโกรธจนตัวสั่น นางคือสตรีที่มีคุณสมบัติสูงส่ง อยู่เหนือใครๆ สิ่งที่นางมีมากพอที่จะทำให้นางภาคภูมิใจในเกียรติของตน จากรูปโฉมของนาง จากความสามารถของนาง ไม่ว่าจะอ้างอิงจากมุมไหน ล้วนแล้วแต่ควรค่าที่จะได้รับการชื่นชม ชายหนุ่มรูปงามที่อยากได้นางเป็นภรรยา มากพอที่จะรอต่อแถวตั้งแต่ตะวันออกไปยังตะวันตกของแคว้นกู่หนิวเจียง

วันนี้ เด็กน้อยวัยสิบสามปีปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมกลับกล้ามาพูดจาอวดดี ให้นางเป็นข้ารับใช้? เด็กหนุ่มวัยสิบสามปี ที่ควรมีความน่าเอ็นดูบ้างไม่มากก็น้อย ทว่า เวลานี้ ในสายตาของหลี่ซวงเหยียน หลี่ชีเย่เป็นเพียงคนที่น่ารังเกียจที่สุด เรียกว่าน่าขยะแขยงเลยก็ได้!

“เจ้าบังอาจเกินไปแล้ว!” ผู้อาวุโสท่านหนึ่งของสำนักปีศาจนพเก้าคำรามขึ้น ทายาทสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเขา คู่ควรเป็นแค่ข้ารับใช้ของเด็กหนุ่มวัยสิบสามปีงั้นเหรอ? โอหังเหลือเกิน นี่คือการหยามหน้าสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเขาชัดๆ !

“โอกาส เป็นสิ่งที่เราต้องแย่งชิง จังหวะ ข้าได้มอบให้พวกเจ้าแล้ว จะสามารถแย่งชิงจังหวะที่ว่าได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง” หลี่ชีเย่ไม่เก็บคำพูดของผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าเข้าหูด้วยซ้ำ เขามองหลี่ซวงเหยียนแวบหนึ่ง จากนั้นจึงหันหลังเดินจากไป

หลี่ซวงเหยียนถูกคำพูดของหลี่ชีเย่ทำให้เดือดจนใบหน้าเย็นยะเยือกของนางแดงฉาน หายใจฟึดฟัด นางเคยพบเจอกับคนบ้าดีเดือดกว่านี้มาแล้ว ทว่า คนที่โอหังอย่างหลี่ชีเย่ นางเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก และที่น่าโมโหยิ่งกว่าก็คือ หลี่ชีเย่เป็นแค่เด็กหนุ่มอายุสิบสามปีเท่านั้น นางอายุมากกว่าเขาถึงห้าปีเต็ม แต่เจ้าเด็กน้อยคนนี้ กลับกล้าพูดจาวางโตแบบนั้นกับนาง! มันทำให้นางเดือดเหลือเกิน! ใครๆ ก็ว่าเด็กๆ มักน่ารัก ทว่าวันนี้ หลี่ชีเย่ในสายตาหลี่ซวงเหยียน เป็นเด็กที่น่ารังเกียจที่สุดในโลก!

“ฝ่าบาท เขาหมิ่นเกียรติสำนักปีศาจนพเก้าของเราขนาดนี้ จะปล่อยไปง่ายๆ ไม่ได้” ผู้อาวุโสบางคนยังคงโกรธจัด

แต่แล้ว กษัตราวงตะวันกลับนิ่งเงียบอยู่นาน ท้ายที่สุดเสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง: “มังกรแท้ ท้ายที่สุดก็ต้องเหาะไปทั่วเก้าฟ้า เป็นหงส์เทพ ท้ายที่สุดย่อมต้องมีอานุภาพเกรียงไกร! จะเป็นมังกรหรือหงส์ พวกเรารอดูกันต่อไปเถอะ!”

หลังจากที่หลี่ชีเย่กลับไปยังที่พัก หนานหวยเหรินรีบประกบเขาพลันสอบถามทันที: “ศิษย์พี่ ท่าน เรื่องการแต่งงานของพี่กับองค์หญิหลี่เป็นไงบ้าง?”

อันที่จริง เวลานี้แม้แต่ผู้คุมกฎม่อก็อดจ้องมองหลี่ชีเย่ไม่ได้ ตอนนี้สำนักปีศาจนพเก้าให้ความสำคัญกับหลี่ชีเย่มากเหลือเกิน อีกอย่าง หลี่ชีเย่เองก็ผ่านการทดสอบของสำนักปีศาจนพเก้ามาแล้ว พวกเขาจึงคิดว่า เรื่องการแต่งงานของหลี่ชีเย่และหลี่ซวงเหยียนน่าจะพอมีความหวัง

วันนี้สำนักปีศาจนพเก้าให้คนมาเชิญหลี่ชีเย่ไป พวกเขาต่างคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องการแต่งงานกับหลี่ซวงเหยียน

“การแต่งงาน?” หลี่ชีเย่มองดูหนานหวยเหรินอย่างสบายๆ พลางพูดขึ้น: “ข้าไม่ได้บอกว่าจะแต่งงานกับนาง แต่หากนางยินดี ข้ายินดีรับนางเป็นข้ารับใช้!”

“ขะ ขะ ข้ารับใช้.......: ! ” หนานหวยเหรินพูดติดอ่าง ท้ายที่สุด เขาได้แต่ตกอยู่ในความงุนงงกับคำพูดที่ได้ยิน

อย่าว่าแต่หนานหวยเหรินเลย แม้แต่ผู้คุมกฎม่อเองก็ยังตกใจกับเรื่องที่ได้ยิน

หลี่ซวงเหยียน บุคคลในระดับนั้น? ทายาทของสำนักปีศาจนพเก้า สตรีอันดับหนึ่งในยุคนี้ องค์หญิงแห่งแคว้นกู่หนิวเจียง แม้ตอนนี้นางจะยังอายุน้อย แต่ชื่อเสียงกลับโด่งดังไปทั่วดินแดนภาคกลาง มีคนชื่นชมมากมายนับไม่ถ้วน

สตรีที่มีคุณสมบัติเพรียบพร้อมขนาดนี้ มีชายหนุ่มมากมายเหลือเกินที่ปรารถนาจะแต่งงานกับนาง แต่วันนี้ หลี่ชีเย่กลับกล้าพูดจาอวดดี บอกว่าจะให้นางเป็นข้ารับใช้ เรื่องแบบนี้ หากเป็นคนอื่นคงไม่กล้าแม้แต่คิด!

“เจ้า เจ้าเลอะเลือนหรือเปล่า” หากเป็นก่อนหน้านี้ ผู้คุมกฎม่อคงกล่าวตำหนิหลี่ชีเย่ไปแล้ว ทว่า มาถึงตอนนี้ เมื่อเขาเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มอายุสิบสามตรงหน้า เขากลับรู้สึกว่าตนเองตัวเล็กลงไปกว่าครึ่ง เด็กหนุ่มตรงหน้าคนนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน ดังนั้น ผู้คุมกฎม่อจึงไม่กล้าใช้ท่าทีของผู้ใหญ่ตำหนิหลี่ชีเย่อีก

“ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว ตกใจอะไรนักหนา” หลี่ชีเย่ไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ เขาพูดเพียงเท่านั้น แม้หลี่ซวงเหยียนจะมีคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับการต่อยอด แต่ หากเทียบกับราชันเซียนปิงอวี่ในอดีตแล้ว ก็ยังถือว่าห่างไกลนัก!

คำพูดอวดดีของหลี่ชีเย่ ทำให้หนานหวยเหรินและผู้คุมกฎม่อนิ่งเงียบไปนานทีเดียว หนานหวยเหรินอยู่ในอาการงุนงง หลี่ซวงเหยียน เทพธิดาที่ใครๆ ต่างชื่นชม แต่แล้ว วันนี้ในสายตาของหลี่ชีเย่ นางกลับคู่ควรที่จะเป็นเพียงแค่ข้ารับใช้เท่านั้น

หนานหวยเหรินมองหลี่ชีเย่ด้วยสายตาราวกับมองสัตว์ประหลาด เขาดูหลี่ชีเย่ไม่ออกจริงๆ เด็กหนุ่มวัยสิบสามปีที่อายุน้อยกว่าเขา หลี่ชีเย่เอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหน!

ท้ายที่สุด หลี่ชีเย่ได้หลั่งเลือดให้กับรูปปั้นหินทั้งสี่ เมื่อเรื่องนี้เสร็จสิ้นลง การเดินทางมาในครั้งนี้ของเขาจึงถือว่าเสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น เขาจึงเตรียมเดินทางกลับสำนักโบราณสี่เหยียน!

ในช่วงเวลาดังกล่าว เหล่าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้าไม่ได้ปรากฏตัวอีกเลย หลี่ซวงเหยียนทายาทของสำนักปีศาจนพเก้าก็เช่นกัน ส่วนเรื่องที่นางจะตัดสินใจอย่างไรนั้น หลี่ชีเย่ไม่ได้ใส่ใจหรือคิดที่จะถามถึงด้วยซ้ำ

“กลับไป จะ จะรายงานยังไง?” ขณะที่กำลังจะกลับไปยังสำนักโบราณสี่เหยียนนั่นเอง ผู้คุมกฎม่อลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดถามหลี่ชีเย่

หลี่ชีเย่มองดูผู้คุมกฎม่อ อดยิ้มออกมาไม่ได้ เขาพูดอย่างผ่อนคลาย: “ก็ขึ้นอยู่ที่ท่านจะเลือกอะไร จะเลือกยืนข้างข้า หรือเลือกยืนข้างพวกผู้อาวุโส”

คำพูดของหลี่ชีเย่ทำให้ผู้คุมกฎม่อรู้สึกตระหนกในใจ คำพูดที่ดูผ่อนคลายของเขา ทว่า นัยยะของคำพูดดังกล่าวนั้นต่างไปโดยสิ้นเชิง ผู้คุมกฎม่อไม่ใช่คนโง่ เขาสามารถเป็นผู้คุมกฎได้ ย่อมยืนยันได้ว่าเขาเองต้องเคยพบเจออะไรมาไม่น้อย

เวลานี้ หนานหวยเหรินพลอยมองไปทางอาจารย์ของตน สำหรับหนานหวยเหรินคนนี้คงยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาเป็นคนลื่นไหลปรับตัวได้ดี การจับทิศทางความคิดของคนอื่น เขาทำได้ดีกว่าอาจารย์ของตนมากนัก

ในวินาทีนี้ หนานหวยเหรินเข้าใจทันทีว่า ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่ต้องเลือก อาจารย์ของเขาก็เช่นกัน คำพูดของหลี่ชีเย่ หมายความอย่างชัดเจนว่า พวกเขาจะยอมเป็นพวกของหลี่ชีเย่ หรือ จะยังคงยืนอยู่ข้างเหล่าผู้อาวุโสทั้งหก

อันที่จริง พวกเขาที่คนหนึ่งเป็นทูตประจำหอนอก อีกคนเป็นผู้คุมกฎ ไม่ว่าจะเป็นฐานะหรือตำแหน่ง พวกเขาไม่ใช่บุคคลปลายแถวในสำนักโบราณสี่เหยียน โดยเฉพาะผู้คุมกฎม่อ หากเทียบตำแหน่งในสำนักก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาเป็น 1 ใน 12 ผู้คุมกฎ เป็นรองแค่เพียงหกผู้อาวุโสเท่านั้น! หากบอกว่าผู้คุมกฎคนหนึ่ง จู่ๆ ยอมเข้าเป็นพวกกับศิษย์ที่เพิ่งเข้าสำนักมาได้ไม่นาน คนที่ได้ยินคงคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระเหลือเกิน

ผู้คุมกฎม่อนิ่งเงียบ และในเสี้ยววินาทีนั้น หนานหวยเหรินสัมผัสได้ถึงแสงสว่าง ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เขาจ้องมองประตูที่เปิดขึ้นเบื้องหน้าอย่างตื่นตระหนก

“อาจารย์” หนานหวยเหรินสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง พร้อมกับเรียกผู้คุมกฎม่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ผู้คุมกฎม่อรู้สึกตระหนกในใจ หนานหวยเหรินเป็นศิษย์ของเขา เขาจะไม่เข้าใจศิษย์ของตนได้อย่างไร? ทว่า เรื่องนี้ มันฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด เขาเป็นถึงผู้คุมกฎ แต่กลับมายอมจำนนต่อศิษย์ที่เพิ่งเข้าร่วมสำนัก เรื่องแบบนี้ ช่างไร้สาระสิ้นดี นอกเสียจากว่า เขาจะบ้าไปแล้ว!

“คำพูดของเจ้า ข้าพร้อมทำตามไม่ขัดขืน!” ท้ายที่สุด ผู้คุมกฎม่อสูดลมหายใจเฮือก เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุด เป็นการเลือกที่ผิดธรรมชาติที่สุดในชีวิตของเขา!

ในเวลานั้น ผู้คุมกฎม่อคิดว่าตนคงเสียสติไปแล้ว เขาเป็นถึงผู้คุมกฎ อาจารย์ของเขาคือหนึ่งในหกผู้อาวุโส แต่เขากลับยอมจำนนต่อศิษย์คนหนึ่งที่เพิ่งเข้าสำนักมาได้ไม่นาน และพร้อมที่จะปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่......

----------------------------------------------------------------------------

ราชันอหังการ: Chapter0023 ตอนที่ 24