ราชันอหังการ: Chapter0022 ตอนที่ 23

#23Chapter0022

บทที่ 22 ถ้ำทิพย์ (2)

ใช่แล้ว ผู้วิเศษนพเก้าคือไก่ป่าตัวหนึ่งที่ผ่านการบำเพ็ญตน จนกระทั่งได้กลายเป็นหนึ่งในผู้วิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้น เขาเคยสร้างบารมีไปอย่างกว้างขวาง ใช้ชีวิตอย่างหยิ่งทะนงช่วงหนึ่ง ทว่า ท้ายที่สุดเขาก็ต้องยอมศิโรราบให้กับหลี่ชีเย่ สุดท้ายจึงยอมลงจากเขาเพื่อช่วยงานราชันเซียนหมิงเหริน!

“ปีศาจฟ้าหนึ่งเดียว” นี่คือคำขวัญของผู้วิเศษนพเก้า ส่วน “ขนไก่ร่วงเต็มพื้น” คือคำพูดติดตลกของหลี่เย่ในเวลานั้น ความลับของที่นี่ ย่อมไม่มีใครในโลกที่ล่วงรู้!

ภาพที่เหนือความเป็นจริงเบื้องหน้า ทำให้เหล่าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าไม่อยากเชื่อสายตา เหล่าเจ้าสำนัก ผู้มีพรสวรรค์รุ่นแล้วรุ่นเล่าต่างพยายามตีความนัยยะของคำว่า “ปีศาจฟ้าหนึ่งเดียว” แต่แล้ว คิดไม่ถึงว่า ท้ายที่สุดมันจะเป็นคำว่า “ขนไก่ร่วงเต็มพื้น” !

หลี่ชีเย่เรียกบรรพชนของพวกเขาว่าปีศาจไก่ คำพูดนี้ช่างหมิ่นเกียรติกันเหลือเกิน ทว่า เวลานี้เมื่อเหล่าผู้อาวุโสลองตั้งใจคิดดู เรื่องนี้มีมูลอยู่จริง เพราะผู้วิเศษนพเก้าบรรพชนของพวกเขาคือไก่ป่าที่บำเพ็ญตนจนสำเร็จจริงๆ !

“ดูซิว่าบรรพชนของพวกเจ้าเหลืออะไรดีๆ ให้พวกเจ้าบ้าง” หลี่ชีเย่ยิ้มอย่างสบายใจ พลางเดินเข้าไปยังถ้ำทิพย์ โดยไม่สนว่าเหล่าผู้อาวุโสจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

เหล่าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าได้สติกลับมา จึงรีบตามเข้าไปยังถ้ำทิพย์ทันที!

ภายในถ้ำทิพย์ มีห้องสมบัติเพียงหนึ่งห้อง ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องสมบัติ จู่ๆ ก็มีแสงสว่างปรากฏขึ้น ประกายเซียนทอแสง รัศมีห้องสมบัติสาดทอ ภาพที่เห็นนั้นละลานตาเหลือเกิน

ภายในห้องสมบัติ มีทั้งของวิเศษ มีทั้งโลหะเซียน รวมทั้งศิลาเทพและตำราวิเศษที่ถูกเก็บอยู่ในกล่องโบราณ...... ชั่วขณะหนึ่ง สีสันที่สาดทอภายในห้องสมบัติ ทำให้เกิดอาการลายตาโดยไม่รู้ตัว

“สมบัติเจ้าปีศาจไก่เฒ่าเยอะน่าดู” หลี่ชีเย่กวาดตามองพลางพูดงึมงำ ไม่เสียทีที่ผู้วิเศษนพเก้าคือหนึ่งในผู้วิเศษที่แข็งแกร่งที่สุด สมบัติที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิตมีมากมายจนน่าตกใจจริงๆ

“เจ้าว่าไงนะ?” หัวหน้าผู้อาวุโสที่ยืนอยู่ใกล้กับหลี่ชีเย่ที่สุดได้ยินคำของหลี่ชีเย่ จึงอดถามขึ้นไม่ได้

หลี่ชีเย่ส่ายหน้าพลางพูดขึ้น: “ไม่ได้พูดอะไร แค่พึมพำกับตัวเองเท่านั้น” คำพูดของหลี่ชีเย่ทำให้หัวหน้าผู้อาวุโสจ้องมองเขาด้วยความสงสัย เขารู้สึกว่าเด็กหนุ่มอายุสิบสามปีตรงหน้าคนนี้ ช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกิน!

“กระบี่คู่มังกรม่วง......” ผู้อาวุโสบางท่านมองดูของวิเศษชิ้นแล้วชิ้นเล่าที่ลอยอยู่ในห้องสมบัติ ในชั่วขณะหนึ่งที่พวกเขาต้องตกอยู่ในภวังค์: “เจดีย์ปราบมาร, ช้อนธารเก้าดารา, เรือไม้สวรรค์...... นี่ นี่คือของวิเศษที่มีในบันทึกของสำนัก!”

“นี่ นี่คือคัมภีร์ชิงมู่......” ผู้อาวุโสบางท่านมองดูคัมภีร์ที่วางอยู่บนชั้นหนังสือ พูดด้วยความประหลาดใจอย่างอดไม่ได้

เวลานี้ เหล่าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้าต่างตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ เท่าที่ดูก่อนหน้านี้บรรพชนของพวกเขาคงยกของวิเศษและเคล็ดวิชาให้พวกเขาเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น!

อันที่จริง เวลานั้นของวิเศษของผู้วิเศษนพเก้ามีอยู่มากจริงๆ นอกจากของที่เขาสะสมเองมาทั้งชีวิตแล้ว หลังจากที่ราชันเซียนหมิงเหรินสืบทอดชะตาฟ้า ด้วยความที่เห็นแก่เขาซึ่งคอยรับใช้สร้างผลงานไว้มากมาย ยังได้มอบของวิเศษให้เขาอีกไม่น้อย!

“ของ ของวิเศษราชันเซียน!” เวลานี้ สายตาของหัวหน้าผู้อาวุโสกำลังเพ่งไปยังโต๊ะหยกที่อยู่ ณ ใจกลางห้องสมบัติ บนโต๊ะหยกนั้นมีกล่องโบราณใบหนึ่งวางอยู่ แม้กล่องโบราณนั้นจะถูกล็อค ทว่า ก็ยังไม่อาจปกปิดกลิ่นอายราชันเซียนที่เปล่งรัศมีอยู่ภายในกล่องเอาไว้ได้

แม้ว่าของวิเศษราชันเซียนจะเปล่งแค่รัศมีราชันเซียนออกมาเท่านั้น แต่ทว่า รัศมีราชันเซียนนั้นกลับสูงขึ้นเสียดฟ้า แค่เพียงรัศมี แต่ดูราวกับลอยตัวเหนือเก้าฟ้า ชะตาฟ้าลอยล่อง สรรพสิ่งหวนคืน สิ่งมีชีวิตทั้งฟ้าและดินต่างก็ต้องยอมสิโรราบให้กับรัศมีราชันเซียนนี้!

“ของวิเศษราชันเซียน” เวลานี้ เหล่าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว ด้วยความตื่นเต้นที่สุด! ของวิเศษราชันเซียน คือสมบัติที่ราชันเซียนทิ้งเอาไว้ เป็นสิ่งที่ราชันเซียนสร้างขึ้นเองกับมือ!

“อย่าลืมล่ะ ว่าข้าเลือกสมบัติได้ก่อนหนึ่งชิ้น” ระหว่างที่เหล่าผู้อาวุโสอยู่ในอาการตื่นเต้น หลี่ชีเย่เอ่ยแทรกขึ้นช้าๆ คำพูดของเขาเหมือนน้ำเย็นเฉียบที่สาดใส่หน้าของเหล่าผู้อาวุโส

เหล่าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าใช้สายตาเหี้ยมเกรียมจดจ้องหลี่ชีเย่ หากหลี่ชีเย่เลือกของวิเศษราชันเซียนจริง พวกเขาก็คงฝันสลายทันที

ท่ามกลางสายตาเหี้ยมเกรียมของเหล่าผู้อาวุโส หลี่ชีเย่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างผ่อนคลาย โดยไม่เกรงกลัวว่าสำนักปีศาจนพเก้าจะกลับคำ แม้ว่าผู้อาวุโสทั้งหมดของสำนักปีศาจนพเก้าจะอยู่ที่นั่น เขากลับยังคงท่าทีสบายใจไม่ต่างจากที่เคยเป็น

ท้ายที่สุด หัวหน้าผู้อาวุโสสูดลมหายใจลึกพลางเอ่ยปากพูดขึ้น: “สำนักปีศาจนพเก้าของเราพูดคำไหนคำนั้น ในเมื่อฝ่าบาทของเรารับปากแล้ว สำนักปีศาจนพเก้าไม่มีทางคืนคำเด็ดขาด!” พูดดังนั้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เพราะนี่หมายถึงของวิเศษราชันเซียน ทว่า คำพูดของกษัตราวงตะวันถือเป็นที่หนึ่ง พวกเขาไม่อาจตระบัดสัตย์ได้!

“ถือว่าพวกเจ้ายังมีเกียรติอยู่บ้าง” หลี่ชีเย่ยังคงท่าทีเรียบเฉย ดูผ่อนคลายดังเดิมพร้อมพูดขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ: “ข้าเริ่มชื่นชมกษัตราวงตะวันของพวกเจ้าแล้วสิ”

คำพูดจาอวดดีของหลี่ชีเย่ ทำให้เหล่าผู้อาวุโสพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ กษัตราปีศาจของพวกเขาคือบุคคลอันยิ่งใหญ่ มีคุณสมบัติสูงส่ง อย่าว่าแต่ในพื้นที่ดินแดนภาคกลางเลย แม้แต่ทั่วทั้งตี้เจียง กษัตราวงตะวันของพวกเขาก็ถือเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่อย่างที่สุด

วันนี้ กลับมีเด็กหนุ่มอายุเพียงสิบสามปีมาพูดวิพากษ์วิจารณ์อย่างอวดดี บอกว่าชื่นชมกษัตราปีศาจของพวกเขา หากมีคนนอกได้ยินเข้า คงหัวเราะขำจนฟันร่วงแน่นอน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหล่าผู้อาวุโสต้องเจอกับคำโอ้อวดของหลี่ชีเย่ สำหรับคำพูดคุยโวแบบนี้ นอกจากการนิ่งเงียบพวกเขาจะทำอะไรได้อีก?

“แปะ......แปะ......แปะ......” ระหว่างที่เหล่าผู้อาวุโสนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา หลี่ชีเย่ปรบมือขึ้น 3 ครั้ง เมื่อสิ้นเสียงปรบมือของเขา ภายในห้องสมบัติพลันมีหีบโบราณใบหนึ่งลอยขึ้นมา หีบโบราณนั้นลอยลงมาตกอยู่ในมือเขา

หลี่ชีเย่ไม่เหลือบมองเป็นครั้งที่สอง เขาเก็บกล่องโบราณที่ว่าเข้าไปในอก พลางพูดขึ้นเรียบๆ : “ก็แค่ของวิเศษราชันเซียน จะตื่นเต้นไปทำไม?!” หลังพูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไปทันที

ช่วงเวลาหนึ่ง ที่เหล่าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้านิ่งอึ้งไป การที่พวกเขาไม่มีปฎิกิริยาโต้ตอบนั้นมาจากสองสาเหตุ ข้อหนึ่ง หลี่ชีเย่เพียงแค่ปรบมือ 3 ครั้ง กล่องโบราณนั่นก็ลอยมาหาเขา ช่างน่ากลัวเหลือเกิน ขณะเดียวกันพวกเขาก็สงสัยว่าในกล่องโบราณใบนั้น มันเก็บของอะไรไว้กันแน่; ข้อสอง จากที่หลี่ชีเย่ว่า ของวิเศษราชันเซียนกลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร ของวิเศษราชันเซียน สำหรับคนที่มีความรู้รอบตัวบ้างก็น่าจะรู้ว่ามันมีความหมายว่าอย่างไร แต่แล้ว หลี่ชีเย่กลับพูดถึงมันอย่างไร้ค่า ช่างบ้าดีเดือดเหลือเกิน!

กว่าเหล่าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าจะเรียกสติกลับมาได้ หลี่ชีเย่ก็กลับไปแล้ว หลังจากที่เหล่าผู้อาวุโสตื่นจากภวังค์ จึงง่วนอยู่กับการจัดตำราในห้องสมบัติ พร้อมขนย้ายสมบัติชิ้นแล้วชิ้นเล่าเข้าไปยังคลังสมบัติ......

กว่าที่เหล่าผู้อาวุโสจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างจนเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยมาสามวันแล้ว เรียกได้ว่าสามวันมานี้ สำนักปีศาจนพเก้าได้ทำการรับรองพวกหลี่ชีเย่อย่างทรงเกียรติที่สุดเลยทีเดียว

สามวันให้หลัง อวี้เหอเดินทางมาเชิญหลี่ชีเย่อีกครั้ง อวี้เหอในฐานะหัวหน้าผู้คุมกฎ ทำหน้าที่พาตัวหลี่ชีเย่ไปยังวิหารฟ้าอีกครั้ง อวี้เหอผู้ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นถึงอ๋อง กลับต้องมาทำหน้าที่สารถีในวันนี้ ทว่า เขากลับไม่รู้สึกแค้นเคืองเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เขาเข้าใจดีว่าหลี่ชีเย่มีความสำคัญกับสำนักปีศาจนพเก้ามากแค่ไหน

ภายในวิหารฟ้า เหล่าผู้อาวุโสอยู่ที่นั่นโดยพร้อมเพรียง กษัตราวงตะวันยังคงไม่เผยโฉมหน้า ในวันนี้ เหล่าผู้อาวุโสมองหลี่ชีเย่ด้วยสายตาประหลาด พวกเขาพูดได้เพียงว่า หลี่ชีเย่ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!

หลังจากที่หลี่ชีเย่นั่งลง เสียงของกษัตราวงตะวันจึงดังขึ้นอีกครั้ง: “ข้ายังคงกักตนอยู่ ไม่อาจพบคุณชายหลี่ได้ น่าเสียดายเหลือเกิน”

บุคคลที่สูงส่งอย่างกษัตราวงตะวัน ในยุคนี้ พูดได้ว่าเขาคือผู้มีอำนาจสูงสุดในดินแดนภาคกลาง แต่การพูดจาในวันนี้ กลับดูเกรงอกเกรงใจเด็กหนุ่มอายุสิบสามปีตรงหน้าเหลือเกิน หากเรื่องราวนี้แพร่งพรายออกไป คงสะเทือนไปทั่วพื้นที่ตี้เจียงแน่นอน!

“โอกาสข้างหน้ายังอีกยาวไกล ไม่ต้องรีบร้อน” แม้จะเผชิญหน้ากับกษัตราวงตะวัน แต่หลี่ชีเย่ยังคงความผ่อนคลาย นั่งอยู่ตรงนั้นอย่างสบายอารมณ์ ไม่มีความประหม่าแม้แต่น้อย

กษัตราวงตะวันนิ่งเงียบไปนาน และแล้วเสียงของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง: “คุณชายหลี่มาอยู่ที่สำนักปีศาจนพเก้าของเราดีไหม? สิ่งที่สำนักโบราณสี่เหยียนให้คุณชายหลี่ได้ เราเองก็ให้ท่านได้เช่นกัน”

การที่กษัตราวงตะวันพูดจาเช่นนั้นออกมา โดยที่เหล่าผู้อาวุโสต่างยังคงท่าทีเรียบเฉยดังเดิม ไร้ข้อกังขาใดๆ เพราะกษัตราวงตะวันได้หารือเรื่องนี้กับเหล่าผู้อาวุโสมาเรียบร้อยแล้ว

คำพูดของกษัตราวงตะวัน ทำให้หลี่ชีเย่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากเทียบกัน สำนักปีศาจนพเก้าอยู่เหนือกว่าสำนักโบราณสี่เหยียนมาก สำนักปีศาจนพเก้าทุกวันนี้แข็งแกร่งกว่าสำนักโบราณสี่เหยี่ยนหลายเท่านัก! สำหรับผู้บำเพ็ญตนทุกคน โดยเฉพาะในกลุ่มศิษย์รุ่นใหม่ หากมีตัวเลือกอย่างสำนักปีศาจนพเก้าและสำนักโบราณสี่เหยียน คำตอบย่อมต้องเป็นสำนักปีศาจนพเก้าแน่นอน

ท้ายที่สุด หลี่ชีเย่เผยรอยยิ้ม สายหน้าเบาๆ พลางพูดขึ้น: “ความหวังดีของกษัตราปีศาจ ข้าขอขอบคุณ แต่ข้ามีบุพเพกับสำนักโบราณสี่เหยียน ในเมื่อข้าเป็นศิษย์เอกของสำนักโบราณสี่เหยียน ข้าก็ขอเป็นศิษย์ของสำนักโบราณสี่เหยียนไปชั่วชีวิต!”

สำหรับสำนักโบราณสี่เหยียน มันมีเรื่องราวมากมายสำหรับหลี่ชีเย่ แม้ว่า เขาจะไม่ชอบใจเหล่าเจ้าสำนักรุ่นหลังของสำนักโบราณสี่เหยียนนัก โดยเฉพาะศิษย์เอกของราชันเซียนหมิงเหริน หลังจากที่ราชันเซียนหมิงเหรินจากไป เขาก็ไม่เคยกลับไปยังสำนักโบราณสี่เหยียนอีก ทว่า ไม่ว่ายังไงมันก็ถูกเขาสร้างขึ้นมาเองกับมือ!

แม้ว่า สำนักปีศาจนพเก้าทุกวันนี้จะแข็งแกร่งกว่าสำนักโบราณสี่เหยียนมากแค่ไหน ทว่า ระหว่างสองสำนัก ต่างมีข้อดีข้อด้อย อีกอย่าง เขาไม่ถือสาหากจำเป็นต้องสร้างสำนักโบราณสี่เหยียนขึ้นใหม่อีกครั้ง!

เมื่อเขาไม่เลือกอยู่ที่เมืองเจิ้นเทียนไห่ต่อ เขาย่อมไม่เลือกอยู่ที่สำนักปีศาจนพเก้าต่อแน่นอน เขาเลือกสำนักโบราณสี่เหยียน เขามีเหตุผลส่วนตัวของเขาเอง

“หึ กะอีแค่สำนักโบราณสี่เหยียน จะเทียบอะไรกับสำนักปีศาจนพเก้าได้!” ผู้อาวุโสบางท่านพูดอย่างไม่พอใจ!

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เหล่าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้าจะไม่พอใจ ทุกวันนี้ สำนักปีศาจนพเก้าของพวกเขาปกครองแคว้นกู่หนิวเจียง เป็นผู้นำลัทธินับร้อย ครองบัลลังก์ราชา มีผู้คนมากมายที่อยากเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสำนักปีศาจนพเก้า แต่แล้ว วันนี้กษัตราวงตะวันที่เอ่ยปากขอให้หลี่ชีเย่อยู่ที่นี่ด้วยตนเอง แต่เขากลับกล้าปฏิเสธ เท่ากับเป็นการไม่ให้เกียรติกันเลยสักนิด

สำหรับคำพูดของผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้า หลี่ชีเย่ได้แต่ยิ้มพลางพูดขึ้นเรียบๆ : “บุคคลที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ย่อมไม่สนใจว่าสำนักจะเข้มแข็งหรือไม่ ความไร้เทียมทานที่แท้จริง ย่อมไม่สนใจว่าจะมีจุดกำเนิดจากอ๋องหรือเศษวัชพืช!

ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น เหล่าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าเกิดความรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก คำพูดที่ดูผ่อนคลาย น้ำเสียงเรียบเฉย แต่คำที่ออกมากลับอวดดีอย่างที่สุด!

แต่แล้ว คำพูดเหล่านี้ที่ออกมาจากปากของเด็กหนุ่มวัยเพียงสิบสามปี ทว่า ท่าทีผ่อนคลายของหลี่ชีเย่ ความนิ่งเฉยของเขา กลับดูไม่เหมือนผู้น้อยที่พูดจาบ้าดีเดือดหรือโฉดเขลาแม้แต่น้อย!

----------------------------------------------------------------------------

ราชันอหังการ: Chapter0022 ตอนที่ 23