ราชันอหังการ

ราชันอหังการ: Chapter0011 ตอนที่ 12

#12Chapter0011

บทที่ 11 ข้ายโส ข้าจองหอง (1)

แม้หนานหวยเหรินจะไม่ได้มีพรสวรรค์โดดเด่นอะไร ทว่า คุณสมบัติของเขาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่เช่นนั้น เขาคงไม่ได้เป็นทูตประจำหอ เขาเคยมีโอกาสได้อ่าน “ดาบฉีเหมิน” ในสายตาของเขา วิชาดาบนี้เป็นเพียงทักษะการต่อสู้ธรรมดาเท่านั้น วันนี้ ภายใต้ฝีมือของหลี่ชีเย่มันกลับมีพลังทำลายล้างที่น่าอัศจรรย์

สิ่งที่หลี่ชีเย่พูด หนานหวยเหรินไม่ได้เชื่อไปซะทีเดียว ทว่า เมื่อได้เห็นกับตา เขาจึงอดพูดไม่ได้: “ทักษะการต่อสู้ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่อาจเทียบกับวิชาเต๋าได้ ทักษะการต่อสู้เป็นเพียงแค่ส่วนเสริมเท่านั้นเอง”

อันที่จริง จนถึงตอนนี้เขาเองยังไม่อยากเชื่อว่าแค่วิชาดาบฉีเหมินจะกลายเป็นฆาตรกรสังหารผู้บำเพ็ญตนในระดับตู้หย่วนกวนได้ แต่ เรื่องที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่เขาเห็นเองกับตา!

เรื่องที่หนานหวยเหรินไม่อยากเชื่อสายตา หลี่ชีเย่ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เขายังคงท่าทีผ่อนคลายพูดขึ้นช้าๆ: “นั่นต้องดูว่าเป็นทักษะการต่อสู้ของใคร และวิชาเต๋าของใคร!”

หนานหวยเหรินย่อมไม่รู้ว่า ถึงดาบฉีเหมินจะเกิดขึ้นจากพื้นฐานธรรมดา ทว่า ภายหลังมันได้รับการขัดเกลาจากราชันเซียนหมิงเหริน ทักษะดาบนี้อาจเทียบกับวิชาราชันไม่ได้ แต่ หากเทียบกับวิชาเต๋าทั่วไป ย่อมต้องเหนือกว่าแน่นอน

หนานหวยเหรินยังคงสงสัย หากเป็นก่อนหน้านี้ เขาคงคิดว่าหลี่ชีเย่กำลังพูดจาเพ้อเจ้อ แต่สำหรับตอนนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่หลี่ชีเย่ไม่เจียมตัวคิดไปเองแน่นอน สิ่งที่เขาทำก่อนหน้านี้ มากพอที่จะพิสูจน์ว่าเขามีความพร้อมและรู้วิธีที่จะกุมชัยชนะ

เรื่องนี้ทำให้หนานหวยเหรินมองหลี่ชีเย่ด้วยสายตาแปลกประหลาด เขาเป็นคนมีไหวพริบเอาตัวรอดเก่งและพูดได้ว่าเป็นคนช่างสังเกต สามารถจับทางความคิดของคนอื่นได้พอตัว แต่ สำหรับหลี่ชีเย่ในวัย 13 ที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้ มันกลับเป็นความรู้สึกว่างเปล่าเข้าไม่ถึง

หลี่ชีเย่ในวัย 13 ด้วยอายุเพียงเท่านี้ เป็นเพียงแค่ศิษย์ที่เข้ามายังสำนักโบราณสี่เหยียนได้ไม่นาน ศิษย์ที่ยังอ่อนประสบการณ์ แต่แล้ว หลี่ชีเย่ในวัย 13 ปี กลับดูลึกลับราวกับมหาสมุทร นิ่งเรียบราวกับผืนน้ำ ให้ความรู้สึกที่ซับซ้อนยากเข้าถึง

หลายวันก่อน หลี่ชีเย่ยังเป็นเพียงคนที่ถือป้ายโบราณสี่เหยียนของซานกุ่ยเหยียเพื่อเรียกร้องขอเป็นศิษย์เอกของสำนักอยู่เลย ชะตาปุถุชน รอบชีวิตปุถุชน กายปุถุชน อย่าว่าแต่ผู้อาวุโสทั้ง 6 เลย แม้แต่เขาหนานหวยเหรินยังคิดว่าหลี่ชีเย่ไม่ใช่คนที่ดูมีอนาคตนัก

ในช่วงแรกที่ได้รู้จักกับหลี่ชีเย่ เขาถึงขั้นคิดว่าหลี่ชีเย่อาจมีอาการทางประสาท เป็นพวกหลงตัวเองไม่กลัวใครหน้าไหน ทว่า เวลานี้เมื่อลองวิเคราะห์จากหลายวันที่ผ่านมาที่เขาได้มีโอกาสอยู่กับหลี่ชีเย่ ในมุมของเขาที่คิดว่าหลี่ชีเย่ช่างโฉดเขลา แต่สำหรับหลี่ชีเย่ดูเหมือนมันจะดำเนินไปตามเหตุและผลที่สมควรแล้ว!

ระหว่างที่หนานหวยเหรินยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย อาจารย์ของเขาก็ยังคิดอะไรไม่ออก สังหารศิษย์สำนักปีศาจนพเก้า อีกทั้งตู้หย่วนกวงยังเป็นศิษย์คนสำคัญของผู้คุมกฎสวี่ เท่ากับเป็นการนำหายนะครั้งใหญ่มาให้กับสำนักโบราณสี่เหยียน!

“ภัยมาถึงตัว!” ผู้คุมกฎม่อหมดสิ้นหนทาง: “เรื่องการทดสอบเอาไว้ก่อน เรากลับสำนักกันเถอะ!” เวลานี้ การที่พวกเขาสามคนยังอยู่ที่สำนักปีศาจนพเก้า ไม่ต่างจากการเอาตัวเองไปอยู่ในสระมังกรหรือถ้ำเสือ!

พวกเขาเพียงแค่สามคน คงไม่อาจต้านทานสำนักที่ยิ่งใหญ่อย่างสำนักปีศาจนพเก้าได้ เวลานี้ผู้คุมกฎม่อมีเพียงความคิดเดียว คือหนี! หนีไปจากสำนักปีศาจนพเก้า หนีกลับสำนักโบราณสี่เหยียน

“แค่เรื่องเล็กน้อย ใยต้องหนี” คนก่อเรื่องอย่างหลี่ชีเย่กลับยังคงท่าทีผ่อนคลาย เขานอนอยู่บนเกาอี้พร้อมวางมาดเล็กน้อย พลางพูดขึ้นช้าๆ: “เท่าที่ข้าดู ไม่มีสถานที่ไหนปลอดภัยกว่าสำนักปีศาจนพเก้าอีกแล้ว”

ผู้คุมกฎม่อจ้องหลี่ชีเย่เขม็ง คนไม่รู้จักคิด เขาอยากจะบ้องหูของหลี่ชีเย่สักหลายๆ ครั้ง แต่เมื่อมีภัยอยู่ตรงหน้า เขาจึงไม่มีกะจิตกะใจที่จะสั่งสอนใครอีก!

“เจ้าจะรู้อะไร!” แม้แต่คนพูดน้อยอย่างผู้คุมกฎม่อก็อดสบถด่าออกมาไม่ได้: “เจ้าคิดว่าแค่สังหารตู้หย่วนกวงคนเดียวก็เก่งกาจไร้เทียมทานแล้วงั้นเหรอ! เจ้ายังไม่รู้ว่าสำนักปีศาจนพเก้ายิ่งใหญ่แค่ไหน! อย่าว่าแต่ผู้อาวุโส, กษัตราปีศาจเลย แค่ผู้คุมกฎคนเดียว ก็มากพอที่จะรับมือกับผู้อาวุโสทั้งหกของสำนักโบราณสี่เหยียนแล้ว! หากสำนักปีศาจนพเก้าต้องการชีวิตเรา ก็คงง่ายเหมือนกับขยี้มดในมือ!”

สิ่งที่ผู้ค้มกฏม่อพูดเป็นเรื่องจริง ผู้อาวุโสทั้งหกของสำนักโบราณสี่เหยียน หากถูกวางตัวในแคว้นซั่ง อย่างมากก็คงเป็นได้เพียงแค่วีรบุรุษ ทว่า แค่เจ้าหอของสำนักปีศาจนพเก้าก็มีความสามารถในระดับวีรบุรุษแล้ว ในส่วนผู้อาวุโสของพวกเขานั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง สำหรับกษัตราปีศาจของสำนักปีศาจนพเก้า เขาคือบุคคลที่สร้างตำนานอันน่าพรั่นพรึงมากว่าสามหมื่นปี! ว่ากันว่า กษัตราวงตะวันได้ก้าวข้ามขีดจำกัด จนไม่อาจคะเนได้แล้ว!

“ผู้คุมกฎม่ออย่าเพิ่งตระหนก” หลี่ชีเย่พูดด้วยท่าทีคงเดิม: “ก็แค่สำนักปีศาจนพเก้าเท่านั้น หากอยู่ข้างนอก ข้าอาจรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ ภายในสำนักปีศาจนพเก้า ต้องคอยดูมากกว่าว่าใครกันแน่ที่จะเป็นคนขยี้! จะอ๋องหรือวีรบุรุษ ก็ไม่เห็นต้องกลัว!”

คำพูดบ้าระห่ำของหลี่ชีเย่ ทำให้ผู้คุมกฎม่อโกรธจนตัวสั่น ผู้อาวุโสทั้งหกของสำนักโบราณสี่เหยียนเป็นได้เพียงแค่วีรบุรุษเท่านั้น เวลานี้เขาเพิ่งเข้าร่วมสำนักได้ไม่กี่วันกลับกล้าปากดีพูดจาดูหมิ่นยอดฝีมือระดับวีรบุรุษและอ๋อง

“เจ้า......” ผู้คุมกฎม่ออยากตบบ้องหูเจ้าคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงคนนี้จริงๆ!

แต่แล้วเวลานั้นเอง จู่ๆ ก็มีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นด้านนอก! สีหน้าหนานหวยเหรินเปลี่ยนไปทันที เขารีบพุ่งตัวออกไปดู ทว่า เขากลับพุ่งตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเปลี่ยนสีพูดเสียงแหบแห้ง: “แย่แล้ว! ที่พักของเราถูกศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าล็อคเอาไว้แล้ว!”

สีหน้าของผู้คุมกฎม่อเปลี่ยนไปเขายืนขึ้นทันที ทันใดนั้นเองมีคนจำนวนหนึ่งเดินเข้ามา นำโดยเจ้าหอฟู่ซึ่งในเวลานี้มีสีหน้าไม่น่าดูอย่างที่สุด

“ที่ฟู่ เราสองสำนัก เกิดความเข้าใจผิดเล็กน้อย!” เมื่อเห็นเจ้าหอฟู่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเยือกเย็น ผู้คุมกฎรู้ทันทีว่าไม่อาจเลี่ยงภัยครั้งนี้ได้ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เผชิญหน้าอย่างกล้ำกลืน

“เข้าใจผิด? หากเขาใจผิด ก็ไปชี้แจงกับศิษย์หลานสวีเองเถอะ” เจ้าหอฟู่กระแอมเยือกเย็น ข้างกายเขามีคนหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่

คนหนุ่มคนนี้สวมชุดสีทอง ลมปราณแข็งแกร่ง เบื้องหลังศีรษะมีประกายแสงสีทอง ชายหนุ่มมีอายุราว 20 ปี ทว่า กลับมีบารมีที่น่าเกรงขามเหลือเกิน

ทันทีที่เห็นชายหนุ่มคนนั้น ผู้คุมกฎม่อมีอาการตัวสั่นเล็กน้อย ชายหนุ่มตรงหน้า น่าจะอยู่ในระดับเจินมิ่ง! อายุเพียงเท่านี้แต่กลับมีพลังในระดับนี้ ช่างร้ายกาจเหลือเกิน ในเวลานั้น เขาใช้เวลาถึง 56 ปีจึงจะสามารถมาถึงระดับที่ว่าได้!

“นี่คือศิษย์เอกของผู้คุมกฎสวี่ ศิษย์หลานสวี! ตู้หย่วนกวงกำลังจะกราบอาจารย์เป็นศิษย์ของผู้คุมกฎสวี่ แต่ตอนนี้กลับต้องมาตายอย่างอนาถ ศิษย์หลานสวีจึงมาเพื่อทวงความยุติธรรม! ” ผู้คุมกฎฟู่พูดอย่างเยือกเย็น

เมื่อสวีฮุยคนนี้ก้าวออกมา นัยน์ตาของเขาฉายประกายสีทอง ท่าทางนั้นช่างน่าเกรงขามเหลือเกิน ราวกับกระบี่เทพที่ถูกชักออกจากฝัก ทั่วทั้งตัวมีแต่รังสีอำมหิต ราวกับสามารถกลืนกินคนทั้งคนลงไปได้

แน่นอนว่าสวีฮุยนั้นแข็งแกร่งกว่าตู้หย่วนกวงมาก แม้ว่าสวีฮุยจะไม่ใช่ผู้มีพรสวรรค์ที่สุดในสำนักปีศาจนพเก้า แต่ก็ถือเป็นศิษย์ที่มีผลงานโดดเด่น สามารถจัดการเรื่องราวต่างๆ ด้วยตนเอง!

“ฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต หนี้เลือดชำระด้วยเลือด เรื่องนี้ยังต้องพูดอะไรอีก!” สวีฮุยพูดอย่างโหดเหี้ยม สายตาประหนึ่งสัตว์ร้ายจ้องเขม็งไปที่หลี่ชีเย่ ราวกับสามารถฉีกหลี่ชีเย่เป็นชิ้นๆ ได้ในพริบตา

ผู้คุมกฎม่อพยายามคลี่คลายสถานการณ์: “สหายสวี มันเป็นความเข้าใจผิด ศิษย์สำนักข้าไม่ได้มีเจตนาสังหารศิษย์แซ่ตู้ มันเป็นการพลั้งมือ!”

“ฆ่าคนชดใช้ด้วยชีวิต!” สวีฮุยพูดอย่างเหี้ยมเกรียม: “เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเจรจาอะไรแล้ว พวกเจ้าสำนักโบราณสี่เหยียนแค่ส่งตัวคนทำผิดออกมา ไม่งั้น เท่ากับสำนักโบราณสี่เหยียนรนหาที่ตายเอง ระวังเถอะว่าอาจนำภัยไปสู่ทั้งสำนัก!”

สวีฮุยเป็นเพียงแค่ศิษย์รุ่นที่ 3 อย่างน้อยๆ ผู้คุมกฎม่อก็น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับเจ้าหอฟู่ แต่หากพูดถึงตำแหน่ง เขาอยู่ในระดับเดียวกับอาจารย์ของสวีฮุยเจ้าหอสวี่ด้วยซ้ำ แต่ศิษย์รุ่นที่ 3 คนหนึ่งกลับกล้าพูดจาก้าวร้าวแบบนี้

ที่สำคัญที่สุด ในฐานะผู้คุมกฎ ผู้คุมกฎม่อไม่มีทางส่งศิษย์ในสำนักของตนไปให้คนอื่นสังหารแน่นอน! ดังนั้น สีหน้าของผู้คุมกฎม่อจึงเปลี่ยนไปทันที เขาพูดด้วยเสียงทุ้ม: “ศิษย์หลานสวี จะผิดหรือถูกอย่างน้อยก็ควรมีการพิพากษาอย่างยุติธรรม!”

“พิพากษา?” สีหน้าสวีฮุยเย็นชา พูดพร้อมหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม: “ในสำนักปีศาจนพเก้าของเรา ไม่มีการพิพากษา! ผู้ที่สังหารศิษย์ของสำนักปีศาจนพเก้า มีโทษตายสถานเดียว!”

“มิน่า......” ทันใดนั้นเอง หลี่ชีเย่ยืนขึ้นช้าๆ ท่าทีเรียบเฉย เขาเดินออกมามองสวีฮุยเพียงแวบหนึ่งพร้อมพูดขึ้น: “มิน่าสำนักปีศาจนพเก้าจึงเต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึม ที่แท้ก็มาจากสวะอย่างเจ้านี่เอง!”

คำพูดของหลี่ชีเย่ ทำให้หนานหวยเหรินและผู้คุมกฎม่อพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ในใจของหนานหวยเหรินอยากกรีดร้องออกมา ข้าแต่บรรพชน จะตายหรือไงถ้าเจ้าจะสงบปากสงบคำสักนิด การที่เจ้าชี้หน้าสวีฮุยและด่าเขาว่าสวะ มันคือการราดน้ำมันบนกองไฟไม่ใช่หรือไง?

“จากคำพูดของเจ้า มากพอที่จะตายสักพันครั้ง!” โทสะของสวีฮุยลุกโชน ไอสังหารเดือดพล่าน พูดยังไม่ทันจบ มือกว้างง้างไปยังตัวหลี่ชีเย่!

ผู้คุมกฎม่อเป็นผู้คุมกฎของสำนักโบราณสี่เหยียน เขาไม่ยอมให้สวีฮุยทำสำเร็จแน่ เขาเดินหน้ามาก้าวหนึ่ง มือนั้นคว้ามือกว้างของสวีฮุยเอาไว้

“ผู้คุมกฎม่อ รนหาเรื่องเองนะ!” เวลานี้ ผู้คุมกฎฟู่ที่ยืนอยู่ด้านข้างพูดขึ้นอย่างเยือกเย็น มีแสงสว่างรายล้อมรอบตัว เขาก้าวเท้าออกมาขวางผู้คุมกฎม่อเอาไว้ รังสีอันน่าสะพรึงของเขาจะทำให้ผู้คุมกฎม่อรู้สึกหายใจติดขัด

สีหน้าของผู้คุมกฎม่อเปลี่ยนไปทันที ความสามารถของเจ้าหอฟู่อยู่ในระดับวีรบุรุษ แข็งแกร่งกว่าเขามาก นอกเสียจากผู้อาวุโสจะออกโรงเอง ไม่เช่นนั้น คนของสำนักโบราณสี่เหยียนคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา! แต่ เวลานี้ ผู้คุมกฎม่อไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว

“เจ้าหอฟู่ นี่คือวิธีที่สำนักปีศาจนพเก้าของพวกท่านปฏิบัติต่อแขกงั้นหรือ?” ผู้คุมกฎม่อจะยอมไม่ได้! ไม่ว่าโดยพื้นฐานผู้คุมกฎม่อจะเป็นคนแบบไหน อย่างน้อยๆ ต่อหน้าของศัตรู เขาก็จำเป็นต้องปกป้องพวกพ้องของตน!

เจ้าหอฟู่พูดอย่างเหี้ยมเกรียม: “หากผู้คุมกฎม่อยอมส่งผู้กระทำผิดออกมา ท่านจะยังเป็นแขกอันทรงเกียรติของเราสำนักปีศาจนพเก้า! หากผู้คุมกฎม่อคิดว่าสำนักโบราณสี่เหยียนสามารถเป็นศัตรูกับสำนักปีศาจนพเก้าได้ และปกป้องคนผิดต่อไป เกรงว่า เรื่องนี้ผู้คุมกฎม่ออาจไม่ได้เดือดร้อนเพียงลำพัง เพราะมันอาจนำภัยสู่สำนักโบราณสี่เหยียนของท่านด้วย!”

“ภัยต่อสำนัก?” เวลานี้หลี่ชีเย่ที่ยืนอย่างสบายอารมณ์อยู่ทางด้านข้างพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ: “สำนักปีศาจนพเก้าคิดว่าตัวเองสำคัญมากจากไหน สำนักที่มีภัย น่าจะเป็นสำนักปีศาจนพเก้ามากกว่า! ”

ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินต่างส่งสายตาพิฆาตไปให้กับหลี่ชีเย่ โทษตายจากการฆ่าคนอยู่ตรงหน้า เขากลับยังกล้าปากดีอยู่อีก

----------------------------------------------------------------------------

ราชันอหังการ: Chapter0011 ตอนที่ 12