ราชันอหังการ: Chapter0012 ตอนที่ 13
บทที่ 12 ข้ายโส ข้าจองหอง (2)
เขาผู้ซึ่งเข้าร่วมสำนักโบราณสี่เหยียนได้ไม่กี่วัน แต่กลับกล้าคิดที่จะโค่นสำนักปีศาจนพเก้า เรื่องนี้มันบ้าชัดๆ หนานหวยเหรินเพิ่งคิดว่าหลี่ชีเย่นั้นมีอะไรมากกว่าที่คิด แต่ตอนนี้ เขารู้สึกว่าความโฉดเขลาของหลี่ชีเย่ช่างน่าโมโหเหลือเกิน!
สำหรับหลี่ชีเย่ เขาไม่คิดที่จะเหลือบมองเจ้าหอฟู่และสวีฮุยอีกแม้แต่ครั้งเดียว เขาเดินออกไปด้านนอก พูดพร้อมทำราวกับกำลังเดินเล่น: “ไม่ว่าตอนนี้สำนักปีศาจนพเก้าของพวกเจ้าใครจะเป็นผู้นำ! กษัตราปีศาจก็ดี ผู้วิเศษก็ดี ในเมื่อพวกเจ้าอยากอ้างตามกฎ งั้นก็จงทำตามกฎเกณฑ์อย่างซื่อตรง ข้าพร้อมปฏิบัติตาม หากพวกเจ้าไม่คิดจะทำตามเหตุและผล ข้าก็พร้อมที่จะเอาด้วย! วันนี้ข้าอยู่ที่นี่ พร้อมโค่นสำนักปีศาจนพเก้าซะ ให้พวกเจ้าได้ลงไปพบเจ้าไก่แก่ด้านล่างนั่นก็ยังได้!”
“ได้ ได้ เด็กน้อยที่โง่เขลา ข้าจะดึงเอ็นของเจ้า ถลกหนังเจ้าออก ข้าจะดูว่าเจ้าจะโค่นสำนักปีศาจนพเก้ายังไง!” สวีฮุยโกรธจัดแต่ยังคงรอยยิ้มเอาไว้ นี่คือเรื่องตลกที่สุดที่เขาเคยได้ยินในชีวิต ช่างไม่รู้ความและขาดสติสิ้นดี เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอกับคนประเภทนี้!
เวลานี้ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี หลี่ชีเย่ไม่เคยแม้แต่จะฝึกวิชาเต๋ามาก่อน แต่กลับกล้าคุยโวบอกว่าจะโค่นสำนักปีศาจนพเก้า มันช่างโฉดเขลาสิ้นดี! เวลานี้สำนักปีศาจนพเก้าคือสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนภาคกลาง สามารถปกครองแคว้นชายแดน จะมีสักกี่คนที่จะทำลายพวกเขาได้!
สำหรับคำพูดสวีฮุย หลี่ชีเย่ไม่แม้แต่จะรับฟัง เขาเดินออกไปโดยไม่เหลือบมองสวีฮุยเลยสักนิด สวีฮุยถูกคำพูดอวดดีของหลี่ชีเย่ยั่วโมโหจนแทบกะอักเลือด เขาคำรามอย่างกราดเกรี้ยว: “เจ้าสวะ ตายซะเถอะ” ทันทีที่พูดจบ เขาก็พุ่งกระบี่ไปทางหลี่ชีเย่ทันที”
“หยุดนะ......” เวลานั้นเอง ท้องฟ้าเหนือสำนักปีศาจนพเก้ามีเสียงก้องราวกับอัสนีบาต เสียงนั้นเหมือนเสียงคำรามของสายฟ้า มันทรงอานุภาพอย่างน่าตกใจ หนึ่งเสียงคำรามก้อง ที่ไม่มีใครต้านทานได้!
เสียงคำรามทรงอานุภาพนี้ ทำให้ไม่ว่าสวีฮุยหรือเจ้าหอฟู่ต่างต้องเข่าอ่อนโดยไม่รู้ตัว ใจของพวกเขากำลังสั่นสะท้าน
“ผู้อาวุโส.......” ได้ยินเสียงนั้น เจ้าหอฟู่ตัวสั่นอย่างอดไม่ได้ นึกไม่ถึงว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้กลับกระเทือนไปถึงหูผู้อาวุโส!
“ต่อสู้อย่างยุติธรรม หากถูกสังหาร ก็โทษที่ฝีมือไม่ถึง!” เสียงของผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าดังก้องอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า!
ศิษย์สำนักปีศาจนพเก้าจำนวนมาก รวมทั้งเจ้าหอ ผู้คุมกฎระดับกลางและสูงต่างประหลาดใจ เรื่องราวแบบนี้ไปถึงหูของหัวหน้าผู้อาวุโส มันไม่ธรรมดาเสียแล้ว!
ในใจของผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินต่างเกิดความรู้สึกสั่นเทิ้ม นี่คือเสียงของหัวหน้าผู้อาวุโสแห่งสำนักปีศาจนพเก้า ว่ากันว่า เวลานี้หัวหน้าผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้าอยู่ในระดับผู้วิเศษ หลายปีมานี้ สำนักโบราณสี่เหยียนมาเยี่ยมเยียนสำนักปีศาจนพเก้าหลายครั้ง แม้แต่ผู้อาวุโสและเจ้าสำนักก็ยังเคยมายังสำนักปีศาจนพเก้าด้วยตนเอง
ทว่า ผู้อาวุโสของสำนักโบราณสี่เหยียนไม่ได้มีโอกาสที่จะได้พบบุคคลในระดับผู้อาวุโสของสำนักปีศาจนพเก้ามากนัก สำหรับหัวหน้าผู้อาวุโสหรือกษัตราปีศาจก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง!
แต่เรื่องราวในวันนี้กลับไปถึงหูของหัวหน้าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้า ซึ่งก็คือผู้อาวุโสหวิน นัยยะของเรื่องนี้จึงต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
“เรื่องการเกี่ยวดองระหว่างสำนักปีศาจนพเก้าและสำนักโบราณสี่เหยียน เป็นกฎของสำนัก” เวลานี้ หัวหน้าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าไม่ได้พูดถึงเรื่องของตู้หย่วนกวงอีก เสียงดังราวสายฟ้าของเขาก้องขึ้น: “ทว่า เรื่องการแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ จะล้อเล่นไม่ได้! หากสำนักโบราณสี่เหยียนอยากดองกับทายาทของสำนักปีศาจนพเก้า ก็จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าตนมีความสามารถมากพอ!”
“ในที่สุดสำนักปีศาจนพเก้าก็มีคนที่กล้ารับผิดชอบออกมาสักที” เผชิญหน้ากับคำพูดของหัวหน้าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้า หลี่ชีเย่กลับยังคงพูดจาด้วยท่าทีเรียบเฉย: “แน่นอนหากพวกเจ้าจะเล่นตามกฎ ข้าก็จะทำตามกฎกติกาเช่นกัน พวกเจ้าอยากทดสอบข้าไม่ใช่หรือ? ได้ ข้าจะรับการทดสอบ! เลือกวันคงมากความ งั้นวันนี้เลยละกัน! จะแต่งหรือไม่แต่งกับทายาทสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเจ้า นั่นมันเรื่องของข้า แต่เมื่อมีคนมาหยามเกียรติข้า ข้าก็ขอสั่งสอนเขาสักหน่อย!” เขาพูดพลางมุ่งหน้าเดินออกไป!
คำพูดของหลี่ชีเย่ช่างอวดดีเหลือเกิน แม้แต่ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินยังแทบอยากคุกเขาขอร้องให้เขาเลิกคุยโว หากพูดมากต่อไป มันคงเลยเถิดจนกู่ไม่กลับ ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินอยากแทรกแผ่นดินหนีเหลือเกิน พวกเขาอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
เวลานี้ หนานหวยเหรินและผู้คุมกฎม่อเสียใจเหลือเกินที่รับภารกิจในครั้งนี้ ไม่ง่ายนักที่หัวหน้าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าจะออกหน้าเอง ข้อพิพาทเรื่องตู้หย่วนกวงคลี่คลายลง หากเป็นคนอื่น คงถือโอกาสนี้หาทางเอาตัวรอด กลบเกลื่อนเรื่องเล็กๆ นี้และพยายามสานสัมพันธ์กับสำนักปีศาจนพเก้าใหม่ ถึงจะไม่ได้แต่งงานกับหลี่ซวงเหยียนก็ไม่เป็นไร
แต่แล้ว หลี่ชีเย่กลับยังคุยโวว่าจะสั่งสอนสำนักปีศาจนพเก้า เท่ากับไม่อยากมีชีวิตอยู่ชัดๆ! เวลานี้ หนานหวยเหรินและผู้คุมกฎม่อต่างรู้สึกว่าหลี่ชีเย่นั้นโฉดเขลาอย่างบ้าคลั่งที่สุด!
“งั้นก็วันนี้เลย” คำพูดหัวหน้าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าถือเป็นประกาศิต หลังพูดประโยคดังกล่าวจบ ก็ไม่มีเสียงใดๆ ดังขึ้นอีก
สวีฮุยได้แต่โกรธจนตัวสั่น ความจองหองของหลี่ชีเย่ ช่างกล้าดีเหลือเกิน เขาแทบอยากฆ่าหลี่ชีเย่ทิ้งซะ หลี่ชีเย่กล้ายั่วโมโหเขา ดูหมิ่นเขา เขาแทบจะอยากตัดแขนขาของหลี่ชีเย่ทิ้ง ให้เขาอยากตายซะดีกว่าอยู่ ทว่า คำพูดของหัวหน้าผู้อาวุโสถือเป็นคำขาด ไม่อาจละเมิดได้!
“ข้าจะคอยดู! ข้าจะให้เจ้าอยากตายมากกว่าอยู่!” ท้ายที่สุด สวีฮุยพูดอย่างโกรธแค้น พร้อมพาคนจากไป
“ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!” เมื่อเจ้าหอฟู่พาคนของเขาจากไป ไม่ว่ายังไงผู้คุมกฎม่อก็ยอมให้หลี่ชีเย่ไปไม่ได้ เวลานี้เขาไม่สนใจตำแหน่งผู้คุมกฎ ทั้งลากทั้งดึงพยายามยื้อตัวหลี่ชีเย่กลับมา
“ผู้คุมกฎม่อ จำเป็นต้องกลัวขนาดนี้เลยเหรอ?” หลี่ชีเย่หมดความอดทน หลังถูกลากตัวกลับไปยังที่พัก เขาพูดพลางผลักมือผู้คุมกฎม่อออก
ผู้คุมกฎม่อโมโหจนตัวสั่น จ้องไปที่หลี่ชีเย่อย่างโกรธเคือง เวลานี้เขาโมโหจนแทบอยากด่าสวดหลี่ชีเย่สักรอบ ทว่า เพื่อการทดสอบที่จะมีขึ้นในอีกไม่ช้า เขาจึงได้แต่อดกลั้นกลืนกินความคิดชั่วร้ายนั้นไป
“เจ้าคนโฉดเขลา!” ผู้คุมกฎม่อพูดเคืองๆ: “เรื่องนี้ เจ้าเป็นคนรนหาที่เอง! จะตายหรือไม่มันก็เรื่องของเจ้า แต่อย่าลากสำนักโบราณสี่เหยียนให้ล่มจมไปด้วย!”
“ผู้คุมกฎม่อจริงจังเกินไป แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” หลี่ชีเย่พูดอย่างผ่อนคลาย ไม่เห็นเป็นเรื่องสลักสำคัญด้วยซ้ำ
ผู้คุมกฎม่อโกรธจนตัวสั่น พูดกัดฟันกรอด: “เจ้า......เจ้า......เจ้า......” เขาพูดคำว่า “เจ้า” อยู่อย่างนั้น ไม่สามารถพูดอะไรต่อได้ เขาโกรธหลี่ชีเย่จนหายใจแทบไม่ออก
หนานหวยเหรินเองก็ไม่มีอะไรจะพูดเช่นกัน เขาคิดว่าหลี่ชีเย่บ้าไปแล้ว ความโฉดเขลาในระดับนี้ คงไม่มีทางรักษาได้อีก จนเขาอยากตบบ้องหูของหลี่ชีเย่สักหนึ่งฉาด
“ศิษย์พี่ รู้ไหมว่าในเวลานี้สำนักปีศาจนพเก้ายิ่งใหญ่แค่ไหน? ผู้คุมกฎจำนวนไม่น้อยของพวกเขาล้วนมีคุณสมบัติเป็นอ๋อง ไม่ต้องพูดถึงผู้อาวุโสและกษัตราวงตะวัน หากกษัตราวงตะวันลงมือเอง แค่ฝ่ามือเดียวก็คงจะทำลายล้างสำนักโบราณสี่เหยียนของเราได้ทั้งสำนัก!” หนานหวยเหรินพูดอย่างโกรธเคือง
“เมื่อครู่หัวหน้าผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าช่วยคลี่คลายเรื่องของตู้หย่วนกวงแล้ว อันที่จริงเจ้าควรอาศัยจังหวะนั้นหากทางรอด จะได้แต่งงานกับองค์หญิงของสำนักปีศาจนพเก้าหรือเปล่า นั่นเป็นเรื่องเล็ก หากสามารถสานสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อาวุโสสำนักปีศาจนพเก้าได้ ไม่เพียงแต่เพื่อตัวเจ้าเอง แต่ยังดีกับสำนักโบราณสี่เหยียนของเราด้วย เจ้าเองก็ยังสามารถอาศัยโอกาสนี้สร้างผลงานครั้งใหญ่ เจ้าอาจสบายไปทั้งชีวิตด้วยซ้ำ” คนมากวาทะศิลป์อย่างหนานหวยเหรินอดที่จะวิเคราะห์ผลดีและร้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้หลี่ชีเย่ฟังไม่ได้
“แล้วยังไง? เรื่องแบบนี้งั้นน่ะเหรอ” หลี่ชีเย่พูดช้าๆ: “ข้าชอบใช้หมัดตัดสินมากกว่า!”
หลี่ชีเย่ย่อมไม่สามารถพูดความลับในใจของเขาออกมา หากสำนักปีศาจนพเก้าไม่ทำตามกติกา เขาจะอาศัยโอกาสนี้ปลุกความลับภายในสำนักปีศาจนพเก้า แม้เวลานั้นเขาจะรับปากผู้วิเศษนพเก้าเอาไว้ ทว่า เมื่อทายาทของเขาไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หลี่ชีเย่ไม่ถือสาที่จะอาศัยโอกาสนี้ล้างสำนักปีศาจนพเก้าสักครั้ง เขาจะได้ถือโอกาสใช้สิ่งที่ซ่อนอยู่ในสำนักปีศาจนพเก้าด้วย!
หนานหวยเหรินกลอกตา ไม่อยากพูดต่ออีก เขารู้สึกเหมือนตนกำลังสีซอให้ควายฟัง คนไร้สติปัญญาอย่างหลี่ชีเย่ เขาจะไม่สนใจอีกแล้ว เจ้าคนโง่ไม่รู้ความ พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่า
หนานหวยเหรินด่ากราดในใจ อาศัยแค่ทักษะการต่อสู้ของเจ้า? ถึงโชคดีสังหารตู้หย่วนกวงได้ แต่สำหรับสำนักปีศาจนพเก้า มันช่างเล็กน้อยเหลือเกิน อาศัยความสามารถเท่านี้ กลับกล้าปากดีพูดว่าจะใช้หมัดตัดสินงั้นเหรอ?
หนานหวยเหรินรู้สึกว่าหลังจากที่หลี่ชีเย่โชคดีสังหารตู้หย่วนกวงได้ ความมั่นใจของเขาก็ล้นทะลักจนกู่ไม่กลับ จนคิดไปเองว่าฝีมือของตนไร้เทียมทานจริงๆ!
ผู้คุมกฎม่อโกรธจนพูดอะไรไม่ออก ท้ายที่สุดเขาจึงพูดอย่างเคืองๆ: “เจ้าจงทำการทดสอบตามกติกา ถ้าก่อเรื่องขึ้นอีก จะ เจ้า เจ้าก็ไม่ต้องกลับไปที่สำนักโบราณสี่เหยียนอีก! ถึงตอนนั้น ใครก็ช่วยเจ้าไม่ได้!”
“หากสำนักปีศาจนพเก้ายังไม่ปลอดภัย ที่อื่นๆ ก็คงไม่ปลอดภัยอีก” หลี่ชีเย่คงท่าทีดังเดิมพูดด้วยรอยยิ้ม
ผู้คุมกฎม่อโกรธจนแทบกระอักเลือด เขาไม่อยากพูดกับเจ้าโง่นี่อีกแล้ว พูดไปก็ไม่ต่างจากสีซอให้ควายฟัง คนโง่แบบนี้หากไม่ปล่อยให้ถูกสั่งสอนบ้าง ก็คงไม่รู้ว่าอะไรคือฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
ในระหว่างที่ผู้คุมกฎม่อและหนานหวยเหรินกำลังโกรธจนแทบกระอักเลือด การทดสอบในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่ยอดเขาแห่งหนึ่ง โดยฝ่ายสำนักปีศาจนพเก้าไม่มีผู้อาวุโสปรากฏตัวแม้แต่คนเดียว สำนักปีศาจนพเก้ามีผู้จัดการทดสอบปรากฏตัวขึ้นสองคน ทั้งสองต่างเป็นผู้คุมกฎ คนหนึ่งคืออาจารย์ของสวีฮุยผู้คุมกฎสวี่ อีกด้านคือหัวหน้าผู้คุมกฎซึ่งเป็นผู้คุมกฎที่แข็งแกร่งที่สุดนามว่าอวี้เหอ!
ผู้คุมกฎสวี่อาจารย์ของสวีฮุย ทั่วทั้งร่างของเขาเปล่งแสงที่ดูน่ากลัว ตัวเขาเหมือนถูกหล่อขึ้นมาจากโลหะเทพ ส่วนหัวหน้าผู้คุมกฎ ยิ่งเพิ่มความน่าสะพรึงเข้าไปใหญ่ ลมปราณของอ๋องไหลเวียน เลือดลมที่เปี่ยมด้วยพลังมหาศาล เขาคงเป็นอ๋องที่แข็งแกร่งไร้เทียมทาน ในระดับนี้ น่าจะเป็นผู้ซึ่งสามารถเรียกลมเรียกฝนได้ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ!
สำนักปีศาจนเก้ามีผู้คุมกฎสวี่และหัวหน้าผู้คุมกฎอวี้เหอเป็นกรรมการ ส่วนสำนักโบราณสี่เหยียน ผู้คุมกฎม่อจะทำหน้าที่เป็นกรรมการ
เวลานี้ที่ยอดเขาหลัก แออัดยัดเยียดไปด้วยผู้คน ศิษย์รุ่นใหม่จำนวนนับไม่ถ้วนต่างมารอชม บรรยากาศดูครึกครื้นเป็นพิเศษ!
การเกี่ยวดองระหว่างสำนักปีศาจนพเก้าและสำนักโบราณสี่เหยียน ย่อมเป็นสิ่งที่ศิษย์เพศชายรุ่นใหม่ทั้งหลายต่างไม่เห็นด้วย เสียงต่อต้านของพวกเขาดุเดือดมาก หลี่ซวงเหยียนเป็นดั่งเทพธิดาในดวงใจของพวกเขา หลี่ซวงเหยียนเป็นองค์หญิงของสำนักปีศาจนพเก้า
สำนักเล็กๆ อย่างสำนักโบราณสี่เหยียน ไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะเกี่ยวดองกับสำนักปีศาจนพเก้าของพวกเขาอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนอย่างหลี่ชีเย่ที่มีกาย รอบชีวิตและชะตาปุถุชนด้วยแล้ว เศษวัชพืชแบบนี้ เขาไม่คู่ควรแม้แต่หน้าที่ถือรองเท้าให้กับองค์หญิงแห่งสำนักปีศาจนพเก้า!
----------------------------------------------------------------------------